Share

บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (2/5)

last update Last Updated: 2026-03-10 22:35:26

             ซือซินใช้เวลาต้มยาเกือบครึ่งชั่วยามก่อนจะยกชามยาและสมุนไพรที่ใช้ทำแผลไปที่ห้องในเรือนปีกขวา

            นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองสำรับที่วางอยู่บนโต๊ะเพียงชั่วครู่ เมื่อเห็นอาหารที่นางทำหมดเกลี้ยง ชามข้าวไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว นางจึงยกยิ้มเล็กน้อยคล้ายพอใจ

            ‘ดีที่กินง่าย เช่นนี้ค่อยน่าดูแลหน่อย’ หากคนผู้นี้ทำตัวเรื่องมาก นางคงทนไม่ไหวพากลับไปทิ้งที่เดิมเป็นแน่

            “กินยาก่อนเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะทำแผลให้ท่าน”

            “ยาหรือ” เขาเอ่ยถามพลางนิ่วหน้าเล็กน้อยคล้ายไม่ชอบใจ

            “บุรุษตัวโตเช่นท่านคงไม่ได้กลัวการกินยาเช่นเด็กน้อยใช่หรือไม่” นางกล่าวพลางยกยิ้มมุมปากคล้ายรู้ทัน

            “ข้าเพียงเอ่ยถามย้ำ หาได้คิดหลีกหนีการกินยาไม่” กล่าวจบก็รับถ้วยยาที่นางส่งให้อย่างรวดเร็ว

            “ยาก็ไม่ร้อนมากแล้ว หากท่านไม่ได้คิดหลีกหนีการกินยาเช่นเด็กน้อยก็รีบดื่มให้หมดเถิด” สิ้นเสียงกล่าวของนางบุรุษที่นั่งอยู่บนเตียงก็รีบยกชามยาขึ้นดื่มจนหมดในคราวเดียว

            “เห็นหรือไม่ ข้าหาได้กลัวการกินยาไม่” เขากล่าวพลางคว่ำชามให้นางดูคล้ายไม่ยอมโดนเด็กน้อยปรามาส

            “เจ้าค่ะ พี่ชายท่านเก่งกาจยิ่ง” ซือซินแกล้งชมเชยเขา ท่าทางคล้ายเด็กน้อยของคนตรงหน้าทำให้นางนึกอยากหัวเราะเสียจริง

            “แล้วยาอีกชามนั่นเล่า”

            “อ๋อ! ของข้าเองเจ้าค่ะ เมื่อวานข้าแบกท่านฝ่าฝนกลับเรือนจึงเป็นหวัดเล็กน้อย” กล่าวจบนางก็หมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อเอาชามยาของเขาไปวางแล้วเปลี่ยนมายกชามยาแก้หวัดขึ้นดื่มรวดเดียวหมดเช่นกัน

            ‘อ่า...ขมยิ่งนัก’ นางคิดก่อนจะเอาน้ำตาลก้อนโยนใส่ปากปิดท้าย ความหวานจากน้ำตาลก้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วปากทำให้นางนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะมันหวานเกินไป หลังจากนี้คงต้องหาเวลาทำบ๊วยหวานเอาไว้กินเสียแล้ว

            “เจ้าก็ไม่ชอบกินยาขมใช่หรือไม่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงการล้อเลียน

            “เจ้าค่ะ มีเด็กที่ใดบ้างชอบกินยาขม”

            ‘แท้จริงเป็นข้าที่ตกหลุมพรางการหลอกล่อของนาง’ มุมปากของเขาแต่งแต้มรอยยิ้มบาง

            “ท่านนอนลงได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าจะใส่ยาให้ท่าน”

            “อืม” เขาตอบรับก่อนจะทำตามที่นางบอกอย่างว่าง่าย

            ซือซินยกสมุนไพรรักษาแผลมาวางที่ขอบเตียงก่อนจะรวบผ้าห่มที่ห่มกายเขาให้ลงไปกองที่เอว ดวงตาดอกท้อจับจ้องบาดแผลบนตัวเขาอย่างพิจารณา

            ‘เหตุใดแม่นางน้อยที่ฉลาดและเก่งกาจผู้นี้ ถึงอาศัยอยู่ที่นี่ตามลำพัง’ เขาลอบมองนางด้วยความสงสัย

            “หากเจ็บ ก็ให้อดทนนะเจ้าคะ อย่าได้ส่งเสียงดัง ประเดี๋ยวข้าตกใจมือไม้พันกันจะพานทำให้ท่านเจ็บกว่าเดิม” นางกล่าวพลางเริ่มลงมือทำแผลให้เขา

            “ขอบคุณเจ้าที่ช่วยชีวิตข้า ข้าแซ่หาน นามซือเหยียน” แม้จะยังไม่ได้เข้าพิธีสวมกวานแต่เขามั่นใจว่านางจะต้องเคยได้ยินเสียงเล่าลือถึงความรูปงามของเขา

            “อ๋อ! อืม” นางตอบรับสั้น ๆ ไม่ได้มีท่าทางตื่นเต้นหรือตกใจอันใด

            “เจ้าเล่า มีชื่อแซ่อันใด”

            “ข้าไม่มีแซ่ แต่ตาเฒ่าที่เคยเก็บข้ามารักษาเขาเรียกข้าว่าซือซิน” แท้จริงเป็นนามที่ติดอยู่ในความทรงจำของร่างนี้

            “แล้วตาเฒ่าที่เจ้าว่าเขาไปอยู่ที่ใดแล้ว”

            “ตายไปแล้วเจ้าค่ะ” นางไปเก็บสมุนไพรบนภูเขาไม่นานกลับมาอีกทีก็พบจดหมายและแผนที่ทางไปหลุมศพของตาเฒ่า

            ใช่! นางไม่ได้กล่าวผิด ตาเฒ่าเหมือนรู้ว่าตัวเองจะตายจึงเขียนจดหมายสั่งเสียทิ้งเอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าลงไปนอนในหลุมแล้วเอาดินกลบฝังตนเองด้วยหรือเปล่าถึงได้รู้แม้กระทั่งที่ตั้งของหลุมศพ แต่เอาเถิดในเมื่อตาเฒ่าบอกเช่นนั้น นางจะเชื่อเช่นนั้นก็ไม่ผิด ใช่หรือไม่

            “แล้วบ้านเดิมของเจ้าเล่า”

            “ข้าจำไม่ได้เจ้าค่ะ ยามนั้นข้าแค่ห้าหนาว จำได้แค่ว่าบิดามารดาถูกสังหารส่วนข้าก็เจ็บหนักจึงถูกตาเฒ่าเก็บมารักษาด้วยความเวทนา” แม่นางน้อยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือก็ทำแผลให้เขาไป

            “หลังจากตาเฒ่าตายเจ้าก็อยู่ที่นี่คนเดียวมาโดยตลอดหรือ ไม่มีใครมาดูแลเลยหรือ” แม่นางน้อยอยู่กลางป่าคนเดียวย่อมไม่ปลอดภัย ยิ่งใบหน้านั่นเริ่มฉายแววโฉมสะคราญ เขาเกรงว่านางจะพบเจอคนไม่ดีเข้า

            “เจ้าค่ะ ข้าดูแลตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาดูแลก็ได้” กล่าวจบนางก็ทำท่าจะเปิดผ้าห่มที่คลุมร่างกายส่วนล่างของเขาออก

            “เจ้าจะทำอันใด โอ๊ย!” หานซือเหยียนร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับชันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อยื้อแย่งผ้าห่มจากนาง ก่อนจะต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้   บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (2/5)

    ซือซินใช้เวลาต้มยาเกือบครึ่งชั่วยามก่อนจะยกชามยาและสมุนไพรที่ใช้ทำแผลไปที่ห้องในเรือนปีกขวา นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองสำรับที่วางอยู่บนโต๊ะเพียงชั่วครู่ เมื่อเห็นอาหารที่นางทำหมดเกลี้ยง ชามข้าวไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว นางจึงยกยิ้มเล็กน้อยคล้ายพอใจ ‘ดีที่กินง่าย เช่นนี้ค่อยน่าดูแลหน่อย’ หากคนผู้นี้ทำตัวเรื่องมาก นางคงทนไม่ไหวพากลับไปทิ้งที่เดิมเป็นแน่ “กินยาก่อนเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะทำแผลให้ท่าน” “ยาหรือ” เขาเอ่ยถามพลางนิ่วหน้าเล็กน้อยคล้ายไม่ชอบใจ “บุรุษตัวโตเช่นท่านคงไม่ได้กลัวการกินยาเช่นเด็กน้อยใช่หรือไม่” นางกล่าวพลางยกยิ้มมุมปากคล้ายรู้ทัน&nb

  • เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้   บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (1/5)

    2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน หลังจากแม่นางน้อยออกจากห้องไปแล้ว คนเจ็บที่นั่งอยู่บนเตียงก็นั่งคิดทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในพิธีล่าสัตว์ประจำปีของราชวงศ์โจวมีกลุ่มคนไม่ทราบที่มาบุกเข้าโจมตีทำให้องครักษ์ต้องคุ้มกันฮ่องเต้ ฮองเฮาและพระสนมกลับวังหลวง แต่เนื่องจากตอนนั้นองค์รัชทายาทกำลังล่าสัตว์อยู่ในป่า เขาจึงอาสานำกำลังทหารไปคุ้มกันผู้สูงศักดิ์กลับวังหลวง ทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่าองค์รัชทายาทกำลังต่อสู้อยู่กับบุรุษชุดดำเหล่านั้น เขาจึงรีบเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าจะต่อสู้อย่างไรคนของฝ่ายศัตรูก็ไม่มีท่าทีว่าจะลดลง พอสังหารได้ห้าคน ก็มีคนเข้ามาสมทบเพิ่มอีก เมื่อเห็นท่าไม่ดีแล้ว เขาจึงตัดสินใจพาองค์รัชทายาทฝ่าวงล้อมของศัตรูออกมาก่อนจะทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อคลุมกันลมเพื่อล่อคนร้ายให้ตามเขาไป ถ่วงเวลาให้องค์รัชทายาทหนีรอด ในยามนั้นเขาใช้วิชาตัวเบาหนีลัดเลาะตามป่าเขาไปเรื่

  • เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้   บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (4/4)

    “เพื่อสะดวกในการใส่ยาให้ท่านและเช็ดตัวยามที่ท่านตัวร้อนมีไข้ ส่วนคำถามที่ท่านถามข้าว่าเป็นฝ่ายไหน ข้าไม่ทราบจริง ๆ ว่าในชีวิตท่านมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องกี่ฝ่าย แต่เอาเป็นว่าข้าคือคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปพบท่านในป่าแล้วพาท่านมารักษาที่นี่” นางตอบเขาด้วยสีหน้าสงบนิ่งและไม่คิดจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้บุรุษกักขฬะท่าทางดุร้ายอีก “เจ้าหันหน้าไปทางอื่นก่อน” “...” นางไม่ตอบแต่หมุนตัวหันหลังให้เขาแต่โดยดี บุรุษวัยสิบเก้าหนาวรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมกายก่อนจะกลับไปนั่งที่เตียง “เจ้าไม่รู้จักข้าหรือ” เขาเอ่ยถามเมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยแล้ว “เจ้าค่ะ ข้าเห็นท่านนอนเล่นอยู่ในป่ากลัวจะโดนสัตว์ป่าทำร้าย จึงพามาใส่ยาที่เรือนเพียงเท่านั้น” นางกล่าวจบก็หมุนตัวหันมาสนทนากับเขาหลังจากไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากทางด้านหลังแล้ว “ข้าขอโทษ ที่เมื่อครู่ทำร้ายเจ้า” น้ำเสียงของเขาคล้ายจะอ่อนลงมาก “โชคดีที่ข้าไม่เจ็บอันใดมาก” นางกล่าวในขณะที่สายตาจับจ้องบริเวณอกเขา “ช่วยตามผู้อาวุโสของเจ้ามาให้ข้าได้หรือไม่” ดูแล้วแม่นางต

  • เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้   บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (3/4)

    ‘ไม่ ๆ แท้จริงเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้” นางเอาไม้เขี่ยเขาตั้งหลายครั้ง หากยังมีชีวิตอยู่เหตุใดไม่ส่งเสียง ‘แต่ข้าก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากตาเฒ่าจนมีชีวิตรอดเช่นนี้ไม่ใช่หรือ’ หากตาเฒ่ามองผ่านไม่เก็บนางมารักษา ต่อให้เป็นวิญญาณจากไหนมาเข้าร่างนี้ ก็คงไม่อาจมีชีวิตรอดได้เพราะยามนั้นร่างกายนี้เจ็บหนักไม่น้อย “เฮ้อ! ข้าจะกลับไปดูเขาอีกครั้งก็ได้” หากตายกลายเป็นศพแล้ว นางจะช่วยฝังให้ก็แล้วกันถือว่าสร้างกุศล แต่หากเขารอดนางก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของเขา สุดท้ายซือซินก็พ่ายแพ้ให้กับความดีของตนเอง เด็กน้อยหมุนตัววิ่งกลับไปทางเดิมพลางภาวนาให้ฝนอย่าเพิ่งตก ขอเวลาให้นางทำความดีก่อน เมื่อเห็นร่างนั้นยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ตามเดิมนางรีบจับข้อมือของเขาขึ้นมาคลำหาจุดชีพจรเพื่อตรวจดูว่าอีกฝ่ายตายหรือยัง “ดูเหมือนท่านจะยังมีชีวิตอยู่” นางเอ่ยเสียงเบาก่อนที่สายตาจะมองเห็นป้ายหยกที่อีกฝ่ายห้อยอยู่ ‘หยกเนื้อดีเสียด้วย แซ่หานหรือ’ ถามว่านางรู้จักหรือไม่ ก็ไม่! เพียงแต่คนที่มีหยกพกประจำตัวเช่นนี้ น่าจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา คงเป็นคนจา

  • เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้   บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (2/4)

    เมื่อวานฝนตกยาวนานถึงยามค่ำคืน วันนี้อาจจะมีเห็ดให้นางได้เก็บไปทำอาหารก็ได้ ฉับพลันสายตานางไปสะดุดเข้ากับตันเซิน[1] สมุนไพรที่ช่วยการไหลเวียนของเลือด ทั้งยังมีฤทธิ์แก้ปวดอีกด้วย “ท่านลุงจ้านต้องดีใจแน่ ๆ ที่ข้าเก็บรากของตันเซินไปขายให้” นางคิดก่อนจะลงเก็บสมุนไพรใส่ตะกร้า คงเพราะชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่ได้มีความรู้เรื่องสมุนไพรมากนัก เขาลูกนี้จึงอุดมไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดให้นางได้เก็บไปขายให้ร้านขายสมุนไพรในเมืองได้ “อ๊ะ! นั่นยวี่จิน[2] ใช้รักษาอาการพลังไหลเวียนติดขัด ดียิ่ง” กล่าวจบนางรีบเดินเข้าไปหาแล้วลงมือเก็บใส่ตะกร้าอีก และเป็นเช่นนั้นอีกหลายครั้งพอเหน็ดเหนื่อยก็นั่งพักกินน้ำและกินข้าวที่ห่อมา “อ่า...ก้อนเมฆมาจากที่ใดกัน” ยามเช้าท้องฟ้ายังแจ่มใสไร้ก้อนเมฆอยู่เลย “เห็นทีข้าคงต้องรีบกลับแล้ว” ประเดี๋ยวโดนฝนแล้วเจ็บป่วยขึ้นมาจะลำบากเอา เด็กน้อยในวัยเก้าหนาวกว่า ๆ รีบเก็บข้าวของใส่ตะกร้าที่มีสมุนไพรมากถึงครึ่งตะกร้า ก่อนจะรีบหาทางลงจากเขา “เก็บจื่อเขอ[3] ไปให้ท่านป้าจาง

  • เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้   บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (1/4)

    1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า เด็กน้อยวัยใกล้จะสิบหนาวเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเมฆครึ้ม ร่างในอาภรณ์เรียบง่ายรีบวิ่งออกไปเก็บเนื้อกระต่ายและใบชาที่ตากเอาไว้ หลังจากนั้นเพียงชั่วลมหายใจหยาดฝนก็เทกระหน่ำลงมา “ฝนตกเช่นนี้ ข้าคงต้องล้มเลิกความคิดที่จะขึ้นเขาไปก่อน” นางเอ่ยกับตนก่อนจะทอดถอนใจออกมาอย่างแผ่วเบา เห็นสายฝนโปรยปรายครั้งใด นางก็อดคิดเรื่องราวเก่าก่อนที่เริ่มจะเลือนรางไม่ได้ วันนั้นฝนก็ตกเช่นนี้ เพราะกลัวสัญญาโครงการใหม่ของบริษัทจะเปียกนางจึงรีบวิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้เพื่อจะหาสิ่งใดบางอย่างมาห่อมันไว้ โชคร้ายฟ้าดันผ่าลงตรงนั้นพอดี สุดท้ายก็ตายอย่างอนาถสภาพศพไม่สวย ชั่วชีวิตนั้นสาบานหรือก็ไม่เคยทำ แต่ดันถูกฟ้าผ่าตายได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์เห็นใจ หรือแท้จริงเป็นเทพเซียนองค์ใดทำงานผิดพลาด แทนที่นางจะเข้าสู่วัฏสงสาร นางกลับมาฟื้นตื่นขึ้นในร่างของเด็กน้อยวัยห้าหนาว ผู้มีชะตาอาภัพเช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status