LOGINเธอเป็นเพื่อนบ้านกับเฮียเขื่อน แอบชอบเขามาตั้งแต่เด็ก น้อยใจเพราะความปากร้ายของเฮียก็บ่อย แต่ไม่เคยเข็ดสักที เฮียชอบด่าว่าดื้อ แต่เธอก็ว่าตัวเองไม่ดื้อนะ แค่บางทีอยากขัดใจเฮียบ้าง เป็นสีสันชีวิต...
View More"โอ๊ย! ซี๊ดด~ เบาดิวะ เฮียเจ็บจะตายแล้วไม่เห็นไง!?"
"หนูขอโทษๆ หนูจะเบามือกว่านี้ เฮียก็นั่งนิ่งๆ สิ"
เด็กสาวในชุดนักเรียนมอต้นโรงเรียนเอกชนชื่อดังซี๊ดปากนิ่วหน้าตามคนเจ็บที่ปากแตกคิ้วแตกเลือดอาบหน้า แค่เห็นปากแผลเลือดซิบสีแดงฉาน ก็รู้สึกเจ็บแทนแล้ว
มือเล็กกำสำลีก้อนในมือแน่น พยายามข่มใจดวงน้อยๆ ในอกซ้ายไม่ให้มันกระหน่ำเต้นแรงไปมากกว่านี้ กลิ่นน้ำยาล้างแผลและคาวเลือดทำให้ชานมไข่มุกกับข้าวมันไก่ทอดที่เพิ่งทานไปเมื่อตอนมื้อเที่ยงแทบพุ่งออกทางเดิม
กลืนน้ำลายลงคอหนักๆ จ้องแผลสดนานๆ ก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ไม่ได้แสบแอลกอฮอล์ แต่เจ็บแทนเฮียเนี่ยแหละ
เอวาสูดน้ำมูกแรงๆ เบะปากกระจับเอิบอิ่มสีแดงระเรื่อคว่ำลง ปลายจมูกโด่งจิ้มลิ้มเกิดเป็นสีระเรื่อเช่นเดียวกับกระบอกตากลมโตทั้งสองข้างที่มันแดงก่ำหยาดน้ำเอ่อคลอ แทบล้นทะลักออกมาได้หากเธอกะพริบตาเพียงทีเดียว
"ทำไมเฮียต้องไปมีเรื่องกับพวกเขาด้วยเล่า ถ้าป้ามาลัยรู้โดนตีก้นลายแน่"
นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขื่อนมีเรื่องชกต่อยจนเลือดตกยางออกแบบนี้ ทุกครั้งก็มีชกต่อยกันบ้างตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน แต่ไม่ถึงกับเลือดตกแบบครั้งนี้เลย
แล้วทำไปได้ไง ห้าต่อหนึ่ง เฮียเขื่อนไม่แข้งขาหักพิการไร้น้ำยาช่วยตัวเองก็บุญแค่ไหนแล้ว!
"เลิกบ่นเหอะน่า แค่นี้ก็เจ็บจะตายห่าละ จิ๊!"
"หนูเป็นห่วงนี่ เฮียไม่เคยเลือดออกเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย"
"โอ๊ย! กูยังไม่ตาย แค่ปากแตกคิ้วแตกเองเอวา เลิกพูดมากเถอะเจ็บแผลจะตายห่าละ ขี้เกียจตอบแล้วด้วย!"
ถ้าไอ้พวกเพื่อนห่ารากมันไม่กวนตีนทิ้งเขาไว้กับเด็กข้างบ้านในห้องพยาบาลสองคน อย่าหวังว่าเด็กเอวานี่จะได้มาพล่ามมากให้เขารำคาญเจ็บแผลมากกว่าเดิมแบบนี้ แม่ง!
หลังทำแผลเสร็จเขื่อนก็ขึ้นห้องเรียนตามปกติ ระหว่างขึ้นบันไดอาคารสามชั้นก็มีร่างเล็กๆ ของเด็กข้างบ้านเดินตามหลังต้อยๆ กลัวเขาจะหน้ามืดเป็นลมกลิ้งตกบันไดคอหักตายตลอดทาง
เอวาเพิ่งเข้าเรียนมัธยมชั้นปีหนึ่งในขณะที่เขื่อนเรียนอยู่มัธยมปีสาม ทั้งสองเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอด ตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา กระทั่งมัธยม คนที่เบื่อจะดูแลน้องตามที่บ้านฝากฝังแกมบังคับก็อยากหนีภาระที่มันไม่ใช่หน้าที่เขาเลย
แต่ทว่า หนียังไงก็หนีไม่พ้น มันดันย้ายตามมาด้วยอีก ทั้งผลักไส ปากร้ายหรือกระทั่งเย็นชาใส่ทำเมินเหมือนเป็นธาตุอากาศที่มองไม่เห็น แต่เด็กนี่ก็ยังตามตื้อสร้างความน่ารำคาญให้ไม่เลิก
เช้าวันต่อมาเขื่อนถูกเรียกผู้ปกครองพร้อมกับคู่กรณีซึ่งเป็นรุ่นพี่หนึ่งปี ตักเตือนครั้งแรกแล้วก็ให้แยกย้ายกันไป หากมีครั้งที่สองจะถูกพักการเรียนไปตามระเบียบ หากยังมีครั้งที่สาม ก็คงถูกพิจารณาย้ายโรงเรียน
เขาไม่ได้อยากหาเรื่องใคร ไม่อยากเป็นนักเลงเลยสักนิด แต่เพราะหน้า?... หรือเพราะความกวนตีนแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ มันดันทำให้ตีนเสือกอยากเข้ามาแส่หาเรื่องเขาเอง
จะยืนเฉยๆ ให้พวกประเคนมือเท้าใส่ก็ไม่ใช่เขื่อน เขาไม่ใช่คนที่ยอมทนยืนนิ่งๆ แบบนั้น มันต้องมีตอบโต้บ้าง หนักเบาว่าไปตามสถานการณ์ แต่ครั้งนี้เห็นจะหนักสุด
ไม่หนักได้ไงเหี้ย! ห้ารุมหนึ่งไม่ตายพิกงพิการแข้งขาหักก็บุญหัวไอ้เขื่อนแค่ไหนแล้ว
"ให้น้องซ้อนมอไซค์ไปด้วยจะเป็นไร ไหนๆ ก็ทางเดียวกันอยู่แล้วมันจะอะไรนักหนาห๊ะ"
เขื่อนกลอกตามองบนจนเป็นเลขแปด ถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความเบื่อหน่าย ยิ่งเหลือบไปเห็นร่างเล็กในชุดนักเรียนมอปลายก้าวเท้าข้ามรั้วชาทองเชื่อมระหว่างสองบ้านข้ามมา ก็ยิ่งถอนหายใจทำหน้าเบื่อระอารำคาญยิ่งกว่าเดิม
"สวัสดีค่ะป้ามาลัย คิดถึงจังเลยไม่เจอตั้งหนึ่งคืนแน่ะ" เสียงสดใสเอ่ยดังเจื้อยแจ้วพร้อมกับร่างเล็กๆ ที่เดินเข้าไปสวมกอดเจ้าของบ้านด้วยท่าทางออดอ้อน
"โอ๊ยๆ เด็กคนนี้ขี้อ้อนจริงๆ เลย ป้าก็คิดถึ๊งคิดถึงน้องเอวาเหมือนกันจ้า"
มาลัยที่เพิ่งหน้าบูดบอกบุญไม่รับ พอเห็นเด็กสาวตัวเล็กที่เอ็นดูเห็นหน้าค่าตาแถมยังช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่เป็นเด็กแดงก็เปลี่ยนเป็นหน้าระรื่นทันที
กอดแน่นหอมขมับฟอดแฟดเสียงดังไม่เกรงใจลูกชายคนเดียวที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์เตรียมออกรถไปโรงเรียนสักนิด
มัวแต่กอดแต่หอมอยู่นั่น ทำเหมือนไม่เห็นหน้ากันมาเป็นชาติ คร่ำครวญคิดถึงกันอย่างโน้นอย่างนี้ทั้งที่เมื่อวานเย็นเด็กข้างบ้านเพิ่งหอบร่างอวบๆ เตี้ยๆ ของเธอมาขอข้าวบ้านนี้กิน!
บางทีก็แอบคิด ว่าสวรรค์มันส่งเขาเข้าผิดท้องผิดเวลาหรือเปล่า บางทีเขาอาจจะต้องมาเกิดเป็นลูกป้าแก้วก็ได้ ทางนั้นดูรักเขายิ่งกว่าแม่บังเกิดเกล้าอีก
"จะไปยัง สายแล้วเนี่ย"
เสียงเข้มๆ ของเขื่อนทำให้เอวาที่ยังอ้อนกอดป้ามาลัยไม่พอใจจำต้องผละตัวเองออกมา เขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ แล้วรีบวิ่งมาขึ้นซ้อนหลังคนตัวโต
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังไม่เกรงใจชาวบ้านสามบึ้ม กลบเสียงแว้ดแหลมๆ ของแม่มาลัยก่อนจะกระชากตัวออกจากหน้าบ้าน ทิ้งเพียงเสียงตะโกนด่าไว้ด้านหลัง ไม่ได้สนใจฟังสักนิด
เอวากอดเอวสอบเอาไว้แน่น หลับตาปี๋ปล่อยให้ลมกรรโชกโบกแรงพัดตีหน้าตีแก้มไปหมด ไม่กล้าแม้เงยขึ้นมองรอบกายตลอดสองข้างทาง ก็ไอ้เฮียเขื่อนมันขับรถเร็วมาก เร็วชนิดที่ว่าเธอแทบเปิดตาไม่ได้ หมวกกันน็อกก็ไม่ได้ใส่เพราะป้ามาลัยตะโกนตามหลังมันไม่ทัน
ผมยาวรวบมัดเป็นหางม้าสะบัดพัดไปตามกระแสลมพันกันยุ่งเหยิง กว่าจะมาถึงโรงเรียนหัวเธอแทบกลายเป็นรังนกได้
"สำออย แค่นี้มาทำขาสั่น ไม่ได้ขับเร็วขนาดนั้นซะหน่อย" คนพูดหัวเราะน้อยๆ ในลำคอ สะใจที่เห็นใบหน้าขาวอมชมพูแบบคนสุขภาพดีซีดเผือดได้
ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตอนเจ้าหล่อนลงจากมอเตอร์ไซค์ลงมาเหยียบบนพื้นข้างรถ ก็เห็นขาสั่นพั่บๆ ทรงตัวแทบไม่อยู่
"หนูจะฟ้องลุงยุทธว่าเฮียขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนด แล้วยังไม่ยอมให้หนูใส่หมวกกันน็อกอีก" กลืนน้ำลายลงคอแห้งๆ เอ่ยเสียงราวกระซิบ แต่คนฟังกลับได้ยินชัดเต็มสองรูหู
แล้วถามว่าเขากลัว? ก็...
"ตามใจ" ไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน เบะปากเล็กน้อย หันกลับไปยัดหมวกกันน็อกใบใหญ่ไว้ใต้เบาะรถ เดินแยกออกมาก่อนหน้าระรื่น ผิวปากอารมณ์ดี สอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงไปสมทบกับกลุ่มแก๊งเพื่อนที่นั่งกันอยู่ใต้ต้นตีนเป็ด
เอวานัดกับเฮียเขื่อนร้านคาเฟ่หน้ามหาลัยตอนสามโมง ก่อนจะแยกย้ายกับเพื่อนขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่กลับคอนโดด้วยกัน แต่วันนี้เฮียเขื่อนไม่ได้พาเธอกลับทันที ทว่าพาแวะตลาดนัดคนเดินก่อนค่อนข้างแปลกใจมากทีเดียว เพราะเฮียเขื่อนเป็นคนไม่ชอบเดินตลาดเท่าไหร่ ทั้งที่มีเมียเป็นทายาทเจ้าของตลาดแท้ๆ นั่นเพราะเขาไม่ชอบร้อน ยิ่งตอนใกล้ค่ำ เดินเบียดกับคนมากๆ มันยิ่งทำให้เฮียหงุดหงิดง่ายเว้นวันนี้ที่ดูอารมณ์ดีผิดปกติ แต่เอวาไม่ทักให้เฮียรู้ตัวหรอก เดินจูงมือกันไปเข้าร้านรวงขายของกินด้วยกัน เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วของเอวาดึงความสนใจและสายตาเอ็นดูจากผู้คน แต่คนขี้หวงก็โอบเอวจับจูงแสดงความเป็นเจ้าของแทบทุกนาทีเช่นกัน"เฮียลองเกี๊ยวหมูเด้งนี่สิ หนูกินแล้วอร่อยมากๆ เลย มาอ้าปากเดี๋ยวหนูป้อน"สาวน้อยหมุนตัวกลับมาพูดคุยกับแฟนหนุ่ม เขย่งเท้าบนรองเท้าคัชชูจิ้มเกี๊ยวก้อนในถุงพยายามป้อนเฮียเขื่อน ซึ่งเขาก็โน้มตัวลงมาอ้าปากกินอย่างไม่อะไรมาก ต่อให้หน้าจะโคตรเซ็ง แต่เพราะเมียเลยต้องปั้นหน้ายิ้มเหงื่อโชกหน้าทำให้เขื่อนค่อนข้างหงุดหงิด ทว่าพอหันมองเด็กข้างกาย เห็นรอยยิ้มมีความสุข เสียงหัวเราะและท่าทีตื่นเต้นดุ๊กดิ๊ก
เขื่อนโดนเย็บหัวไปสามเข็ม ตำแหน่งเดิมที่เคยโดน เพิ่มเติมคือคนละข้าง คราวนั้นโดนนักเลงหน้าเหี้ยผัวขี้หึงฟาด แต่คราวนี้กูพัฒนาแล้วเพราะโดนพ่อเมียยำ ก้าวกระโดดมาก อีกนิดคงได้ลงโลงแน่คอยดูหลังวันนั้นอะไรๆ ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่สวัสดิการการดูแลจากเมียเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แสบหน่อยแต่บอกอะไรก็ทำหมด ขอแค่เฮียมีความสุขเอวายอมเหนื่อยถวายตัวออนท็อปทุกวันจนเอวเคล็ดบ่นปวดเอวไปสามวันยังมี แต่เด็กมันยังเปล่งปลั่งหายวันหายคืนเร็ว เดี๋ยวๆ ก็กลับมาควงใหม่ได้แล้วแม่แก้วไม่อะไรกับการจะคบหาดูใจกันของเด็กๆ ด้วยค่อนข้างเอ็นดูเขื่อนเป็นพื้นฐานทุนเดิมอยู่แล้ว ออกจะตามใจด้วยซ้ำไป ขออะไรแม่ให้หมดจะมีก็แต่ลุงจินที่ตาขวางตลอดที่ไปโผล่หน้าที่บ้าน ยิ่งเรียกหาน้องเอวา ตาคมเฉือนกูขาดสองท่อนได้เลยนะนั่น ทว่าทุกอย่างก็ยังอยู่ในการควบคุมของเมีย สั่งให้หมอบคงไม่เลือกคลานถ้าไม่อยากหัวขาด"หายโกรธพ่อเถอะ เฮียรู้สึกไม่ดีเลยที่เป็นต้นเหตุให้ทะเลาะกับพ่อ" นี่ก็พูดจนปากจะฉีก แต่เมียแสนดื้อก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อย บอกไม่ได้โกรธที่พ่อทำผัวหัวแตก ก็แค่เสียใจแต่เมียจะเสียใจนานไปไหมเอ่ย นั่นพ่อเลยนะครับ เห็นหน้
ฟ้าเหลืองเป็นยังไงไม่รู้ แต่สภาพของเอวาก่อนภาพจะตัดเหมือนผักโดนบดขยี้แช่น้ำไม่มีผิด ยับเยินตั้งแต่สองน้ำแรก เฮียเขื่อนไม่เคยปรานี และไม่เคยอ่อนโยนเลยถ้าเป็นเรื่องบนเตียง'อย่าเพิ่งหลับสิครับ เฮียยังไม่หายคิดถึงเลยนะ'ประโยคบอกคิดถึงที่โคตรจะน่าขนลุก จนตอนนี้ย้อนนึกถึงยังขนพองลุกซู่ไม่หาย ครับเหรอ? เฮียเขื่อนไม่ใช่คนสุภาพที่จะครับกับใครพร่ำเพรื่อได้ มันก็แค่คำขานรับกวนตีนกวนประสาทคู่สนทนาเท่านั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกือบเที่ยง อีกสิบกว่านาทีก็สิบสองโมงพอดี เอวากวาดตามองหาเฮียเขื่อนในห้องนอน พอไม่เห็นจึงลุกจากเตียงไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น ออกจากห้องน้ำมาก็เจอเฮียเขื่อนนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงใบหน้าอารมณ์ดีพอเห็นว่าเธอออกมาจากห้องน้ำ ร่างสูงกำยำก็โดดลงจากเตียงมาคลอเคลียกันอยู่นานหลายนาทีจนเกือบเสียตัวคาหน้าตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง แต่สภาพน่าอนาถมากๆ ของเอวาเฮียคงจะเวทนาบ้างจึงยอมปล่อยไปก่อนเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ เขื่อนบอกให้เอวาเตรียมตัวไว้เดี๋ยวจะพาออกไปกินข้าวข้างนอก สาวน้อยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก กว่าจะมาสำนึกคิดได้ก็ตอนที่มานั่งต่อหน้าผู้ใหญ่สองบ้านในห้องอาหารส่วนตัวของภัตตาคารหรูแล้ว"
"กินเสร็จแล้วไปอาบน้ำจะได้นอน อย่ามัวแต่เล่นโอ้เอ้เอวา"เฮียเขื่อนเดินออกจากครัวมาเขกเหม่งน้อยเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว ตอบแทนความแสบที่เล่นเอานักเลงวิศวะเกือบเสียน้ำตา อีกนิดกูได้ตัดหัวขายเพราะไม่กล้าสู้หน้าใครแน่เด็กมันเล่นป่าวประกาศหมดไม่สนหน้าใครว่าโดนสารภาพรัก แล้วยังมีหน้ามายิ้มแฉ่งทำตาหยีท่าทีน่ากดอีก คนข้างๆ ก็ได้แต่กลอกตาถอนหายใจไปสิเพราะทำอะไรไม่ได้ พูดมากเดี๋ยวจากแกล้งโกรธก็มาโกรธจริง กูซวย!"รู้แล้วๆ หนูขอตอบข้อความเพื่อนอีกแป๊บเดียว"เขื่อนไม่ได้เร่งเร้า แต่ชะโงกหน้าเข้ามาดูนิ้วเรียวจิ้มตอบข้อความเพื่อน เรียนไม่เก่งแต่เรื่องไร้สาระแม่งโคตรเก่งที่หนึ่งเลย นิ้วเล็กจิ้มเร็วมากๆ กดไม่กี่ทีก็ส่งข้อความกลับไปยังเจ้าของห้องแชท แต่ที่สะดุดตาเขื่อนมากที่สุด ก็คงเป็นข้อความก่อนหน้านี้ที่เจ้าหล่อนคุยกับเจ้าของแชท"เราชอบเอวานะ ชอบตั้งแต่เจอกันครั้งแรก"นิ้วเรียวชะงักการเคลื่อนไหว กะพริบตาปริบ แล้วแหงนหน้าขึ้นยังคงตัวโตที่เสียมารยาทอ่านข้อความของเธอกับเพื่อน เฮียเขื่อนยืนหลังโซฟา ในขณะที่สาวน้อยเอวานั่งอยู่บนโซฟา เขาชะโงกหน้าลงมาอ่านข้อความนั้นก่อนจะหันมาสบตากันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเด