แชร์

ลูกรัก ใครก็อยากจะช่วย

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 11:38:09

“หยวนหยวน เจ้าก็รู้ดีว่าคุณชายใหญ่รักคุณชายรองขนาดไหน ตลอดหลายปีมานี้ที่เขาเลือกฮูหยินให้คุณชายรอง สตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงกี่คนต่อกี่คนก็ไม่เข้าตาเขา แต่เรือนรองจวนโหวกลับทำแบบนี้” เยว่ฉีอวิ๋นพูดต่อ “ตอนนี้คุณชายใหญ่กลับมาแล้ว และรู้ว่าเรือนรองทำเรื่องแบบนี้ ต้องไม่พอใจกับการแต่งงานของตระกูลจ้าวแน่ๆ”

“เรื่องนี้ไม่ต้องให้คุณชายสามเป็นห่วงหรอกขอรับ” จางเจิ้งเหอเปลี่ยนสายตา และมองจ้าวเยี่ยนเจียวอย่างเป็นห่วง ไม่อยากให้เรื่องฐานะทางครอบครัวทำให้นางรู้สึกไม่ดี “ข้ามีวิธีของข้าขอรับ”

“ข้าก็แค่หวังดีกับเจียวเจียวเท่านั้น” เยว่ฉีอวิ๋นเบือนสายตามองไปทางจ้าวเยี่ยนเจียว “เจ้าควรเข้าใจความหวังดีของข้า”

“แน่นอนเจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวพยักหน้าอย่างไม่เสแสร้ง พูดตามคำกล่าวของเยว่ฉีอวิ๋นอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าข้าเป็นคุณชายใหญ่ ข้าก็ไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้เช่นกันเจ้าค่ะ”

น้องชายที่ดูดีและสง่างามแบบนี้ ถึงแม้จะไม่มีตำแหน่งทางราชการ แต่ตราบใดที่พี่ชายอย่างเขายังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถรับประกันชีวิตที่รุ่งโรจน์ของเขาไปได้ตลอดชีวิต แต่งงานกับคุณหนูจากตระกูลสูงในเมืองหลวงยังพอว่า แต่เรือนรองกลับฉวยโอกาสที่เขาหายตัวไป เลือกคุณหนูจากตระกูลจ้าวในหยางโจวซึ่งกำลังเสื่อมอำนาจเป็นฮูหยินเอก แถมคุณหนูผู้นั้นยังรังเกียจ ถึงกับจะให้บุตรสาวของอนุแต่งแทน ถ้าคุณชายใหญ่รู้เรื่องนี้จะไม่โมโหจนกระอักเลือดเลยหรือ?

จ้าวเยี่ยนเจียวมองจางเจิ้งเหอด้วยดวงตาที่เป็นประกาย “ท่านว่าคุณชายใหญ่จะแก้แค้นให้ท่านไหม?”

จางเจิ้งเหอเดิมทีกังวลว่าในใจจ้าวเยี่ยนเจียวจะรู้สึกไม่ดี แต่เมื่อเห็นสีหน้าของนาง เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “เจ้าหมายถึงจัดการกับตระกูลจ้าวหรือ?”

จ้าวเยี่ยนเจียวพยักหน้า

“มานี่สิ” จางเจิ้งเหอยื่นมือออกไปให้นาง

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้เสแสร้ง นางก้าวไปหาเขาอย่างรวดเร็ว จางเจิ้งเหอจับมือของนางไว้โดยไม่สนใจว่าเยว่ฉีอวิ๋นจะอยู่ข้างๆ “เรื่องการแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ ไม่จำเป็นต้องให้พี่ชายของข้าลงมือหรอก”

เยว่ฉีอวิ๋นเลิกคิ้วถามว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร?”

จางเจิ้งเหอเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา สายตาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า

“คุณชายรอง นี่ไม่ใช่ท่าทีของผู้น้อยที่มีต่อผู้ใหญ่”

เหยาเซียวหยวนอดไม่ได้ที่จะหวักมือเรียกสามีของตัวเอง อายุมากขนาดนี้แล้วยังชอบไปยุ่งกับเรื่องของเด็กๆ อีก “สามี มานี่สิ”

เยว่ฉีอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ได้แต่ลูบจมูกตัวเองอย่างเสียดาย เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปหาเหยาเซียวหยวน

“ความจริงคือเจียวเจียวไม่ได้มีฐานะสูงส่ง แต่ข้าก็ตกลงกับนางแล้วว่า เมื่อคุณชายใหญ่กลับมา ข้าจะให้เขาเป็นคนจัดการเรื่องการแต่งงานให้เจียวเจียว”

เยว่ฉีอวิ๋นขมวดคิ้ว “เรื่องนี้ทำไมเจ้าไม่ปรึกษาข้าก่อน?”

“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ต้องปรึกษาท่านด้วยหรือ” เหยาเซียวหยวนพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้ข้าคิดวิธีที่ดีกว่านั้นได้แล้ว พี่ใหญ่ไม่มีบุตรชาย ถ้าให้เขาได้รับเจียวเจียวเป็นบุตรสาวบุญธรรม เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร? คุณชายใหญ่ให้ความเคารพต่อพี่ใหญ่มาโดยตลอด เมื่อมีพี่ใหญ่หนุนหลัง คุณชายใหญ่ก็คงไม่สามารถขัดขวางเจียวเจียวได้หรอก”

เยว่ฉีอวิ๋นจิ๊ปากออกมา “ไอ้หยา เจ้าอย่าเหลวไหล ท่านพ่อยังอยู่ เจ้ากล้าตัดสินใจให้พี่ใหญ่รับบุตรสาวบุญธรรม แต่ข้าไม่มีความกล้าขนาดนั้นหรอก”

เหยาเซียวหยวนเบ้ปาก ในจวนเยว่กั๋วกง ท่านผู้เฒ่ากั๋วกงเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่มั่นคง เป็นคนเคร่งครัด เน้นเรื่องฐานะ มองว่าต้องเหมาะสมคู่ควร เทียบกันแล้วความคิดเรื่องการเลือกคู่ครองไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณชายใหญ่จวนโหว

“เรื่องของข้ากับเจียวเจียว ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาจัดการ” จางเจิ้งเหอมองเยว่ฉีอวิ๋นกับฮูหยินของเขา “ไม่ว่าพี่ใหญ่จะชอบหรือไม่ชอบ เมื่อข้าตัดสินใจแล้ว ก็คือตัดสินใจ”

“เยี่ยมมาก!” เหยาเซียวหยวนอดไม่ได้ที่จะชื่นชมจางเจิ้งเหอ “ในอนาคตถ้ามีเรื่องอะไรก็มาหาข้าได้เลย ข้าจะช่วยอย่างแน่นอน”

เยว่ฉีอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็อดกลอกตาไม่ได้

จางเจิ้งเหอยิ้มบางๆ “ขอบคุณฮูหยินสามขอรับ”

เยว่ฉีอวิ๋นกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่เหยาเซียวหยวนกลับไม่เปิดโอกาสให้เขา นางจูงเขาไปที่ห้องโถง โต๊ะและเก้าอี้ที่ถูกทำลายเพื่อขู่คนตระกูลจ้าวเมื่อครู่ถูกจัดแจงอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว

จ้าวเยี่ยนเจียวนั่งลงข้างเตียงและมองจางเจิ้งเหออย่างระมัดระวัง “ท่านไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ?”

จางเจิ้งเหอส่ายหัว “ไม่เป็นไรเลย ตั้งแต่ต้นจนจบข้าสบายดี”

จ้าวเยี่ยนเจียวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางพึมพำว่า “หลอกคนอื่นแบบนี้ สนุกมากหรือไง?”

จางเจิ้งเหอเอื้อมมือไปบีบแก้มที่ดูโกรธๆ ของนาง “ข้าช่วยเจ้าแก้แค้นนะ อย่าทำตัวไม่รู้คุณคน”

“เชอะ ด้วยความสามารถของข้า จ้าวซิ่นจะนับว่าเป็นอะไร ต้องให้ท่านมาช่วยด้วยหรีอ”

“เห็นเจ้าเอาแต่ร้องไห้กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้น การที่ข้าล้มลงไปครั้งเดียวมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าการแสดงของเจ้าหลายเท่า”

“ใช่แล้วท่านทำได้ดี ก็แค่พึ่งพาฐานะของท่าน ตระกูลจ้าวกลัวว่าถ้าท่านตาย พวกเขาก็ต้องตายตามไปด้วย ท่านรู้ไหมว่าทำไมจ้าวซิ่นถึงหาเรื่องข้า?” นางมองเขาอย่างไม่พอใจ “ท่านเกิดมาหน้าตาดีเพียงนี้ แค่พูดคุยกับท่านไม่กี่ประโยค นางก็เปลี่ยนใจอยากจะแต่งงานกับท่าน ข้าควรดีใจที่ท่านร่างกายไม่ดี ไม่อย่างนั้นด้วยรูปร่างหน้าตาของท่านแล้ว เกรงว่าผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานกับท่าน เดินวนรอบเมือง

สามรอบก็ไม่หมด”

“เจ้าอย่าเอาแต่โมโห” เขาพูดปลอบโยนเบาๆ “เอาเป็นว่าข้ารับปาก ต่อไปจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปข้างนอก ดีหรือไม่?”

น้ำเสียงของเขาเหมือนกำลังปลอบเด็ก แต่จ้าวเยี่ยนเจียวกลับรู้สึกดีมาก

“ตอนนี้ตระกูลจ้าวเป็นอย่างไรบ้าง?”

“จ้าวเยี่ยนเจียวถูกโบยไปแล้วครั้งหนึ่ง กับถูกลงโทษให้คุกเข่าที่ศาลบรรพชน”

จางเจิ้งเหอได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ประหลาดใจ “ตอนนั้นเจ้าถูกลงโทษให้คุกเข่าที่ศาลบรรพชนกี่วัน?”

“สามวัน” นางจำเรื่องนี้ได้ดี “ท่านจะทำอะไร?”

“ก็... ไม่มีอะไร” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ลูบมือที่อวบนุ่มของนางเล่น “ให้หมอส่งข่าวออกไปว่าข้าหมดสติไปสามวัน ให้นางได้สำนึกผิดที่ศาลบรรพชนให้ดี”

นี่เป็นการดูเรื่องสนุกอย่างไม่ต้องเกรงกลัวอะไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่จางเจิ้งเหอแก้แค้นให้ตัวเองแบบนี้รู้สึกดีมาก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status