Share

เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร
เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร
Penulis: พชราวลัย

ยุ่งไม่เข้าเรื่อง

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 23:27:35

“ยายอ้วน จะช่วยใครก็ต้องดูน้ำหนักของตัวเองให้ดีก่อน ต่อไปอย่าได้ยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่อย่างนั้นอาจจะเอาชีวิตไม่รอด”

ประโยคง่ายๆ เพียงประโยคเดียวนี้กลายเป็นฝันร้ายของนางมานานหลายปี

ท่านแม่ของนางเป็นคนตัวเล็กแต่มีนิสัยกล้าหาญไม่ยอมคน เป็นเลิศในเรื่องของการกิน กินได้ทุกอย่าง ยกเว้นการกินความเสียเปรียบ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือท่านแม่ไม่เคยยอมให้ใครมาเอาเปรียบและไม่เคยเอาเปรียบใคร ท่านพ่อตกหลุมรักในความกล้าหาญชาญชัยของท่านแม่ ไม่สนใจการคัดค้านของครอบครัว ท่านพ่อจึงแต่งท่านแม่เข้ามาเป็นอนุภรรยา

ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่ของนางรักท่านพ่อจนหมดหัวใจ ด้วยนิสัยของท่านแม่แล้วคงไม่มีทางยอมเป็นอนุให้ใคร แต่เมื่อรักแล้วก็คือรัก หลังจากแต่งงานกับท่านพ่อ ฮูหยินใหญ่ก็หาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ท่านแม่ก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งครอบครัวจึงใช้ชีวิตกันอย่างครื้นเครง

ท่านพ่อรักท่านแม่มาก น่าเสียดายตอนที่ท่านแม่กำลังจะคลอดน้องชาย กลับขาดใจตายไปเสียเฉยๆ ท่านพ่อที่สูญเสียคนที่รักก็จมอยู่กับความเศร้า ไม่รู้ว่าเหม่อลอยกับเรื่องท่านแม่มากขนาดไหน ในที่สุดก็เดินพลัดตกเหวระหว่างออกไปทำธุระ

ท่านพ่อกับท่านแม่ได้กลับไปอยู่ด้วยกันบนสวรรค์ แต่นางที่อายุได้เพียงแค่หกขวบกลับกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีทั้งบิดาและมารดา

นับตั้งแต่นั้นมา นางที่อายุเพียงหกขวบจึงถูกเลี้ยงดูโดยฮูหยินใหญ่ จากประสบการณ์ที่ได้เห็นการต่อสู้ฟาดฟันระหว่างท่านแม่กับฮูหยินใหญ่มาตลอดหลายปี นางรู้ดีว่าฮูหยินใหญ่ไม่ใช่คนดีอะไรนัก การที่จะหวังให้ฮูหยินใหญ่ใจดีกับลูกอนุอย่างนาง ไม่สู้บอกให้นางเลิกฝันกลางวันจะง่ายกว่า

นางเป็นเด็กที่รู้จักประมาณตนมาตลอด เข้าใจดีว่าตัวเองยังเด็ก ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ต้องห้ามทำตัวสู้หัวชนฝาเหมือนท่านแม่ ดังนั้นเมื่อไม่มีบิดามารดาแล้ว นางก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเด็กว่าง่าย ขี้อายและซื่อบื้อ สิ่งเดียวที่นางยอมทำเหมือนท่านแม่คือการกินให้อิ่มท้อง กิน กิน กิน และก็กินให้อิ่มท้อง...

เพราะกินแบบไม่บันยะบันยัง ใบหน้าของนางจึงเหมือนซาลาเปา ส่วนรูปร่างก็กลมป้อมเหมือนโอ่งใบย่อมๆ

ชื่อจริงของนางคือจ้าวเยี่ยนเจียวเกิดในวันเทศกาลชีซี[1] จึงมีชื่อเล่นว่าเจียวเจียว แต่หลังจากไม่มีท่านพ่อกับท่านแม่แล้ว คนที่เรียกนางว่าเจียวเจียวก็มีมากขึ้น บางครั้งแม้แต่คนรับใช้ก็ยังเรียก นางรู้ดีว่าในน้ำเสียงที่คนเหล่านั้นใช้เรียกนางเจือไว้ด้วยความเหยียดหยาม เยาะเย้ยว่าโอ่งอ้วนๆ อย่างนางจะคู่ควรกับชื่อที่อ่อนหวานอย่างเจียวเจียวได้อย่างไร

เมื่อพี่สาวน้องสาวคนอื่นๆ ในตระกูลจ้าวเห็นนาง ซึ่งมักจะเป็นตอนที่นางกำลังกินอยู่เสมอ พวกนางจะเรียกชื่อเจียวเจียวและหัวเราะเยาะรูปร่างและท่าทางที่นางกิน ทุกครั้งที่ถูกหัวเราะเยาะ นางก็แค่หัวเราะตามอย่างเซ่อซ่า ราวกับว่าตัวเองเป็นคนโง่งม

แต่จริงๆ แล้วนางไม่ได้โง่สักนิด นางแค่อยากเอาตัวรอด

ท่านแม่ของนางทำตามใจตัวเองได้เพราะมีท่านพ่อคอยปกป้อง ถ้าตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ นางก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามใจเช่นคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว จึงต้องทำตัวให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่น่าเสียดาย... ความฉลาดที่นางแอบซ่อนเอาไว้มาโดยตลอด กลายเป็นสิ่งน่าละอายในวันฉงหยาง[2]ที่มีอากาศสดใสตอนอายุแปดขวบ

ในวันฉงหยาง คนในตระกูลขุนนางจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์อย่างใหญ่โต มีอาหารอันแสนโอชะและสุราที่หมักจากดอกจวี๋ฮวา[3] ตระกูลจ้าวจัดงานเลี้ยงชมดอกจวี๋ฮวาอย่างคึกคักเช่นกัน

วันนี้เป็นหนึ่งในวันที่นางชอบที่สุด เพราะมีของอร่อยมากมาย ตั้งแต่เช้าตรู่ นางก็ถูกกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาตามลมรบกวนกระเพาะ นางหลับตาทำจมูกฟุดฟิตๆ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้นก็แอบหยิบจานขนมออกมาจากห้องครัว ตั้งใจจะหาที่เงียบๆ เพื่อลิ้มรส แต่เท้าเจ้ากรรมกลับนำพาไปยังริมสระสุ่ยเยว่ในสวนเพราะได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน

ตอนที่ท่านพ่อกับท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่นี่บ่อยแค่ไหน นางเองก็ขลุกอยู่ด้วยบ่อยแค่นั้น ที่นี่จึงเป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่มีทิวทัศน์อันสวยงามและมีความสุขที่สุดของนาง

ท้องฟ้าแจ่มใส ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง มีเด็กหนุ่มสองคนในชุดผ้าแพรยืนเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งอยู่ในชุดสีขาวงามสง่า อีกคนอยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มดูหนักแน่น ท่าทางดูเหมือนกำลังถกเถียงกัน

นางกำลังหยิบขนมจวี๋ฮวา[4]เข้าปาก ครั้นได้ยินเสียงก็ก้าวถอยหลังหาที่หลบซ่อนเพื่อดูละครงิ้วฉากนี้พร้อมกับกินขนมไปด้วย นางพยายามเดินให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เสียงก็ยังดังเกินไป คงต้องโทษรูปร่างอันอุดมสมบูรณ์ของนาง อีกทั้งวันนี้ฮูหยินใหญ่ตั้งใจให้นางสวมชุดสีชมพูเต็มยศ บอกว่าเพื่อขับความงามของบุตรสาว คิดดูเถิดต้องสวมเสื้อผ้าตั้งกี่ชั้นบวกกับรูปร่างกลมๆ จะไม่ทำให้นางดูตัวใหญ่ขึ้นได้อย่างไร

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มชุดขาวหันมามอง จ้าวเยี่ยนเจียวก็คิดว่าเขาคงจะโมโหจากการทะเลาะกัน แต่สายตาที่มองมายังนางกลับดูสงบนิ่งและบริสุทธิ์ สง่างามและเย็นชาเหมือนดอกบ๊วยบานในฤดูใบไม้ผลิ

เด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างนางจะไปเข้าใจอะไร แค่รู้สึกว่าคนคนนี้ถึงแม้จะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็หล่อเหลาราวกับเซียนที่ลงมาจุติในโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ เพียงแค่สบตา หัวใจของนางก็เต้นรัวจนควบคุมไม่ได้ นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงความรู้สึกที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟังตอนที่ได้พบกับท่านพ่อครั้งแรก ความรู้สึกในตอนนี้ของนางดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น เท้าของนางจึงก้าวไปหาเขาโดยไม่รู้ตัว

แต่การเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนนางตกใจ มีเสียงป๋อมดังขึ้น นางเห็นเด็กหนุ่มชุดน้ำเงินเข้มยื่นมือออกไปแล้วผลักเซียนในสายตาของนางอย่างไม่ลังเล

[1] เทศกาลชีซีมีรากฐานมาจากตำนานพื้นบ้านที่โด่งดังของจีนเรื่อง หนุ่มเลี้ยงวัว กับสาวทอผ้าซึ่งเป็นบุตรสาวของเทพธิดาบนสวรรค์ ทั้งสองตกหลุมรักกันและแต่งงานจนมีลูกด้วยกัน แต่ด้วยกฎสวรรค์ที่ห้ามมนุษย์และเทพมีความรักต่อกัน เทพธิดาผู้เป็นแม่จึงใช้ปิ่นปักผมขีดเป็นทางช้างเผือก เพื่อแยกทั้งสองออกจากกันอย่างถาวร ปัจจุบันคือเทศกาลวันวาเลนไทน์ของจีน

[2] วันไหว้บรรพบุรุษ

[3] ดอกเบญจมาศ หรือดอกเก๊กฮวย

[4] เป็นขนมที่นิยมรับประทานในช่วง เทศกาลฉงหยาง มักจะทำเป็นขนมที่มีลักษณะเป็น วุ้นหรือพุดดิ้ง สีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีดอกเบญจมาศประดับอยู่ด้านบน ให้กลิ่นหอมและรสชาติอ่อน ๆ ของดอกไม้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status