LOGINเมื่อจัดการธุระสำคัญเสร็จเรียบร้อย ธนวรรธน์ก็รีบร้อนเดินออกไปจากสำนักพิมพ์ เขาชนใครบางคนเข้าอย่างแรงที่หน้าสำนักงาน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจในมารยาทและเลือกที่จะเดินจากไปเฉย ๆ โดยไม่คิดที่จะเอ่ยปากขอโทษ
ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำว่าคนที่เขาเดินชนนั้นได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า ณชญาดาหัวเสียเล็กน้อยในความไม่มีมารยาทของคู่กรณี
“บ้าจริง! ชนแล้วหนีไปเฉยเลย ขอโทษสักคำก็ไม่มี”
แม้จะไม่เห็นหน้าแต่ดูจากท่าทางของเขาแล้วคงเป็นคนใจร้อนไม่เบา จากนั้นก็เลิกใส่ใจและรีบเข้าไปคุยธุระกับจิรนันท์ ณชญาดาทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นของฝากในมือให้น้อง ๆ ในกองบรรณาธิการ ที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีพร้อมกับเอ่ยถาม
“พี่จี๊ดอยู่ในห้องทำงานใช่ไหม”
“ใช่ครับ กำลังรอพี่ญาดาอยู่เลยครับ” หนึ่งในทีมงานตอบ
ณชญาดาก้าวด้วยความกระฉับกระเฉง ตรงไปเคาะประตูห้องทำงานของจิรนันท์
“เชิญ!”
“สวัสดีค่ะพี่จี๊ด มีธุระสำคัญเร่งด่วนอะไรคะถึงได้บอกให้ดามาที่นี่”
“นั่งก่อนสิพี่มีเรื่องอยากจะคุยกับเรา”
จิรนันท์ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประเด็นในการสนทนา เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ทันทีที่กดรับก็ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของธนกฤตดังมาตามสาย
“พี่ชายผมไปถึงที่นั่นหรือยังครับคุณจี๊ด”
“เพิ่งจะกลับไปเดี๋ยวนี้เองค่ะคุณพอล มาถึงก็อาละวาดซะจนจี๊ดตั้งรับไม่ทัน” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง
“คุณจี๊ดอย่าถือสาพี่พีทเลยนะครับ จะว่าไปนักเขียนที่คุณจี๊ดส่งมาที่ไร่แต่ละคนก็ใช่ย่อยอยู่นะครับ โดยเฉพาะคนสุดท้าย”
“จี๊ดไม่ทราบจริง ๆ นะคะว่าเขามีรสนิยมแบบนั้น”
“พี่พีทโกรธมากเลยครับ อัดคนของคุณจี๊ดซะน่วม ป่านนี้คงนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ที่ไหนสักแห่ง”
ธนกฤตเล่าให้อีกฝ่ายฟังก่อนจะเอ่ยถาม “นอกจากไปอาละวาดคุณจี๊ดแล้วพี่พีทว่ายังไงบ้างครับ”
“เขาให้เวลาจี๊ดสามวันในการหานักเขียนคนใหม่ซึ่งจะต้องถูกใจพี่ชายคุณ และต้องไม่สร้างปัญหาอย่างที่แล้วมาอีก ถ้าจี๊ดทำไม่ได้เขาขู่ว่าจะยกเลิกการร่วมทุนกับจี๊ดค่ะ บอกตามตรงนะคะคุณพอลจี๊ดยังไม่รู้เลยว่าจะหานักเขียนที่ไหนส่งไปให้พี่ชายของคุณพิจารณา”
“ผมเชื่อว่าคุณทำได้”
“มันไม่ง่ายเลยนะคะที่จะหานักเขียนที่ทำงานดีและเป็นที่ถูกใจพี่ชายของคุณ” จิรนันท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความหนักใจ
“ลองหานักเขียนที่มีครอบครัวที่อบอุ่นมาทำหน้าที่นี้สิครับ ผมว่าน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดจะได้ตัดปัญหาเรื่องชู้สาวออกไป”
“คนที่มีครอบครัวแล้วเขาจะยอมเดินทางไปทำงานที่ไร่ของพวกคุณหรือคะ”
“เราก็ให้ค่าตอบแทนที่จูงใจเขาสิครับ เขาจะได้ยอมรับงานนี้ ถ้าคุณจี๊ดสามารถหานักเขียนที่ถูกใจพี่พีทได้ล่ะก็ ให้จ่ายหนักแค่ไหนผมเชื่อว่าพี่ชายผมยอมจ่าย”
“แต่จี๊ดมีเวลาแค่สามวันเองนะคะคุณพอล” จิรนันท์โอดครวญ
“คุณเคยบอกผมไม่ใช่เหรอว่าไม่มีอะไรที่จิรนันท์ทำไม่ได้ เรื่องแค่นี้ไม่เหนือบ่ากว่าแรงของคุณหรอก” ธนกฤตพูดทิ้งท้ายก่อนจะวางสาย
จิรนันท์วางสายพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มีปัญหาอะไรหรือคะพี่จี๊ด”
“จำเรื่องที่พี่เคยเล่าให้ฟังได้ไหมว่ามีเจ้าของไร่แห่งหนึ่ง อยากจะทำหนังสือเกี่ยวกับชาและการดื่มชา เพื่อเผยแพร่ความรู้ในเรื่องนี้ขยายวงให้กว้างขึ้น แต่เขาไม่ถนัดงานเขียนและเกรงว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี ก็เลยอยากจ้างนักเขียนมารวบรวมข้อมูลและเขียนเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กที่มีเนื้อหาดึงดูดความสนใจให้เขา”
“จำได้ค่ะ แต่พี่จี๊ดก็หานักเขียนส่งไปให้เขาแล้วไม่ใช่หรือคะ”
“ใช่ แต่ไม่ว่าพี่จะส่งใครไปก็ไม่เคยถูกใจเขา เมื่อกี้ก็เพิ่งจะมาอาละวาดกับพี่ แถมยังยื่นคำขาดให้พี่หานักเขียนที่ถูกใจเขาให้ได้ภายในสามวัน”
“แล้วถ้าพี่ทำไม่ได้อย่างที่เขาต้องการจะมีปัญหาอะไรไหมคะ”
“ปัญหาใหญ่มากเลยล่ะญาดา ถ้าทำไม่ได้เขาก็จะยกเลิกการเพิ่มทุนกับสำนักพิมพ์ของพี่ และขืนปล่อยให้เป็นเช่นนั้นมีหวังพี่ถูกฟ้องล้มละลายแน่”
“แย่จังเลยนะคะ แล้วพี่จี๊ดจะแก้ปัญหานี้ยังไงคะ”
“ก็คงต้องหานักเขียนคนใหม่ส่งไปให้เขา ยังไม่รู้เลยว่าจะส่งใครไปดี”
หลังจากตอบคำถามของนักเขียนรุ่นน้องไปแล้ว คำแนะนำของธนกฤตก็แวบเข้ามาในหัว จิรนันท์เริ่มมองเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์
“พี่มีทางออกแล้วแต่เธอต้องช่วยพี่นะญาดา”
“พี่จี๊ดจะให้ดาช่วยอะไรเหรอคะ”
“ก็ช่วยรับงานนี้น่ะสิ”
“อะไรนะคะ!” เธอเอ่ยเสียงสูง
“ช่วยพี่หน่อยนะญาดาถือว่าพี่ขอร้อง เธอเป็นทางรอดเดียวของพี่ในเวลานี้”
“แต่ว่ามันต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ”
“ดาก็อยากจะช่วยพี่จี๊ดนะคะ แต่จะให้ทิ้งลูกแล้วไปทำงานที่ต่างจังหวัดคงไม่ได้ค่ะ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั




![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


