แชร์

เขาคือคุณชายรองคนนั้น?

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 11:05:42

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ใช่คนโง่ ดูจากท่าทางของเขา น่าจะมีฐานะที่ไม่ธรรมดา คนในตระกูลสูงส่งเช่นนี้ ในบ้านย่อมมีหมอประจำตระกูลอยู่แล้ว หากไม่จำเป็น คงไม่ยอมให้หมอที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาวินิจฉัยง่ายๆ ดังนั้นนางจึงไม่บังคับ

“คนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วเจ้าค่ะ แต่เมื่อกี้ม้าตกใจ ถึงแม้จะไม่ได้ทำร้ายใคร แต่ก็พังร้านค้าไปไม่น้อย ข้าเห็นท่านเป็นคนมีเหตุผล คงจะรู้ว่าควรรับผิดชอบอย่างไร แต่ถ้าท่านไม่รู้ก็ไม่เป็นไร” นางกะพริบตาให้เขา มองด้วยความคาดหวัง “ข้าช่วยท่านได้นะเจ้าคะ”

วันนี้หลี่ต้าจ้วงวันนี้ถึงกับได้เปิดหูเปิดตา ไม่นึกเลยว่าสาวๆ เมือง

จะกล้าแสดงออกถึงเพียงนี้ ถึงกับแสดงความชอบต่อหน้าชายหนุ่มอย่างเปิดเผยไม่รู้จักอาย

สายตาที่อ่อนโยนของจางเจิ้งเหอจับจ้องไปที่จ้าวเยี่ยนเจียว “ช่วยข้าหรือ?”

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้ขี้อายเหมือนหญิงสาวทั่วไป นางจ้องมองเขากลับ ชื่นชมว่าคนผู้นี้หน้าตาดีจริงๆ ถือโอกาสมองอีกหน่อย มิฉะนั้นคงหาโอกาสเห็นคนหน้าตาดีเช่นนี้ได้ยาก “ใช่เจ้าค่ะ! ข้าชื่อเจียวเจียว ท่านชื่ออะไรหรือเจ้าคะ?”

“คนในบ้านเรียกข้าว่าคุณชายรอง”

“คุณชายรอง” จ้าวเยี่ยนเจียวเรียกเขาด้วยความตื่นเต้น

ได้ยินนางเรียกเขาว่าคุณชายรอง ทำให้เขารู้สึกยุบยิบขึ้นมาในใจอย่างประหลาด ตอนนี้ได้พบกับจ้าวเยี่ยนเจียวอีกครั้ง จางเจิ้งเหอรู้สึกตัวเองมีหลายอารมณ์ปะปนกัน เรื่องครานั้นในตระกูลจ้าว เขาจงใจยั่วยุลูกพี่ลูกน้องให้ผลักเขาตกลงไปในสระ เดิมทีตั้งใจจะให้ลูกพี่ลูกน้องถูกลงโทษ กลับไม่คิดว่านางจะทำลายแผนการของเขา

นางทำด้วยความหวังดี รีบวิ่งมาช่วย แต่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าเพราะแรงของนางมากเกินไป เมื่อกระโดดลงไปในสระก็ชนกับเขาจนหมดสติ... พอฟื้นขึ้นมา ถึงได้รู้ว่านางเป็นคนรับผิดชอบแทนลูกพี่ลูกน้องของเขาไปแล้ว

บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาเดิมทีก็ไม่เป็นที่โปรดปรานในตระกูลจ้าวอยู่แล้ว เรื่องคราวนี้ไม่มีใครเห็นใจนาง แม้กระทั่งตัวเขาเอง เพื่อรักษาชื่อเสียงของจวนโหว จำต้องยืนยันว่าเป็นความผิดของนาง

เขาจำได้ว่าตอนนั้นนางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ดวงตากลมโตแวววาว ไม่ร้องไห้ แต่แฝงไว้ด้วยความน้อยใจ

เขาคิดไม่ออกว่านี่เป็นโชคชะตาแบบไหน ตอนนั้นเขาตกลงไปในสระ เป็นนางที่ลงมือช่วย แต่เพราะแรงที่มากเกินไป ทำให้ชนเขาจนหมดสติ ส่วนการช่วยเหลือในครั้งนี้...

เขาสัมผัสแหวนที่นิ้วของตัวเอง แหวนที่ดูไม่สะดุดตา แต่มีกลไกที่ละเอียดอ่อน ภายในแหวนซ่อนเข็มเล็กๆ ไว้ถึงสิบสองเล่ม สามารถฆ่าคนได้โดยไม่มีใครเห็นในสถานการณ์ที่อันตราย

สถานการณ์เมื่อครู่อันตรายจริงๆ เขาได้ยิงเข็มใส่ม้าไปแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่านางจะกระโดดออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ใช้ไม้คานตีม้า ทำให้ตัวรถเอียงลงในทันที เขาจึงตั้งตัวไม่ทัน ตกลงไปจนหมดสติ

จางเจิ้งเหอมองใบหน้าที่น่ารักเหมือนซาลาเปาตรงหน้าอย่างหมดหนทาง ตอนนี้น่าจะอายุสิบเจ็ดหรือสิบแปดแล้ว ทำไมใบหน้ายังดูนุ่มนิ่มน่ารักเหมือนเด็กเล็กๆ อยู่เลยเล่า?

“รับผิดชอบเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนราวสายลมในฤดูใบไม้ผลิ “แต่เพราะแม่นาง ม้าของข้า เจ้าจะชดใช้ให้อย่างไร?”

แววตาตื่นเต้นชื่นชมค่อยๆ เลือนหาย จ้าวเยี่ยนเจียวสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไป “อะไรนะ?!”

“ม้าของข้า... ต้าจ้วง” จางเจิ้งเหอมองไปยังหลี่ต้าจ้วงที่ยืนรออยู่ข้างๆ “ตอนนี้มันอยู่ไหน?”

หลี่ต้าจ้วงรีบตอบทันที “ม้าของคุณชายตอนนี้ ตายแล้วขอรับ”

ร่างกายของจ้าวเยี่ยนเจียวแข็งทื่อ นางจำม้าที่ถูกนางตีล้มลงได้ในทันที และไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถขนาดที่จะตีม้าตายได้ในครั้งเดียว แต่ม้าตัวนั้นก็ตายแล้วจริงๆ...

“ม้าตายแล้ว” จางเจิ้งเหอมองนาง “เจ้าจะชดใช้อย่างไร?”

“ชดใช้?! ทำไมต้องชดใช้ด้วย? ข้าช่วยท่านขัดขวางไม่ให้ม้าวิ่งเข้าไปในตลาด” นางแก้ตัวให้ตัวเองอย่างมีเหตุผล “ข้าทำด้วยความหวังดี”

“แม่นางช่างเป็นคนจิตใจดีจริงๆ” จางเจิ้งเหอพยักหน้าเห็นด้วย แต่คำพูดของเขากลับวกมาเรื่องเดิม “แล้วเจ้าจะชดใช้อย่างไร?”

จ้าวเยี่ยนเจียวถึงกับอึ้งงัน ควรจะเป็นนางที่ได้รางวัลจากการช่วยเขาไม่ใช่หรือ เหตุใดกลับเป็นนางที่ต้องเสียเงิน... นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ไร้สาระสิ้นดี!

เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของนาง จางเจิ้งเหอก็ยิ้มกว้าง “ยายเด็กอ้วน ข้าจำได้ เคยบอกเจ้าไปแล้วว่าจะช่วยใครก็ต้องดูความสามารถของตัวเอง อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นใช่หรือไม่?” เขายื่นมือออกไปบีบแก้มซาลาเปาของนาง “ทำไมเจ้าไม่เชื่อฟัง?”

คำพูดง่ายๆ คำเดียวทำให้สมองของจ้าวเยี่ยนเจียวว่างเปล่า เพราะหลายปีมานี้ใช้ชีวิตอย่างอิสระสบายใจ แม้จะใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและมีความสุข แต่กว่าจะหลุดพ้นจากฝันร้ายที่เผชิญก็ใช้เวลาอยู่นานหลายปี ตอนนี้กลับถูกคำพูดเบาๆ ของเขาดึงกลับ

นางมองหน้าตาและคิ้วที่ดูดีของเขาอย่างมึนงง ใบหน้า ดวงตา และคิ้วเหล่านี้ ค่อยๆ ซ้อนทับกับบุตรชายคนรองของจวนโหวที่ใส่ร้ายนางในตอนนั้น... คุณชายรอง?!

นางจำได้แล้ว บ่าวรับใช้ในจวนโหวทุกคนเรียกเขาว่าคุณชายรอง

คนสารเลว! ชาติชั่ว! นางด่าเขาในใจซ้ำๆ ทั้งตกใจและโกรธแค้น นางแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดแล้ว หลังจากที่ผ่านไปหลายปี นางกลับมาช่วยไอ้คนอกตัญญูคนนี้อีกแล้ว!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status