แชร์

รักเพราะหน้าตาดี

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 13:25:38

ฉินเยว่ส่ายหัวโดยไม่ลังเล แม้ว่านางจะไม่ฉลาด แต่ก็รู้ตัวดีว่านางมีความสามารถแค่ไหน

“ป้าทำไม่ได้หรอก” นางเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “ป้าแค่อยากอยู่ในสวนปลูกต้นไม้ดอกไม้ แต่ป้าก็อยากให้เจ้ามีชีวิตที่ดี...จริงๆ แล้ว ป้าแค่อยากรอให้ลุงเขยของเจ้ากลับมา เมื่อเขามาแล้ว ป้าก็จะกลับไปที่หมู่บ้านเล็กๆ กับเขา”

จ้าวเยี่ยนเจียวถอนหายอีกรอบ “ท่านป้าเจ้าคะ ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านลุงเขยจะกลับมา?”

ฉินเยว่ก้มหน้าลงแล้วเงียบไป นางรู้ว่าคนอื่นแอบพูดว่านางโง่และเพ้อฝัน แต่นางไม่เคยเก็บคำพูดเหล่านั้นมาใส่ใจ อย่างไรก็ตาม ในส่วนลึกของหัวใจ นางไม่ต้องการให้หลานสาวที่นางรักเพียงคนเดียวคิดเหมือนคนอื่นๆ และมองนางแบบนั้น

“ท่านป้า?”

“ป้า...” นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มองจ้าวเยี่ยนเจียวแม้ว่าจะรู้ว่าหลานสาวไม่เห็นด้วย นางก็ยังคงพูดว่า “เขาต้องกลับมาแน่นอน”

เป็นเช่นนั้นจริงๆ! จ้าวเยี่ยนเจียวไม่แปลกใจกับคำตอบ ท่านป้าของนางเชื่ออย่างสุดใจว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมา ความคิดนี้ไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่ท่านป้ายืนหยัดมาโดยตลอด

จ้าวเยี่ยนเจียวรู้สึกโกรธอย่างไม่มีเหตุผล นางพูดออกไปว่า “ท่านป้า ข้าหวังว่าเขาจะตายเจ้าค่ะ!”

ฉินเยว่มองนางด้วยความตกใจ

“ถ้าเขาตายไป นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับท่าน”

ฉินเยว่ได้ยินคำพูดของนาง ใบหน้าซีดเผือด ทำอะไรไม่ถูก

“ท่านป้าเจ้าคะ ท่านลองถามใจตัวเองดูสิ ถ้าเขายังไม่ตาย แต่หลายปีมานี้กลับไม่สนใจความเป็นตายของท่าน ไม่เคยถามไถ่ ท่านยังมีความสุขอยู่ไหม?”

“เจียวเจียว เจ้าอย่าโกรธเลยนะ ป้า...” ฉินเยว่ร้อนรนรีบพูดว่า “ป้าเคยคิดเรื่องนี้จริงๆ ถ้าเขายังไม่ตายและไม่สนใจป้า คนเราก็ต้องไม่มีความสุขอยู่แล้ว แน่นอนว่าป้าจะไม่มีความสุข แต่เจียวเจียว ป้าแค่หวังว่าเขาจะมีชีวิตอยู่”

“ทำไม?” จ้าวเยี่ยนเจียวถามอย่างโกรธเคือง

“เพราะเขาคือสามีของป้า และป้ารักเขา” ฉินเยว่พูดอย่างจริงจัง บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความดื้อรั้น “ดังนั้นป้าจึงหวังว่าเขาจะมีชีวิตที่ดี ถ้าเขาไม่ต้องการป้าก็ไม่เป็นไร ขอแค่เขากลับมาและบอกป้าคำหนึ่ง ป้าก็จะเลิกรอเขา”

จ้าวเยี่ยนเจียวพูดไม่ออก ท่านป้าของนางดื้อรั้นกว่าใครๆ ความดื้อรั้นที่สะสมมาอย่างยาวนานหลายปี ฝังรากลึกถึงกระดูกตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของนางไปแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร นางจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะชนกำแพง

จ้าวเยี่ยนเจียวส่ายหัว การโกรธท่านป้าของนางก็เหมือนกับการชกไปที่ปุยฝ้าย นางถอนหายใจยาวๆ “ท่าป้าเจ้าคะ เล่าเรื่องของลุงเขยให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?”

อาจจะเป็นเพราะความรังเกียจ ดังนั้นนางจึงไม่เคยพูดถึงลุงเขยที่ไม่เคยเจอหน้ากับท่านป้ามาหลายปีแล้ว

ฉินเยว่เผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข “ลุงเขยของเจ้าเป็นคนหน้าตาดีมากๆ”

จ้าวเยี่ยนเจียวเท้าคางอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา “หรือว่าท่านรักลุงเขยก็เพราะเขาหน้าตาดีอย่างเดียว?”

ฉินเยว่พยักหน้าโดยไม่ลังเล “ตอนแรกก็ใช่”

จ้าวเยี่ยนเจียวนึกขึ้นได้ว่าท่านแม่ของนางก็ชอบท่านพ่อเพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน พี่น้องคู่นี้ถึงแม้ว่านิสัยจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ไม่มีใครสามารถต้านทานความหล่อเหลาได้ เมื่อนึกถึงท่านแม่ที่ตายไปเพราะให้กำเนิดลูกให้ท่านพ่อ และท่านป้าที่รอคอยลุงเขยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมมาหลายปีโดยไม่เสียใจ...นางก็คิดว่าการที่ตัวเองถูกรูปร่างหน้าตาของจางเจิ้งเหอหลอกก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรแล้ว

“แต่ความรักระหว่างคนสองคนเกิดขึ้นหลังจากการใช้ชีวิตร่วมกัน ลุงเขยของเจ้าแม้จะไม่ชอบพูด แต่เขาก็ชอบฟังป้าพูด เขาไม่เคยรำคาญป้าและไม่เคยดูถูกป้า”

“แต่เขามองไม่เห็นนะ” จ้าวเยี่ยนเจียวรู้ว่าสามีของฉินเยว่เป็นคนตาบอด ถ้าเขาไม่ตาบอดและหน้าตาดีขนาดนั้น เขาคงจะไม่มาอยู่กินกับตระกูลฉินหรอก

ฉินเยว่พยักหน้า “ใช่ เขามองไม่เห็น ก็เพราะมองไม่เห็นไง ป้าถึงมองเขาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าป้าจะมองเขาจ้องเขาแค่ไหน เขาก็ไม่เคยรู้ เขาไม่รู้ด้วยว่าป้าหน้าตาขี้เหร่ ป้าก็เลยรู้สึกสบายใจ”

เมื่อได้ยินนางพูดแบบนั้น การที่สามีของนางตาบอดกลับกลายเป็นข้อดีในสายตาของนาง ความรักเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น

จ้าวเยี่ยนเจียวจับมือของฉินเยว่ “ท่านไม่ขี้เหร่เลยนะ นี่ก็แค่ปานเล็กๆ บนหน้าผากเท่านั้น ถ้าท่านยินยอม ข้าสามารถทำขี้ผึ้งเพื่อปกปิดปานนี้ได้ทันทีเลย”

“รอจนกว่าป้าเจอลุงเขยของเจ้าแล้วค่อยทำให้ป้าเถอะ” ฉินเยว่ยิ้มส่ายหัว “แต่ไม่ต้องลำบากหรอก เขาตาบอดนะ ต่อให้ป้าแต่งตัวงดงามแค่ไหน เขาก็ไม่เห็นหรอก”

“เขาไม่เห็น แต่คนอื่นเห็นนะ...” จ้าวเยี่ยนเจียวมองเข้าไปในดวงตาของฉินเยว่ “ท่านป้าเจ้าคะ ลุงหลินดีกับท่านมากเลยนะ”

ฉินเยว่ก้มหน้าหรี่ตาลง “แต่ป้าไม่ชอบเขา”

คำพูดที่เรียบง่ายนี้ทำให้ความหวังของจ้าวเยี่ยนเจียวจบสิ้นลง นางได้แต่มองท่านป้าด้วยความสิ้นหวังและหดหู่

ฉินเยว่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อถูกมองแบบนั้น นางพูดเบาๆ ว่า “เจียวเจียว ไม่ต้องห่วงนะ ป้าจะไม่เอาเงินทั้งหมดไปใช้ในการตามหาคนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หลายปีที่ผ่านมา ป้าได้เก็บเงินไว้สำหรับสินสอดของเจ้าแล้ว เจ้าจะไม่ลำบากแน่นอน”

จ้าวเยี่ยนเจียวถอนหายใจ นางเสียดายเงินที่เหมือนกับโยนทิ้งไปในน้ำ และยิ่งเสียใจกับการที่ท่านป้าของนางยืนหยัดมาหลายปี

ฉินเยว่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ นางลุกขึ้นไปหยิบกล่องไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงออกมา

กล่องไม้นี้จ้าวเยี่ยนเจียวคุ้นเคยดี ข้างในคือเงินเก็บทั้งหมดของท่านป้า นำมาวางตรงหน้านางเหมือนกับกำลังนำเสนอสมบัติ

“รอให้ผู้อาวุโสอาการดีขึ้น ป้าจะขอให้ผู้อาวุโสช่วยหาคนดีๆ ที่ซื่อสัตย์ให้เจ้าแต่งงานด้วย เมื่อมีสามี เจียวเจียวก็จะมีคนพึ่งพาได้แล้ว เงินทั้งหมดนี้ป้าจะยกให้เจ้าเป็นสินสอดเอง”

ความคิดของฉินเยว่เรียบง่ายมาก นางคิดแค่ว่าถ้าจ้าวเยี่ยนเจียวแต่งงานแล้วก็จะมีสามีคอยปกป้อง แม้ว่านางจะไม่ได้เป็นคนดูแลหงเสีย ก็จะไม่มีใครกล้าทำร้ายเจียวเจียวอีก

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่แสดงความคิดเห็นออกมา ปล่อยให้ฉินเยว่วางแผนไปตามลำพัง อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่านางจะเอาเงินทั้งหมดไปใช้ในการตามหาคนอีกแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status