เข้าสู่ระบบหลังจากแยกออกมาจากห้องอาหาร ปนันชิตาก็รีบโทรหาภาสันต์ เพื่อขอเลื่อนวันจดทะเบียนสมรสออกไปก่อน เพราะวันนี้ภัทรดนัยชวนเธอไปทำธุระด้วย แต่ยังต้องการเงินของเขาเพราะพ่อกำลังเดือดร้อน คำตอบของภาสันต์ทำให้ปนันชิตาเดือดจัด เธอขอให้เขาโอนเงินเข้าบัญชี แต่ภาสันต์ปฏิเสธ ถ้าอยากได้เงินเธอต้องไปเอาเอง สำหรับภาสันต์เงินจำนวนนี้ไม่ได้มาก แต่เขาจงใจเล่นแง่กับเธอ
“ตามนี้นะ ถ้าอยากได้เงินก็มาเอา” ภาสันต์บอกกับหญิงสาว รอฟังว่าเธอจะตอบว่าอะไร
“คุณใหญ่ คุณก็รู้ว่าฉันไปไม่ได้ คุณเล็กชวนฉันไปทำธุระ ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปเอาเงินที่คุณ”
“นั่นมันปัญหาของคุณ” มาไม่ได้หรือไม่อยากมากันแน่ ภาสันต์คิดในใจ
“คุณใหญ่!” เมื่อภาสันต์คุยไม่รู้เรื่อง ปนันชิตาก็เริ่มโมโห
“แค่นี้นะ ผมจะทำงาน” พูดจบภาสันต์ก็ตัดสายทิ้ง
ตื๊ด ตื๊ด
“เดี๋ยวสิคะ คุณใหญ่! คุณใหญ่!” ปนันชิตาเรียกเขาเอาไว้ แต่ภาสันต์ตัดสายทิ้งไปแล้ว
“คนทุเรศ!” ก่นด่าภาสันต์เมื่อไม่ได้อย่างที่คิด เงินแค่นี้ทำไมเขาถึงโอนให้เธอไม่ได้ ต้องการให้เธอมีปัญหากับภัทรดนัยใช่ไหม เธอตั้งใจไว้ว่าหลังจากจดทะเบียนสมรส เธอจะคุยเรื่องถอนหมั้นกับคุณน้อมจิต ยังไม่ได้จดจึงไม่มีหลักค้ำประกันว่าชีวิตเธอจะมั่นคง ถ้าเกิดภาสันต์เปลี่ยนใจไม่จดขึ้นมา เธอจะได้แต่งงานกับภัทรดนัยตามเดิม สิ่งที่เสียไปก็แค่ร่างกาย เธอไม่มีเวลามาคร่ำครวญหรือเสียใจ เพราะเรียกร้องกลับมาไม่ได้ มีหลายอย่างที่ต้องคิด โดยเฉพาะวันนี้เธอจะหาเงินที่ไหนไปให้พ่อ จะขอจากคุณน้อมจิตก็ไม่กล้า เพราะมีข้อตกลงไว้ว่าเธอจะได้เงินหลังจากแต่งงานกับภัทรดนัย พ่อเธอไม่น่าสร้างปัญหาเลย เธอคิดว่าเรื่องแต่งงานล้างหนี้ จะทำให้พ่อสำนึกและคิดได้ว่าการกระทำของพ่อไม่ต่างจากขายลูกกิน แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น นอกจากจะไม่สำนึกแล้ว พ่อยังเล่นการพนันหนักขึ้น เพราะคิดว่าเธอกำลังจะเป็นสะใภ้คนรวย และมีเงินมากมาย ตรงกันข้ามเธอก็ไม่ต่างจากคนใช้ ดีหน่อยก็ตรงที่มีคำว่าคู่หมั้นนำหน้า จึงทำให้คนในบ้านเกรงใจอยู่บ้าง ภัทรดนัยบ่ายเบี่ยงการแต่งงานมาตลอด แต่ครั้งนี้เขาทำเหมือนอยากแต่ง ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนกลับเมินเฉย
“อรแกว่างหรือเปล่า” เมื่อทุกอย่างผิดแผนไปหมด ปนันชิตาก็ต้องใช้แผนสำรอง โทรไปหาอรอุมาเพื่อเตี๊ยมกัน ทำทีว่านัดกันไว้ล่วงหน้า ภัทรดนัยจะได้ไม่สงสัย
ภาสันต์ไม่ได้ทำงานอย่างที่อ้างกับหญิงสาว ตาคู่คมมองหนังสือสัญญาเงินกู้ ที่เลขาเอามาวางไว้ให้บนโต๊ะ เมื่อเช้าเขาส่งไลน์หาคนสนิท ให้ไปจัดการเรื่องของคุณอรุณกับคุณแกมแข ทุกอย่างจะต้องจบลง สองคนนั้นจะได้ไม่มาวุ่นวายกับปนันชิตาอีก ปนันชิตาคงไม่ได้บอกให้พ่อกับแม่รับรู้ ว่าเธอไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างที่ท่านคิด เธอก็คนรับใช้ดี ๆ นี่เอง
ภัทรดนัยเข้าไปหาคุณน้อมจิตในห้องนั่งเล่น ป้าพร้อมบอกว่าคุณน้อมจิตมีเรื่องจะคุยกับเขา คุณน้อมจิตมองคนที่เดินเข้ามาตั้งแต่หัวจรดเท้า ภัทรดนัยมีนิสัยอย่างไรนางรู้ดีที่สุด ภายนอกดูเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แต่ภายในกลับแข็งกร้าวและเจ้าคิดเจ้าแค้น เรื่องแมวขโมยที่ภัทรดนัยพูดบนโต๊ะอาหาร มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ภาสันต์ชอบปนันชิตา เรื่องนี้ทุกคนต่างก็รู้ดี
“คุณย่าเรียกผมมีอะไรหรือครับ” ถามพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“ย่าอยากให้เล็กแต่งงานกับปั้นอาทิตย์หน้า”
“อาทิตย์หน้า ไหนคุณย่าว่าฤกษ์แต่งอีกตั้งสามเดือน” ภัทรดนัยถามเพราะเมื่อวานเพิ่งคุยเรื่องนี้กัน
“ย่าไม่อยากรอ ย่าอยากมีหลานเร็ว ๆ” พูดจบน้อมจิตก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน สื่อให้ภัทรดนัยรู้ว่า สุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยสู้ดี ภัทรดนัยยกมุมปากให้กับการแสดงของคนตรงหน้า น้อมจิตมักจะทำให้ทุกคนเห็นว่านางป่วยจนไร้เรี่ยวแรง
“ไม่ต้องจัดงานก็ได้ครับ อยู่กันแบบนี้แหละ เรื่องหลานผมจะจัดการให้ครับ” เขาไม่ต้องการแต่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่แสดงออกว่ารักปนันชิตาก็เพื่อประชดภาสันต์ เรื่องหลานเขามีแผนสำรองไว้แล้ว เขาเอาปนันชิตามาอ้างเพื่อให้ภาสันต์ตกลงรับข้อเสนอ แต่ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เพื่อนเขามีมากมาย แต่ละคนก็พร้อมที่จะทำลูกให้เขา ต่อให้ปนันชิตาไม่ตกลง เขาก็มีวิธี
“ผู้หญิงที่คุณย่าเตรียมไว้ให้คุณใหญ่ เป็นใครครับ” คำถามของภัทรดนัยทำให้น้อมจิตกับป้าพร้อมมองหน้ากัน
“ถึงเวลาเล็กก็รู้เอง”
“อิจฉาคุณใหญ่นะครับ คุณย่าจะให้ของที่ดีที่สุดกับคุณใหญ่เสมอ” น้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังน้อยใจ
“อย่าน้อยใจไปเลยลูก คุณปู่ให้ตาใหญ่หมั้นกับเธอตั้งแต่เด็ก ย่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้” เอาคนตายมาอ้างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของภัทรดนัย
“อยากรู้จังว่าพี่สะใภ้เป็นลูกสาวตระกูลไหน”
“ได้รู้แน่นอนจ้ะ ย่ากวนเวลาเล็กเท่านี้แหละ หนูปั้นรอแย่แล้ว เที่ยวให้สนุกนะลูก”
“ครับย่า” พูดจบภัทรดนัยก็เดินออกไปจากห้อง ดวงตาวาวโรจน์ เมื่อนึกถึงคำพูดของน้อมจิต
“อีแก่ คิดว่ากูรู้ไม่ทันมึงเหรอ” บิดมุมปากขึ้นอย่างน่าเกลียด น้อมจิตคิดจะทำอะไรเขารู้ดีที่สุด ช่วงเข้าวัยรุ่นป้าพร้อมจะให้เขาเข้ามานอนกับภาสันต์ทุกคืน แรก ๆ ก็ไม่รู้อะไร ดีใจที่ได้มานอนกับคุณใหญ่ แต่เมื่อบ่อยครั้งเข้า เขาจึงได้รู้ว่าป้าพร้อมให้เขามากันท่า เวลาที่น้อมจิตเข้าหาภาสันต์
“อีโรคจิต คุณใหญ่ต้องเป็นของกูคนเดียวเท่านั้น” ตั้งแต่จำความได้ โลกของเขามีแค่ภาสันต์คนเดียวเท่านั้น คำสัญญามากมายที่ภาสันต์เคยให้ไว้กับเขา เมื่อเวลาผ่านไป ภาสันต์อาจจะลืมเลือน แต่เขายังจำถ้อยคำเหล่านั้นได้ขึ้นใจ
สามเดือนต่อมา ภาสันต์ ภัทรดนัย ปนันชิตา ชินานาง และป้าพร้อม เดินทางมาเยี่ยมน้อมจิตที่โรงพยาบาลที่น้อมจิตรักษาตัวอยู่ ภาสันต์ไม่อยากมาที่นี่เลยสักนิด แต่เพราะทนต่อคำรบเร้าของภรรยาไม่ไหวจึงต้องพาเธอมา ปนันชิตาให้เหตุผลว่าอยากเจอน้อมจิตอีกสักครั้ง น้อมจิตนั่งอยู่ที่ม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่ ในชุดของโรงพยาบาล เธอดูแปลกตาไปมากด้วยวัยที่ร่วงโรยตามกาลเวลา ป้าพร้อมเข้าไปหาเจ้านายเมื่อได้รับคำอนุญาตจากพยาบาลที่ดูแล ไม่มีใครรู้ว่าน้อมจิตจำใครได้หรือไม่ จากสายตาที่นางมองภาสันต์ก็ทำให้ทุกคนรู้ว่า นางยังคงรักภาสันต์มากเช่นเดิม ปนันชิตาไหว้ขอโทษเพราะเธอคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้น้อมจิตลุกขึ้นมาทำร้ายคนอื่น ภัทรดนัยแนะนำให้ชินานางรู้จักกับน้อมจิต และให้เธอเรียกร้อมจิตว่าคุณย่า ชินานางทำความเคารพน้อมจิต ก่อนจะเดินเข้าไปหา พูดคุยกับน้อมจิต และสัญญาว่าจะดูแลภัทรดนัยให้ดีที่สุด ภาสันต์กลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นสายตาที่น้อมจิตมองปนันชิตา เขาไม่วางใจอะไรทั้งนั้น เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขารู้ว่าเพียงแค่เสี้ยววินาที ความสูญเสียก็เกิดขึ้นได้ ถ้าวันนั้นเขาเสียปนันชิตากับลูกไปชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร ถึงจะบอกว่าให
ภาสันต์เข้ามาเยี่ยมปนันชิตาในเวลาต่อมา ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาว ภาสันต์ก็ตรงเข้าไปกอด ดีใจที่สุดที่เธอกับลูกปลอดภัย หลังจากที่หมอแจ้งว่าปนันชิตาตั้งครรภ์หัวใจของเขาก็เต้นรัวเร็วด้วยความดีใจก่อนจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาอยากมีลูก แต่ไม่คิดว่าปนันชิตาตั้งท้อง การกระทำของน้อมจิตเลวร้ายมาก ถ้าปนันชิตาแท้งลูกเขาจะเป็นอย่างไร จมูกโด่งเป็นสันพรมจูบไปตามหน้าผากเนียนสวย “ขอบคุณนะครับปั้น” “ขอบคุณปั้นทำไมคะ” “ขอบคุณที่คุณมีลูกให้ผม” “ปั้นต้องขอโทษถึงจะถูก ขอโทษนะคะที่ปั้นเกือบรักษาแกไว้ไม่ได้” “อย่าโทษตัวเองสิครับ ไม่ใช่ความผิดปั้นเลยนะครับ” “ปั้นไม่เชื่อคำเตือนของคุณใหญ่ จนทำให้ลูกต้องมาเจ็บตัว” “นั่นก็ความผิดของผม ผมไม่เล่าความจริงเรื่องคุณย่าให้ปั้นฟัง ถ้าปั้นรู้ปั้นคงระวังตัวมากกว่านี้” “ปั้นไม่คิดว่าคุณย่าจะเป็นคนแบบนั้น” “ถ้าผมทำทุกอย่างให้มันชัดเจน และไม่ประมาท ปั้นก็ไม่ต้องมาเจ็บตัว” “อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ ปั้นกับลูกปลอดภัยแล้วค่ะ” ปนันชิตาปลอบใจ เมื่อภาสันต์เอา
ภัทรดนัยอาสาขับรถให้พี่ชาย ภาสันต์ดูจนแน่ใจว่าจุดที่รถของน้อมจิตจอดอยู่คือที่ไหนกัน ภาสันต์แจ้งตำรวจ แต่เวลาแบบนี้ภัทรดนัยเลยขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยอีกแรง เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของปนันชิตา “เพื่อนผมที่เป็นตำรวจล่วงหน้าไปแล้วครับ ใจเย็น ๆ นะครับคุณใหญ่ปั้นต้องปลอดภัย” ภัทรดนัยปลอบพี่ชาย “พี่ผิดเองที่ประมาท พี่สั่งปั้นแล้วว่าอย่าเปิดบ้านให้คนที่ไม่น่าไว้ใจเข้ามา” “แล้วคุณย่าไม่น่าไว้ใจตรงไหน ปั้นไม่ผิดหรอกครับ เพราะปั้นไม่รู้ว่าคุณย่าเป็นคนยังไง คุณใหญ่น่าจะบอกเรื่องของคุณย่ากับปั้นตรง ๆ ปั้นจะได้ระวังตัว” ภัทรดนัยบอกกับพี่ชายถึงจุดที่เป็นช่องโหว่ของเรื่องนี้ “พี่ตั้งใจว่าจะไปสารภาพกับคุณย่า เรื่องที่พาปั้นมาอยู่กินด้วยกัน แต่พี่ก็ช้า” “มันผ่านไปแล้วครับ เรามาคิดถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ดีกว่า หวังว่าคุณย่าจะมีสติ ไม่ทำอะไรรุนแรงกับปั้นนะครับ” “พี่ก็หวังว่าอย่างนั้น” น้อมจิตเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เริ่มพูดคนเดียวและทำร้ายปนันชิตาหนักขึ้น ปนันชิตารวบรวมกำลังที่มี อาศัยจังหวะที่น้อมจิตเผลอ ถีบลงที่
“อะไรวะคุณใหญ่ เมียตัวเองหายไปแล้วมาเกี่ยวอะไรกับผม ดูแลกันยังไงครับ เมียทั้งคนถึงปล่อยให้หายได้” เสียงของภัทรดนัยดังไปถึงในครัว จนคนที่นั่งรอเขาอยู่ใจคอไม่ดี “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน คนเดียวที่จะทำร้ายปั้นคือแก” “ทำไมผมต้องทำอย่างนั้นวะ ผมไม่สนใจพี่ ไม่สนใจเมียพี่หรอกนะ จะรักกันก็ไปรักกันที่อื่น อย่ามาวุ่นวายกับผม” “ปั้นหายตัวไปจากบ้าน มีรอยเลือดเต็มพื้นไปหมด ฉันคิดว่าปั้นถูกทำร้าย” ภาสันต์บอกเรื่องนี้กับน้อง เมื่อเห็นแววบางอย่างในตาของน้อง “พี่เลยคิดว่าผมทำร้ายเธอ คิดว่าผมฆ่าเธอ!” “เล็ก...ฉันแค่สงสัย เพราะแกเป็นคนเดียวที่เกลียดปั้น” “จะบอกอะไรให้นะพี่ ผมจะสนใจพี่ จะสนใจเมียพี่ไปทำไม ในเมื่อผมก็มีเมียของผมอยู่แล้ว พี่เลิกบ้าได้แล้ว เมียหายแทนที่จะไปแจ้งตำรวจ แต่กลับมาทำร้ายผม ถ้าผมทำร้ายเมียพี่จริง ๆ ผมจะอยู่ที่นี่ไหม ใจเย็นรอให้พี่เอาตำรวจมาลากคอผมเข้าตารางเหรอ” “เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ” ภาสันต์ถามเพราะคิดว่าตัวเองได้ยินประโยคนั้นไม่ชัด “เรื่องไหนล่ะ พูดไปตั้งเยอะ” ย้อนถามพร้อมกับพยุงตัวเอ
ภัทรดนัยมองอาหารหน้าตาน่ากินที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะ หยิบกุ้งตัวใหญ่ในผัดผักรวมมิตรเข้าปาก ก่อนจะต้องร้องออกมา เมื่อถูกมือของใครบางคนฟาดลงมาที่หลังมือ “โอ๊ย! เจ็บนะ”ร้องโวยวายเหมือนถูกแส้ฟาด ทั้ง ๆ ที่น้ำหนักของมือที่ตีลงมา ไม่ทำให้สะท้านเลยสักนิด “ล้างมือยังคะ” ชินานางถามพร้อมกับค้อนให้คนตรงหน้าวงโต ที่ทำเหมือนกับเจ็บมากมาย เขาทำงานตั้งแต่เช้า ลุกจากโต๊ะทำงานก็เดินมาที่โต๊ะอาหาร หยิบของใส่ปากทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างมือเลยสักนิด “ยัง!” ตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เมื่ออดกินกุ้งตัวใหญ่ตัวนั้น “หิวน่ะ แค่ตัวเดียวเอง” ยังคงอ้อนต่อ เมื่อเห็นสายตาของคนตัวเล็ก น้ำเสียงจึงอ่อนลง “ไม่ได้ค่ะ ไปล้างมือก่อนนะคะ” “ใจร้าย หนูจ๋าป้อนคุณเล็กหน่อยสิ” อ้าปากอย่างรอคอย เพราะชินานางถือช้อนอยู่ในมือ “ไปล้างมือนะคะ อ่างล้างมืออยู่ตรงนั้นเอง เดี๋ยวได้มาทานข้าวกัน หนูหิวแล้ว” คำว่าหนูหิวแล้ว ทำให้หัวใจดวงโตอ่อนลง ชินานางจะรู้ไหมว่า คำว่าหนูที่เธอใช้แทนตัว ทำให้ใจเขาอ่อนทุกครั้งที่ได้ยิน “ครับ” คนที่ดึงดันจะเอาชนะเ
น้อมจิตมองคนที่พื้นด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะจับปนันชิตาโยนเข้าไปในกองขยะ ที่มีเศษไม้และวัสดุที่เป็นเชื้อไฟอยู่เต็มไปหมด ปนันชิตาประคองตังเองขึ้นมา ก่อนจะต้องล้มลงไปอีก เมื่อถูกน้อมจิตใช้เท้าถีบลงที่หน้าท้องอย่างแรง นอกจากนั้นน้อมจิตยังเตะลงที่หน้าท้องของหญิงสาวซ้ำ ๆ ร่างบางกลิ้งกับพื้นไปมา งอตัวด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกกระทืบลงมาที่ท้องซ้ำ ๆ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้ปนันชิตารู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ มือบางลูบลงที่หน้าท้อง ของเหลวอุ่นร้อนไหลออกมาจากช่องคลอดและทะลักออกมาตามหว่างขา รอบเดือนครั้งสุดท้ายมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ภาสันต์ไม่คุมกำเนิด และเธอก็ไม่ได้กินยาคุมเช่นกัน ความมืดเข้าปรกคลุมอีกครั้ง เมื่อไม่อาจต้านทานกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ น้ำตาพากันไหลลงมาเป็นสาย เมื่อแน่ใจว่าสิ่งที่ออกมาจากร่างกายคือเลือด “ลุกขึ้นมาสิ อย่ามาทำสำออย” น้อมจิตยังลงมือทำร้ายปนันชิตาไม่หยุด เมื่อเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากหว่างขาของหญิงสาวก็ยิ่งสะใจ “ฮ่า ฮ่า ในที่สุด มารหัวขนก็ออกมา แกคิดว่าแกจะเอาใหญ่ไปจากฉันได้เหรอ ใหญ่ต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น! ฮ่า ฮ่า”







