Share

เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ
เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ
Author: แคลร์ออสติน

บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

last update publish date: 2026-03-15 16:58:50

บทที่ 1: ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

ความมืดมิด... และความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงขั้วกระดูก

นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางจำได้ก่อนที่สติจะดับวูบลง

ภาพในหัวตัดสลับไปมาราวกับภาพฝันที่ขาดห้วง เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบท่ามกลางป่าทึบอันมืดมิดไร้ทางออก ความรู้สึกราวกับถูกพญามัจจุราชไล่ล่าติดตามมาติดๆ จนกระทั่งพื้นดินใต้เท้าว่างเปล่า...

ร่างทั้งร่างร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้าง ก่อนจะกระแทกกับผืนน้ำเย็นเฉียบที่โอบล้อมและฉุดกระชากร่างของนางลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดที่สุด

“เฮือก!”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวพลางลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความสลัว ร่างกายเกร็งกระตุกตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นพล่านขึ้นมาจากหน้าท้องทำให้นางต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมาน

“เจ็บ...”

เสียงแหบพร่าครางแผ่ว มือเรียวอันสั่นเทายกขึ้นลูบคลำบริเวณที่ปวดร้าว สัมผัสที่ปลายนิ้วคือผ้าพันแผลเนื้อหยาบ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน

ที่นี่ที่ไหน?

ดวงตาที่ยังปรับโฟกัสได้ไม่ดีนักพยายามกวาดมองไปรอบกาย ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล... ไม่มีแสงไฟนีออนสว่างจ้า

รอบด้านมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนวูบไหวริบหรี่อยู่ที่มุมหนึ่ง ผนังรอบข้างดูเหมือนถ้ำหินหรือกระท่อมดินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆ อากาศทั้งอับชื้นและเย็นเยือก บรรยากาศโดยรอบดูมืดมน อึดอัด และแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันตรายราวกับเป็นรังของสัตว์ร้าย

ทันใดนั้น ความปวดร้าวรุนแรงก็แล่นปราดเข้าสู่ขมับจนนางต้องยกมือกุมศีรษะ ความทรงจำมหาศาลไหลเข้ามาประหนึ่งเขื่อนแตก

...เสียงแม่โวยวายผ่านโทรศัพท์มือถือ เรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ...

‘หาเงินส่งมาให้น้องเดี๋ยวนี้! น้องต้องใช้ค่าเทอมนะ!’

‘หนูไม่มีแล้วแม่! เดือนนี้หนูโอนไปให้ตั้งเท่าไหร่แล้วแม่ก็รู้!’

เสียงก่นด่าและแรงกดดันเหล่านั้นยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ ความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานานบวกกับความน้อยเนื้อต่ำใจ ทำให้ในตอนนั้น เดินข้ามถนนไปอย่างเลื่อนลอย...

เอี๊ยด!

เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วก่อนจะดิ่งลงสู่สายน้ำที่เย็นยะเยือก

ใช่... เธอถูกรถชนแล้วตกลงไปในน้ำ

ตามหลักแล้วเธอควรจะตายไปแล้ว หรืออย่างดีที่สุดก็ควรนอนอยู่ในห้อง ICU สักแห่งในกรุงปักกิ่ง ไม่ใช่มานอนเจ็บปางตายอยู่ในสถานที่อับโชคเช่นนี้!

“ฟื้นแล้วหรือ... หัวหน้า”

เสียงเรียกที่ราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกดังขึ้นจากมุมมืด ทลายภวังค์ความคิดของนางจนหมดสิ้น หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง

เงาร่างหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนออกมาจากเงามืด แสงเทียนริบหรี่ส่องกระทบใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังถ้ำอยู่ ใบหน้านั้นงดงามหมดจดทว่ากลับเรียบตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่นางอย่างประเมิน

แต่สิ่งที่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง กลับไม่ใช่แววตานั้น... แต่เป็นเครื่องแต่งกายของอีกฝ่าย

อาภรณ์สีดำสนิทรัดกุม ดูทะมัดทะแมงราวกับหลุดออกมาจากหนังกำลังภายในที่เคยผ่านตา

ชุดคอสเพลย์เหรอ?

คำถามผุดขึ้นในสมองที่กำลังมึนงง แต่สัญชาตญาณส่วนลึกกลับร้องเตือนว่า... นี่ไม่ใช่การแสดง และที่แห่งนี้ไม่ใช่โลกใบเดิมที่นางรู้จักอีกต่อไป!

“หัวหน้า... ท่านไหวหรือไม่?”

คำเรียกขานนั้นทำให้นางชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความมึนงงสับสน

หัวหน้า? ใครคือหัวหน้า?

ใช่... เธอเป็นหัวหน้า

แต่ทว่าในชีวิตก่อนหน้านั้น นางคือรองผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชีของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เป็นหญิงแกร่งชาวไทยที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานตัวเป็นเกลียวอยู่ในประเทศจีนเพียงลำพัง เพียงเพื่อจะส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัวที่บ้านเกิด

ภาพความทรงจำอันขมขื่นย้อนกลับมาฉายซ้ำราวกับตอกย้ำความเจ็บปวด... วันนั้นเป็นวันที่นางเหนื่อยล้าแสนสาหัส ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากที่ทำงาน เสียงโทรศัพท์จากแม่ก็ดังขึ้น ไม่ใช่เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่กลับเป็นเรื่องเดิมที่ทำให้นางแทบหมดแรง

‘ต้องใช้อีกแล้วหรือแม่? เดือนนี้หนูแทบไม่เหลือเงินเก็บเลยนะ’

‘ก็น้องแกจำเป็นต้องใช้! แกเป็นพี่ แกก็ต้องเสียสละสิ!’

เสียงตวาดลั่นของแม่ยังคงดังก้องอยู่ในหู ความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้นางเดินร้องไห้ไปตามทางเท้าอย่างเหม่อลอย จนกระทั่ง... แสงไฟจากหน้ารถพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง แรงกระแทกมหาศาลบดขยี้ร่างกาย ก่อนที่ความเย็นยะเยือกของสายน้ำจะกลืนกินลมหายใจสุดท้ายของนางไป

หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความทรงจำอันเลวร้าย พยายามดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ดวงตาจ้องมองสตรีในชุดโบราณตรงหน้าด้วยความสับสนมึนงง

“เมื่อครู่... คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ?” นางถามออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“หัวหน้า... ท่านยังมึนงงเพราะพิษบาดแผลอยู่หรือ?”

สตรีชุดดำขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเจือแววกังวลเล็กน้อย “แผลที่หน้าท้องของท่านฉกรรจ์นัก ข้าจัดการทำแผลให้แล้ว แต่อาจจะยังเจ็บอยู่บ้าง”

นางก้มลงมองบาดแผลที่หน้าท้องตนเองอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่เต้นตุบๆ นี้คือของจริง ไม่ใช่ความฝัน นางกัดฟันข่มความทรมานแล้วเงยหน้าถามสิ่งที่ค้างคาใจที่สุดออกไป

“ที่นี่... คือที่ไหน?”

สตรีชุดดำชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น

“ที่นี่คือจุดพักฟื้นชั่วคราวในป่าลึก... เราหนีรอดมาได้หวุดหวิด หลังจากที่ท่านถูก ‘ท่านอ๋อง’ ไล่ล่าจนถูกคมดาบแทงตกหน้าผาจมดิ่งลงสู่แม่น้ำ”

“ท่านอ๋อง?”

นางทวนคำนั้นในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม

อ๋อง? อ๋องไหนกัน?

สมองของนางพยายามประมวลผลอย่างรวดเร็ว...

คำศัพท์โบราณชุดนั้น อาภรณ์ย้อนยุค สถานที่ที่ดูเหมือนถ้ำลึกลับ และร่องรอยการต่อสู้อันดุเดือดที่ทิ้งรอยแผลไว้บนร่างกาย...

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? กองถ่ายละครหรือ? หรือจะเป็นรายการเรียลลิตี้แกล้งคน?

ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาจากบาดแผล และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในจมูกขณะนี้ มันสมจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงการแสดง

“ท่านอ๋อง... จวิ้นเจี๋ย” สตรีชุดดำเอ่ยนามนั้นออกมา แววตาที่เคยราบเรียบพลันลุกโชนด้วยเพลิงอาฆาต “เขาคือเป้าหมายที่ผู้ว่าจ้างต้องการ... และเราต้องเด็ดศีรษะมันมาให้ได้”

ชื่อที่ไม่เคยผ่านหู กับสถานะ ‘นักฆ่า’ ที่ถูกยัดเยียดใส่มือมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้อดีตรองผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชีสาวถึงกับหน้ามืดมึนงง ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบลงที่กลางศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ย้อนเวลามางั้นหรือ? ฉันย้อนเวลามาจริงๆ หรือนี่!

จากสาวออฟฟิศที่วันๆ จ้องอยู่แต่กับตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ กลับต้องมาอยู่ในร่างของมือสังหารที่มีศัตรูระดับเชื้อพระวงศ์! ชีวิตก่อนก็ต้องปากกัดตีนถีบจนตัวตาย ชีวิตใหม่กลับต้องมาหนีตายจากการถูกไล่ล่าเสียอย่างนั้น

ซวย... ชีวิตมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนไปถึงไหนกัน!

±++++++++++++++++

แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เซตแก๊งเพื่อนสาวจากยุคปัจจุบัน ที่จับพลัดจับผลูทะลุมิติมาป่วนหัวใจบุรุษแคว้นนี้ค่ะ! ใครที่โดนตกและชื่นชอบความผูกพันของพวกนาง สามารถตามไปฟินและเอาใจช่วยพวกนางให้ครบทั้ง 3 เรื่องได้ตามนี้เลยนะคะ 👇

📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้)

📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย)

📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)

ฝากติดตามผลงานทั้ง 3 เรื่องของ แคลร์ออสติน ด้วยนะคะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 19 'ตุ๊กตาไม้' ที่ว่างเปล่าไร้หัวใจ

    บทที่ 19บรรยากาศภายในห้องหนังสืออันกว้างขวางในยามสาย ช่างน่าอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก"เคร้ง!"เสียงวัตถุกระทบแท่นหินดังสนั่น อ๋องจวิ้นเจี๋ย กระแทกพู่กันราคาแพงในมือลงบนแท่นฝนหมึกอย่างแรงด้วยโทสะ จนน้ำหมึกสีดำสนิทสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษราชการจนเสียหายความหงุดหงิดงุ่นง่านที่สะสมมาหลายวัน เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนแตะขีดสุดประดุจลาวาที่พร้อมปะทุสายตาคมกริบตวัดมองสตรีในชุดองครักษ์สีดำทะมัดทะแมง ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆมู่หลาน ยืนหลังตรงแน่ว แผ่นหลังเหยียดตึง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ราวกับนางไม่ได้อยู่ที่นั่นหลายวันมานี้... นางทำตัวเหมือน 'ตุ๊กตาไร้จิตใจ' ไม่มีผิด!แม้แต่ยามค่ำคืน... ยามร่วมอภิรมย์บนเตียงที่เขามอบความเร่าร้อนให้ถึงเพียงไหน นางก็ตอบสนองเพียงแค่ร่างกาย... แต่ทว่าแววตาของนางกลับว่างเปล่า ล่องลอย และไร้ความรู้สึกนางยืนอยู่ข้างกายเขาแท้ๆ ... ใกล้จนสัมผัสลมหายใจได้ แต่เขากลับรู้สึกว่านางอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ราวกับนางได้ขังจิตวิญญาณของตัวเองเอาไว้ในที่ที่เขาเอื้อมมือไปไม่ถึงความห่างเหินนี้... มันช่างกวนใจเขาจนทำงานทำการไม่ได้!"ออกไ

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 18 จบแล้วสินะ... หน้าที่ของยาถอนพิษในคืนนี้

    บทที่ 18มู่หลานก้าวเท้าเดินออกมาจากเรือนไม้หลังเล็กอย่างเชื่องช้า... ราวกับวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่างทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนทางเดินหินขรุขระ ช่างหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วพันชั่งมาถ่วงขาเอาไว้ สมองของนางเอาแต่วนเวียนคิดถึงคำพูดของซูเจิน และความลับสวรรค์ที่นางเพิ่งได้รับรู้มาหมาดๆนางพยายามจะแค่นหัวเราะออกมา... พยายามคิดเสียว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขัน เป็นพล็อตนิยายแฟนตาซีสุดเพี้ยนที่นางบังเอิญหลุดเข้ามาเจอแต่ทว่า... ภายในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกเจ็บแปลบ ราวกับมีเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทงความจริงที่ตีแสกหน้าทำให้นางตาสว่างวาบ...สิ่งที่ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ปฏิบัติต่อนางมาโดยตลอด... ความหวงแหนที่แสดงออก... ความเอาใจใส่ในยามเจ็บป่วย... หรือแม้แต่อ้อมกอดที่อบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่นั้น...ทั้งหมดทั้งมวล... มิใช่เพราะความรัก หรือความพิศวาสในตัวนางแต่อย่างใดมันเป็นเพียงเพราะ 'ผลประโยชน์' ล้วนๆเขาแค่ต้องการร่างกายของนางเพื่อรักษาพิษร้ายของตนเอง... นางเป็นเพียง 'ยาถอนพิษที่มีชีวิต' ที่เขาจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ทิ้งขว้างไม่ได้... ก็เท่านั้นเอง"โง่จริงมู่หลาน... เธอนี่มันโง่บัดซบ"นางพึมพำด่าทอตัวเองด้วยความสมเ

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 17 ผู้ที่พ่ายแพ้ในกระดานนี้ ก็ยังคงเป็นนางอยู่ดี!

    บทที่ 17เงาร่างสูงใหญ่ของ มั่วเหยียน ยืนนิ่งสงบจนแทบจะกลืนไปกับความมืดมิดของรัตติกาล ที่ระเบียงด้านนอกเรือนไม้หลังเล็ก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและสม่ำเสมอจนแทบจับสัมผัสไม่ได้บทสนทนาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและคำสัตย์สาบานระหว่างสตรีสองนางในห้อง ลอดผ่านผนังไม้บางๆ เข้ามาสู่โสตประสาทของยอดฝีมือเช่นเขาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ...ทุกประโยคที่พวกนางเอื้อนเอ่ย... ปราศจากแผนการร้าย... ไร้ซึ่งความอาฆาตมาดร้ายต่อนายเหนือหัว...มีเพียงความรัก ความผูกพันอันลึกซึ้ง และคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นว่า 'จะอยู่และตายพร้อมกัน'หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งแกร่งดุจศิลา จากการกรำศึกและฆ่าฟันผู้คนมาครึ่งค่อนชีวิต กลับรู้สึกสั่นไหวอย่างประหลาดความภักดีที่ยอมแลกด้วยชีวิต... ช่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและน่าสะเทือนใจนักในยุทธภพที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลังมั่วเหยียนหลับตาลงชั่วครู่ ขับไล่ความรู้สึกอ่อนไหวที่ไม่ควรมีทิ้งไป ก่อนจะเร้นกายหายวับไปในความมืด มุ่งหน้าสู่ห้องทรงอักษรเพื่อรายงานนายเหนือหัวภายในห้องหนังสืออันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเปลวเทียนปะทุเบาๆอ๋องจวิ้นเจี๋ย นั่งฟังรายงานจากหัวหน้าองครักษ์คนสนิทด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 16 ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีก

    บทที่ 16ณ เรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวอยู่บริเวณท้ายจวนอ๋อง...บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด วังเวง ทว่าแฝงไปด้วยความตึงเครียดเข้มข้นจากบรรดา 'องครักษ์เงา' ฝีมือฉกาจนับสิบชีวิตที่ซ่อนเร้นกายอยู่ตามมุมมืดและแมกไม้ คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยดุจตาข่ายฟ้าที่ไม่มีวันยอมให้มดสักตัวเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้มั่วเหยียน วางร่างที่ไร้สติของ ซูเจิน ลงบนเตียงตั่งอย่างระมัดระวังตามบัญชาของท่านอ๋อง ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกบ่าวรับใช้หญิงเข้ามาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และเช็ดตัวให้แก่นาง เพื่อชำระล้างคราบโลหิตและฝุ่นโคลนจากการต่อสู้เสี่ยงตายเมื่อครู่เวลาผ่านไปชั่วก้านธูปมอดไหม้...เมื่อสาวใช้จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน มั่วเหยียนจึงก้าวเท้าหนักแน่นกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิท ยืนกอดอกพิงเสาไม้ต้นใหญ่ที่มุมห้อง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองไปยังสตรีที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงไม่วางตาบัดนี้... คราบเพชฌฆาตเปื้อนเลือดได้เลือนหายไปจนสิ้น...หลงเหลือเพียงดรุณีน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณขาวซีดทว่านวลเนียนดุจหิมะแรกฤดู อาภรณ์สีอ่อนสะอาดตาที่สวมใส่ขั

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 15

    บทที่ 15ทันทีที่ล้อรถม้าบดเบียดกับพื้นหินหน้าจวนอ๋องจนหยุดสนิทบรรยากาศภายในจวนดูเคร่งขรึมขึ้นทันตา พ่อบ้านชราและเหล่าบ่าวไพร่ที่ตั้งแถวรอรับเสด็จต่างพากันก้มหน้ามองพื้นต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ที่กำลังประคองร่างของแม่นางมู่หลานลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอมมู่หลานก้มหน้างุด ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความขัดเขิน ยิ่งเขาแสดงออกว่าใกล้ชิดสนิทสนมกับนางต่อหน้าธารกำนัลมากเท่าไหร่ นางยิ่งวางตัวไม่ถูกมากเท่านั้น นางพยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุมของเขาเบาๆ"หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ..."นางกระซิบเสียงอ้อมแอ้ม ยอมรับตามตรงว่าการต้องมาอยู่เคียงข้างเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ ทำให้นางประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ยิ่งบางครั้งเผลอพูดจาห้วนๆ ไร้สัมมาคารวะกับเขาไปด้วยความเคยชิน แต่ก็นับว่าเป็นโชคมหาศาลที่จวิ้นเจี๋ยไม่เคยถือสาหาความจวิ้นเจี๋ยกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์... แปลกนัก ยิ่งนางพยายามผลักไสหรือขัดขืน เขากลับยิ่งอยากเอาชนะและดึงนางเข้ามาให้แนบชิดกว่าเดิมพรึ่บ!"ว้าย!"มู่หลานหลุดเสียงร้องด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงสง่าก็ช้อนร่างของนางลอยหวือขึ้นจากพื้นใน 'ท่าอุ้มเจ้าสาว'

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 14 รีบๆ ไปหาตัวจริงของท่านซะเถอะเจ้าค่ะท่านอ๋อง

    บทที่ 14 แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบแนวหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตของร้านรวงในเมืองหลวง สะท้อนประกายระยิบระยับล้อแสงแดดราวกับเกล็ดมังกรที่กำลังเริงระบำ นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ มู่หลาน ถูกแต่งตั้ง (แกมบังคับ) ให้ดำรงตำแหน่ง 'องครักษ์ส่วนตัว' ที่นางได้รับอนุญาตให้ออกมาเปิดหูเปิดตาเดินดูโลกภายนอก ...แม้จะต้องเดินตามหลังเขาต้อยๆ ในฐานะผู้ติดตามก็ตามเถอะ ดวงตากลมโตภายใต้หมวกสานปีกกว้างกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ 'ตลาดตงซื่อ' ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดและเจริญที่สุดในเมืองหลวงช่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่วางขายสินค้านานาพรรณ ตั้งแต่ผ้าไหมเนื้อดีจากแดนใต้ เครื่องเคลือบดินเผาลวดลายวิจิตรบรรจง เครื่องเทศที่ส่งกลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงขนมหวานนานาชนิดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าแข่งกับเสียงดนตรีเปิดหมวก ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ โอ้โห... นี่มัน สยามพารากอน เวอร์ชันจีนโบราณชัดๆ! มู่หลานลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก เมื่อเดินผ่านร้านซาลาเปาไส้หมูแดงที่ควันฉุย นางอยากจะแวะซื้อสักลูกมาประทังความหิว แต่ทว่า...

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status