LOGIN“คู่หมั้น!!”
“ใช่ครับ”
“ผ่านมาตั้งหลายปีทำไมพวกเขาถึงยังคงสถานะเดิม ฉันนึกว่าพวกเขาแต่งงานกันแล้วเสียอีก” พัดชาย้อนถามด้วยความประหลาดใจ
“ต้องบอกว่าการหมั้นหมายของพี่พีทกับวัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก แต่เป็นการแลกเปลี่ยนกันทางผลประโยชน์”
“หมายความว่ายังไงคะ!?”
ธนกฤตเล่าให้พัดชาฟังถึงเหตุผลที่ทำให้พี่ชายของตนเองต้องหมั้นหมายกับวันวรุณ
“แล้วทำไมพวกเขาถึงยังไม่แต่งงานกัน”
“พี่พีทมีปมในใจที่อธิบายยาก และมันเป็นเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวที่เราไม่อยากเอ่ยถึง เอาเป็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นทำให้พี่พีทเชื่อว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไว้ใจไม่ได้ และพร้อมที่จะทรยศได้ตลอดเวลา การกระทำที่ผ่านมาของวันที่ดูจะไม่ค่อยซื่อสัตย์กับพี่พีทสักเท่าไร รวมถึงสิ่งที่คุณญาดาจากไปโดยไม่บอกลา ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่พี่พีทคิดมาโดยตลอดนั้นถูกต้อง แต่ผมยืนยันได้ว่าคุณญาดาเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พี่ชายผมรัก และรักมาตลอดจนถึงทุกวันนี้”
“จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว”
“พันธะนี้เราจัดการได้ครับ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ก่อนหน้านี้พี่พีทก็เคยพูดเรื่องนี้กับวันมาหนหนึ่งแล้ว สิ่งสำคัญตอนนี้คือผมอยากรู้คำตอบว่าพี่พีทเป็นพ่อของญาณินจริง ๆ ไม่ใช่เราไม่เชื่อ แต่เราต้องการหลักฐานไปยืนยันกับคุณญาดา เพื่อรั้งให้เธออยู่กับเรา และสร้างครอบครัวที่อบอุ่นร่วมกับพี่ชายของผม พี่พีทเองก็ต้องการเช่นนั้น”
“แต่ดาไม่ยอมใช่ไหมคะ”
พัดชารู้จักนิสัยของน้องสาวเป็นอย่างดี ณชญาดาไม่มีวันที่จะสร้างปัญหาให้ครอบครัวของคนอื่นต้องแตกร้าว แม้ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นผู้ชายที่น้องสาวรักมากก็ตาม ไม่อย่างนั้นณชญาดาจะไม่ตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขา ทันทีที่รู้ว่าชายที่ตนเองรักนั้นมีเจ้าของจับจองอยู่แล้ว
“ใช่ครับ ผมจึงอยากให้มีการตรวจดีเอ็นเอ ให้เราทำนะครับ”
“ดาคงไม่ยอมหรอกค่ะ”
“พี่พีทเคยคุยเรื่องนี้กับคุณญาดา หลังจากที่ถามเธอตรง ๆ ว่าญาณินเป็นลูกของเขาใช่ไหม แต่เธอปฏิเสธและไม่ยอมบอกว่าใครเป็นพ่อของญาณิน พี่พีทเลยขอตรวจดีเอ็นเอ”
“ไม่มีวันที่ดาจะยอม”
“ผมทราบเรื่องนั้นดีครับ ก็เลยอยากจะมาขอร้องให้คุณพัดช่วยพูดกับคุณญาดา”
“ไม่ต้องพูดก็รู้คำตอบค่ะ ดาเป็นคนที่อ่อนนอกแข็งใน เรื่องนี้ฉันรู้ดีกว่าใคร ถึงพูดหว่านล้อมยังไงก็ไม่สำเร็จหรอกค่ะ”
“งั้นคงต้องใช้วิธีอื่น”
“วิธีอะไรคะ!?”
ธนกฤตไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยิ้มให้เธอ ทันใดนั้นธนวรรธน์ก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัด
“ญาณินเป็นยังไงบ้างคะ” พัดชาเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเขา
“หมอกำลังช่วยอยู่ครับ”
“ขอบคุณนะคะที่สละเลือดให้ญาณิน”
“มันเป็นสิ่งที่พ่ออย่างผมควรทำไม่ใช่หรือครับ”
พัดชาอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำตอบของเขา เพราะมันแปลได้ว่าเขามั่นใจว่าญาณิศาเป็นลูกของเขา ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ใด ๆ
“ผมเชื่อว่าญาณินต้องปลอดภัย ผมจะไม่ยอมให้ลูกเป็นอะไรไปแน่ ว่าแต่ญาดาหายไปไหน”
“คุณญาดาหมดสติไปตอนที่รู้ว่าอาการญาณินอยู่ในขั้นวิกฤต ผมเลยให้คุณชลพาเธอไปนอนพัก ตอนนี้คุณชลเฝ้าเธออยู่ครับ”
ธนวรรธน์พยักหน้ารับรู้ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม หลังจากนั้นไม่นานคุณหมอก็เดินออกมาแจ้งว่าการผ่าตัดของญาณิศาผ่านไปได้ด้วยดี แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้มีอาการแทรกซ้อน และคงต้องย้ายไปอยู่ที่ห้องไอซียูก่อน จากนั้นก็เดินไป
คนที่ได้ฟังต่างก็พากันโล่งใจ ธนวรรธน์โทรศัพท์ไปคุยกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพื่อขอให้เขาอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ และก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะทั้งคู่รู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี
หลังจากนั้นไม่นานญาณิศาก็ถูกเคลื่อยย้ายไปพักที่ห้องไอซียู ซึ่งจะเข้าเยี่ยมได้ตามเวลาที่ทางโรงพยาบาลกำหนดไว้เท่านั้น ขณะที่ยังไม่ถึงเวลาเยี่ยมพัดชาจึงขอตัวไปดูแลน้องสาวก่อน
เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังธนกฤตก็ได้เล่าเรื่องที่เขาคุยกับพัดชาให้พี่ชายฟัง ก่อนจะสรุปปิดท้าย
“เราควรใช้โอกาสนี้ตรวจดีเอ็นเอนะครับพี่พีท”
ธนวรรธน์คิดทบทวนก่อนจะเห็นด้วยกับความคิดของน้องชาย เขาตัดสินใจตรวจดีเอ็นเอ เพราะต้องการหลักฐานไปยืนยันกับณชญาดา
“ตกลง เราจะจัดการเรื่องนี้แบบเงียบ ๆ”
ธนกฤตยิ้มเมื่อรู้ถึงการตัดสินใจของพี่ชาย
“ดีครับ เราจะได้รู้กันเสียทีว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้อง”
“แต่ถึงผลจะออกมาว่าญาณินไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ พี่ก็ยังรักเหมือนเดิมและยินดีที่จะเลี้ยงดูเหมือนลูกของตัวเอง พี่ตั้งใจที่จะแต่งงานกับญาดานะพอล นายไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
“ผมอยากให้พี่แต่งงานกับคุณญาดาเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ”
“ปัญหาตอนนี้คือพี่ต้องกลับไปถอนหมั้นกับวันก่อน และจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ญาณินเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พี่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
“ผมคุยกับเพื่อนที่เป็นตำรวจให้แล้วครับ เขารับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้เอง”
“ขอบใจนะพอล ถ้าพี่ไม่ได้นายคงแย่” ธนวรรธน์ตบไหล่น้องชายเบา ๆ
สองพี่น้องยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
