LOGIN
“นายช่วยส่งคนไปสืบดูสิว่าหญิงสาวเมื่อครู่นี้เป็นใคร ฉันคิดว่าเธอมีดีมากกว่าที่เราเห็น และสืบเรื่องของคนร้ายด้วยว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงเท็จแค่ไหน ช่วยเท่าที่ช่วยได้”
นายท่านโล่หรือโล่หมิงควนอดีตเจ้าหน้าที่ของกองทัพระดับสูงที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าพ่อค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพอย่างถูกกฎหมายรายใหญ่เอ่ยสั่งการกับคนสนิท
“ครับท่าน ผมจะรีบจัดการให้”
คนสนิทตอบรับก่อนจะเดินไปสั่งลูกน้องให้สืบเรื่องของ หญิงสาวคนเมื่อครู่นี้
ตลอดทางเซี่ยเจียวหงรู้ว่ามีคนสะกดรอย และเธอคิดว่าเป็นคนของลุงท่านนั้นที่โดนจับเป็นตัวประกัน เธอพอจะได้ยินจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลุงท่านนั้นน่าจะใหญ่พอตัวเลยไม่ว่าอะไร อยากตามก็ตามไป เผื่อวันหน้าเธออาจจะได้ขอความช่วยเหลือ เมื่อทั้งสี่คนซื้อของที่ต้องการครบแล้วจึงเดินกลับมาหากวงฮ่าวจื่อที่จุดนัดพบก่อนจะเหมาเกวียน กลับบ้าน
เรือนจำในเมืองชุนชิง
ภายในห้องนอนนี้มีนักโทษอยู่ด้วยกันหกคนรวมซือเฉิงซาน เมื่อหนึ่งปีก่อนซือเฉิงซานโดนรับน้องแต่เพราะเขาเคยล่าสัตว์ในป่า มาก่อนทำให้ความสามารถด้านการต่อสู้พอมีอยู่บ้าง ทำให้เขารอดจากการรับน้องมาได้และกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด แต่เพราะความไม่ค่อยสุงสิงกับใครนอกจากโส่เฉิงที่เข้ามาในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน
“นายจะเขียนทำไมอาซาน ฉันไม่เห็นนายจะส่งจดหมายกลับบ้านเลยสักครั้ง อ้อ ไม่สิ มีครั้งเดียวเมื่อหลายเดือนก่อนที่ศาลตัดสินให้นายจำคุกตลอดชีวิต”
โส่เฉิงพูดจบก็ยื่นบุหรี่ให้กับเพื่อนหนึ่งมวน วันนี้เขาไปแอบซื้อมาได้ไม่กี่มวนและรู้ดีว่าเพื่อนอย่างเฉิงซานน่าจะมีเรื่องเครียด เขาไม่รู้เพราะอะไรทำไมจึงไม่ติดต่อทางบ้าน เฉิงซานมีเงินใช้จ่ายเพราะถูกส่งไปทำงานในโรงไม้ เท่าที่รู้เฉิงซานมีลูกและภรรยาแล้ว รวมถึงแม่แก่ ๆ คนหนึ่ง แต่จะให้เขาถามมากไม่ได้เพราะคนที่เข้ามาอยู่ในนี้ย่อมต้อง มีเรื่องที่ทำผิดและบอกทางบ้านไม่ได้เหมือนกัน
“ฉันแค่เขียนถึงลูก ตอนนี้อาฝานและเจินเจินยังไม่เรียนหนังสือ และฉันไม่อยากให้ลูกรู้ว่ามีพ่อขี้คุก ฉันเขียนและบอกเล่าเรื่องราวลงกระดาษแค่นี้ก็พอแล้ว ฉันไม่อยากให้แม่รู้เรื่องนี้”
ซือเฉิงซานยิ้มอย่างขมขื่น ตั้งแต่เขาถูกใส่ร้ายเขาก็ปฏิเสธมาตลอด แต่เพราะหลักฐานรวมถึงเจ้าทุกข์ชี้ตัวมาที่เขา แค่เสียงของเขาจะแย้งอะไรได้ จนสุดท้ายศาลสั่งให้จำคุกตลอดชีวิต ข้อหาปล้นทรัพย์และพยายามฆ่ารวมถึงข่มขืนเจ้าทุกข์
ซึ่งเจ้าทุกข์ไม่ใช่ใครที่ไหนกลับเป็นเจ้านายที่เขาให้ความเคารพ นักโทษตัวจริงคงมีอิทธิพลไม่น้อย ทำให้เจ้านายที่เคยดีกับเขาเสมอ ใส่ร้ายเขาตาไม่กะพริบได้แบบนี้
เพื่อนนักโทษในห้องขังนี้ต่างก็รู้ดีว่าซือเฉิงซานถูกใส่ร้าย เพราะชายหนุ่มย้ำมาตลอดว่าไม่เคยทำผิดกฎหมาย แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อหลักฐานและเจ้าทุกข์มัดตัว จึงทำได้เพียงสงสารในโชคชะตาของเพื่อนร่วมห้องขัง
“อีกสามเดือนฉันจะพ้นโทษ นายต้องการให้ฉันไปแจ้งข่าวให้กับเมียนายไหม”
นักโทษไท่หรานที่อยู่มาหลายปีจะพ้นโทษในอีกสามเดือน เอ่ยถามขึ้น ต่อให้เขาต้องเดินทางไกลเขาก็ยินดี เผื่อว่าทางบ้านของ ซือเฉิงซานจะมาร้องเรียนและขอรื้อคดีให้
“ไม่ต้องหรอก แค่เจียวหงต้องดูแม่และลูกทั้งสองคนก็คงเหนื่อยมากพอแล้ว อย่าให้เธอมารับรู้เรื่องนี้เลย”
ในเมื่อเขาเขียนจดหมายส่งบอกเธอพร้อมใบหย่าที่ขอมาจากผู้คุม เขาหวังเพียงว่าเธอจะดูแลลูกทั้งสองคนและแม่ของเขาก็พอ ส่วนเรื่องอื่นเขาไม่หวังเพราะรู้นิสัยของเมียตัวเองดีว่าเป็นคนอย่างไร แต่เขากลับลืมไปว่า เซี่ยเจียวหงอ่านหนังสือไม่ออกทุกตัวอักษร เลยทำให้ตอนนี้ที่ บ้านซือต่างคิดว่าเขานอกใจมีคนอื่นไปแล้ว
หลังจากที่เขียนบอกเล่าเรื่องราวลงแผ่นกระดาษจนเสร็จ ชายหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำเพื่อสูบบุหรี่และมองไปทางหน้าต่างของห้องน้ำอย่างเหม่อลอย
การใช้ชีวิตในเรือนจำของซือเฉิงซานไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้ามากินอาหารและถูกส่งตัวไปทำงานที่โรงไม้ จากนั้นก็กลับมาห้องนอน วันไหนวันหยุดก็จะลงไปที่สนามตามเวลาเพื่อเล่นกีฬากับกลุ่มเพื่อนนักโทษ จากนั้นถึงเวลาก็กลับเข้าห้อง ทุกอย่างจึงวนเวียนอยู่เพียงแค่นี้
กลับมาที่หมู่บ้านไผ่เขียว หลังจากที่เซี่ยเจียวหงและทุกคนกลับมาถึงบ้านก็นำของเข้าไปเก็บ ก่อนจะมารบกวนกวงฮ่าวจื่อเพื่อแจ้งข่าวชาวบ้านว่าเธอต้องการให้มาช่วยเกลี่ยพื้นดินข้างบ้านเพื่อจะสร้างบ้านหลังใหม่ กวงฮ่าวจื่อจึงไปตามเพื่อนและคนรู้จักที่พอจะมีสัมพันธ์ไมตรีกันมาทำงาน
“พี่ใหญ่กวง ให้เพื่อนพี่ตีราคาเหมามาเลย แต่ต้องเสร็จก่อนที่ เถ้าแก่หูจะพาคนงานมาสร้างบ้าน ซึ่งนั่นคืออีกเจ็ดวัน”
“พวกฉันขอค่าแรงห้าหยวนได้ไหม” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ได้สิ ฉันจะจ่ายให้สิบหยวน แต่ไม่มีอาหารเลี้ยงนะต้องหามา กินเอง ตกลงไหม”
ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะเพิ่มค่าแรงให้อีกเท่าตัวเพียงเพราะไม่มีอาหารเลี้ยง จึงรีบพยักหน้าตอบตกลงและเซี่ยเจียวหงจ่ายเงินให้ครึ่งหนึ่งก่อน
“พี่ใหญ่กวง พี่ไม่ต้องทำงานกับพวกเขานะพรุ่งนี้ฉันจะเข้าป่า พี่จะไปด้วยไหม ลองถามป้ากวงดูด้วยล่ะ เผื่อว่าอยากไปเก็บหน่อไม้ด้วยกัน”
เซี่ยเจียวหงแม้จะไว้ใจกวงฮ่าวจื่อแต่ขี้ปากชาวบ้านเธอไม่ชอบจริง ๆ จึงให้ชวนนางกวงหลินไปด้วยกัน ซึ่งข้อนี้กวงฮ่าวจื่อเข้าใจและยินดีมากที่เซี่ยเจียวหงหรือสะใภ้ซือชวนเขาเข้าป่าด้วยกัน อย่างน้อยเขาต้องมีอะไรติดไม้ติดมือมาขายบ้าง
“ได้สิ พี่จะบอกแม่ให้ แต่น้องสะใภ้จะไปกี่โมงพี่กับแม่จะได้เตรียมตัว”
“หลังมื้อเช้าพี่ แต่ไม่ต้องบอกใครนะ ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย อีกทั้งพวกเราไปหาเงินกัน ฉันไม่อยากให้คนอื่นมีส่วนร่วมจะว่าฉันใจดำก็ได้”
ในเมื่อนี่มันเป็นความสามารถของเธอ ซึ่งเธอไม่ยินดีจะแบ่งปันหรือเผื่อแผ่ให้ใครนอกจากบ้านกวง
“อืมพี่เข้าใจ และขอบคุณมากที่ชวนพี่กับแม่ไปด้วย”
กวงฮ่าวจื่อพยักหน้าเข้าใจ เรื่องแบบนี้เป็นเขาจะปิดปากเงียบไม่ให้ใครตามไปได้นอกจากคนที่อยากให้เช่นกัน
เซี่ยเจียวหงเมื่อพูดคุยกับกวงฮ่าวจื่อและคนที่มาปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้วจึงเข้าบ้านเพื่อมาดูลูกทั้งสองคนและบอกกับแม่สามีว่าพรุ่งนี้เธอจะเข้าป่าพร้อมกับบ้านกวง
“แม่ไปด้วยได้ไหม ส่วนสองแฝดฝากไว้กับสะใภ้กวง แม่จะได้ช่วยด้วย อย่างน้อยก็ช่วยเก็บหน่อไม้ก็ยังดี แม่ไม่ไปเป็นภาระของอาหงหรอก”
นางหลิงมู่อยากช่วยลูกสะใภ้หาเงิน จึงขอที่จะตามไปด้วย เซี่ยเจียวหงคิดไม่นานจึงพยักหน้าตกลง
“ได้ค่ะแม่ หน่อไม้ในป่าเยอะจริง ๆ พรุ่งนี้ถ้าล่าสัตว์ได้ฉันกับ พี่ใหญ่กวงและพวกเราจะได้เอาไปขายเลย หากมาขายให้ชาวบ้านฉันกลัวเป็นขี้ปากและพอจะขึ้นเขาคราวต่อไป ชาวบ้านได้ขอตามไปเป็น พรวนแน่”
“แล้วทำไมอาหงถึงให้บ้านกวงไปด้วยล่ะ”
“เพราะบ้านกวงดีกับบ้านซือ เราสร้างบ้านใหม่แล้วฉันอยากให้บ้านกวงอยู่ดีกินดีด้วย ล่าสัตว์พรุ่งนี้ฉันตั้งใจจะแบ่งให้บ้านกวงส่วนหนึ่ง แม่ไม่ว่าอะไรใช่ไหม เพราะที่ผ่านมาป้ากวงและพี่ใหญ่กวงดีกับแม่และสองแฝดมาก สำหรับเซี่ยเจียวหงคนนี้บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้อง ชำระค่ะ”
“พูดอะไรเสียน่ากลัวเชียว อาหงเปลี่ยนตัวเองและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนที่ดีกับเราแค่นี้แม่ก็ดีใจแล้ว ส่วนคนที่มีความแค้น ปล่อยได้ก็ ปล่อยไป” นางหลิงมู่กล่าว
“ถ้าไม่มายุ่งหรือมาทำร้ายคนบ้านซือ ฉันก็พร้อมที่จะมองผ่าน แต่เมื่อไรที่ยื่นมือเข้ามาวุ่นวายฉันก็ขอจัดการตามวิธีของฉันก็แล้วกัน”
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำ
ชาวบ้านแตกตื่นเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควรพอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี







