เข้าสู่ระบบเหยาเอ๋อร์ต่อจากนี้พวกเราจะอยู่ด้วยกัน... [1/2]
ช่วงพลบค่ำแสงตะเกียงน้ำมันวาววับภายในห้องนอน จ้าวหว่านชิงเอนกายนอนบนเตียงมือเรียวก่ายหน้าผากดวงตาพร่ามัวด้วยความคิดที่ตีวนไม่รู้จบ
“หาก...หากข้าเลี้ยงดูเหยาเอ๋อร์ด้วยตัวเองเล่า?”
หญิงสาวพึมพำกับตนเองหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ในห้องครัววันนี้มาจ้าวหว่านชิงก็รู้ว่าตนเองผูกพันกับซูเหยามากกว่าที่คิด ในสายตานางยามนี้มองเด็กหญิงราวกับเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของตนไปแล้ว..
“เงินที่ขายโสมป่าก็พอจะเปิดโรงหมอเล็ก ๆ ได้ หากข้ารักษาคนป่วยพัฒนาทักษะของระบบจนอยู่ในระดับสูงค่อยย้ายไปเปิดโรงหมอที่เมืองหลวงเพราะที่นั่นทำเงินได้มากกว่าชนบทแบบนี้ ถึงตอนนั้นด้วยระบบหมอเทวดาระดับสูงที่มีข้าก็สามารถหาเงินได้มากมายพอมีเงินแล้วย่อมเลี้ยงดูเหยาเอ๋อร์ให้สุขสบายได้”
จ้าวหว่านชิงเอ่ยกับตนเองพลางจินตนาการถึงเรื่องราวในอนาคตหากนางรับเลี้ยงซูเหยาอย่างที่ต้องการ แต่ทว่าจู่ ๆ ความจริงอันโหดร้ายก็โผล่เข้ามาในความคิดของนาง ในอนาคตฉู่จิ่นหานจะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่มีอำนาจมากมายหากซูเหยาอยู่กับเขาก็จะกลายเป็นบุตรสาวขุนนางที่ไม่มีใครกล้าหยามเกียรติได้ ทว่าต่างจากนางที่เป็นเพียงหมอธรรมแม้จะมีเงินทองแต่ก็ต้องก้มหัวให้ขุนนางที่มีอำนาจอยู่ดี
ฐานะช่างต่างกันราวฟ้าและดิน....
การที่ซูเหยาอยู่กับนางนั่นดีต่อเด็กจริง ๆ หรือ....
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ในขณะที่จ้าวหว่านชิงจมอยู่กับความคิดเสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นภายในห้อง หญิงสาวตื่นจากภวังค์พลางยันกายลุกขึ้นนั่งหันไปมองทางประตู
“ท่านแม่...เปิดประตูให้ข้าเข้าไปหน่อย”
จ้าวหว่านชิงที่รู้ว่าผู้ใดอยู่ด้านหลังของประตูรีบลุกจากเตียงไปเปิดประตูทันที นัยน์ตาคู่สวยมองซูเหยากำลังยืนกอดหมอนผืนเล็กแนบอกใบหน้าแฝงร่องรอยง่วงงุน
“นี่ก็ดึกแล้วเหตุใดยังไม่เข้านอนอีกเล่าเหยาเอ๋อร์”
“ท่านแม่...คืนนี้...ข้าขอนอนกับท่านได้หรือไม่” ซูเหยาเอ่ยออกมาน้ำเสียงเบาเหมือนกลัวถูกปฏิเสธ
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงตรงหน้าหัวใจจ้าวหว่านชิงอ่อนยวบทันที รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนริมฝีปากร่างบางย่อตัวลงอุ้มเด็กหญิงเข้าสู่อ้อมแขนก่อนจะปิดประตูลงกลอนแน่นหนาย่างกายพาเด็กน้อยไปยังเตียงนอน
“คืนนี้...ให้แม่นอนกอดเหยาเอ๋อร์ได้หรือไม่?” นางเอ่ยเสียงอ่อนโยน
ซูเหยาพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะโอบกอดตอบ ร่างเล็กเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นของผู้เป็นมารดา ทั้งสองเอนกายนอนเคียงกันใต้ผ้าห่มผืนเดียว จ้าวหว่านชิงนอนตะแคงสายตาจับจ้องใบหน้าเด็กหญิงที่ตนรักราวดวงใจ
“ท่านแม่...พรุ่งนี้...ข้าต้องไปเมืองหลวงจริง ๆ หรือ?” ซูเหยาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ใบหน้าเล็กเผยท่าทางลังเลแววตากะพริบเล็กน้อยราวกำลังต่อสู้กับความกลัว
จ้าวหว่านชิงชะงักดวงตาฉายแววลังเล นางนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงคล้ายซ่อนความกังวลใจ
“เหยาเอ๋อร์...เจ้าปรารถนาจะไปอยู่กับบิดาของเจ้าที่เมืองหลวงหรือไม่?”
ซูเหยาส่ายหน้ารัวดวงตาใสเจือความดื้อรั้นทันทีที่ได้ฟังคำถามนั้น...
“ข้าไม่อยากไป ข้าอยากอยู่กับท่านแม่”
ความอบอุ่นพุ่งวาบในอกจ้าวหว่านชิงแต่ยังมิอาจปิดบังความจริง นางจึงเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น มือเกลี่ยเส้นผมของเด็กน้อยไปด้วย
“เหยาเอ๋อร์...บิดาของเจ้าได้รับตำแหน่งขุนนางแล้ว อีกไม่นานด้วยความสามารถของเขาคงได้เลื่อนขั้นเป็นขุนนางระดับสูง....หากอยู่ที่นั่นเจ้าจะได้รับทุกสิ่งทั้งอำนาจ...ทั้งเกียรติและทรัพย์สินล้นมือผู้คนมากมายจะรายล้อมเคารพรักเจ้า แม่จะไม่โกหกเจ้าว่าแม้ในอนาคตแม่จะมีเงินทองจนสามารถซื้อทุกสิ่งให้เจ้าได้ แต่สถานะของแม่ยังเป็นเพียงชาวบ้านธรรมไม่อาจเทียบได้กับขุนนางอย่างบิดาของเจ้า...”
“ข้าไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่ข้าต้องการคือได้อยู่กับท่านแม่เช่นนี้เท่านั้น” ซูเหยาเอ่ยออกมาน้ำเสียงและแววตาแน่วแน่ว่าตนเองต้องการเช่นนั้นจริง ๆ
“ท่านแม่...อย่าไล่ข้าไปเมืองหลวงเลยนะเจ้าคะ”
เมื่อได้ยินว่าเด็กหญิงอยากอยู่กับตนดวงใจของจ้าวหว่านชิงราวถูกโอบด้วยแสงอุ่นน้ำตารื้นขึ้นในหางตาโดยไม่รู้ตัว นางดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกแน่นพลางพูดเสียงเบานุ่มราวคำสาบาน
“ได้...เหยาเอ๋อร์ต่อจากนี้พวกเราจะอยู่ด้วยกัน แม่จะปกป้องเจ้าเอง”
ค่ำคืนนั้นสองแม่ลูกต่างสายเลือดนอนโอบกอดกันแน่น ท่ามกลางแสงตะเกียงที่ค่อย ๆ มอดดับไป ความอบอุ่นของครอบครัวปกคลุมทั่วห้องจนทั้งสองหลับใหลไปในที่สุด...
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







