FAZER LOGINมูก้ายังคงนั่งอยู่ข้างกายนาลิน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักนิ่งเฉยอยู่เสมอ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนนาลินยกมือขึ้นลูบศีรษะของเขาเบาๆ “ทำไมยิ้มแบบนั้นล่ะ” มูก้าก้มหน้าลงเล็กน้อย“ข้าดีใจ”“ดีใจเรื่องอะไร”“ดีใจที่พี่ไม่รังเกียจข้า” คำตอบนั้นทำให้นาลินชะงักไปครู่หนึ่งที่ผ่านมาเธอมัวแต่คิดว่ามูก้าเป็นเด็กซื่อ เป็นคนหัวอ่อน และขี้อาย แต่ดูเหมือนว่าในใจของเด็กหนุ่มคนนี้จะคิดมากกว่าที่เธอคาดเอาไว้“ทำไมข้าต้องรังเกียจเจ้าด้วย”“ข้าเป็นน้องเล็ก”“แล้วไง”“ข้าสู้พี่ๆ ไม่ได้” นาลินหัวเราะออกมา“ใครบอก”“ทุกคนก็พูดแบบนั้น” มูก้าตอบตามตรง ตั้งแต่เล็กจนโต เขาเป็นน้องคนสุดท้องของบ้านเสมอ จาซูเป็นผู้นำ เลอต้าเป็นคนเก่ง ใครๆ ก็มองว่ารองจากจาซูคือเลอต้า ไม่ใช่แค่อายุของเขา แต่คือความสามารถของเขาด้วย ปาโก้ก็เป็นพรานที่แข็งแรงส่วนเขา...เป็นแค่น้องเล็กที่คอยเดินตามพี่ชาย และเพราะที่เขาเป็นน้องเล็กนี่เอง ทำให้เขาไม่เคยได้ทำอะไรแบบที่พี่ๆ ทำ รวมทั้งเข้าหอกับนาลินด้วย“ข้าว่าเจ้านี่แปลกคน” นาลินเอ่ยขึ้น“แปลกยังไง”“เจ้าคิดว่าข้าจะเลือกคนจากอะไร” มูก้านิ่งไป“ความเก่ง?”“ข้าจะ
จาซู เลอต้า และปาโก้ออกเดินทางเข้าป่าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เหลือเพียงมูก้าคนเดียวที่อยู่บ้าน นาลินนั่งมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่กำลังผ่าฟืนอยู่หน้ากระท่อมด้วยสายตาครุ่นคิดงแต่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ผู้ชายสามคนแรกต่างตกเป็นเหยื่อเสน่ห์ของเธอไปหมดแล้ว เหลือเพียงคนเดียว มูก้า น้องชายคนเล็กของบ้านคนที่เงียบที่สุด ซื่อที่สุด และหลบหน้าเธอมากที่สุด ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ เขาจะรีบหันหน้าหนี ทุกครั้งที่เธอแตะตัว เขาจะตัวแข็งเหมือนกวางน้อย จนบางครั้งนาลินยังอดสงสัยไม่ได้ว่า มูก้ากลัวเธอ หรือกำลังพยายามอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่กันแน่"เจ้าจะผ่าฟืนทั้งวันเลยหรือ" มูก้าชะงัก ก่อนหันมาตอบ"ใช่ พี่ใหญ่สั่งไว้""แต่วันนี้พี่ใหญ่ไม่อยู่""แต่ข้าต้องทำตามคำสั่งของพี่ใหญ่" นาลินแอบหัวเราะในความซื่อของหนุ่มน้อย ยิ่งเห็นท่าทางซื่อๆ แบบนี้ เธอก็ยิ่งนึกสนุกหลังจากนั้นทั้งวัน นาลินพยายามหาเรื่องชวนคุย ชวนทำงานด้วย ชวนไปตักน้ำ ชวนเข้าครัว แต่มูก้าก็ยังคงรักษาระยะห่างอยู่เสมอ “ข้าหิวแล้ว เจ้าหาอะไรให้ข้ากินหน่อยสิมูก้า” หญิงสาวเดินเข้าไปออดอ้อน มูก้าหน้าแดงด้วยความเขินอาย แต่ก็ยอมเดินเข้าครัวไปตามคำขอขอ
เช้าวันต่อมา หมู่บ้านคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นวันแต่งงานของอาจู เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับจาซู ส่วนจาซูและเลอต้านั้น พวกเขากลับมาจากการดื่มเหล้าตั้งแต่เมื่อคืนด้วยสภาพเมาพอสมควร ทำให้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่นาลินหายไปกับปาโก้แต่ถึงจะเมาหนักแค่ไหน เขาก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาแต่งตัวเพื่อพาเมียรักของบ้านออกไปร่วมงานเฉลิมฉลองตามคำเชิญชวนแจมในร่างของนาลินยืนส่องกระจกเงาบานเก่าในห้อง พลางจัดแจงเครื่องแต่งกายของตัวเองอย่างพิถีพิถัน เดิมทีนาลินคนเก่าแม้จะเป็นคนสวยล่มเมืองอยู่แล้ว แต่กลับไม่ชอบแต่งเนื้อแต่งตัว ปล่อยให้ตัวเองดูจืดชืดไปวันๆ แต่สำหรับแจมผู้เป็นตัวแม่และสาวเทสดีจากอีกโลก มีหรือที่เธอจะยอมปล่อยให้ตัวเองโทรมถึงแม้เสื้อผ้าในตู้จะมีเพียงชุดผ้าฝ้ายสีเข้มทรงโบราณของคนในชนเผ่า แต่เธอก็เลือกหยิบชิ้นที่ขับผิวให้ขาวผุดผ่องออกมาสวมใส่ นาลินนำผ้ามาพันรัดเรือนร่างเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้บั้นท้ายงอนงามและสะโพกผายเด่นชัด เสื้อตัวสั้นเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบและเอวคอดกิ่ว ทรวงอกอวบอัดขนาดใหญ่ดันรัดจนเห็นร่องอกลึกเย้ายวนตา เครื่องประดับลูกปัดหินและเงินถูกนำมาเลือกแมตช์เข้าชุดกันอย่างลงตัว ใบหน้าหวานถ
หลังจากเสร็จบทรักร้อนแรงที่ลำธาร ปาโก้ก็พานาลินเดินกลับมาที่กระท่อมด้วยท่าทางเชื่องซึมเหมือนลูกแมว มือหนาหยาบกร้านยังคงคอยประคองเอวบางของเธอไว้ไม่ห่าง แววตาของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวเมียรุ่นพี่อย่างปิดไม่มิดเมื่อมาถึงบ้าน นาลินกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่าบ้านหลังย่อมที่เป็นรังรักของเธอกับสามีทั้งสี่คนยังเงียบอยู่ น่าจะไม่มีใครอยู่เลยสักคน จาซูพี่ใหญ่คงยังไม่กลับมาจากบ้านอาจูที่ไปช่วยล้มหมู “เลอต้ากับมูก้าไปกับพี่จาซูด้วยเหรอ” เธอหันไปถามปาโก้ เขาพยักหน้ารับ“แปลว่าจริงๆ แล้วเจ้าก็ต้องไปด้วยงั้นสิ?”“ก็...”“เอาเถอะๆ เอาไว้ถ้าพี่จาซูกลับมาแล้ว ข้าจะช่วยพูดกับเขาให้ ว่าข้าขอให้เจ้าพาไปเก็บผลไม้กับผักป่าพวกนี้”“พี่ซูจะรู้เรื่องที่เรา....”“ไปเอากันในป่าน่ะเหรอ” ปาโก้ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย แต่หญิงสาวกลับยิ้มกริ่มอย่างพอใจ“ไม่รู้หรอกน่า ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะก็สิ้นเรื่อง อย่าระแวง อย่าร้อนตัว” นาลินเดินนำเข้าไปในบ้าน กวาดสายตาสอดส่องดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่มีใครอยู่จริงๆก่อนที่เธอจะหันกลับมามองปาโก้ ที่กำลังยืนหน้าแดงลนลานทำตัวไม่ถูก แจมในร่างใหม่ที่รักสนุกเป็นทุ
ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนปาโก้หายใจติดขัด ลิ้นหนาละเลงเลียความฉ่ำหวานของเนื้อสาวอย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นมา นาลินจิกนิ้วลงบนกลุ่มผมของเด็กหนุ่มพลางแอ่นสะโพกรับสัมผัสร้อนแรงอย่างถึงใจ เสียงครางกระเส่าของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ยิ่งกระตุ้นให้เด็กหนุ่มอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว“อ๊า...ปาโก้ ซี้ด...ตรงนั้นแหละจ่ะ”ปาโก้เงยหน้าขึ้นมา นัยน์ตาของเขาเยิ้มฉ่ำและแดงก่ำด้วยแรงตัณหา ลมหายใจหอบกระชั้นชิดจนอกแกร่งขยับขึ้นลง นาลินไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เธอประคองร่างของเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน ก่อนที่เธอจะขยับตัวนอนหงายราบลงบนโขดหินก้อนใหญ่ อ้าขาเรียวขานวลรับความต้องการอย่างเปิดเผย“พี่นาลิน...ข้า...ข้าทนไม่ไหวแล้ว” ปาโก้พูดเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความหิวกระหาย“ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทนสิจ๊ะ เข้ามาเลย...ผัวตัวน้อยของข้า” นาลินส่งสายตาฉ่ำปรือยั่วยวนชวนฝันเด็กหนุ่มสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาจับแก่นกายที่พองขยายใหญ่โตเต็มที่จ่อเข้าที่ใจกลางความเป็นสาวของเธอ “อูยยย....” สัมผัสแรกที่หัวเห็ดอุ่นร้อนแตะต้องความฉ่ำเยิ้มทำให้ปาโก้สะดุ้งครางออกมาด้วยความเสียวหนึบตรงท้องน้อย เขาค่อยๆ กดกระแทกคว
ปาโก้พานาลินเดินลัดเลาะไปตามชายป่า เส้นทางนี้เขามักจะไปเก็บผักป่าและผลไม้ป่าอยู่เป็นประจำ“แน่ใจนะว่าพี่ชายเจ้าจะไม่ตามมา” นาลินโกรธจาซูมาก เรื่องที่เขาเข้าข้างเนลี ไม่ใช่เพราะเธอคิดพิสวาสอะไรเขาหรอก แต่เพราะมันทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า และเสียอำนาจ“ไม่ตามมาหรอก ท่านพี่ต้องรีบไปช่วยบ้านอาจูล้มหมู ที่ท่านพี่ตามมาเจอท่าน เพราะข้าเป็นคนวิ่งไปบอกเอง ว่าพี่นาลินตีกับเนลี”“แล้วเราจะเดินไปอีกไกลไหม ข้าเริ่มเหนื่อยแล้วนะ” หญิงสาวเริ่มบ่น ถึงเธอจะอยากออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเดินออกมาไกลขนาดนี้“พี่นาลินบอกว่าอยากไปตรงที่ไม่มีคนไม่ใช่หรือ”“ก็ใช่ แต่นี่มันก็ไกลมากแล้วนะ”“อีกไม่ไกลแล้ว ตรงนั้นมีผลไม้ที่พี่จาซูชอบ ถ้าเราเก็บกลับไปด้วย เราจะได้ไม่ถูกตำหนิที่วันนี้ข้าพาพี่เข้าป่ามาตามลำพัง” นาลินกรอกตาอย่างหงุดหงิด แค่เข้าป่ามาสองคนก็ไม่ได้หรือไงไม่นานตามที่ปาโก้ว่า พวกเขาทั้งสองคนก็เดินมาถึงลำธารขนาดกลางที่ทอดผ่านป่าใหญ่ รอบๆ มีต้นไม้ที่มีผลอร่อยเป็นของชอบของจาซูขึ้นกระจายทั่วบริเวณ“พี่นาลินนั่งพักก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าไปตักน้ำให้ แล้วข้าจะไปเก็บผลไม้กับผักแถวๆ นี้ก่อน” ปาโก้พูดก่อ
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง? พี่เชื่อมันงั้นรึ?” นาลินโวยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อจาซูหันมาถามเธอแบบนั้น“ข้าพูดตามที่เห็น” จาซูตอบอ้อมแอ้ม“อ๋อ...ก็ใช่น่ะสิ พี่กับมันเคยรักกันมาก่อน จะเข้าข้างกันก็คงไม่แปลกหรอก” นาลินพูดประชดประชัน“อย่ามาพูดแบบนี้นะนาลิน ข้าเห็นแบบไหน ข้าก็พูดแบบนั้น ดูสภาพเจ้ากับสภาพเน
แจมในร่างของนาลินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเพลียเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นกว่าวันแรกมาก วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเพื่อสำรวจลู่ทางและดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียหน่อย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็อยู่แต่ในกระท่อมบำเรอความสุขให้ผัวทั้งสองคนจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันห
หลังจากคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว แจมในร่างของนาลินก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามปกติในชนเผ่าโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกเลย และเธอก็พบว่าชีวิตใหม่ในร่างนี้มันช่างสบายเสียจริงๆเพราะจารีตของตระกูลนี้กำหนดไว้ว่า สตรีที่เป็นเมียร่วมของสี่พี่น้อง ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใสอย่างดีที่สุด ผัวทั้งสี่คนเ
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุ







