Beranda / วาย / เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ / บทที่4เด็กๆช่างรู้ความนัก

Share

บทที่4เด็กๆช่างรู้ความนัก

Penulis: saengram
last update Tanggal publikasi: 2025-04-11 21:31:45

เช้านี้ซีเจียงตื่นมารับรู้ได้ว่าภายนอกมิติวิเศษฝนกำลังตกหนัก 

แม้พวกเขาจะยังอยู่ในมิติแห่งนี้แต่ทุกความเคลื่อนไหวด้านนอกเขาได้ยินและรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ในมิติวิเศษมีกลางวันกลางคืนไม่ต่างกัน แต่บรรยากาศในนี้ไม่เหมือนบรรยากาศภายนอกแต่อย่างใด ด้านนอกตอนนี้ฝนกำลังตกหนักมากส่วนในมิติแห่งนี้กลับบรรยากาศดีมีลมพัดแผ่วเบาไม่ร้อนอบอ้าวและไม่หนาวจนเกินไป

เมื่อคืนพวกเขาสามคนพี่น้องได้แยกกันนอนคนละห้องเป็นครั้งแรก หลังอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จซีเจียงจึงออกมาเข้าครัวเพื่อทำอาหารเช้าให้น้องๆทาน

มื้อเย็นเมื่อวานเด็กๆตื่นเต้นกันมากเมื่อเห็นอาหารที่เขาทำ ยิ่งได้ทานข้าวหอมมะลิเต็มเม็ดเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนเด็กฝาแฝดทั้งสองคนพากันน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว เพราะที่ผ่านมาป้าสะใภ้ให้ข้าวสารพวกเขาเพียงวันละกำมือ เด็กๆจึงนำข้าวมาต้มเพื่อจะได้ทานกันพอทั้งสามคนพี่น้อง จากที่น้องสาวเล่าให้ฟังซีเจียงยอมรับว่าโกรธป้าสะใภ้มาก 

ข้าวสารหนึ่งกำมือกับผักหนึ่งกอเด็กสามคนจะทานกันอิ่มได้อย่างไร แค่คิดก็ปวดใจ เป็นป้าสะใภ้ที่ใจร้ายใจดำเป็นที่สุด

เด็กๆเคยคิดจะนำความไปบอกท่านย่าหลายครั้งแต่ไม่กล้า เพราะป้าสะใภ้ขู่ว่าหากเรื่องนี้รู้ถึงหูคนอื่นพวกเขาก็จะไม่มีข้าวสารให้กิน เพราะตอนนี้หน้าที่ดูแลบ้านคือป้าสะใภ้ หากนางไม่ให้พวกเขาสามคนก็จะอดตาย เด็กๆจึงยอมทำงานบ้านเพื่อแลกกับข้าวสารหนึ่งกำมือตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

แต่โชคยังดีที่มีคนใจบุญแอบนำอาหารมาให้เด็กๆอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เห็นอาหลงเล่าว่าชายคนนั้นเป็นพรานป่าอยู่ท้ายหมู่บ้าน หากไม่ได้คนผู้นี้คอยส่งอาหารให้ทานอยู่บ้างพวกเขาสามพี่น้องคงอดตายกันไปแล้วจริงๆ

ซีเจียงอดทอดถอนใจในความน่าเวทนาของสามคนพี่น้องไม่ได้ เสียพ่อแม่ไปพร้อมกันยังถูกป้าสะใภ้รังแกอีก หากตอนนี้ตัวเขาไม่มีของวิเศษป่านนี้เขาก็คงทำได้เพียงหาปลาในลำธารย่างให้น้องๆทานอยู่เป็นแน่ ยิ่งด้านนอกฝนตกหนักเช่นนี้บอกเลยว่ากระต๊อบไม้ไผ่ก็คงกันฝนไว้ไม่อยู่หรอก ไม่อดตายก็อาจจะป่วยตาย แค่คิดถึงสภาพซีเจียงก็อดกล่าวของคุณชายชราช้ำๆไม่ได้ที่ท่านมอบของวิเศษให้ติดกายมาด้วย

ก่อนจะนอนเมื่อคืนซีเจียงเดินสำรวจทั้งในบ้านและนอกบ้านพอสมควรแล้ว สวนผลไม้ทุกต้นมีผลสุกออกเต็มต้นไปหมด มีทั้งผลไม้ที่เขารู้จักและไม่รู้จัก ลองเด็ดผลออกจากต้นดูก็ปรากฏว่าจะมีผลสุกออกมาแทนที่ทันที

จากที่สำรวจดูแล้วมิติแห่งนี้ไม่ว่าเราจะใช้อะไรไปก็จะมีของใหม่มาทดแทนเสมอ ตั้งแต่ของใช้ สิ่งของในบ้าน แม้กระทั่ง ผัก ผลไม้ หรือสมุนไพร เอาอะไรออกมาใช้มันก็จะงอกขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง

ของในตู้เย็นเมื่อวานเขานำกุ้งและปลาหมึงออกมาทำอาหารวันนี้ทุกอย่างกลับมาอยู่ครบจำนวนดังเดิม

ซีเจียงยิ้มดีใจกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้พบเจอ หากจะอยู่ในมิติแห่งนี้ไปตลอดก็สามารถทำได้ แต่เขากลัวว่าคนอื่นๆจะสงสัยที่อยู่ๆพวกเขาสามคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

อย่างไรพวกเขาก็ต้องออกไปใช้ชีวิตด้านนอก พยายามหาเงินให้เยอะๆจะได้มีเงินไปซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง มีบ้านเป็นของตัวเองไม่ต้องรวยมากแค่เด็กๆไม่ต้องลำบากอีกเป็นพอ

มื้อเช้าวันนี้ซีเจียงทำต้มจืดส่าหร่ายหมูสับ ไข่เจียวหอมๆทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆให้น้องๆทาน ทั้งตัวเขาและเด็กๆต้องบำรุงร่างกายกันอีกเยอะ เพราะแต่ละคนมีสภาพไม่ต่างจากคนขาดสารอาหารเลยสักนิด

" หอมจังเลยเจ้าค่ะพี่ซีเจียง "

ได้ยินเสียงน้องสาวซีเจียงก็หันไปส่งยิ้มให้นางทันที เด็กมอมแมมที่เจอเมื่อวานตอนนี้ฝาแฝดชายหญิงทั้งสองคนดูสะอาดสะอ้านมีเคล้าความหล่อเหลาและความงดงามอย่างชัดเจนทีเดียว

" นี่เขาเรียกว่าอะไรหรือขอรับ "

ซีหลงใช้ตะเกียบคีบสาหร่ายขึ้นมาแล้วเอ่ยถามพี่ชายอย่างใคร่รู้

" เขาเรียกว่าสาหร่ายน่ะ ลองทานดูสิว่าพวกเจ้าชอบหรือไม่ "

ซีหลินเป็นคนตักแกงจืดสาหร่ายหมูสับแบ่งใส่ถ้วยทั้งหมดสามถ้วยสำหรับสามคน ในขณะที่น้องๆตักแกงจืดสาหร่ายทานซีเจียงก็เป็นคนตักข้าวใส่ถ้วยให้น้องไปด้วย ถึงอย่างไรการทานอาหารพวกเขาก็ต้องใช้ตะเกียบเป็นหลัก แม้ลึกๆแล้วซีเจียงจะอยากใช้ช้อนตักข้าวทานก็ตามที แต่ชีวิตนี้เขาเป็นคนจีนแท้แตกต่างจากชีวิตก่อน การใช้ตะเกียบให้ชินถือเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเขามากกว่า

" อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ "

" สาหร่ายนี้แม้สีจะดำแต่อร่อยนักขอรับ "

" อร่อยก็ทานเยอะๆนะ "

เห็นน้องๆพยักหน้ารับพร้อมตักอาหารเข้าปากอย่างเป็นสุขแค่นี้คนทำก็มีความสุขไปด้วยแล้ว 

ใช้เวลาทานอาหารอยู่ครู่ใหญ่ซีหลินก็อาสารับหน้าที่นำถ้วยไปล้าง ก่อนที่พวกเขาสามคนจะพากันเดินออกมานั่งรับลมเย็นๆด้านหลังบ้านที่เป็นริมสระน้ำสีเขียวมรกตด้วยกัน

" ไม่มีปลาเลยเจ้าค่ะ "

ซีหลินกล่าวขึ้นแม้น้ำจะเป็นสีเขียวมรกตแต่กลับกระจ่างใสเห็นไปถึงพื้นชั้นล่างแต่ในน้ำกลับไม่มีปลาสักตัวเดียว

" พี่ซีเจียงคิดว่าน้ำในสระนี้จะเป็นน้ำวิเศษด้วยหรือไม่ขอรับ "

ซีหลงเองก็สงสัยจึงถามพี่ชายอีกคน 

ตอนนี้พวกเขารู้เหมือนกันว่าทุกอย่างในมิติแห่งนี้วิเศษจะใช้อะไรไปก็ไม่มีวันหมด แต่สระน้ำมรกตแห่งนี้พวกเขายังไม่รู้ว่ามันมีความวิเศษหรือไม่อย่างไรเพราะยังไม่มีใครลองพิสูจน์ดูเลย

" ไม่รู้สิ "

ซีเจียงก็ให้คำตอบน้องทั้งสองคนไม่ได้เหมือนกัน

นั่งเล่นกันอยู่ไม่นานเสียงฝนด้านนอกก็เริ่มซาลง

" เราคงต้องออกกันไปแล้วล่ะ "

ซีเจียงกล่าว

" แล้วชุดที่เราใส่อยู่ต้องเปลี่ยนหรือเปล่าเจ้าคะ "

เพราะตอนนี้ชุดที่พวกเขาใส่อยู่คือชุดใหม่เนื้อผ้าดีมาก

" คงต้องเปลี่ยนก่อนนะ ข้าไม่อยากให้คนอื่นสงสัยว่าพวกเราเอาชุดใหม่มาจากไหนโดยเฉพาะป้าสะใภ้ใจร้าย "

เด็กๆพยักหน้าเห็นด้วยทันที พวกเขาจึงแยกย้ายกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดเดิมในห้องนอนของตัวเองแล้วออกมาเจอกันตรงหน้าบ้าน

" พวกเจ้าอยากนำอะไรออกไปบ้างไหม "

ซีเจียงถาม

" ไม่ดีกว่าขอรับ ตอนนี้พวกเราไม่ควรนำของในมิติออกไปใช้ด้านนอก "

" จริงเจ้าค่ะ "

" พวกเจ้าช่างรู้ความนัก "

ซีเจียงลูบศีรษะน้องคนละทีอย่างนึกเอ็นดู เมื่อเด็กๆจับแขนเขาไว้คนละข้างเพียงซีเจียงพูดในใจว่าออกไปจากที่นี่ร่างของพวกเขาสามคนก็หายวับมาปรากฏกายอยู่หน้ากระต๊อบไม้ไผ่ดังเดิม

" ช่างแตกต่างกันมากจริงๆ "

ซีหลินอดเปรียบเทียบโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกในมิติไม่ได้เมื่อกลับออกมา

" ข้าวสารเปียกน้ำฝนหมดเลยขอรับ "

เมื่อออกมาจากมิติก็เจอข้าวสารไข่ไก่และผักที่วางไว้หน้าชาญบ้านถูกน้ำฝนเปียกหมดทุกอย่าง เมื่อวานพวกเขาลืมไปสนิทว่านำของเหล่านี้มาจากบ้านใหญ่ด้วยยังมีมันเทศอีกสามหัวที่ยังวางไว้รวมกัน

" ไม่เป็นไรข้าวสารสามารถนำไปตากแดดได้ไม่เสียหายอะไร ไข่ไก่สามฟองก็ยังอยู่ดี ผักกอนี้ก็ไม่ได้เฉามากเท่าไหร่ยังทำอาหารทานได้อยู่ส่วนมันเทศก็ไม่เป็นปัญหาวางไว้เดี๋ยวมันก็แห้ง "

ซีเจียงจัดการนำข้าวสารเทไว้ในถาดแล้วพาไปผึ่งลมไว้บนหลังคา ส่วนผักกับไข่ไก่และมันเทศก็นำใส่ตะกร้าไว้ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปสำรวจดูในบ้าน

" ฝนสาดหมอนเปียกหมดเลย "

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สามเดือนฝนไม่เคยตกมาก่อน เช้านี้จึงเป็นฝนแรกในรอบสามเดือนเลยก็ว่าได้

" ดีนะเจ้าคะที่พวกเราไม่นอนในบ้านไม้ไผ่อย่างเช่นที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นพวกเราต้องเปียกฝนแน่ๆ โชคดีที่พี่ซีเจียงหายจากอาการป่วยด้วย ไม่อย่างนั้นข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น "

ซีเจียงทำเพียงยิ้มน้อยๆเขาก็ไม่รู้จะกล่าวอะไร เพราะซีเจียงตัวจริงได้จากโลกนี้ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานตอนรุ่งสาง

หลังจากช่วยกันนำหมอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้ามาตากที่ราวตากผ้าเสร็จ พวกเขาสามคนพี่น้องก็ต้องมานั่งหารือกันต่อเรื่องจะทำทีเข้าป่าหาของป่าหรือสมุนไพรไปขายในเมือง

" จากหมู่บ้านไปในเมืองไกลมากหรือไม่อาหลง "

เพราะมีแต่ซีหลงคนเดียวที่เคยไปในเมืองกับท่านลุงซีถ่ง

" นั่งเกวียนไปใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามขอรับ "

ซีเจียงพยักหน้า หากเดินเท้าก็คงใช้เวลาเป็นหนึ่งชั่วยามแน่ๆ ไปกลับก็น่าจะสองชั่วยามโดยประมาณ

( 1 ชั่วยาม=2 ชั่วโมง )

ก็ถือว่าไกลใช้ได้อยู่ ซีเจียงคิด

" แต่พี่ซีเจียงขอรับเราสามารถจ้างเกวียนได้ "

" เจ้ารู้จักหรือ "

" รู้จักสิขอรับ ก็พี่จื่อหย่งอย่างไรเล่าขอรับ "

จื่อหย่ง คือคนที่นำอาหารมาให้น้องชายเขาอาทิตย์ละครั้งกระมังหากจำไม่ผิด

" ไหนเจ้าบอกว่าเขาเป็นพรานป่า "

" ใช่ขอรับ พี่จื่อหย่งเป็นนายพรานแต่เขาจะนำสัตว์ที่ล่ามาได้ไปขายในเมืองเกือบทุกวัน หากใครจะติดเกวียนไปด้วยก็ได้แต่ต้องจ่ายค่าเกวียน ราคาไม่แพงนะขอรับ ไปกลับเพียงสิบอีแปะเท่านั้น "

ซีเจียงพยักหน้าเข้าใจ

" เช่นนั้นเราเข้าป่ากันเถิด นี่ก็เข้ายามซื่อ(09.00-10.59)แล้ว จะได้นำสมุนไพรไปขายในเมืองกัน เจ้าว่าคนที่ชื่อจื่อหย่งจะนำสัตว์ไปขายในเวลาใดนะอาหลง "

" ยามโหย่ว(17.00-18.59)ขอรับ "

" เช่นนั้นเรามีเวลาสามชั่วยาม รีบไปกันเถิดทำทีเป็นเดินหาของป่าสักพักแล้วพี่จะรีบเข้าไปในมิตินำโสมออกมาเราจะได้พาไปขายในเมืองกัน "

จบคำพี่ชายน้องฝาแฝดรีบพยักหน้ารับและซีหลงก็ออกเดินนำทางอย่างรู้งานทันที

พวกเขาต้องเดินออกไปทางบ้านใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะพากันเดินไปถึงรั้วบ้านก็เจอเข้ากับป้าสะใภ้อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

" จะไปไหนกันน่ะ "

" พวกข้าจะไปหาของป่าทำอาหารขอรับ "

ซีเจียงเลือกที่จะตอบคำถามพร้อมจับมือน้องสาวไว้แน่น

" ก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าวสารบ้านข้า "

พวกเขาสามคนพี่น้องไม่ยืนต่อปากต่อคำแต่พากันเปิดประตูรั้วเดินออกไปแทน

" พวกเด็กเหลือขอ "

ลั่วหลันด่าทอตามหลังแต่ไม่ดังมากนักเพราะกลัวแม่สามีที่พักผ่อนอยู่ในบ้านจะได้ยิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่20 บทส่งท้าย(จบ)

    และใช่ สามีเขาดูแลดีชนิดที่ว่าตัวเขาแทบไม่ต้องหยิบจับอะไรเลยแม้แต่อาหารที่ต้องทำขายนอกจากนั่งชิมรสชาติอาหารทั้งสามเมนูที่สามีเป็นคนลงมีทำเองตั้งแต่ต้นจนจบเท่านั้นจื่อหย่งเป็นคนช่างสังเกตและเรียนรู้เร็ว ที่สำคัญทำอาหารได้เร็วกว่าเขาอีกต่างหากด้วยนี่สิ ส่วนเรื่องรสชาติแค่มีเครื่องปรุงครบทุกอย่างก็อร่อยได้ไม่ยากเลยตั้งแต่เมื่อวานที่รู้ว่าเขาท้อง ทั้งสามีทั้งน้องๆไม่ยอมให้เขาช่วยหยิบช่วยจับอะไรสักอย่าง ประคบประหงมเสียจนเขาแอบอ่อนใจ เขาแค่ท้องไงไม่ได้ป่วยหนักเสียหน่อยส่วนเรื่องจ้างคนเก็บผักเขาก็ตกลงรับเด็กๆบ้านสกุลหานทำงานเรียบร้อยแล้ว จะจ่ายค่าจ้างเป็นรายวันและจ่ายให้เท่าๆกันทุกคนด้วยแรงงานรายวันในเมืองซานหวนค่าแรงอยู่ที่วันละสามร้อยอีแปะเท่านั้น แต่เขาจ้างเด็กๆวันละห้าร้อยอีแปะและมีอาหารให้ทานครบสามมื้อ เริ่มงานวันแรกคือวันนี้ หลังจากเตรียมของทุกอย่างเสร็จพวกเขาก็พากันออกมาจากมิติ เข้าออกมิติถึงสามรอบกว่าจะนำของออกมาครบทุกอย่าง และพอเปิดประตูบ้านเด็กๆสกุลหานก็นั่งรออยู่หน้าร้านเรียบร้อยแล้วเด็กๆสกุลหานช่างรู้งานนักเมื่อเห็นจื่อหย่งยกของออกมาวางหน้าร้านพวกเขาก็รีบเข้ามาช่วยยกของกันใ

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่19 ข่าวดี

    ผลปรากฏว่าหิมะตกปีนี้ลากยาวไปถึงสองเดือนเต็มทีเดียวตลอดสองเดือนมานี้พวกเขาสี่คนช่วยกันขายอาหารทุกวัน ตอนนี้เมนูที่ขายนั้นนอกจากขนมจีนเส้นสด โจ๊กสาหร่ายแล้ว ยังมีเมนูขนมหวานอีกหนึ่งเมนูด้วยคือบัวลอยน้ำขิง เป็นสามเมนูที่ขายดิบขายดีทำเพิ่มเท่าไหร่ก็ขายหมดไม่มีเหลือตอนนี้พวกเขาเก็บเงินได้หลายแสนตำลึงทองแล้ว หากไม่นับเงินค่าสินสอดของสามีอะนะตั้งใจเอาไว้ว่าหิมะหยุดตกเมื่อไหร่ก็จะเริ่มขยับขยายที่อยู่อาศัยทันทีคืนนี้ซีเจียงจึงทำการวาดแปลนบ้านเพื่อจะให้สามีนำไปให้ช่างรับจ้างทำบ้านในวันพรุ่งนี้ ส่วนบ้านเช่าตรงนี้เขาจะปรับเปลี่ยนเป็นร้านขายอาหารเล็กๆเพราะในอนาคตเขาจะขายทั้งอาหารและผักไปพร้อมกันเลย" เจ้าจะเก่งเกินไปแล้วภรรยาข้า "จื่อหย่งที่เห็นซีเจียงวาดแปลนบ้านอดจะเอ่ยปากชมไม่ได้ คนอะไรจะเก่งไปเสียทุกเรื่องเช่นนี้ ซีเจียงยิ้มกว้างเอียงแก้มให้สามีหอมอย่างรู้งานเมื่ออีกคนโน้มหน้าลงมาใกล้ ก่อนจะเอ่ยเล่าให้ฟังว่าตรงไหนเป็นอะไรบ้าง" เรือนใหญ่จะเป็นที่พักของเราสองคนนะขอรับ ส่วนเรืองเล็กด้านซ้ายและด้านขวาจะเป็นที่พักส่วนตัวของอาหลงและหลินเอ๋อร์ พี่จื่อหย่งอยากได้เรือนอะไรเพิ่มอีกไหมขอรับข้าจะได

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่18 หิมะแรกของปี

    ผ่านพ้นวันแต่งงานพวกเขาสองคนไปเพียงหนึ่งอาทิตย์หิมะแรกของปีก็ตกลงมาจริงๆตามที่ชาวบ้านชาวเมืองคาดไว้ไม่มีผิดเพราะอากาศปีนี้หนาวเร็วกว่าทุกปีโชคดีที่พวกเขาสี่คนเข้ามาอยู่ในมิติตอนกลางคืนที่ภายนอกหิมะตกหนักพอดิบพอดี ถึงตอนกลางวันจะต้องออกไปใช้ชีวิตด้านนอกอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ความหนาวก็ยังน้อยกว่าตอนกลางคืนมากนักแม้มันจะหนาวมากๆก็ตามในความรู้สึกของซีเจียงในมิติแห่งนี้อากาศไม่ได้เหมือนกันกับโลกภายนอกพวกเขาจึงอยู่กันได้สบายโดยที่ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวขนสัตว์ให้รู้สึกอึดอัด" หิมะลงเช่นนี้เราคงต้องพักการปลูกผักไปก่อน "ซีเจียงกล่าวขึ้นในระหว่างนั่งทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน" พี่เห็นด้วยกับเจ้า "เกอน้อยยิ้มกว้างเมื่อสามีเห็นดีเห็นงามกับเขาทุกเรื่องไม่เคยเอ่ยปากขัดใจเลยสักครั้งตั้งแต่รู้จักกันจนกระทั่งแต่งงานแล้วก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" แล้วเราจะทำอะไรกันดีเจ้าคะหรือจะหยุดพักการขายของไปก่อนเลย "" หิมะตกเป็นเดือนๆหากเราไม่ขายของรายได้เราก็จะหายหมดพี่ว่าจะขายอาหารเพิ่ม อากาศหนาวๆเช่นนี้ เช้าๆต้องทานโจ๊กร้อนๆถึงจะคลายหนาวได้ดี "" ทำโจ๊กอะไรดีขอรับ "ซีหลงเอ่ยถามอีกคน" โจ๊กสาหร่ายทะเล พี่จะใ

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่17 เข้าหอ

    กว่าจะถึงบ้านเช่าก็เข้ายามเว่ย(13.00-14.59)พอดีตอนนี้ซีเจียงยังทำอะไรไม่ได้นักเพราะยังอยู่ในชุดแต่งงานที่สำคัญมีผ้าปิดหน้าที่ยังถอดออกไม่ได้จื่อหย่งและน้องๆจึงช่วยกันขนสินสอดและสินเดิมเข้าไปเก็บไว้ในบ้านเช่า เมื่อขนทุกอย่างลงจากเกวียนจนหมดจื่อหย่งจึงถอดเกวียนไปเก็บก่อนจะพาม้าหนุ่มไปผูกไว้กับรั้วข้างบ้านแล้วเดินเข้ามานั่งในบ้านข้างๆภรรยา" พี่จื่อหย่งขอรับ "ซีเจียงได้ปรึกษากับน้องๆแล้วว่าหาเขากับจื่อหย่งแต่งงานกันเขาจะบอกเรื่องมิติวิเศษให้อีกฝ่ายรับทราบเพราะการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งสิบสองชั่วยามเขาไม่สามารถปิดบังคนรักได้เพราะถึงอย่างไรตอนกลางคืนพวกเขาก็จะเข้าไปนอนในมิติอยู่ดี สู้บอกกล่าวเสียตั้งแต่วันแรกที่ใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันเลยจะดีกว่า" ว่าอย่างไรหรือ "" คือข้า มีความลับจะบอกท่าน "จื่อหย่งมองสีหน้าจริงจังของสามพี่น้องก็ทำเอาเขาต้องตั้งใจฟังอย่างจริงจังไปด้วยไม่ได้" ว่าอย่างไรเล่า "" คือข้ามี มิติวิเศษขอรับ "" เจ้าก็มีแหวนมิติเช่นกันหรือ "จื่อหย่งเลิกคิ้วถามอย่างตื่นเต้นระคนยินดีนัก" ไม่ใช่แหวนขอรับ แต่เป็นกำไลมิติ "ซีเจียงยกมือข้างที่สวมกำไลให้สามีดู แล้วก็ต้อ

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่16 พิธีกราบไหว้ฟ้าดิน

    การแต่งงานครานี้ซีเจียงอยากให้จัดแบบเล็กๆไม่ต้องมีขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้เปลืองเงินเปลืองทอง สินสอดก็ไม่ต้องมากมายอะไร จัดเพียงพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและลงลายมือชื่อเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมืองก็พอแล้วแต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่ว่าจะได้ดั่งใจขนาดนั้น แม้ซีเจียงจะไม่มีบิดามารดาแต่ยังมีท่านปู่ท่านย่า อย่างไรการจัดงานแต่งงานเขาก็ต้องไปจัดที่บ้านใหญ่สกุลซีอยู่ดี เรื่องนี้ท่านลุงซีถ่งมารับพวกเขาสามคนพี่น้องกลับไปคุยกันที่บ้านใหญ่สกุลซีทีเดียวนี่จึงถือเป็นการปิดร้านครั้งแรกที่ทำการค้าขายมาเลยก็ว่าได้" พี่จื่อหย่งและข้าต่างก็ไม่มีบิดามารดา ข้าไม่อยากจัดงานแต่งให้มันยุ่งยากขอรับท่านปู่ท่านย่า "ซีเจียงกล่าวความคิดของตัวเองออกมาตามตรง " เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่าปู่กับย่าตามใจเจ้า "" ขอบคุณมากขอรับ "ซีเจียงขอบคุณท่านปู่ท่านย่าจริงๆที่ไม่บังคับอะไรเขาเลย" เรื่องสินสอดเจ้าก็ไม่ต้องแบ่งให้บ้านใหญ่ เก็บไว้เป็นทุนในอนาคต "จบคำแม่สามีลั่วหลันอยากกรีดร้องออกมาใจแทบขาด เท่ากับบ้านใหญ่สกุลซีจัดงานแต่งให้มันฟรีๆเช่นนั้นหรือ ซีเจียงเห็นกิริยาป้าสะใภ้ทุกอย่างแต่เลือกที่จะไม่พูดอะไร นางคงไม่พอใจ

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่15 พูดคุยเรื่องแต่งงาน

    นางลั่วหลันออกมาดักรอพรานหนุ่มอยู่หลายวันก็ไม่เจอ นางจึงเดินไปท้ายหมู่บ้านถามไถ่คนบ้านใกล้เรือนเคียงจึงได้ทราบว่าเจ้าพรานกำพร้านั่นจะออกไปเมืองซานหวนตั้งแต่รุ่งสางและกลับเข้าบ้านในตอนตะวันตกดินไปแล้วทุกวัน ที่สำคัญเจ้าจื่อหย่งก็ไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์มานานสามเดือนกว่าแล้วด้วยเป็นแบบนี้ชัดเลย ไอ้เด็กเกอนั้นต้องเลี้ยงดูบุรุษเป็นแน่ ช่างน่าอับอายยิ่งนักลั่วหลันคิดในใจอย่างนึกรังเกียจเดียดฉันผ่านไปอีกสองสามวันในที่สุดนางลั่วหลันก็ดักเจอจื่อหย่งจนได้ในตอนที่ชายหนุ่มขับเกวียนเข้าหมู่บ้านผ่านหน้าบ้านสกุลซีพอดี" หยุดก่อน "จื่อหย่งหยุดเกวียนมองนางลั่วหลันนิ่งก่อนเอ่ยถาม" มีอะไรกับข้าหรือขอรับ "" ข้าน่ะไม่มี แต่พ่อแม่สามีข้าต้องการคุยกับเจ้า "พูดจบทำหน้าสะใจมองเด็กรุ่นลูกด้วยแววตาสมน้ำหน้าอยู่ในที ตอนนี้สามีนางก็รู้เรื่องแล้วแม้จะไม่พูดอะไรแต่ดูจากแววตาซีถ่งก็คงไม่สบายใจในเรื่องนี้นัก เพราะการอยู่กินก่อนแต่งงานเป็นการทำให้ชื่อเสียงของสกุลเสียหายส่วนเรื่องที่นางได้เงินค่าเช่าบ้านจากเด็กๆกลับคืนมานางเลือกที่จะไม่บอกสามี นางจะเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่นางอยากได้แทน ก็ซีถ่งยึดค่าใช้จ่ายในบ้

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่6 แก้เผ็ดป้าสะใภ้

    สรุปน้องน้อยฝาแฝดของเขาไม่ได้ต้องการสิ่งใด เพียงแต่พวกเขาสามคนพี่น้องพากันเดินชมตลาดในเมืองซานหวนกันอย่างตื่นตาตื่นใจและแวะทานอาหารดังๆกันเท่านั้น" หากเราได้ย้ายออกมาอยู่ในเมืองคงดีนะขอรับ "ซีหลงกล่าวออกมาตามที่คิด ในเมืองซานหวนช่างดูคึกคักนัก หากได้มีบ้านในเมืองพวกเขาคงมีความสุขน่าดู" นั้นสิเจ้

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่5 โสมอายุร้อยยี่สิบปี

    เป็นครั้งแรกที่ซีเจียงได้ออกมาเห็นความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านหมู่บ้านนี้มีชื่อว่า หมู่บ้านซูไฉ เมืองซานหวน หนึ่งในเขตปกครองของแคว้นจ้าว ชาวบ้านดำรงอาชีพทำนาปลูกผักเป็นส่วนใหญ่ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่สองร้อยหลังคาเรือนเห็นจะได้กระมังระหว่างทางที่เดินไปชายป่าหลังหมู่บ้าน มีชาวบ้านห

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่3มิติวิเศษ

    " พี่ซีเจียงวางมีดพร้าลงก่อนเจ้าค่ะข้ามีเข็ม "ซีหลินรีบวิ่งเข้าไปเอากระปุกใส่เข็มและด้ายออกมายื่นให้พี่ชายอย่างเร่งรีบ นางกลัวจริงๆ กลัวว่าพี่ซีเจียงจะใช้มีดพร้าบาดนิ้วตัวเอง กลัวว่าแทนที่จะได้เลือดเพียงหยดเดียวกลายเป็นเลือดที่ไหลไม่หยุดพร้อมนิ้วขาดไปหนึ่งนิ้วด้วยนี่สิ มีดพร้าเล่มนี้คมน้อยเสียที่ไ

  • เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ    บทที่2ป้าสะใภ้ใจร้าย

    ลั่วหลันเชิดหน้ามองซีเจียงอย่างไม่พอใจเช่นกัน" ก็อย่างที่เจ้าได้ยิน อยู่ที่นี่ต้องช่วยทำงานบ้านจะมากินฟรีอยู่ฟรีๆ ได้เช่นไรกันข้าไม่ยอมหรอก "" แล้วท่านลุงรู้เรื่องหรือไม่ขอรับว่าท่านใช้งานน้องๆ ข้าแลกกับเศษข้าว "ลั่วหลันตวัดตามองสามพี่น้องหลานๆ ของสามีอย่างไม่พอใจระคนรังเกียจ" เรื่องงานบ้านลุงเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status