แชร์

บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

ผู้เขียน: แคลร์ออสติน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-15 17:03:43

บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

บรรยากาศหน้าเรือนร้างอันเงียบสงัด เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เพิ่งจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของการเข่นฆ่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง... ขอบพระทัยที่เสด็จมาช่วยชีวิตกระหม่อมได้ทันเวลาพะยะค่ะ!”

ใต้เท้าเสิ่นทรุดกายลงโขกศีรษะกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งใจจนสุดพรรณนา ร่างท้วมยังคงสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำที่เพิ่งรอดพ้นจากคมเขี้ยวนักฆ่า ข้างกายคือฮูหยินและบุตรสาวที่โอบกอดกันร่ำไห้ด้วยความขวัญเสีย

มืออันสั่นระริกของใต้เท้าเสิ่นรีบล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบม้วนเอกสารบัญชีลับออกมาส่งมอบให้แก่บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า ราวกับมันเป็นถ่านร้อนที่พร้อมจะลวกมือหากถือไว้เนิ่นนานกว่านี้

“นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่กระหม่อมเพียรรวบรวมมา... เชิญท่านอ๋องรับไปเถิดพะยะค่ะ!”

เดิมทีเขาตั้งใจจะเก็บมันไว้มอบแด่ฮ่องเต้ด้วยตนเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทว่าเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อครู่เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า ศัตรูมิตั้งใจจะปล่อยให้เขามีลมหายใจจนถึงรุ่งสาง หากมิได้ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ส่งยอดฝีมือมาคุ้มกันไว้ทัน เขาและครอบครัวคงกลายเป็นวิญญาณเฝ้าป่าไปเสียแล้ว

จวิ้นเจี๋ยรับม้วนเอกสารนั้นมาถือไว้ด้วยกิริยาสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์

“ข้าจะจัดการต่อเอง พาครอบครัวของเจ้าไปพักที่จวนรับรองเถิด ทหารของข้าจะคุ้มกันพวกเจ้าอย่างดี”

ภายในรถม้าคันหรูที่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางอันมืดมิดและเงียบสงัด

อ๋องจวิ้นเจี๋ยนั่งเอนกายพิงเบาะด้วยท่วงท่าสง่างามสมเป็นเชื้อพระวงศ์ ในมือถือม้วนเอกสารสำคัญที่ผู้คนมากมายยอมหลั่งโลหิตเพื่อแย่งชิงมันมา แสงตะเกียงสลัวส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ

ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรในกระดาษ... ทว่า เนื้อหาเหล่านั้นกลับมิอาจแทรกซึมเข้าสู่ความคิดของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

ในห้วงคำนึงของเขายามนี้ กลับวนเวียนอยู่แต่เพียงเรื่องของ ‘นักฆ่าสตรี’ ผู้นั้น...

ดวงตาที่ไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกคู่นั้น... ร่างบอบบางที่ดิ้นรนขัดขืนอยู่ในอ้อมแขน... และกลิ่นหอมประหลาดที่รบกวนจิตใจ

จวิ้นเจี๋ยเผลอยกมือขึ้นแตะที่ปลายจมูกอย่างลืมตัว กลิ่นหอมหวานคล้ายดอกไม้ป่าที่เย้ายวนและลึกลับยังคงติดตรึงจางๆ มันเป็นกลิ่นเฉพาะกายที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นเพริดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาก้มมองเบื้องล่างของตนเอง... พลันต้องขบกรามแน่นด้วยความตกตะลึงใจ

‘มัน’ กำลังตื่นตัว...

ความรู้สึกร้อนรุ่มและความปวดหนึบที่กลางกาย ซึ่งเขาคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้สัมผัสกับมันอีกแล้ว กลับแล่นพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงเพียงแค่หวนนึกถึงสัมผัสแนบชิดกับนางในป่าทึบแห่งนั้น

นั่นคือความลับดำมืดที่เขารู้ดีแก่ใจ และคนในครอบครัวต่างปิดปากเงียบสนิท...

นับตั้งแต่ได้รับพิษประหลาดในครานั้น เขาก็สูญเสียความภาคภูมิใจในฐานะบุรุษเพศไปโดยสิ้นเชิง

‘มังกร’ ของเขายังคงหลับใหล... มันตายด้านราวกับท่อนไม้ผุพัง มิว่าจะสรรหายาดีจากทั่วหล้า หรือทดลองร่วมเตียงกับหญิงงามเมืองเลื่องชื่อจากสำนักใด ร่างกายของเขาก็ไม่เคยตอบสนองแม้เพียงนิด มันนิ่งสนิท เย็นชา และไร้ความรู้สึก สร้างความอัปยศและเป็นปมด้อยในใจให้แก่บุรุษผู้เพียบพร้อมอย่างเขามาตลอดหลายปี

ทว่า... คืนนี้... กับแค่นักฆ่าหญิงนิรนามผู้หนึ่ง

เพียงได้สูดดมกลิ่นกายอันหอมกรุ่นของนาง... เพียงได้สัมผัสร่างกายที่นุ่มหยุ่นแนบชิดชั่วครู่... โลหิตในกายเขากลับสูบฉีดพล่านจนร้อนระอุ ความเป็นชายที่เคยตายไปแล้วกลับผงาดง้ำขึ้นมาเรียกร้องความต้องการอย่างบ้าคลั่ง!

“เป็นไปได้อย่างไร...”

จวิ้นเจี๋ยพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาที่เคยเย็นชาวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนา... และความยึดติดอันแรงกล้า

นางเป็นใคร? เหตุใดร่างกายของข้าถึงตอบสนองต่อนางเพียงผู้เดียว?

มือหนากำม้วนเอกสารในมือแน่นจนมันยับ ลืมสิ้นซึ่งความสำคัญของหลักฐานราชการ

“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก...”

มุมปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ดูอันตรายยิ่งกว่ามัจจุราชที่คอยจองจำวิญญาณ เขาต้องตามหาตัวนางให้เจอ... มิใช่เพื่อจับมาลงโทษในฐานะนักฆ่าที่คิดปองร้ายขุนนาง แต่เพื่อจับนางมาพิสูจน์ ‘ยาวิเศษขนานเอก’ ที่สวรรค์อาจจงใจประทานมาให้เขาโดยเฉพาะ

มังกรที่หลับใหลมานานปี... บัดนี้ได้ตื่นขึ้นแล้วเพราะเจ้า!

ตัดสลับมายังพรรคทมิฬ

บรรยากาศภายในโถงถ้ำกลางช่างหนักอึ้งและเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก

เหล่ามือสังหารที่รอดชีวิตกลับมาต่างก้มหน้าตัวสั่น รอรับชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาจากเบื้องบน ท่านเจ้าสำนัก ประทับอยู่บนบัลลังก์หินด้วยท่าทีสงบ ทว่าสายตาคมกริบที่กวาดมองความล้มเหลวตรงหน้านั้น กลับเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

มู่หลานที่คุกเข่าอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ นางรู้สึกได้ถึงเมฆหมอกแห่งความตายที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุม...

แม้ใจจริงนางอยากจะสั่งฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก ทว่าการจะฝึกปรือนักฆ่าฝีมือดีขึ้นมาทดแทนในเวลาอันสั้นนั้นมิใช่เรื่องง่าย การลงทัณฑ์จนถึงแก่ชีวิตจึงมิใช่ทางออกที่ชาญฉลาดนัก

“พวกเจ้า... ออกไปให้หมด ยกเว้นมู่หลาน”

คำสั่งสั้นๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ประทานสำหรับเหล่าลูกน้องที่รอดตาย ทว่ากลับเป็นดั่งคำพิพากษาประหารชีวิตสำหรับ มู่หลาน

เมื่อโถงหินกว้างขวางเหลือเพียงคนสองคน บรรยากาศก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นหลายเท่าตัว เจ้าสำนักเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าแฝงแรงกดดันมหาศาล

“มู่หลาน... เจ้าเป็นถึงหัวหน้าหน่วย ภารกิจกลับล้มเหลวมิเป็นท่า ลูกน้องบาดเจ็บ... เจ้ามีความกล้าที่จะรับบทลงโทษแทนทุกคนหรือไม่?”

มู่หลานเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เหงื่อซึมทั่วแผ่นหลัง

รับโทษแทนงั้นหรือ? บ้าบอคอแตก! ใครจะไปอยากเจ็บตัวกัน!

ในใจของมีนาอยากจะตะโกนใส่หน้าเจ้าสำนักไปว่า ‘ไม่เอาโว้ย! เรื่องอะไรต้องมาเจ็บตัวแทนคนอื่นด้วย!’ ทว่าความทรงจำและจิตใต้สำนึกของเจ้าของร่างเดิมกลับต่อต้านความคิดนั้นอย่างรุนแรง ‘มู่หลานคนเก่า’ คือหัวหน้าที่รักและปกป้องลูกน้องยิ่งชีพ นางมักจะยืดอกรับผิดแทนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเสมอมา

ริมฝีปากของนางเริ่มขยับไปเองราวกับถูกวิญญาณสิงสู่...

“ข้า...”

ยังไม่ทันที่คำว่า ‘ยินดี’ จะหลุดพ้นจากคอ...

“ภารกิจระดับสูง... สำเร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ท่านเจ้าสำนัก”

มู่หลานหันขวับไปมองผู้มาใหม่ในทันที สตรีร่างระหงในอาภรณ์สีแดงเพลิงเดินเข้ามาด้วยท่าทีเยื้องกรายอันมั่นใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ที่ปรายตามามองนาง

‘หงเหลียน’ หรือดอกบัวแดง... นักฆ่าอันดับสองของพรรคทมิฬ คู่ปรับตลอดกาลที่จองล้างจองผลาญมู่หลานมาโดยตลอด

“ได้ข่าวว่า ‘อันดับหนึ่ง’ ของเราทำงานพลาดหรือเจ้าคะ?” หงเหลียนเอ่ยเยาะ แววตาสมเพชฉายชัดอย่างไม่ปิดบัง

“น่าเสียดายยิ่งนัก... ชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยากลำบาก ต้องมามัวหมองเพียงเพราะงานพื้นๆ ไม่สำเร็จ”

มู่หลานรู้สึกคิ้วกระตุกวูบ... หนอย... ยัยดอกบัวเน่า! มาได้จังหวะพอดิบพอดีเชียวนะ!

มู่หลานอยากจะสวนกลับไปนักว่า ‘หากเจ้าเก่งกาจถึงเพียงนั้น ก็ลองไปประมือกับอ๋องจวิ้นเจี๋ยผู้นั้นดูสักคราสิ! หมอนั่นมันปีศาจในคราบมนุษย์ชัดๆ ขืนเจ้าไปเจอ มีหวังได้กลายเป็นปุ๋ยรากบัวแดงแน่!’

“ดีมาก หงเหลียน” เสียงเจ้าสำนักเอ่ยชม ทำลายสงครามสายตาของทั้งคู่ลง “ฝีมือเจ้ายังคงเฉียบคมไม่เคยตก... ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ข้าก็มีงานสำคัญให้เจ้าทั้งสองทำร่วมกัน”

“ร่วมกัน!” ทั้งมู่หลานและหงเหลียนอุทานออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง

“จงเร่งเดินทางไปยัง ‘หอหมื่นบุปผา’ หอคณิกาอันดับหนึ่งในเมืองหลวง”

หอคณิกา?

มู่หลานเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มในพริบตา

อย่าบอกนะว่าทำงานพลาดแล้วต้องถูกส่งไปขายเรือนร่างเป็นการไถ่โทษ? เฮ้ย! นี่มันนิยายเรต R หรืออย่างไร! ฉันไม่เอานะ!

เจ้าสำนักดูเหมือนจะอ่านสีหน้าตื่นตระหนกของมู่หลานออก จึงเอ่ยสำทับต่อ

“อีกหนึ่งเดือน หอหมื่นบุปผาจะมีการจัดงานแสดงรื่นเริงครั้งยิ่งใหญ่ เหล่าขุนนางและผู้มีอิทธิพลจะมารวมตัวกันที่นั่น... พวกเจ้าต้องปลอมตัวเป็น ‘นางรำ’ เพื่อแฝงตัวเข้าไปสืบข่าวลับ และขโมยบัญชีรายชื่อสายลับของแคว้นศัตรูมาให้ได้”

มู่หลานลอบถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่ตก... โธ่เอ๊ย! ก็แค่ไปเป็นสปาย นึกว่าจะถูกส่งไปทำเรื่องอย่างว่าเสียแล้ว

สมองนักบัญชีเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว... ที่แท้ ‘พรรคทมิฬ’ แห่งนี้มิได้มีดีเพียงแค่รับจ้างปลิดชีพผู้คน ทว่ายังเป็นศูนย์กลางข่าวสารขนาดใหญ่ที่คอยซื้อขายข้อมูลให้แก่ผู้ที่มีเงินจ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธรรมะ อธรรม หรือแม้แต่คนในราชสำนัก ใครจ่ายหนัก พรรคก็พร้อมจะเป็นดาบในมือให้ทั้งสิ้น

“ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หงเหลียนรับคำแข็งขัน ก่อนจะปรายตามองมู่หลานด้วยสายตาหยามเหยียด

“หวังว่าคราวนี้... ‘อันดับหนึ่ง’ ของพรรคคงจะไม่กลายเป็นตัวถ่วงแข้งถ่วงขาให้ข้าต้องลำบากหรอกนะ”

มู่หลานกัดฟันกรอด พยายามปั้นยิ้มหวานที่ไปไม่ถึงดวงตา

“มิต้องห่วง... ข้าจะ ‘ดูแล’ ตัวเองเป็นอย่างดีทีเดียวล่ะ!”

งานนี้มิใช่เพียงแค่ต้องเอาตัวรอดจากภารกิจที่อันตราย ทว่ายังต้องมาประสาทเสียกับยัยคู่ปรับเบอร์สองผู้นี้อีก... ชีวิตของนักฆ่ามู่หลานนี่มันสู้ชีวิตไม่หยุดหย่อนจริงๆ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 19 'ตุ๊กตาไม้' ที่ว่างเปล่าไร้หัวใจ

    บทที่ 19บรรยากาศภายในห้องหนังสืออันกว้างขวางในยามสาย ช่างน่าอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก"เคร้ง!"เสียงวัตถุกระทบแท่นหินดังสนั่น อ๋องจวิ้นเจี๋ย กระแทกพู่กันราคาแพงในมือลงบนแท่นฝนหมึกอย่างแรงด้วยโทสะ จนน้ำหมึกสีดำสนิทสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษราชการจนเสียหายความหงุดหงิดงุ่นง่านที่สะสมมาหลายวัน เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนแตะขีดสุดประดุจลาวาที่พร้อมปะทุสายตาคมกริบตวัดมองสตรีในชุดองครักษ์สีดำทะมัดทะแมง ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆมู่หลาน ยืนหลังตรงแน่ว แผ่นหลังเหยียดตึง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ราวกับนางไม่ได้อยู่ที่นั่นหลายวันมานี้... นางทำตัวเหมือน 'ตุ๊กตาไร้จิตใจ' ไม่มีผิด!แม้แต่ยามค่ำคืน... ยามร่วมอภิรมย์บนเตียงที่เขามอบความเร่าร้อนให้ถึงเพียงไหน นางก็ตอบสนองเพียงแค่ร่างกาย... แต่ทว่าแววตาของนางกลับว่างเปล่า ล่องลอย และไร้ความรู้สึกนางยืนอยู่ข้างกายเขาแท้ๆ ... ใกล้จนสัมผัสลมหายใจได้ แต่เขากลับรู้สึกว่านางอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ราวกับนางได้ขังจิตวิญญาณของตัวเองเอาไว้ในที่ที่เขาเอื้อมมือไปไม่ถึงความห่างเหินนี้... มันช่างกวนใจเขาจนทำงานทำการไม่ได้!"ออกไ

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 18 จบแล้วสินะ... หน้าที่ของยาถอนพิษในคืนนี้

    บทที่ 18มู่หลานก้าวเท้าเดินออกมาจากเรือนไม้หลังเล็กอย่างเชื่องช้า... ราวกับวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่างทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนทางเดินหินขรุขระ ช่างหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วพันชั่งมาถ่วงขาเอาไว้ สมองของนางเอาแต่วนเวียนคิดถึงคำพูดของซูเจิน และความลับสวรรค์ที่นางเพิ่งได้รับรู้มาหมาดๆนางพยายามจะแค่นหัวเราะออกมา... พยายามคิดเสียว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขัน เป็นพล็อตนิยายแฟนตาซีสุดเพี้ยนที่นางบังเอิญหลุดเข้ามาเจอแต่ทว่า... ภายในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกเจ็บแปลบ ราวกับมีเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทงความจริงที่ตีแสกหน้าทำให้นางตาสว่างวาบ...สิ่งที่ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ปฏิบัติต่อนางมาโดยตลอด... ความหวงแหนที่แสดงออก... ความเอาใจใส่ในยามเจ็บป่วย... หรือแม้แต่อ้อมกอดที่อบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่นั้น...ทั้งหมดทั้งมวล... มิใช่เพราะความรัก หรือความพิศวาสในตัวนางแต่อย่างใดมันเป็นเพียงเพราะ 'ผลประโยชน์' ล้วนๆเขาแค่ต้องการร่างกายของนางเพื่อรักษาพิษร้ายของตนเอง... นางเป็นเพียง 'ยาถอนพิษที่มีชีวิต' ที่เขาจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ทิ้งขว้างไม่ได้... ก็เท่านั้นเอง"โง่จริงมู่หลาน... เธอนี่มันโง่บัดซบ"นางพึมพำด่าทอตัวเองด้วยความสมเ

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 17 ผู้ที่พ่ายแพ้ในกระดานนี้ ก็ยังคงเป็นนางอยู่ดี!

    บทที่ 17เงาร่างสูงใหญ่ของ มั่วเหยียน ยืนนิ่งสงบจนแทบจะกลืนไปกับความมืดมิดของรัตติกาล ที่ระเบียงด้านนอกเรือนไม้หลังเล็ก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและสม่ำเสมอจนแทบจับสัมผัสไม่ได้บทสนทนาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและคำสัตย์สาบานระหว่างสตรีสองนางในห้อง ลอดผ่านผนังไม้บางๆ เข้ามาสู่โสตประสาทของยอดฝีมือเช่นเขาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ...ทุกประโยคที่พวกนางเอื้อนเอ่ย... ปราศจากแผนการร้าย... ไร้ซึ่งความอาฆาตมาดร้ายต่อนายเหนือหัว...มีเพียงความรัก ความผูกพันอันลึกซึ้ง และคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นว่า 'จะอยู่และตายพร้อมกัน'หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งแกร่งดุจศิลา จากการกรำศึกและฆ่าฟันผู้คนมาครึ่งค่อนชีวิต กลับรู้สึกสั่นไหวอย่างประหลาดความภักดีที่ยอมแลกด้วยชีวิต... ช่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและน่าสะเทือนใจนักในยุทธภพที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลังมั่วเหยียนหลับตาลงชั่วครู่ ขับไล่ความรู้สึกอ่อนไหวที่ไม่ควรมีทิ้งไป ก่อนจะเร้นกายหายวับไปในความมืด มุ่งหน้าสู่ห้องทรงอักษรเพื่อรายงานนายเหนือหัวภายในห้องหนังสืออันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเปลวเทียนปะทุเบาๆอ๋องจวิ้นเจี๋ย นั่งฟังรายงานจากหัวหน้าองครักษ์คนสนิทด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 16 ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีก

    บทที่ 16ณ เรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวอยู่บริเวณท้ายจวนอ๋อง...บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด วังเวง ทว่าแฝงไปด้วยความตึงเครียดเข้มข้นจากบรรดา 'องครักษ์เงา' ฝีมือฉกาจนับสิบชีวิตที่ซ่อนเร้นกายอยู่ตามมุมมืดและแมกไม้ คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยดุจตาข่ายฟ้าที่ไม่มีวันยอมให้มดสักตัวเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้มั่วเหยียน วางร่างที่ไร้สติของ ซูเจิน ลงบนเตียงตั่งอย่างระมัดระวังตามบัญชาของท่านอ๋อง ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกบ่าวรับใช้หญิงเข้ามาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และเช็ดตัวให้แก่นาง เพื่อชำระล้างคราบโลหิตและฝุ่นโคลนจากการต่อสู้เสี่ยงตายเมื่อครู่เวลาผ่านไปชั่วก้านธูปมอดไหม้...เมื่อสาวใช้จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน มั่วเหยียนจึงก้าวเท้าหนักแน่นกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิท ยืนกอดอกพิงเสาไม้ต้นใหญ่ที่มุมห้อง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองไปยังสตรีที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงไม่วางตาบัดนี้... คราบเพชฌฆาตเปื้อนเลือดได้เลือนหายไปจนสิ้น...หลงเหลือเพียงดรุณีน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณขาวซีดทว่านวลเนียนดุจหิมะแรกฤดู อาภรณ์สีอ่อนสะอาดตาที่สวมใส่ขั

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 15

    บทที่ 15ทันทีที่ล้อรถม้าบดเบียดกับพื้นหินหน้าจวนอ๋องจนหยุดสนิทบรรยากาศภายในจวนดูเคร่งขรึมขึ้นทันตา พ่อบ้านชราและเหล่าบ่าวไพร่ที่ตั้งแถวรอรับเสด็จต่างพากันก้มหน้ามองพื้นต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ที่กำลังประคองร่างของแม่นางมู่หลานลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอมมู่หลานก้มหน้างุด ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความขัดเขิน ยิ่งเขาแสดงออกว่าใกล้ชิดสนิทสนมกับนางต่อหน้าธารกำนัลมากเท่าไหร่ นางยิ่งวางตัวไม่ถูกมากเท่านั้น นางพยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุมของเขาเบาๆ"หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ..."นางกระซิบเสียงอ้อมแอ้ม ยอมรับตามตรงว่าการต้องมาอยู่เคียงข้างเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ ทำให้นางประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ยิ่งบางครั้งเผลอพูดจาห้วนๆ ไร้สัมมาคารวะกับเขาไปด้วยความเคยชิน แต่ก็นับว่าเป็นโชคมหาศาลที่จวิ้นเจี๋ยไม่เคยถือสาหาความจวิ้นเจี๋ยกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์... แปลกนัก ยิ่งนางพยายามผลักไสหรือขัดขืน เขากลับยิ่งอยากเอาชนะและดึงนางเข้ามาให้แนบชิดกว่าเดิมพรึ่บ!"ว้าย!"มู่หลานหลุดเสียงร้องด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงสง่าก็ช้อนร่างของนางลอยหวือขึ้นจากพื้นใน 'ท่าอุ้มเจ้าสาว'

  • เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ   บทที่ 14 รีบๆ ไปหาตัวจริงของท่านซะเถอะเจ้าค่ะท่านอ๋อง

    บทที่ 14 แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบแนวหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตของร้านรวงในเมืองหลวง สะท้อนประกายระยิบระยับล้อแสงแดดราวกับเกล็ดมังกรที่กำลังเริงระบำ นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ มู่หลาน ถูกแต่งตั้ง (แกมบังคับ) ให้ดำรงตำแหน่ง 'องครักษ์ส่วนตัว' ที่นางได้รับอนุญาตให้ออกมาเปิดหูเปิดตาเดินดูโลกภายนอก ...แม้จะต้องเดินตามหลังเขาต้อยๆ ในฐานะผู้ติดตามก็ตามเถอะ ดวงตากลมโตภายใต้หมวกสานปีกกว้างกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ 'ตลาดตงซื่อ' ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดและเจริญที่สุดในเมืองหลวงช่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่วางขายสินค้านานาพรรณ ตั้งแต่ผ้าไหมเนื้อดีจากแดนใต้ เครื่องเคลือบดินเผาลวดลายวิจิตรบรรจง เครื่องเทศที่ส่งกลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงขนมหวานนานาชนิดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าแข่งกับเสียงดนตรีเปิดหมวก ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ โอ้โห... นี่มัน สยามพารากอน เวอร์ชันจีนโบราณชัดๆ! มู่หลานลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก เมื่อเดินผ่านร้านซาลาเปาไส้หมูแดงที่ควันฉุย นางอยากจะแวะซื้อสักลูกมาประทังความหิว แต่ทว่า...

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status