หน้าหลัก / รักโบราณ / เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร / เทพมังกรที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง

แชร์

เทพมังกรที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 11:30:42

จ้าวเยี่ยนเจียวเม้มปาก การทำความดีความชอบอะไรนั่นไม่สำคัญ ขอแค่อย่าให้เจ้านั่นบ้าจี้มาหาเรื่องให้นางชดใช้ก็พอแล้ว

“เจียวเจียว” ฉินเยว่พูดเบาๆ “เจ้าตีม้าของเขาตายจริงๆ หรือ?”

จ้าวเยี่ยนเจียวเห็นฉินเยว่ถามอย่างระมัดระวังก็รู้สึกผิดเล็กน้อย นางเป็นเด็กดีมาตลอด อย่างน้อยก็ต่อหน้าท่านป้าของนาง “ท่านป้าเจ้าคะ มันเป็นอุบัติเหตุเจ้าค่ะ ข้าก็แค่รีบช่วยคนเท่านั้น”

“แต่การที่เจ้าตีม้าของเขาตายเป็นเรื่องจริง” ฉินเยว่คำนวณในใจ “เรื่องที่ต้องชดใช้ก็ต้องชดใช้ เราไม่ติดค้างบุญคุณใคร”

ฉินเยว่เป็นคนเชื่อเรื่องเวรกรรม นางเชื่อว่าถ้ามีหนี้ติดค้างก็ต้องชดใช้ ไม่เช่นนั้นจะต้องไปชดใช้ในชาติหน้า

“แต่ว่า...” จ้าวเยี่ยนเจียวไม่เต็มใจ “ข้าช่วยชีวิตเขาเอาไว้นะเจ้าคะ”

“ป้ารู้ แต่เจ้าก็ตีม้าของเขาตาย” ฉินเยว่คำนวณเงินเก็บของพวกนางสองคนในใจ รู้สึกกลุ้มใจขึ้นมา “เงินสดของเรามีแค่ร้อยกว่าตำลึง บวกกับเครื่องประดับก็พอจะให้ได้สองร้อยห้าสิบตำลึง แต่ก็ยังห่างจากพันตำลึงอยู่มาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ป้าใช้เงินในการตามหาสามีมากเกินไปจริงๆ”

เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของฉินเยว่ นี่คือตั้งใจจะชดใช้จริงๆ แล้ว จ้าวเยี่ยนเจียวถอนหายใจอย่างจนปัญญา อยากจะห้ามแต่ก็รู้ดีว่าด้วยนิสัยของฉินเยว่ ถ้าตัดสินใจอะไรไปแล้วนางจะเดินหน้าไปจนสุดทาง ไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้

“ท่านป้าวางใจเถอะเจ้าค่ะ เรื่องเงินท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะหาวิธีเอง ตอนที่ท่านไปที่สวน ช่วยเลือกปลาให้ผู้อาวุโสด้วย แล้วก็ช่วยพี่ซานเลือกปลาเพิ่มอีกสักตัวฝากท่านลุงหลินทำน้ำแกงปลาอร่อยๆ ไปให้แขกคนสำคัญคนนั้น ถือเป็นการขอโทษ เผื่อว่าเขาอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วจะไม่ถือสา”

ฉินเยว่คิดว่ามีเหตุผล แต่แล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง “แต่ฟังจากที่อาซานพูด แขกคนนั้นไม่ชอบกินอาหาร ไม่เหมือนเจ้าที่เป็นคนตะกละ ดังนั้นการให้อาหารอาจจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีก็ได้”

จ้าวเยี่ยนเจียวมองดวงตาที่ใสซื่อของฉินเยว่อย่างมึนงง ดูสิ ใครบอกว่าป้าของนางไม่ฉลาด เวลาที่นางคิดได้อย่างชัดเจน แม้แต่ตัวเองก็ยังรับมือไม่ไหว

“อย่างไรนี่ก็เป็นโอกาส” ก่อนที่จ้าวเยี่ยนเจียวจะได้ตอบอะไร ฉินเยว่ก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง “ป้าจะต้องเลือกให้ดีๆ เพื่อเป็นการขอโทษแทนเจ้า”

เมื่อเห็นฉินเยว่ยอมที่จะไม่เอาเงินไปให้ จ้าวเยี่ยนเจียวก็โล่งใจขึ้นมา รีบฉวยโอกาสพูดต่อว่า “เพื่อแสดงความจริงใจ ท่านป้าควรไปช่วยท่านลุงหลินทำอาหารด้วยนะเจ้าคะ”

ฉินเยว่ไม่เคยปฏิเสธที่จะทำอะไรเพื่อจ้าวเยี่ยนเจียวจึงพยักหน้าทันที “ควรทำอยู่แล้ว”

จ้าวเยี่ยนเจียวเห็นฉินเยว่ตอบตกลงก็ยิ้มอย่างมีความสุข พอเงยหน้าขึ้นเห็นเฉียวติ่งซานมองด้วยแววตารู้ทัน นางจึงขยิบตาให้เขาอย่างซุกซน

จ้าวเยี่ยนเจียวตั้งใจที่จะเป็นแม่สื่อให้ท่านป้าของนางกับหลินอี้ ป้าของนางขี้อายและเก็บตัว เวลาไปซื้อของเสร็จก็จะรีบกลับหงเสียทันที เพื่ออนาคตของท่านป้า นางจึงต้องทำหน้าที่เป็นแม่สื่อ หาโอกาสคนทั้งสองได้อยู่ด้วยกันให้มากขึ้น

ท่านลุงเขยที่นางไม่เคยเจอหน้า ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร นางไม่มีความอดทนมากพอที่จะรอไปตลอดชีวิตเหมือนท่านป้าของนาง

หลินอี้เป็นคนดี และยังเป็นพ่อครัวใหญ่ที่เป่าชิ่งโหลวให้ความเคารพ เขาให้ความสำคัญกับท่านป้าของนางมาก ถ้าท่านป้าของนางสามารถปล่อยวางอดีตได้ อนาคตข้างหน้าต่อไปก็จะไม่ลำบาก

อาหารของเป่าชิ่งโหลวจะซื้อวัตถุดิบมาจากสวนหมิงเยว่ที่ตั้งอยู่นอกเมือง จ้าวเยี่ยนเจียวเคยได้ยินเฉียวติ่งซานบอกว่าเจ้าของเป่าชิ่งโหลวและเจ้าของสวนหมิงเยว่เป็นคนคนเดียวกัน มาจากเมืองหลวง มีกิจการใหญ่โต ทั้งร้านเหล้าและร้านน้ำชาชื่อดังมากมาย ล้วนมีเขาเป็นเจ้าของ

แต่คนคนนี้ช่างลึกลับนัก ราวกับเป็นเทพมังกรที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง[1] อาจเป็นเพราะยิ่งร่ำรวยยิ่งต้องทำตัวเงียบๆ นอกจากคนดูแลเป่าชิ่งโหลวแล้ว ก็ยังไม่มีใครมีโอกาสได้พบเขา

สวนหมิงเยว่มีพื้นที่กว้างใหญ่และมีผลผลิตมากมาย มีผัก ผลไม้ สัตว์เลี้ยง สมุนไพรครบครัน พวกเขาซื้อวัตถุดิบกลับมาเต็มเกวียน ตอนที่กลับมาถึงในเมืองตะวันตรงหัวพอดี

ทันทีที่เกวียนหยุด เฉียวติ่งซานก็โบกมือเรียก มีคนงานจากห้องครัวหลายคนเข้ามาช่วยขนของ

หลินอี้ไม่ได้สนใจที่จะดูของ ปากพูดกับจ้าวเยี่ยนเจียวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ฉินเยว่ว่า “ข้านึ่งขนมจีบหยกที่เจ้าชอบเอาไว้ เดี๋ยวค่อยเอากลับไปกินที่หงเสียได้เลย”

จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มอย่างมีความสุข ดึงฉินเยว่ให้เข้าไปใกล้เพื่อพูดคุย “ขอบคุณเจ้าค่ะลุงหลิน ข้าคิดถึงขนมจีบของลุงหลินทุกวัน ฝีมือของท่านยอดเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าเลยนะ”

หลินอี้ได้ยินคำชมก็หัวเราะเสียงดัง แล้วมองฉินเยว่ “ช่วงนี้ดูแลท่านผู้เฒ่าคังคงจะเหนื่อยแย่ ดูสิ ท่านผอมไปเยอะเลย ข้าต้มโจ๊กไป๋เหอ[2]ไว้แล้ว เอาไปให้ผู้อาวุโสกินนะ เจ้าก็อย่าลืมกินด้วยล่ะ”

[1] คือ การเปรียบเทียบคนที่ปรากฏตัวยาก, ลึกลับ, ไม่อยู่เป็นที่ หรือหายตัวไปอย่างรวดเร็วจนยากจะพบเจอ

[2] ดอกลิลลี่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status