Share

หยุดรถม้าด้วยไม้คาน

last update Last Updated: 2026-01-27 11:01:26

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” หยินจื่อตอบด้วยรอยยิ้มสดใส

ฉินเยว่เดินเข้ามา มองดูของที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะก็ช่วยจัดเก็บให้จ้าวเยี่ยนเจียว

เห็นน้ำผึ้งที่ใช้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง นางก็ส่ายหน้า “ป้าจำได้ว่าเพิ่งซื้อมาเมื่อวาน ทำไมเหลือแค่นิดเดียวเอง หรือว่าเอาไปกินเล่นอีกแล้ว?”

“เปล่าเจ้าค่ะ แค่ลองสีใหม่หลายสี เลยใช้วัตถุดิบเยอะไปหน่อย”

จ้าวเยี่ยนเจียวพูดด้วยความจริงใจ ฉินเยว่รักนางเสมอ แม้จะสงสัยก็ยังเชื่อใจนาง

จินจื่อออกมาจากห้องของคังหมัวมัว พอเห็นคน จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบดึงมือของฉินเยว่ทันที “ท่านป้า ข้าต้องใช้ติงเซียง[1] ช่วยไปเก็บมาให้ข้ามากหน่อยนะเจ้าคะ”

ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าทันที “เดี๋ยวป้าไปเก็บให้เลย”

จ้าวเยี่ยนเจียวส่งสัญญาณให้จินจื่อเข้ามาในห้อง การที่ให้ท่านป้าออกไปก็เพราะไม่ต้องการให้ท่านป้ารู้เรื่องที่มีคนจากตระกูลจ้าวมาสอบถามเรื่องของนาง ถ้าท่านป้ารู้ว่ามีคนตระกูลจ้าวมาตามหา ด้วยนิสัยของนาง อาจจะกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

จินจื่อพูดเบาๆ ว่า “คุณหนูวางใจได้เลยเจ้าค่ะ ผู้อาวุโสบอกว่าจะส่งคนไปสืบเรื่องนี้ให้เอง ขอให้คุณหนูอย่าเพิ่งกังวลไป”

จินจื่อใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ มักจะถูกบิดาที่เมาเหล้าตีจนบาดเจ็บไปทั่วร่างกาย เมื่อมาถึงหงเสีย แม้จะเป็นบ่าวรับใช้ แต่ก็เหมือนได้ใช้ชีวิตเหมือนคนจริงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจ้าวเยี่ยนเจียวดีกับพวกนางมากแค่ไหน คอยปกป้องนางและหยินจื่อเสมอ ไม่อย่างนั้นชีวิตของพี่น้องทั้งสองคนคงไม่ดีขนาดนี้

การอยู่กับคังหมัวมัวทำให้นางได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง นางรู้ว่าคุณหนูเป็นบุตรสาวจากตระกูลใหญ่ แต่เป็นบุตรสาวของอนุภรรยา ตระกูลใหญ่ให้ความสำคัญกับตำแหน่งภรรยาเอกมากว่าอนุภรรยา คุณหนูจึงไม่เป็นที่โปรดปรานและไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้นนางจึงเข้าใจว่าคุณหนูไม่อยากกลับไป เหมือนกับที่นางเองก็ยอมเป็นบ่าวรับใช้แต่และไม่อยากกลับไปหาบิดาของนาง

โชคดีที่บิดาของนางเสียชีวิตแล้ว แม้จะดูอกตัญญู แต่เมื่อรู้ว่าเขาตายแล้ว นางก็ร้องห่มร้องไห้ด้วยความดีใจ

“คนที่มาสอบถามเรื่องของข้าไปทางไหน?”

“ดูจากทิศทางแล้วน่าจะเป็นประตูเมืองทางตะวันออกเจ้าค่ะ”

“ข้าให้ท่านป้าไปเก็บติงเซียงให้แล้ว เจ้าไปบอกท่านป้าว่าวันนี้มีตลาดกลางคืน ข้าจะไปซื้อไป๋ถังเกา[2] อาจจะกลับช้าหน่อย”

จินจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณหนูจะไปตามหาคนหรือเจ้าคะ? อย่าไปเลยเจ้าค่ะ ผู้อาวุโสบอกให้คุณหนู...”

“วางใจได้ ข้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่างไรเสียข้าก็อยากกินไป๋ถังเกาจริงๆ” จ้าวเยี่ยนเจียวบีบมือจินจื่อแล้วรีบหันหลังเดินจากไปทันที

นางไม่รู้ว่าจะตามทันหรือไม่ ถ้าไปทางประตูเมืองทางตะวันออก คาดว่าคงจะรีบกลับไปยังอำเภอหลินในคืนนี้

แม้ว่าคังหมัวมัวจะดีกับนาง แต่ช่วงนี้ท่านไม่สบาย ถ้าเป็นเรื่องที่นางจัดการเองได้ ก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ไปถึงผู้อาวุโส

ในเมือง

มีตลาดกลางคืนที่คึกคักทุกคืน ตั้งแต่ท่าเรือยาวไปจนถึงในเมือง แม้ฟ้าจะมืดแล้วแต่คนบนถนนก็ยังเยอะอยู่ นางไม่ได้เดินเล่นอะไร พุ่งตรงไปทางประตูเมืองตะวันออก แต่ก็ยังตามคนไม่ทัน

นางทำได้แค่เดินกลับ เพื่อปลอบใจตัวเองที่เดินมาเสียเที่ยว นางซื้อหูถังลู่มาไม้หนึ่งเพื่อปลอบใจ

แต่เพิ่งจะเลียไปได้ไม่กี่ครั้ง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าที่วุ่นวายดังมาจากด้านหลัง จ้าวเยี่ยนเจียวหันกลับไปด้วยความอยากรู้ เห็นผู้คนบนถนนต่างพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง รถม้าที่ไม่มีคนขับกำลังพุ่งตรงมา

บนถนนใหญ่มีผู้คนสัญจรไปมามากมาย หากรถม้ายังวิ่งต่อไปก็จะถึงท่าเรือที่คึกคักที่สุด หากไม่หยุดก็จะตกลงไปในแม่น้ำแน่นอน

จ้าวเยี่ยนเจียวขมวดคิ้ว เมื่อมองไปที่รถม้าก็เห็นผ้าม่านถูกดึงออก มีมือโผล่ออกมา

มีคนอยู่?! หัวใจของจ้าวเยี่ยนเจียวเต้นแรง คนในรถม้าไม่สนใจแรงกระเด้งกระดอน พยายามตะเกียกตะกายไปที่ด้านหน้าของรถ เพื่อจะดึงบังเหียน

แม้จะเป็นเพียงชั่วแวบเดียว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้สมองของจ้าวเยี่ยนเจียวว่างเปล่า นางไม่คิดอะไรมาก โยนถังหูลู่ในมือทิ้งไป แล้วคว้าไม้คานหาบของของคนขายเต้าหู้ที่วางอยู่บนพื้นข้างๆ

เมื่อม้าพุ่งเข้ามา นางก็กัดฟัน ไม่หลบหลีก ใช้พละกำลังทั้งหมดฟาดไม้คานไปที่ม้า!

ในขณะที่ไม้คานกระทบขาของม้า มือของจ้าวเยี่ยนเจียวก็ชาทันที นางเซถลาล้มลงไปนั่งกับพื้น ได้ยินเสียงม้าร้องด้วยความเจ็บปวด หัวใจของนางพลันหดลงด้วยความรู้สึกเดียวกัน

[1] ดอกไลแล็ค

[2] หรือขนมน้ำตาลทรายขาว เป็นขนมโบราณของจีน ทำจากแป้งสาลี น้ำตาลทรายขาว และผงยีสต์ นำมาหมัก จากนั้นเทลงถาดแล้วนำไปนึ่ง เนื้อขนมขาวฟู มีอยู่สองประเภทที่แตกต่างกัน ได้แก่ ไป๋ถังเกาแบบเจียงซีมีจุดเด่นที่ความหอม ความนุ่มหนึบ และสีขาวบริสุทธิ์ มีต้นกำเนิดในเมืองหนานชางช่วงราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิง เมื่อถึงยุคสาธารณรัฐไป๋ถังเกาชนิดนี้ได้กลายเป็นของว่างที่ขาดไม่ได้ตามร้านน้ำชา และ ไป๋ถังเกาแบบกวางตุ้งมีรสหวานสดชื่น นุ่มเด้งหนึบหนับดูเรียบง่าย แต่ขั้นตอนการทำนั้นซับซ้อน คิดค้นขึ้นครั้งแรกในช่วงราชวงศ์หมิง ณ เมืองหลุนเจี้ยว ซุ่นเต๋อ มณฑลกวางตุ้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status