Home / รักโบราณ / เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร / ข้าเป็นคนใจดีได้ แต่เป็นคนดีไม่ได้

Share

ข้าเป็นคนใจดีได้ แต่เป็นคนดีไม่ได้

last update Last Updated: 2026-01-27 12:34:42

เยว่ฉีอวิ๋นประสานมือไว้ด้านหลัง มองจ้าวเยี่ยนเจียวที่ดูเศร้าโศกเสียใจ ใบหน้ากลมๆ ของนาง จมูกเล็กๆ ที่แดงก่ำ ดูน่าสงสารมาก เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว กว่าหนึ่งปีที่ไม่ได้เจอกัน เด็กที่คังหมัวมัวรักเหมือนหลานสาวคนนี้ฉลาดขึ้นมาก การที่นางอยู่ในคณะงิ้วมานาน ดูเหมือนว่าจะได้เรียนรู้ทักษะการแสดงมาไม่น้อย

จ้าวเยี่ยนเจียวใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงบนใบหน้า หางตาของนางเหลือบไปเห็นดวงตาที่ขบขันของจางเจิ้งเหอ หัวใจของนางสั่นสะท้าน เขา... มาได้อย่างไร?!

เยว่ฉีอวิ๋นมองไปยังจูเหวินเหอที่กำลังคุกเข่าอยู่ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “การแสดงกำลังจะเริ่มแล้ว เจ้ายังคุกเข่าอยู่ทำไม? รีบไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”

“ขอรับ!” จูเหวินเหอกล้ำกลืนความเจ็บปวดจากการถูกซ้อม คลานลุกขึ้นด้วยมือและเท้า ไม่สนใจบาดแผล รีบจัดการทุกอย่างด้วยความกระตือรือร้นอย่างเต็มที่

“เดี๋ยวค่อยดูงิ้วด้วยกัน”

จ้าวเยี่ยนเจียวค่อยๆ เข้าใจว่าเยว่ฉีอวิ๋นกำลังพูดกับนางและฉินเยว่ จึงไม่ได้สนใจจางเจิ้งเหอแล้ว เช็ดหน้าของนางให้สะอาด ทำท่าทางน่าสงสาร “คุณชายสามจะให้เจียวเจียวไปดูงิ้วด้วย เจียวเจียวไม่กล้าปฏิเสธอยู่แล้ว เพียงแต่คุณชายสามช่วยให้เจียวเจียวได้ประโยชน์อะไรบ้างได้หรือไม่?”

“การได้ดูงิ้วกับข้าเป็นการให้เกียรติเจ้าแล้วนะ ยังจะกล้าขอประโยชน์อะไรอีก?”

“ที่บอกว่าขอ ก็ไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียทีเดียว เจียวเจียวแค่อยากได้หมึกเขียนคิ้วที่ท่านเอาไปคืนมา”

เยว่ฉีอวิ๋นหัวเราะ “ของพวกนั้นข้าใช้เงินซื้อมา แต่พอออกจากปากเจ้ากลับกลายเป็นขโมยไปเสียได้”

“ของพวกนั้นเจียวเจียวฝากคนจากดินแดนตะวันตกนำเข้ามาตั้งแต่ครึ่งปีก่อน แต่ท่านกลับซื้อไปหมดในราคาที่สูงกว่า สำหรับเจียวเจียวแล้วนี่ถือว่าเป็นการขโมยไม่ใช่หรือ?”

ใบหน้ากลมๆ ของนางดูไร้เดียงสา เยว่ฉีอวิ๋นส่ายหัว “รู้แล้ว จะแบ่งให้เจ้าบ้างก็ได้”

“คุณชายรองจางโหวมานั่งด้วยกันเถอะ!” เยว่ฉีอวิ๋นนั่งลงตรงระเบียงที่อยู่หน้าเวที ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน จ้าวเยี่ยนเจียวแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นหลี่ต้าจ้วงที่กำลังเข็นรถเข็นของจางเจิ้งเหอแล้วขยิบตาให้นาง ความสัมพันธ์แบบ ‘คู่เวรคู่กรรม’ ของนางกับจางเจิ้งเหอ ยิ่งมีคนรู้เรื่องน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี

“ข้าจะให้เป่าชิ่งโหลวส่งอาหารและเหล้ามาหนึ่งโต๊ะ”

เดิมทีนางตั้งใจว่าจะไม่สนใจเขา แต่คำพูดเรียบง่ายของจางเจิ้งเหอทำให้จ้าวเยี่ยนเจียวเปลี่ยนใจ นางรีบเอ่ยทันที “ข้าจะเอาขาหมูแก้ว[1]ด้วย”

จางเจิ้งเหอมองนางด้วยรอยยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม นางเป็นคนตะกละจริงๆ “ได้”

จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มอย่างสดใส สมใจอยาก

เยว่ฉีอวิ๋นมองทั้งสองคน แล้วพูดอย่างมีความมายว่า “ข้านึกว่าศัตรูคู่อาฆาตเจอกัน จะต้องโกรธแค้นกันเรื่องราวใหญ่โตแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะเข้ากันได้ดีถึงเพียงนี้”

“คุณชายสาม ข้ากับคุณชายรองไม่ได้เป็นศัตรูกันเจ้าค่ะ”

“เท่าที่ข้ารู้มา คุณชายรองตอนเด็กๆ ตกน้ำและป่วยมาตลอด เรื่องนี้ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเจ้า”

ฉินเยว่ที่อยู่ข้างๆ ตกใจ นางยกศีรษะขึ้นมองไปที่จางเจิ้งเหอ เขาเป็นคุณชายที่หล่อเหลาจริงๆ!

“ท่านป้า เขาคือคุณชายรองของจวนโหว”

ฉินเยว่นึกถึงเรื่องที่จ้าวเยี่ยนเจียวถูกลงโทษเมื่อหลายปีก่อน จนต้องออกจากตระกูลจ้าวก็เพราะคนมีอำนาจคนนี้

“เขาคือคนที่เจ้าทำร้ายหรือ?”

จ้าวเยี่ยนเจียวกรอกตาไปมา “ข้าไม่ได้ทำร้ายเขา”

“แต่...” ฉินเยว่รีบมองจางเจิ้งเหอแล้วก้มหน้าลงทันที

“เยว่เหนียง[2]“ เยว่ฉีอวิ๋นเรียกฉินเยว่ที่ดูไม่สบายใจ “เรื่องที่เจียวเจียวทำตอนเด็กๆ คุณชายรองไม่คิดเล็กคิดน้อยหรอก”

“ขอบคุณคุณชายรองที่ใจกว้าง” ฉินเยว่กล่าวพลางก้มศีรษะค้อมตัว

จ้าวเยี่ยนเจียวมองดูพวกเขาทั้งสองพูดคุยกันอย่างไม่พอใจ นางจ้องจางเจิ้งเหออย่างโกรธเคือง “ท่านไม่พูดอะไรหน่อยหรือ?”

มุมปากของจางเจิ้งเหอยกขึ้น “อย่างที่คุณชายสามพูด เรื่องที่เจ้าทำตอนเด็กๆ ข้าไม่เอามาคิดเล็กคิดน้อยหรอก”

นางอยากจะกระอักเลือดออกมาจริงๆ! แต่ฉินเยว่ก็ลุกขึ้นยืนแล้ว ทั้งยังดึงจ้าวเยี่ยนเจียวให้ลุกขึ้นด้วย นางรีบพูดว่า “คุณชายใจดีเหลือเกิน ขอบคุณท่านมาก”

จ้าวเยี่ยนเจียวมองจางเจิ้งเหอเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีจะอธิบายอะไร นางก็รู้สึกโกรธมาก แต่เมื่อเขาเลื่อนขนมกุยช่ายที่อยู่ตรงหน้ามาให้ มุมปากของนางก็กระตุก เลิกคิดที่จะโต้เถียงทันที อย่างไรนางก็แบกรับความผิดเรื่องที่ทำให้เขาตกน้ำมาหลายปีแล้ว จะให้แบกต่อก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณชายรอง” นางพูดแค่นั้น แล้วนั่งลง หยิบขนมกุยช่ายเข้าปากตัวเองทันที

ฉินเยว่เห็นดังนั้นก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย แล้วค่อยๆ นั่งลง

“เด็กคนนี้ไร้ยางอายจริงๆ” เยว่ฉีอวิ๋นหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของจ้าวเยี่ยนเจียว” นิสัยของเจ้าไม่เหมือนท่านป้าของเจ้าเลยสักนิด”

จ้าวเยี่ยนเจียวกลืนขนมกุยช่ายลงไป “ข้าได้นิสัยมาจากท่านแม่ของข้า ไม่เหมือนท่านป้าที่เป็นคนใจดี”

เยว่ฉีอวิ๋นหัวเราะ “เจ้ากำลังบอกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ?”

“ข้าก็เป็นคนใจดี เพียงแต่โลกนี้มันไม่ดี ดังนั้นข้าเป็นคนใจดีได้ แต่เป็นคนดีไม่ได้”

เยว่ฉีอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้น สบตากับจางเจิ้งเหอ เห็นว่าเขาก็ตั้งใจฟังอยู่ “คำพูดนี้มีความหมายนะ เป็นคนใจดีได้ แต่เป็นคนดีไม่ได้”

“ข้าเป็นคนใจดีได้ ไม่ทำร้ายคนอื่น ไม่คิดวางแผนใส่ร้ายคนอื่น แต่คนอื่นก็อยากจะทำร้ายและวางแผนใส่ร้ายข้า ดังนั้นข้าจึงไม่เป็นคนดีที่จะปล่อยคนอื่นไปง่ายๆ”

แววตาของเยว่ฉีอวิ๋นเต็มไปด้วยความชื่นชม “มีเหตุผล”

“สิ่งที่ข้าพูดย่อมมีเหตุผลอยู่แล้ว” ขนมกุยช่ายมีแค่สามชิ้น จ้าวเยี่ยนเจียวกินไปสองชิ้นแล้วอย่างรวดเร็ว นางยังไม่พอใจ เลียปากแล้วยื่นมือออกไปหยิบชิ้นสุดท้าย

[1] ทำจากขาหมูและหนังหมู ผ่านการต้มแล้วเลาะกระดูก เทใส่ภาชนะปล่อยให้เย็นจนแข็งตัวคล้ายวุ้น

[2] เหนียง แปลว่าพี่สาว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status