แชร์

ไถ่ตัวสาวใช้ให้เจียวเจียว

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 16:19:25

“ท่านป้าเป็นห่วงข้าเสมอ” หนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอกัน จ้าวเยี่ยนเจียวคิดถึงท่านป้าของนางมากจริงๆ

ฮูหยินเว่ยขมวดคิ้วเมื่อเห็นพวกนางนั่งคุยกันโดยไม่สนใจนาง จึงอดไม่ได้ที่จะจึงตำหนิว่า “จ้าวสี่ มารยาทของเจ้าหายไปไหนหมด?!”

จ้าวเยี่ยนเจียวกลอกตาให้จินจื่อหยินจื่อ แล้วหันกลับมายิ้มอย่างสดใส “แม่ใหญ่ ยกโทษให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าเห็นจินจื่อกับหยินจื่อแล้วก็ตื่นเต้นจนลืมตัวไปหน่อย จินจื่อ หยินจื่อ รีบมาคารวะฮูหยินรองเร็วเข้า”

จินจื่อกับหยินจื่อคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินเว่ยและคารวะอย่างมีมารยาท

“พวกเจ้าชื่ออะไร?” ฮูหยินเว่ยไม่ได้ให้พวกนางลุกขึ้น ทั้งที่รู้แล้วแต่ก็ยังถาม

“บ่าวชื่อจินจื่อเจ้าค่ะ”

“บ่าวชื่อหยินจื่อเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเว่ยแค่นเสียง “ชื่ออะไร ฟังดูไม่เข้าหู เมื่อเข้ามาในตระกูลจ้าวแล้วต้องเปลี่ยน”

ชื่อของสองพี่น้องเป็นสิ่งที่จ้าวเยี่ยนเจียวภาคภูมิใจ เป็นผลงานชิ้นเออกของนาง เมื่อได้ยินว่าต้องเปลี่ยนก็ไม่ยอม นางพูดขึ้นว่า “แม่ใหญ่ จินจื่อกับหยินจื่อเป็นสาวใช้ของข้า การจะเปลี่ยนชื่อหรือไม่ก็ควรเป็นข้าที่ตัดสินใจเจ้าค่ะ!”

ฮูหยินเว่ยไม่คิดว่านางจะกล้าเถียงต่อหน้าคนรับใช้ ขมวดคิ้วจ้องหน้านาง “จินจื่อกับหยินจื่อฟังดูหยาบคาย เจ้าไม่กลัวอับอาย แต่ข้ากลัวว่าตระกูลจ้าวจะเสียหน้า”

“จินจื่อกับหยินจื่อหยาบคายหรือ?! แสดงว่าท่านไม่ชอบเงินทอง ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านช่วยเอาเงินทองมาให้เสี่ยวซื่อเป็นสินเดิมเพิ่มอีกหน่อยได้ไหมเจ้าคะ? เสี่ยวซื่อไม่รังเกียจเงินทองที่หยาบคายเลยเจ้าค่ะ กลับคิดว่ายิ่งมากถึงจะยิ่งดี”

“ข้ารู้ว่าปากของเจ้าเก่ง” ฮูหยินเว่ยใบหน้าเริ่มบึ้งตึง “เจ้าอยากให้สาวใช้ของเจ้าชื่ออะไรก็เรียกไปเถอะ อย่างไรคนที่จะอับอายก็คือเจ้า”

“เจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มหวาน ดึงจินจื่อกับหยินจื่อให้ลุกขึ้น คุกเข่าแค่นี้ก็พอแล้ว ให้ทั้งสองคนยืนอยู่ข้างหลังนาง

ฮูหยินเว่ยมองท่าทางของจ้าวเยี่ยนเจียวที่ไม่เห็นนางอยู่ในสายตา ด้วยความโกรธทำให้นางต้องกำมือแน่นอยู่ในแขนเสื้อ ถ้าไม่ใช่เพื่ออนาคตบุตรสาวของนางแล้ว นางคงไม่ต้องทนแบบนี้

นางสูดลมหายใจเข้า “คราวที่แล้วน้ำจากสระเซียนที่จ้าวซิ่นกับจ้าวเสวี่ยไปเอามาให้ ฮูหยินผู้เฒ่าใช้แล้วบอกว่าดีมาก ดังนั้นอีกไม่กี่วันข้านัดกับพี่สะใภ้ว่าจะไปบนเขาด้วยกัน พวกเจ้าก็ต้องไปกับข้าด้วย ถือเป็นการแสดงความกตัญญู”

จ้าวเยี่ยนเจียวคิดถึงจางเจิ้งเหอที่พักอยู่ในจวนตระกูลเว่ย ช่วงนี้ไม่มีข่าวคราวของเขาเลย นางคิดถึงเขามาก ถึงแม้ว่าฮูหยินเว่ยจะทำเหมือนเคารพฮูหยินผู้เฒ่า แต่ก็ไม่ได้กตัญญูจากใจจริง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นเขาไปเอาน้ำเพื่อแสดงความกตัญญู แปดในสิบส่วนแค่ใช้คำพูดของท่านผู้เฒ่าเป็นข้ออ้าง อาจจะมีแผนการอื่น

ในใจของจ้าวเยี่ยนเจียวมั่นใจ นางไม่ได้โต้แย้ง พยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นให้เป็นวันขึ้นหนึ่งค่ำดีไหมเจ้าคะ นอกจากไปเอาน้ำแล้วก็จะได้ไปขอพรให้ท่านย่าด้วย”

ฮูหยินเว่ยคิดดูแล้วก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ นางจึงพยักหน้าตกลง “ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว ข้าได้ยินเฉินมามาบอกว่าเจ้าให้รุ่นฝูเกา[1]กับคนใช้ในครัว”

“ใช่เจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวพยักหน้า “ขี้ผึ้งนี้ผสมไป๋จื่อ[2]ฝูหลิง[3] และน้ำผึ้ง ทาที่หน้า ไม่เพียงแต่จะทำให้ชุ่มชื้น นานๆ ไปยังช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นได้”

ฮูหยินเว่ยได้ยินก็รู้สึกอยากได้ขึ้นมา “ฟังดูดีนะ”

“มาจากฝีมือของข้าเอง ก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวชมตัวเองอย่างไม่เกรงใจ

ฮูหยินเว่ยจ้องจ้าวเยี่ยนเจียว แต่เห็นว่าเด็กน่าตายคนนี้มองนางกลับมาอย่างสงบ นี่นางอุตส่าห์พูดขึ้นมาเอง แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะเอามาให้ตน? ฮูหยินเว่ยโกรธจนต้องพูดขึ้น “ถ้าเจ้ายังมีเหลือ ก็เอามาให้ข้าดูหน่อย”

“แม่ใหญ่ รุ่นฝูเกาต้องเอาไปใช้ ไม่ใช่เอาไปดูเจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวทำเหมือนไม่รู้ว่าฮูหยินเว่ยอยากได้

“เจ้าคนโง่ ที่ข้าพูดแบบนั้นก็หมายถึงอยากเอาไปใช้ต่างหาก ทำไมยังไม่ให้คนกลับไปเอามาจากเรือนเหมยหลินล่ะ”

“เดี๋ยวก่อน” จ้าวเยี่ยนเจียวเรียกชุ่ยเอ๋อร์ที่กำลังจะหันหลังกลับไปที่เรือนเหมยหลิน “ตามหลักแล้วหากท่านต้องการข้าก็ต้องให้ แต่ข้าได้สัญญาว่าจะส่งให้ป้าสะใภ้ไปแล้ว ที่เหลือก็มีไม่มาก ไม่รู้ว่าท่านต้องการจะซื้อด้วยเงินเท่าไหร่?”

ฮูหยินเว่ยได้ยินก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวและหัวใจ เรือนใหญ่ได้ คนใช้ก็ได้ แต่นางที่เป็นแม่เลี้ยงกลับต้องขอของจากลูกของอนุ แถมยังต้องใช้เงินซื้ออีก... นี่ช่างร้ายกาจเสียจริง ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

“เจ้ารู้ไหมว่าข้าต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะไถ่ตัวสาวใช้สองคนนี้ของเจ้ามาได้?” ฮูหยินเว่ยคิดว่าการซื้อคนใช้สองคนเป็นเรื่องง่าย ใครจะรู้ว่าหงเสียกลับเรียกค่าไถ่แพงมาก เงินที่ใช้ซื้อสาวใช้สองคนนี้สามารถซื้อคนอื่นได้ถึงยี่สิบคน แต่จ้าวเยี่ยนเจียวก็ยืนกรานว่าจะเอาสองคนนี้ ส่วนหงเสียก็ให้คุณชายสามเยว่ที่เป็นคนใหญ่คนโตมาเจรจา นางไม่กล้าไปมีเรื่องด้วย สุดท้ายก็ต้องกัดฟันยอมซื้อมา ตอนนี้จ้าวเยี่ยนเจียวที่ไม่รู้จักบุญคุณกลับจะขอเงินจากนางเพื่อแลกกับรุ่นฝูเกาอีก

“ข้าไม่รู้ว่าท่านใช้เงินไปเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ข้ามีค่ามาก สาวใช้ของข้าก็ต้องมีค่ามากตามไปด้วย” จ้าวเยี่ยนเจียวมองฮูหยินเว่ยที่โกรธจนตัวสั่น รู้สึกอารมณ์ดีมากๆ

ฮูหยินเว่ยที่ไม่ชอบนางแต่กลับอิจฉาผิวที่ขาวนุ่มนวลของนาง และเห็นว่าคนใช้ที่ใช้ของของนางก็ดูสดใสขึ้น เลยอดไม่ได้ที่จะมาขอ นี่ทำให้นางภูมิใจมาก ของที่ให้คนรับใช้ นางสามารถให้ได้ ของที่ให้ฮูหยินเว่ยกับจ้าวซิ่นนั้นต้องเก็บเงิน พวกนางสองแม่ลูกโกรธจนฟันแทบแตกแล้วอย่างไร? ความสามารถเหนือกว่าทุกสิ่ง นางไม่จำเป็นต้องเอาใจใครหรือยอมเจ็บปวดเพื่อให้ได้ใช้ชีวิต เมื่อนึกถึงจุดนี้นางก็รู้สึกมีความสุขจนตัวลอย

ฮูหยินเว่ยอยากจะถลกหนังจ้าวเยี่ยนเจียว “เจ้าให้คนใช้ได้ แต่มาคิดเงินกับข้าอย่างนั้นหรือ?”

“แม่ใหญ่...” นางลากน้ำเสียงเรียกฮูหยินเว่ย “ที่เสี่ยวซื่อขอเงินจากท่านก็เพราะอยากแสดงความกตัญญูอย่างไรเล่า ท่านดูสิ เงินเดือนของคนใช้แต่ละเดือนก็มีไม่มาก เงินทองแต่ละอิแปะก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า พวกเขามองว่าเงินทองคือชีวิต แต่ท่านไม่เหมือนกัน เมื่อกี้ท่านเพิ่งบอกว่าเงินทองนั้นหยาบคาย ดังนั้นข้าก็เลยอยากจะขอของที่หยาบคายจากท่านให้มากขึ้นอีกนิด เพื่อให้ของหยาบคายรอบตัวท่านมีน้อยลงหน่อย เป็นการเพิ่มความสง่างามแบบนางฟ้านางสวรรค์ที่ไม่ต้องสนโลกให้กับท่าน”

คำพูดนี้ทำให้ใบหน้าของฮูหยินเว่ยซีดเผือด นางไม่สามารถเถียงอะไรได้เลย ภายนอกจ้าวเยี่ยนเจียวเหมือนเด็กผู้หญิงตัวกลมๆ ที่ไม่มีพิษภัย แต่ปากของนางนั้นร้ายกาจยิ่งนัก ใครก็อย่าหวังว่าจะมาเอาเปรียบนางได้

“ไปให้พ้น!” ฮูหยินเว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป “ข้าจะไปอยากได้ของเน่าๆ ของเจ้าได้อย่างไร?!”

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้โกรธ นางเดินไปข้างหน้า ทำความเคารพ แล้วหันหลังกลับเดินจากไปอย่างสบายใจพร้อมกับจินจื่อหยินจื่อ

[1] ขี้ผึ้ง/ครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว คำนี้เน้นการทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก

[2] มีชื่อไทยว่าโกศสอ หากนำมาบดเป็นผง นอกจากจะพอกหน้าได้แล้ว ยังใช้พอกตัวรักษาโรคผิวหนัง แผลพุพอง แก้คัน ระบายหนองได้

[3] มีชื่อไทยว่าโป่งรากสน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status