Share

คราวหลังไลน์มานะ-2

Penulis: mindy
last update Tanggal publikasi: 2026-08-10 19:40:45


“แต่หนูไม่ค่อยถนัดอะไรแบบนี้เท่าไหร่นะคะ” ฉันบอกไปตามตรง

จริงๆ นะ! ไม่ได้โกหกเลย ตอนอยู่ ม.ปลายเวลาเห็นพี่เค้กซ้อมหลีดยังคิดเลยว่าทำไมมันยากจัง คือไม่ใช่เวย์ฉันอย่างแรงอ่ะ

“แค่ลองดูก่อนค่ะ เอ๊ะ! หรือกลัวว่าถ้าเป็นหลีดจะไม่ได้เจอพี่เฮ้ดว้ากคณะวิศวะทุกวันคะ” รุ่นพี่อีกคนถามเยาะๆ ทำเอาฉันหน้าชา ทำไมต้องเจาะจงเหมือนกับฉันอยากเจอพี่เทมส์ขนาดนั้นด้วย...ไม่เห็นเกี่ยวกันสักนิดเลย

“แค่ลองไปคัดตัวหลีด น้องทำเพื่อคณะไม่ได้เหรอคะ ไม่ได้รับน้องวันเดียวคงไม่ขาดใจหรอกมั้ง” มาถึงตรงนี้ฉันเผลอใช้มือกำกระโปรงตัวเอง สรุปฉันกำลังโดนเล่นงานอยู่สินะ อดทนไว้ลูกพีช เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

“พี่ขา ก่อนหน้านี้เพื่อนหนูเคยปฏิเสธพี่ในเอกไปแล้ว พวกพี่เค้าไม่เห็นว่าอะไร แต่ทำไมมาวันนี้ถึงใช้ไฟท์บังคับกับลูกพีชมันล่ะคะ... หนูไม่เข้าใจเลย” เมื่อเห็นรุ่นพี่แสดงกริยาไม่ดีใส่ฉัน ฝันก็เป็นฝ่ายออกหน้าถามกลับ

“ที่พวกหนูได้ยินมา เป็นหลีดต้องสมัครใจ แล้วการที่พวกพี่ๆ มาชี้ให้คนนั้นคนนี้เข้าทดสอบ ทำได้ด้วยเหรอคะ” แก้มยุ้ยแกล้งย่นคิ้วถามเหมือนแอบงง

“พวกน้องเป็นแค่รุ่นน้อง มีสิทธิ์อะไรมาสงสัยในตัวรุ่นพี่คะ เอกญี่ปุ่นนี่ใช่ไม่ได้เลย...กล้าเถียงรุ่นพี่ฉอดๆ”

“นั่นสิ รุ่นพี่ในเอกไม่เคยสอนเหรอคะว่าให้เคารพรุ่นพี่เอกอื่นคณะอื่นด้วย ระวังนะ... กร่างมากจะเรียนไม่จบยกเอก” รุ่นพี่อีกคนพูดแบบเหยียดๆ ทำเอาเพื่อนในห้องชักสีหน้า ฟึดฟัดกันหมด ฉันเห็นท่าไม่ดีเลยตัดจบทันควัน

“โอเคค่ะ เย็นนี้หนูจะไปคัดตัว ว่าแต่ที่ไหนเหรอคะ”

เมื่อรุ่นพี่หลีดนัดแนะสถานที่เสร็จสรรพ์ก็ออกไป แต่พวกเพื่อนในห้องนี่สิ... พากันถามฉันอย่างไม่เข้า ใจทันที

“ทำไมแกยอมง่ายๆ ล่ะชะนี ฉันว่ายัยรุ่นพี่พวกนั้นมันต้องเห็นคลิปแม่ตัวท็อปคณะบริหารแล้วเอามาเปรียบเทียบกับเรื่องของแกเมื่อวันศุกร์ ต่อมอิจฉาของพวกนางเลยแตกซ่าน...หึ!” ลิซ่าพูดไปฟึดฟัดไป

“นั่นดิ! อยู่ดีๆ ก็อ้างตัวเป็นรุ่นพี่ บังคับให้รุ่นน้องไปคัดหลีด ไหนจะจิกกัดไม่หยุด บ้าอำนาจเกินไปละ” เอมพูดด้วยสีหน้าพร้อมบวก

“เอาน่า ฉันแค่ไม่อยากให้เอกเราต้องผิดใจกับรุ่นพี่เอกอื่น ถ้าพวกเค้าว่าฉันคนเดียว...ไม่เป็นไรหรอก แต่นี่สาดมาถึงพวกแกที่เป็นเพื่อนของฉัน แถมยังลามไปถึงรุ่นพี่ที่ดีกับพวกเราอีก... ฉันเลยตัดปัญหาให้มันจบๆ ยังไงต้องขอโทษพวกแกทุกคนด้วยนะที่โดนหางเลขไปด้วย”

ฉันกวาดสายตามองเพื่อนทั้งห้อง ค้อมหัวลงอย่างขอลุแก่โทษ คิดดูดิอยู่ดีๆ เพื่อนต้องมาโดนดูถูกหาว่าจะเรียนไม่จบ...มันใช่เหรอ

“เฮ้ย! มันไม่ใช่ความผิดของแกเลยพีช จะขอโทษพวกเราทำไม คนผิดคือรุ่นพี่พวกนั้นต่างหาก เข้ามาหาเรื่องแกไม่พอ ยังดูถูกพวกเรายกห้องว่าจะเรียนไม่จบอีก โคตรแย่เหอะ” เพื่อนกลุ่มอื่นแย้งอย่างเข้าใจในสถานการณ์ แต่พอตอนพูดถึงรุ่นพี่ที่ออกไป ตางี้วาบแสงเลย

“จริง! ถ้าจะมีคนผิดก็รุ่นพี่ขี้อิจฉาห้าคนนั้นนั่นล่ะ” ฝันกัดฟันด้วยสีหน้าคุกรุ่น ก่อนจะบอกฉันด้วยน้ำเสียงและหน้าตาจริงจังว่า “เย็นนี้ฉันไปส่งแกเอง”

“ฉันด้วย” ทั้งเอมและแก้มยุ้ยต่างโพล่งขึ้นมาพร้อมกัน

“อย่าเลย พวกแกต้องรับน้องต้องซ้อมเชียร์ อย่าโดดเพราะฉันเลย” ฉันส่ายหน้าพลางยิ้มอย่างสด ใสหวังให้เพื่อนสบายใจ “ดูทำหน้าเข้า ไม่ต้องกังวลหรอกน่า ก็แค่เต้นหลีดให้รุ่นพี่ดู เต้นไม่ได้ก็กลับแค่นั้น เอง”

ใกล้จะทุ่มครึ่งละ ฉันยังไม่ได้กลับหอแถมตอนนี้ฝนเริ่มลงเม็ดแล้วด้วย... เซ็งชะมัด

ฉันเข้ามานั่งรอคัดตัวหลีดตั้งแต่สี่โมง นึกว่าเต้นเสร็จจะได้กลับ

แต่เปล่าเลย...รุ่นพี่ดันบอกว่าให้รอก่อนเพราะต้องซ้อมท่าพื้นฐานให้เพื่อนที่คัดตัวผ่านแล้ว รอไปรอมา รอจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ก็ไม่อยากคิดหรอกนะว่านี่คือการกลั่นแกล้ง แต่มันเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย

ไม่อยากเชื่อเลยว่าระดับอุดมศึกษาจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย นี่ถ้ารุ่นพี่เอกญี่ปุ่นเป็นหลีดคณะสักคน ฉันคงได้กลับหอนานแล้ว แต่เพราะเอกฉันตั้งแต่ปี 1 ยันพี่ปี 4 ไม่มีใครสนใจเรื่องพวกนี้... ฉันเลยต้องมานั่งแกร่วอยู่คนเดียว

ถ้าไม่เพราะอยากให้ใครบางคนที่รักมากสมปรารถนา ฉันคงไม่ทนมาถึงขนาดหรอก ฉันแค่อยากเรียนจบที่มหาลัยแห่งนี้ อยากใช้ชีวิตนักศึกษา 4 ปีอย่างสงบสุข แต่พอมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้มันโคตรบั่นทอนจิตใจเลย เฮ้อ!

“น้องลูกพีชคะ” หนึ่งในรุ่นพี่ที่บอกให้ฉันมาคัดตัวเรียกฉันเสียงแข็ง

“ขา”

ฉันปิดหน้าแชทไลน์ที่คุยกับฝัน รายนั้นเป็นห่วงฉันมาก อันที่จริงฝันจะมารอเป็นเพื่อน คือซ้อมเชียร์เลิกตอนหกโมงครึ่งแล้วไง แต่ฉันยับยั้งไว้เพราะรู้ว่าเพื่อนต้องหิวข้าวแน่นอน แล้วพอฝันรู้ว่าฉันไม่มีร่ม ถึงกับจะเดินจากหอเพื่อมารับจนต้องรีบห้ามไว้อย่างไง ละบอกว่าเดี๋ยวนั่งแกร๊ปกลับเองง่ายกว่า

“พวกพี่ลงความเห็นกันว่าน้องไม่ต้องคัดตัวแล้วค่ะ ปีหนึ่งที่คัดผ่านทำได้ดีมาก พวกพี่ไม่ต้องการหลีดเพิ่มละ น้องกลับได้เลย”

“โอเคค่ะ งั้นหนูกลับเลยนะคะ สวัสดีค่ะ” แม้จะเซ็งแค่ไหนที่โดนแกล้ง ฉันก็ยังยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อมเพราะไม่อยากโดนข้อหาไม่เคารพรุ่นพี่เพิ่มอีกกระทงไงเล่า

ยี่สิบนาทีผ่านไป

ข่าวร้าย! หลังจากเรียกแกร๊ปมาสักพักดันไม่มีใครรับ เพราะงั้นฉันเลยตัดสินใจวิ่งลุยฝนออกจากตึกคณะมาทางประตูหลังให้รู้แล้วรู้รอด ตอนนี้ใน ม. ค่อนข้างเงียบ นักศึกษามีให้เห็นบ้างแต่ค่อนข้างบางตา

ส่วนลูกพีชคนนี้... กำลังทำตัวเป็นนางเอกเอ็มวีวิ่งตากฝนปรอยๆ ในชุดนักศึกษา กระเป๋าที่มีก็ต้องกอดไว้กับอกเพราะกลัวคนอื่นเห็นบรา มีใครซวยกว่านี้อีกมั้ย ตอบ!

ปิ๊น!

เสียงแตรรถที่ขับสวนไปไม่สามารถเรียกความสนใจจากฉันได้ ฉันยังคงวิ่ง วิ่งและวิ่งโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

พรึ่บ! จนกระทั่งมีอะไรบางอย่างเข้ามาคลุมหัว

กึก! ฉันหยุดชะงักและพยายามหาคำตอบว่ามันคืออะไร?

แสงของหลอดไฟนีออนตามตึกรวมถึงแสงไฟจากรถยนต์ที่ขับใน ม. ทำให้ฉันสังเกตเห็นว่าบริเวณพื้น... นอกจากจะมีเงาของตัวเองแล้ว ดันมีเงาของใครอีกคน!

ขวับ! ฉันหันหลังอย่างหวาดหวั่นปนผวา ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลล่ะก็... จะกรี๊ดให้สุดชีวิตเลย แต่แล้วต้องตาโตโดยทันควัน

“พี่เทมส์!” ฉันเรียกรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นเขา ไม่คิดว่าพี่เทมส์จะยืนอยู่ตรงนี้!

“ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็จับแขนข้อศอกฉันอย่างละมุนละม่อมพลางดึงมายังรถของพี่เขา ในสถานการณ์นี้ฉันไม่ได้ขัดขืนแถมยอมเดินตามแต่โดยดี

อย่างน้อยพี่เทมส์ก็เป็นรุ่นพี่ในมหาลัย เป็นคนที่เคยช่วยฉันเมื่อโดนรุ่นพี่ในเอกแกล้ง ถือว่าไว้ใจได้ในระดับนึง เขาคงไม่คิดร้ายกับฉันหรอก ดีเสียอีกที่ไม่ต้องเปียกฝนจนถึงหอ... วิ่งกลับคนเดียวยังอันตรายกว่าขึ้นรถพี่เขาด้วยซ้ำ

แกร๊ก! พี่เทมส์เปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้ฉันเข้ามานั่ง ก่อนที่พี่เค้าจะอ้อมไปสตาร์ทรถบ้าง

“ขอบคุณพี่เทมส์มากเลยนะคะ” ฉันยกมือไหว้หนุ่มหล่อเกินต้านอย่างนอบน้อม

พี่เทมส์ไม่ได้พูดอะไร นอกจากมองเข้ามาที่ดวงตาฉันนิ่งๆ มองจนฉันสู้สายตาไม่ไหว ใจเต้นตึกตัก ก่อนจะเฉไฉทำเป็นสนใจสิ่งที่คลุมหัว

หมับ! ฉันหยิบมันลงมาดู แล้วค้นพบว่ามันคือเสื้อช็อปคณะวิศวะ

“เอ่อ เดี๋ยวหนูซักคืนให้นะคะ มันเปียกหมดแล้ว” ฉันยิ้มแหยพลางชูเสื้อช็อปของพี่เขาขึ้น

“ตามใจเราดิ แล้วมืดค่ำขนาดนี้ทำไมกลับคนเดียว วันนี้ก็ไม่เข้ารับน้อง”

เออเนอะ! ฉันคิดมาตลอดว่าพี่เขาเป็นคนนิ่ง... นิ่งแบบไม่ค่อยพูด อันที่จริงก็พูดยาวๆ ได้แฮะ ว่าแต่พี่เทมส์รู้ด้วยว่าฉันไม่เข้ารับน้อง สังเกตกันด้วย?

“หนูไปคัดตัวหลีดมาค่ะ” ฉันตอบเสียงเบาบาง ซะที่ไหนกันเล่า... ฉันไปเข้าโรงเชือดให้รุ่นพี่แกล้งต่าง หาก เฮ้อ!

“เช็ดหน้าเช็ดผมด้วย เดี๋ยวหวัดจะกินเอา” ว่าแล้วก็ยื่นผ้าขนหนูมาให้ ฉันไม่กล้ารับเพราะแค่นี้พี่เทมส์ก็หยิบยื่นน้ำใจมาให้เยอะมากแล้ว

“พี่เทมส์ก็เปียกเหมือนกัน พี่เช็ดเถอะค่ะ” ฉันบอกอย่างเกรงใจ

“อย่าดื้อ รับไป” พี่เทมส์ใช้น้ำเสียงดุเหมือนตอนเป็นพี่ว้ากทำเอาฉันคว้าผ้าขนหนูอย่างเกร็งๆ ก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดผมอย่างรวดเร็ว

“อยากเป็นหลีดเหรอ” เอ้า! เปลี่ยนโหมดละ ชวนฉันคุยเสียงนิ่งซะงั้น หนูปรับอารมณ์ตามไม่ทันแล้วค่ะคุณพี่

“ก็เปล่าค่ะ แต่รุ่นพี่หลีดสั่งให้ไปหนูก็เลยไป แล้วพี่เทมส์ล่ะคะ ทำไมถึงกลับช้า” ฉันชวนคุยบ้าง

“ทำโปรเจ็คกับเพื่อนเพิ่งเสร็จเลยเพิ่งกลับ” หมายความว่าฉันโชคดีสินะที่กลับเวลาเดียวกับพี่เทมส์ ไม่งั้นคงต้องวิ่งป่าราบเปียกซ่กจนถึงหอเพราะแกร๊ปไม่ยอมรับนั่นล่ะ

“หอหนูอยู่ตรงซอย 4 นะคะ” ฉันเอ่ยปากเมื่อพี่เทมส์ขับรถออกจากประตูหลังมาแล้ว ร่างสูงใหญ่หมุนพวงมาลัยไปตามทางที่บอก สักพักรถคันหรูก็เข้าจอดยังหน้าหออย่างนิ่มนวล

“ขอบคุณนะคะที่มาส่งหนู ขอบคุณที่ให้ยืมเสื้อและผ้าขนหนูด้วย หนูจะรีบซักมาคืนให้เร็วที่สุดค่ะ” ฉันไหว้ขอบคุณพี่เทมส์อีกครั้งพร้อมกับส่งยิ้มอย่างสดใสในความมีน้ำใจของพี่เขา

“ไม่ต้องรีบก็ได้ ยังไงเราสองคนมีเวลาเจอกันอีกนาน” หือ! ประโยคหลังพี่เขาพึมพำอะไร ฉันแทบไม่ได้ยินเลย

“งั้นหนูไปนะคะ” ฉันบอกพลางจับประตู

“คราวหลังถ้าต้องกลับค่ำคนเดียวไลน์มานะ เดี๋ยวมาส่ง”

“...........” ฉันหันขวับมาทางพี่เทมส์อย่างอึ้งๆ เราสองคนไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย ทำไมฉันต้องไลน์บอกพี่เขาให้มาส่งด้วย

“ไปได้ละ รถข้างหลังบีบแตรแล้ว” พี่เทมส์บอกหน้านิ่ง นิ่งจนฉันประมวลผลไม่ทันว่าพี่เขาต้องการสื่ออะไรกันแน่

“ค่ะ” ฉันลงรถอย่างเบลอๆ ก่อนจะเดินเข้าหอแบบงงในงง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   ตอนพิเศษ คืนนี้ถุงยางหมดกล่อง

    “กูจะเข้าไปขอเบอร์”“ลูกพีช / น้องฝันครับ” พี่เทมส์กับพี่เดย์มาได้ถูกเวลาแถมเรียกเราทั้งคู่ ผู้ชายที่จะเข้ามาหันหลังกลับแทบไม่ทัน“ได้กุญแจละ” พี่เทมส์พูดได้น้ำเสียงนิ่งๆ แถมมองรอบตัวว่ามีใครมองฉันอยู่รึเปล่า พี่เดย์ก็มีสภาพไม่ต่างกัน มองว่าใครมองฝันอยู่มั้ย ถ้าถามว่าฉันกับฝันอึดอัดมั้ย... คำตอบคือไม่ค่ะ เราสองคนชินแล้ว“งั้นเดี๋ยวกูกับน้องฝันนั่งคาเฟ่รอ”“อือ” พอพี่เทมส์พยักหน้า ฉันกับหนุ่มหล่อเกินต้านก็เอากระเป๋าขึ้นมาเก็บบนห้องโดยพี่เทมส์เป็นคนลากกระเป๋านั่นล่ะ “ห้องสวยมาก” ฉันยิ้มกว้างเมื่อห้องที่จองตรงปกทุกประการ ตกแต่งได้น่ารักสุดไรสุด เต็มสิบลูกพีชให้ร้อยอ่ะค่ะ ไม่แปลกที่รีวิวดีมาก นักท่องเที่ยวก็เยอะด้วย“พี่ชักไม่อยากไปเที่ยวละ อยากนอนกอดหนูในโรงแรมมากกว่า” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็ดึงฉันนอนลงบนเตียง เราสองคนมองตากัน ขนาดคบกันมานาน ฉันยังรู้สึกใจเต้นเสมอเมื่อสบตาคู่สวยคู่มีพลังคู่นี้“ไหงงั้นล่ะคะ” ฉันถามด้วยความงง เป้าหมายที่มาเชียงใหม่คือมาเที่ยว ไม่ได้มานอนพักในโรงแรมอย่างเดียวสักหน่อย“พี่ไม่ชอบให้ใครมองแฟน แค่เข้ามาในโรงแรมมีผู้ชายมองหนูไม่ต่ำกว่า 5 คน” หนุ่มหล่อใช้น้ำเสียงเดือด

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   ตอนพิเศษ พี่เค้าน่ารักกันชะมัด

    “..............” ฉันถือคติใช้ความนิ่ง เผื่อพี่เทมส์จะยอมให้ฉันไปกับฝันแค่สองคน ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้พี่เทมส์ไม่เจอญาติพี่น้องถ้าไปเชียงใหม่ด้วยกันน่ะ ปีนึงมี 365 วัน ฉันกับพี่เทมส์เห็นหน้ากัน 360 วันได้ แต่ญาติอยู่คนละซีกโลก นานทีปีหนกว่าจะเจอ ไปหาญาติบ้างก็ได้ค่ะ“หนูเคยบอกอยากพักโรงแรมในเชียงใหม่ที่ตกแต่งสไตล์ชนบทฝรั่งเศส มีคาเฟ่น่ารักๆ ในนั้นด้วย เดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราไปจองโรงแรมกัน พี่รับหน้าที่เป็นตากล้องให้หนูเอง... เนอะ”พอพี่เทมส์พูดอย่างนี้ลูกพีชก็แพ้สิคะ จำรายละเอียดที่ฉันเคยพูดได้ทั้งหมด แสดงว่าพี่เค้าตั้งใจและใส่ใจฟังที่ฉันพูดทุกอย่าง แง! น่ารักเกินไปแล้วแฟนของหนู “อื้อ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับยิ้มตาหยี พี่เทมส์ยิ้มตาม ยื่นมือมาบีบแก้มกันเบาๆ อย่างที่ชอบทำ“แฟนพี่น่ารักที่สุด”“อ๊ายยย! พี่เค้าน่ารักกันชะมัด”“ฉันอยากมีแฟนบ้างแกเอ๊ย” เสียงหวีดของน้องโต๊ะใกล้ๆ ทำเอาฉันเขินอีกรอบ พี่เทมส์ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นฉันเขินนั่นล่ะเชียงใหม่! สรุปทริปนี้มีผู้ร่วมทริปสี่คน ฝัน พี่เดย์ พี่เทมส์และก็ฉัน คุณพ่อคุณแม่ของฝันมารอรับที่สนามบินอยู่ก่อนแล้ว ท่านทั้งสองบอกว่า

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   ตอนพิเศษ เมียพี่สวยที่สุด

    “ตกลงหนูจะกลับแพร่วันไหน พี่จะได้ซื้อตั๋วให้” พี่เทมส์ชวนคุยเรื่อยเปื่อยขณะที่เรากำลังรอข้าวร้านป้าแถวหน้าหอฉันเองค่ะ ตอนนี้ฉันอยู่ปี 3 ส่วนพี่เทมส์อยู่ปี 4 เราสองคนยังคบกัน รักกันเหนียวแน่นจนเพื่อนในเอกถึงกับพนันว่า ‘ฉันกับพี่เทมส์’ หรือ ‘ฝันกับพี่เดย์’ ใครจะแต่งงานก่อนกัน?“หนูเพิ่งคุยกับฝันเมื่อเย็นนี้ หนูว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ก่อน แล้วค่อยกลับแพร่พร้อมพี่เบส” ฉันบอกพี่เทมส์ด้วยรอยยิ้มประจบ ตอนนี้พี่เบสเรียนปี 6 ทำงานใช้ทุนโรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีวัน หยุดไม่กี่วันพี่ชายสุดหล่อก็กลับแพร่เช่นกัน ลูกพีชคนนี้จะได้กลับบ้านพร้อมพี่เบสเลย“ถ้าหนูไปเชียงใหม่พี่จะไปด้วย” พี่เทมส์พูดเสียงหนักแน่นเล่นเอาฉันเหวอ“เอ้า! แต่พี่เทมส์มีนัดรวมญาติช่วงคริสต์มาสนี่คะ” เราคุยกันตั้งแต่ต้นเดือนว่าถ้าปิดเทอมฉันจะกลับแพร่ก่อน พี่เทมส์จะตามไปทีหลังเพราะมีญาติมาจากอเมริกา ที่ผ่านมาทุกปี พี่เทมส์อยู่แพร่กับฉันช่วงเคาท์ดาวน์ตลอด ปีนี้ก็เช่นกัน“พี่เพลย์ยังตามพี่ไพรส์ไปญี่ปุ่นได้ พี่ก็ตามหนูไปเชียงใหม่ได้เหมือนกัน พี่จะปล่อยให้แฟนไปคนเดียวได้ไง” เอ้า! แบบนี้ก็ได้เหรอ?“หนูไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อยค่ะ

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   ฉันยังเวอร์จิ้น

    “โกรธไร เมื่อคืนไม่เห็นพูดแบบนี้เลย ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะ...” พี่เทมส์บิดยิ้ม หยุดพูดเพียงแค่นั้นแต่ทำเอาฉันตาโต หัวใจเต้นแรงระดับสิบ“อย่าบอกนะว่าเราสองคน!...” ฉันหยุดพูด ไม่นะ! ต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ“อื้อ” พี่เทมส์พยักหน้ายิ้มๆ แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้กันมากขึ้น“ไม่จริง!” ฉันขยับตัวหนี ส่ายหน้าทันที“จริงสิ ไม่งั้นหนูจะอยู่ในสภาพนี้ได้ไง” ว่าแล้วพี่เทมส์ก็มองกันด้วยสายตามีความหมาย“พี่เทมส์จะบอกว่าเราสองคน... 2 become 1 กันแล้ว” ฉันกลั้นใจถามเสียงสั่น ใจสั่น ตัวสั่นไปหมด นี่ฉันเสียเวอร์จิ้นไปแล้วเหรอ“ถ้าพี่บอกไป หนูไม่ตกใจแย่เหรอ” ยิ่งพี่เทมส์ใช้น้ำเสียงมีลับลมคมนัย ใจฉันยิ่งระส่ำระส่าย“งั้นเราคงยังไม่ 2 become 1 กันหรอก” ฉันพูดออกไปเหมือนปลอบใจตัวเอง“มั่นใจได้ไง ตอนนี้พี่เปลือยอยู่นะ”เฮือก! คำว่าพี่เปลือยอยู่ทำเอาฉันสะดุ้ง หมายความว่าพี่เทมส์ไม่ได้ใส่ท่อนล่าง แล้วถ้าฉันดึงผ้าห่มมา ฉันก็อาจจะเห็นลูกชายของพี่เทมส์! ว้าก! แค่นี้ลูกพีชก็ไม่กล้าขยับตัวแล้ว“พี่เทมส์ต้องล้อหนูเล่นแน่เลย” ฉันพูดเสียงสั่น มองคนที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มเดียวกันด้วยแววตาสั่นระริก“พี่เปิดให้ดูมั้ยล่ะ” ว่าแล้วพี่เท

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   อย่าบอกนะว่าเราสองคน…

    “ทำไมไม่ใส่เสื้อละค่ะ แล้วดูสิ แอบเข้ามานอนกับหนูอีกละ” ฉันบ่นพลางเฉไฉมองทางอื่น พี่เทมส์ชอบทำแบบนี้ตลอด ก่อนนอนก็เข้านอนคนละห้อง แต่พอเช้ามาอยู่บนเตียงเดียวกับฉันซะงั้นหือ! นี่ไม่ใช่ห้องนอนแขกนี่ ผ้าม่านสีเทาเหมือนห้องนอนของพี่เทมส์เลย!เดี๋ยวนะ! ความทรงจำสุดท้ายคือฉันดื่มน้ำส้มจนหมดแก้ว จากนั้นภาพก็ตัด ตื่นอีกทีดันอยู่บนเตียงของพี่เทมส์“น้ำส้ม” ฉันพึมพำคนเดียวอย่างคลางแคลงใจ... ใช่เหรอ?“ไม่ใช่น้ำส้ม ลูกน้ำเอาแก้วไวน์ยัดใส่มือหนู” มิน่า! ภาพฉันถึงตัดไปเลย“แล้วทำไมหนูถึงมานอนในห้องพี่เทมส์ได้คะ” ฉันเบนสายตากลับมาถามพี่เทมส์ที่ยังคงยิ้มหวานมองกันอยู่อย่างนั้น“นั่นสิ หนูมานอนห้องพี่ได้ไง แต่ลุกขึ้นนั่งแบบนี้ลูกชายพี่ตื่นหมดแล้ว” พี่เทมส์บิดยิ้มพลางก้มมองท่อนล่างของตัวเองใต้ผ้าห่ม ฉันก้มมองตามด้วยความงุนงงก่อนจะตาโตอย่างตกใจ เมื่อเห็นบางอย่างตั้งฉากขึ้นมา แม้จะไม่เห็นว่ามันคืออะไรเพราะมีผ้าห่มบังอยู่ แต่พอรู้ว่าคืออะไรเพราะมันอยู่กลางลำตัวของอีกฝ่าย“คนบ้าคนลามก!” ฉันว่าอย่างเขินจัด หน้าร้อนผะผ่าว ตีเข้าให้ที่แขนของพี่เทมส์หนึ่งเพี๊ยะ!“เอ้า! ลามกอะไรล่ะ ดูสภาพหนูก่อน จะไม่ให้ลูกชาย

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   มอร์นิ่งคนสวยของพี่

    “มาค่ะเพื่อนๆ หลังจากฝันมันลุกยืดเส้นยืดสายแล้ว ถึงคิวพีชบ้าง ขอเสียงให้มันหน่อย อ๊ายยย!” พอเอมี่พูด เพื่อนทั้งโต๊ะที่กำลังสนุกก็โห่ฮาปรบมือ“ฮิ้ววววว”“อ่ะนี่คุณน้องขา จิบนิดนึงถึงจะสนุกค่ะ” พี่เอที่เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยื่นแก้วเหล้าผสมโซดามาให้ ฉันรีบส่ายหน้าทันที“แฮร่! ไม่เอาดีกว่าค่ะ”“เทมส์ไม่รู้หรอกน่า นิดเดียว ดื่มฉลองให้กับพี่ไง”“เอ่อ...” ฉันมองแก้วเหล้าตรงหน้าอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะเงยหน้ามองพี่เออีกครั้ง ยิ่งเห็นสายตารอคอยจากเจ้าของงานจะปฏิเสธก็กระไรอยู่ นี่บอกปัดไปสามรอบถ้วนแล้วเถอะ“เอาน่า ไม่มีใครบอกเทมส์หรอก” พี่เอยัดแก้วเหล้าใส่มือ ฉันอึกอักมองอย่างชั่งใจ“นิดเดียวเองพีช ดื่มให้พี่สองคนหน่อย” รอบนี้พี่ลูกน้ำก็มาด้วย ฮือ!ฉันมองหน้าพี่ทั้งคู่ เหลือบสายตาหาตัวช่วยแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครช่วยได้ เพื่อนฉันกำลังสนุก ฝันก็เพิ่งโดนฉุดให้ลุกขึ้นเต้นเมื่อห้านาทีก่อน เอาฟะ! นิดเดียวก็ได้จะได้จบๆฉันถอนหายใจยาว ยกแก้วขึ้นมาชิดริมฝีปาก จิบเหล้าหนึ่งอึก แหวะ! ขมมาก ไม่เห็นอร่อยเลย เค้ากินกันได้ไงเนี่ย ฉันหลับตาปี๋รีบคืนแก้วให้พี่เอทันที“แค่กๆ ขอน้ำส้มหน่อย” ฉันยื่นมือไปขอน

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   คราวหลังไลน์มานะ

    วันนี้มีเรียนแค่บ่ายวิชาเดียวค่ะเพราะงั้นฉันกับแกงค์เพื่อนสนิทเลยตกลงกันว่าจะทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนเข้า ม. เนื่องจากไม่อยากเบียดเสียดผู้คนในโรงอาหารคณะนั่นล่ะพอ 11 โมง... ฉันกับฝันก็ลงมาสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าหอ ระหว่างรอข้าวอยู่นั้น เอมกับแก้มยุ้ยก็เดินมาหาที่ร้าน จากนั้นเราสี่คนก็ขึ้นม

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   ภารกิจขอลายเซ็น

    “แก! นั่นพี่ปี 3 ที่หาตัวโคตรยากใช่มะ ไปขอลายเซ็นกัน!” แก้มยุ้ยโพล่งน้ำเสียงตื่น เบิกตาโตพลางชี้ไปยังรุ่นพี่ผู้ชายกลุ่มนึงที่กำลังโดนน้องปี 1 ในเอกรุมล้อมระหว่างเดินเข้ามาในโรงอาหารช่วงนี้พวกเราเด็กปี 1 มีภารกิจต้องล่าลายเซ็นพี่ปี 2 ยันปี 4 เลยค่ะ ของพี่ปี 2...ฉันกับเพื่อนในเอกขอกันครบหมดละเพราะเจ

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   เฮ้ดว้ากวิศวะ

    พวกเราสี่คนมาถึง ม. ก่อนเวลานัดหมายเกือบสิบนาทีได้แล้วก็แอบแปลกใจเมื่อรุ่นพี่ให้เดินไปรับโอเบนโตะ แต่พอรู้ว่าว่าอาจารย์ประจำภาควิชาสั่งมาเลี้ยงเด็กปี 1 ทุกคน ความรู้สึกถัดมาคือทึ่งในความใจดีนั้นชะมัด คิดดูดิเลี้ยงทงคัตสึเจ้าดังราคากล่องละไม่ต่ำกว่าสามร้อย นักศึกษาปี 1 มีเกือบสี่สิบชีวิต..

  • เขาว่ากันว่า… หนุ่มวิศวะหล่อเกินต้านจีบฉัน   พี่เทมส์

    วันปฐมนิเทศวันนี้ทางมหาวิทยาลัยนัดหมายนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 ทุกคนขึ้นหอประชุมพร้อมกันฉันกับฝันนัดแนะกันตั้งแต่เมื่อวานจะไป ม. ด้วยกัน แต่ค่ะแต่... ลูกพีชคนนี้ดันสะดุ้งตื่นก่อนนาฬิกาปลุก! เพราะฝันเห็นผู้ชายหน้าหล่อดาเมจรุนแรงคนเมื่อวานว่าเขาขับรถพาไปเที่ยวงี้ จะบ้าตายกับตัวเอง เจอกันแค่ครั้งเดีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status