แชร์

อุ้มเขาไปกินข้าว

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 11:38:34

เมื่อเห็นท่าทางของจ้าวเยี่ยนเจียวหลี่ต้าจ้วงก็ตาเบิกกว้าง นี่ไม่เหมือนกับคุณหนูจากตระกูลชั้นสูงที่เขาเคยเห็นมาก่อนเลย เขาเหลือบมองจางเจิ้งเหอด้วยความสงสัย และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคุณชายไม่ได้แสดงสีหน้ารังเกียจเลยแม้แต่น้อย

ไม่รู้ว่ายายอ้วนคนนี้มีความสามารถอะไรถึงได้เข้าตาคุณชายของเขาได้ ในช่วงหลายปีมานี้ มีผู้หญิงที่งดงามและดีกว่านางหลายคนมาปรากฏตัวต่อหน้าคุณชาย แต่คุณชายก็ไม่เคยสนใจใครเลย ความเฉยเมยนี้ทำให้ท่านผู้เฒ่าในจวนร้อนใจเป็นอย่างมาก แอบส่งคนมาถามเขาหลายครั้ง เพราะกลัวว่าหลานชายของตนจะ ‘ไม่สมชายชาตรี’ เพราะร่างกายอ่อนแอ

ในฐานะที่เขาเป็นคนรับใช้คนสนิท เขารู้ดีว่าคุณชายของเขาไม่ได้ไม่สมชายชาตรี แต่เป็นเพราะเขาเป็นคนไม่ค่อยมีความต้องการทางด้านนั้นจริงๆ ไม่คิดเลยว่าตอนนี้คุณชายจะสนใจผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา แต่รูปร่างกลมๆ ของยายอ้วนคนนี้ไม่เหมาะสมกับคุณชายของเขาที่งามสง่าเราวกับเทพเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นางกินเหมือนคนตายอดตายอยากเช่นนี้

จ้าวเยี่ยนเจียวกินเร็วมาก แม้ว่าจะไม่ถึงกับงดงาม แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าตะกละ นางเคี้ยวอาหารในปากอย่างละเอียดและลิ้มรสอย่างเต็มที่ก่อนจะกลืนลงไป หลี่ต้าจ้วงเห็นผู้หญิงจากตระกูลชั้นสูงในเมืองหลวงมามากมาย จึงรู้สึกไม่ค่อยชินกับการกินของนาง แต่เมื่อมองดูสีหน้าของนางแล้ว ก็บอกได้เลยว่านางกินได้อร่อยมาก

จ้าวเยี่ยนเจียวสังเกตเห็นว่าจางเจิ้งเหอเอาแต่จ้องนาง ไม่มีทีท่าว่าจะจับตะเกียบ อีกทั้งใบหน้าของเขายังซีดเซียวมาก ดูผอมบางเหมือนกับจะปลิวไปกับสายลม นางอดเลิกคิ้วขึ้นถามไม่ได้ว่า “ขาของท่านหักจริงหรือ?”

เขาพยักหน้า “หลังจากที่เจ้าไป ข้าก็ไม่ระวังจึงหกล้ม”

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ขี้เกียจที่จะหาความจริงในคำพูดของเขา อย่างไรเสียคนคนนี้ก็คาดเดาไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ไม่ว่าคำพูดของเขาจะเป็นความจริงหรือไม่ นางเดินตรงไปที่หน้าเตียง แล้วก้มลงอุ้มเขาขึ้นมา

จางเจิ้งเหอแสดงสีหน้าตกใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “เจ้าจะทำอะไร?”

“อุ้มท่านไปกินข้าว ท่านหน้าตาดีปานเทพเซียนก็จริง แต่คงไม่อยากอดตายเพื่อให้ได้เป็นเซียนหรอกนะ” ใบหน้าของนางไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยในตอนที่พูด นางอุ้มเขาไปวางบนเก้าอี้

“ถึงจะกินไม่ลง ก็ดื่มอะไรสักหน่อยเถอะ น้ำแกงปลานี้อร่อยมาก ข้ากับท่านป้าไปเลือกปลาให้ท่านตั้งแต่เช้าเลยนะ รีบดื่มเถอะ”

จางเจิ้งเหอตกใจไปชั่วขณะ ถูกยายผู้หญิงที่มีใบหน้ากลมเหมือนซาลาเปาราวกับตุ๊กตาอาฝูอุ้มขึ้นมา ทำให้เขา... จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?!

เขามองขึ้นไปที่หลี่ต้าจ้วง หลี่ต้าจ้วงรีบหันหน้าหนี แสดงให้รู้ว่าเขามองไม่เห็นอะไร จางเจิ้งเหอเม้มปาก

“ดื่มเถอะ!” นางตักน้ำแกงปลาให้เขาชามหนึ่ง

จางเจิ้งเหอยื่นมือออกไปรับดื่มไปคำหนึ่งอย่างไม่เต็มใจ

หลี่ต้าจ้วงเห็นดังนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายวาววับ มองจ้าวเยี่ยนเจียวด้วยความขอบคุณ

จ้าวเยี่ยนเจียวมองเขาด้วยความงงงวย นางเลื่อนจานอาหารที่อยู่ตรงหน้าให้เขา “อันนี้อร่อย ท่านกินสักหน่อยเถอะ”

จางเจิ้งเหอหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบกินไปคำหนึ่ง เห็นนางที่กินอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติในปากของเขาก็ดีขึ้นจริงๆ

หลี่ต้าจ้วงรู้สึกตื้นตันใจอย่างแท้จริง ตั้งแต่ข่าวการหายตัวไปของท่านคุณชายใหญ่ที่ชายแดน คุณชายของเขาภายนอกดูเหมือนจะปกติ แต่มีเพียงเขาที่เป็นคนรับใช้ใกล้ชิดเท่านั้นที่รู้ว่าคุณชายกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายปีแล้ว ตอนนี้เห็นเขาในที่สุดก็ยอมกินอะไรบ้าง ก็รู้สึกตื่นเต้นจนอยากจะคุกเข่าขอบคุณฟ้าดิน มองจ้าวเยี่ยนเจียวด้วยสายตาที่ดีขึ้นมาก

“อร่อยใช่ไหม?” จ้าวเยี่ยนเจียวไม่รู้ถึงความตื้นตันใจของหลี่ต้าจ้วง นางแค่คีบอาหารให้จางเจิ้งเหออีก “ถ้าอร่อยก็กินให้มากๆ หน่อย ร่างกายจะได้แข็งแรง ดูข้าสิ ปกติกินเยอะ แรงก็เลยมาก ร่างกายเลยแข็งแรงอย่างที่เจ้าเห็น”

เมื่อนึกถึงตอนที่นางอุ้มเขาขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย จางเจิ้งเหอก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัวอดไม่ได้ที่จะทำหน้าบึ้งออกมา “เจ้าอาจจะมีแรงมากและร่างกายแข็งแรง แต่สมองของเจ้าไม่ค่อยดี เอาแต่คิดเรื่องกิน ข้าให้เจ้ากิน เจ้าก็กิน ไม่กลัวว่าข้าจะวางยาพิษเจ้าหรือไง?”

จ้าวเยี่ยนเจียวพ่นอาหารออกมา

จางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เอียงตัวไปด้านข้าง แต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยน ไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย จ้าวเยี่ยนเจียวมองเขาด้วยความโกรธ วางตะเกียบลงอย่างแรง “ก็แค่กินอาหารเท่านั้น ทำไมต้องทำให้คนไม่พอใจด้วย ข้าทำอะไรผิด ทำไมท่านถึงเกลียดข้า หาเรื่องข้าทุกอย่าง?”

“ข้าไม่ได้เกลียดเจ้าเลยแม้แต่น้อย ถ้าเกลียด ข้าก็คงไม่แม้แต่จะมองเจ้าด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม ข้าค่อนข้างชื่นชมเจ้า ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่กินข้าวกับเจ้าบนโต๊ะเดียวกันหรอก”

ท่าทางที่ดูเหนือกว่านั้นทำให้เนางอยากจะกระอักเลือดออกมา ดูเหมือนว่าร่างกายที่อ่อนแอจะเป็นแค่ภายนอก แต่ข้างในเขาช่างชั่วร้าย “ถ้าวิธีที่ท่านชื่นชมคือการกลั่นแกล้งข้า ข้ายอมให้ท่านเกลียด ไม่ต้องมองข้าจะดีกว่า”

“ด้วยรูปร่างของเจ้า การที่จะไม่ให้คนมอง มันก็ค่อนข้างยากนะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status