เข้าสู่ระบบรักษาภรรยาขุนนาง [2/2]
“ฮูหยิน!”
สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบพุ่งเข้ามาประคองพร้อมหยิบขวดยาเล็ก ๆ ออกจากแขนเสื้อ นางเทยาเม็ดหนึ่งลงบนฝ่ามือแล้วส่งให้นายหญิงของตน
ซูเจินอวี๋มือสั่นเล็กน้อยแต่ก็หยิบเม็ดยาเข้าปากพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ เพียงครู่อาการหายใจติดขัดก็ค่อย ๆ คลายลง ใบหน้าซีดขาวของนางกลับมามีเลือดฝาดและอาการเจ็บปวดเมื่อครู่ก็ทุเลาลงสาวใช้ทั้งสองมองกันด้วยสายตากังวลปนโล่งใจ
จ้าวหว่านชิงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบไปครู่หนึ่งก่อนนางจะเอียงกายเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน
“ฮูหยินซูข้าขออภัยหากถามตรงไปแต่มีอาการป่วยหรือ”
“ใช่...ข้าเป็นโรคนี้มาหลายปีแล้วเพราะแบบนั้นร่างกายของข้าจึงอ่อนแอและแย่ลงทุกวัน” ซูเจินอวี๋เอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กลับแอบแฝงความขมขื่นอยู่ในแววตา
ติ้ง!
[ตรวจพบผู้ป่วย – ซูเจินอวี๋ อายุ 38 ปี]
ต้องการการรักษาโดยด่วนระบบหมอเทวดาสามารถเริ่มต้นกระบวนการรักษาได้ทันที
ยืนยันจะทำการรักษาหรือไม่?
[ยืนยัน] [ยกเลิก]
นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปยังหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่อยู่ตรงหน้า พลางหันไปมองซูเจินอวี๋ก่อนริมฝีปากบางจะเริ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ความจริงแล้วข้าเคยเล่าเรียนวิชาแพทย์จากบิดามาบ้าง หากฮูหยินซูไม่รังเกียจข้าขอจับชีพจรตรวจอาการท่านสักหน่อยได้หรือไม่”
“คำพูดเหลวไหล! อาการของฮูหยินขนาดหมอหลวงยังรักษาไม่ได้ สตรีบ้าน ๆ เช่นเจ้าจะรักษาได้อย่างไรกัน!” สาวใช้ข้างกายซูเจินอวี๋รีบโพล่งเสียงแข็ง
บรรยากาศโต๊ะพลันตึงเครียดแต่ซูเจินอวี๋กลับยกมือขึ้นห้ามสาวใช้ทันที แววตาที่ทอดมองจ้าวหว่านชิงมีทั้งความสงสัยและชั่งใจอยู่ในนั้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอีกฝ่ายคล้ายคลึกกับใครบางคนหรือเปล่านางจึงตัดสินใจยืนแขนออกไป
“เช่นนั้น…ท่านก็ตรวจดูเถิด หากรักษาได้ข้าจะมอบรางวัลตอบแทนท่านอย่างงาม”
จ้าวหว่านชิงเพียงคลี่ยิ้มปลายนิ้วรีบกดไปที่ปุ่ม “ยืนยัน” ก่อนจะหันมาจับข้อมือของซูเจินอวี๋เพื่อแสร้งทำเป็นตรวจชีพจร แสงเลเซอร์สีฟ้าอ่อนพุ่งออกมาจากหน้าต่างระบบกวาดสแกนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของซูเจินอวี๋ ในสายตาของผู้อื่นจ้าวหว่านชิงกำลังตรวจชีพจรคนป่วยปกติ แต่แท้จริงแล้วนางกำลังรอผลวิเคราะห์จากระบบต่างหาก
[กำลังตรวจวิเคราะห์….]
[ตรวจพบสารพิษในร่างกายปริมาณมาก ต้องการเจาะเลือดเพิ่มเพื่อวิเคราะห์สารพิษ......]
ติ้ง!
[ระบบ : ท่านสามารถซื้อแท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือดที่เชื่อมต่อกับระบบหมอเทวดาได้ที่ร้านค้าในระบบ]
ติ้ง!
[ระบบ : หากท่านแท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือด สามารถให้ระบบหมอเทวดาออกใบสั่งยารักษาอาการเบื้องต้นของคนไข้ก่อนได้ ทว่าอาการป่วยจะเพียงแค่ทุเลาลงไม่ได้หายขาด]
ติ้ง!
A : ไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อแท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือด
B : เริ่มต้นกระบวนการรักษาคนไข้เบื้องต้น
กรุณากดเลือกคำตอบที่ท่านต้องการ…
[ A ] [ B ]
จ้าวหว่านชิงกวาดสายตานั่งอ่านข้อความจากระบบพลางขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากัน ในหัวของนางเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ค่าประสบการณ์ของนางคงไม่พอซื้อแท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือดในร้านค้าของระบบ
ถ้างั้นก็ทำได้แค่...กดรักษาอาการเบื้องต้นไปก่อน
[กำลังตรวจวิเคราะห์….]
[ต้องการตรวจสอบยาที่คนไข้รับประทานไปเมื่อครู่เพื่อเปรียบเทียบใบสั่งยา....]
“ฮูหยินซูข้าขอดูยาที่ท่านกินเมื่อครู่หน่อยได้หรือไม่”
ซูเจินอวี๋พยักหน้าตอบรับพลางปรายตาหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่ให้นำยาออกมา สูตรยาลูกกลอนนี้นางได้มาจากเพื่อนสนิทที่เป็นหมอเทวดาแต่ทว่าตอนนี้เขาได้หายสาบสูญไปแล้ว...
[กำลังตรวจวิเคราะห์ส่วนผสมของยา….]
แสงเลเซอร์สีฟ้าอ่อนพุ่งออกมาจากหน้าต่างระบบกวาดสแกนยาลูกกลอนที่วางอยู่บนฝ่ามือของจ้าวหว่านชิง เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่การตรวจสอบก็เสร็จสิ้น
[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....]
[ระบบกำลังเขียนใบสั่งยาที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายาตัวเดิมสามเท่า....]
“เป็นเช่นไรบ้างท่านรักษาอาการป่วยของข้าได้หรือไม่?”
ซูเจินอวี๋เอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าแม้รู้ว่าโรคของตนเองไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ แต่ทว่าภายในใจลึก ๆ ของนางกลับมีความหวังเล็ก ๆ อยู่
“อาการป่วยของท่านไม่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ เพียงแต่มันต้องใช้เวลาสักหน่อย”
“ระ...เรื่องจริงหรือ....อาการป่วยของข้าสามารถรักษาให้หายได้จริง ๆ หรือ”
แววตาที่หม่นหมองของซูเจินอวี๋พลันสั่นไหวดวงหน้าซูบซีดราวกับถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว
“วันนี้ข้าจะเขียนเทียบยารักษาอาการเบื้องต้นให้ท่านไปลองกินก่อน หากท่านลองกินยาของข้าแล้วคิดว่าการรักษาได้ผลก็ค่อยมาพบข้าจ้าวหว่านชิงที่หมู่บ้านอันชุนเพื่อทำการรักษาอาการป่วยให้หายขาด”
“ท่านสามารถรักษาข้าได้จริง ๆ ใช่ไหม”
จ้าวหว่างชิงค่อย ๆ พยักหน้าอย่างมั่นคงแววตาเต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่น
“ตราบใดที่ท่านไม่ละความเชื่อ ท่านย่อมมีโอกาสได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคนี้อีกต่อไป แต่มีข้อแม้ว่าหากดื่มยาของข้าแล้วท่านจำเป็นต้องหยุดยาตัวเดิมก่อนเข้าใจหรือไม่”
คำกล่าวนั้นราวกับสายลมอุ่นพัดผ่านกลางฤดูหนาว ซูเจินอวี๋รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งแทรกซึมเข้าสู่หัวใจนางกะพริบตาถี่เพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาแต่หยาดหยดใสกลับยังร่วงเงียบ ๆ บนหลังมือ
“หาก…หากเป็นเช่นนั้นจริง หากท่านรักษาอาการป่วยของข้าให้หายได้จริง ๆ ข้ายินดีจะยกย่องท่านเป็นผู้มีพระคุณ” เสียงของนางสั่นสะท้าน ทว่าภายในเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังที่เพิ่งงอกงามขึ้นมาอีกครั้ง…
จ้าวหว่านชิงคลี่ยิ้มออกมาพลางก้มลงมองใบสั่งยาที่ระบบส่งมาเมื่อครู่ นางแสร้งขอตัวเดินออกมาด้านนอกโดยอ้างว่าจะไปขอยืมกระดาษและพู่กันกับเจ้าของร้านเพื่อเขียนเทียบยา และภายในเวลาไม่นานร่างบางก็เดินกลับมาในห้องพร้อมยื่นใบสั่งยาของระบบส่งให้ซูเจินอวี๋
“ซูเหยามารดาของเจ้าเก่งจริง ๆ เลยรักษาอาการป่วยของท่านป้าได้ด้วย”
เสี่ยวหานโน้มตัวลงไปกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเด็กสาว เพราะกลัวว่าเสียงของเขาจะเข้าไปรบกวนบทสนทนาที่สำคัญของผู้ใหญ่ทั้งสอง
ซูเหยาที่นั่งมองสถานการณ์มาตั้งแต่แรกยามนี้มองจ้าวหว่านหนิงผู้เป็นมารดาด้วยสายตายากคาดเดา ก่อนเด็กหญิงจะหันไปยิ้มให้เสี่ยวหานราวกับพอใจในคำพูดของเขา
“ใช่แล้ว...สตรีตรงหน้าคือมารดาของข้า...นางเป็นมารดาของข้าคนเดียวเข้าใจหรือไม่เจ้าโง่”
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







