เมียสุดแสบของท่านประธาน

เมียสุดแสบของท่านประธาน

last updateDernière mise à jour : 2025-03-12
Par:  J.JusminComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
39Chapitres
3.9KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นเพราะความต้องการของผู้ใหญ่ และเพื่อช่วยประคองธุรกิจครอบครัวของพรีม ธีร์จึงต้องจำยอมหมั้นหมายกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้เลือก แต่ใครจะคิดว่าหญิงสาวที่ดูน่ารักในสายตาของผู้ใหญ่ แต่พอย้ายมาอยู่ร่วมบ้านกับเขาแล้วจะกลายเป็นยัยตัวแสบที่ขี้อ้อนและอ่อยเก่ง ***** "ถ้าพี่ไม่ใช่ผัวแล้วจะเป็นอะไร” “เป็นแค่คู่หมั้นค่ะ เรายังไม่ได้คบกัน จะข้ามขั้นมาเป็นผัวเลยได้ยังไงคะ” “เธอขย่มพี่ทั้งคืนแล้วจะไม่รับผิดชอบเหรอยัยตัวแสบ” *****

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่ 1 คลุมถุงชน

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีขาว เทาและดำ รายล้อมไปด้วยกระจกสีชาดำที่มองเห็นวิวตึกสูงนับหลายสิบชั้น มองเห็นท้องฟ้าสว่างสดใส ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดด แต่บุคคลภายนอกหรือผู้ที่อยู่ตึกตรงข้ามไม่สามารถมองเข้ามาเห็นภายในห้องได้ และนี่ก็เป็นห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารหรือ CEO หนุ่มในวัย 30 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ในชุดสูตสีเทาเข้ม กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์วางอยู่ และกำลังก้มหน้าตรวจเอกสารที่ได้รับจากเลขาส่วนตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะลงมือเซ็นชื่อลงไปแล้วแล้วส่งคืนให้กับเลขาหนุ่ม

ครอบครัวธนามหาเศรษฐ์ เป็นเจ้าของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในเครือ ที เอส กรุ๊ป ที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศไทย บริหารงานโดยลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านอย่าง ธีร์ อธิวัฒน์ ธนามหาเศรษฐ์

ก๊อก ก๊อก…

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่สองครั้ง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยพนักงานสาวผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการที่อยู่หน้าห้อง และหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในชุดกระโปรงสูตเรียบหรูดูแพง ถือกระเป๋าใบเล็กแบรนด์ดัง สวมใส่นาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทที่ข้อมือข้างซ้าย เดินเข้ามาภายในห้องอย่างสง่าผ่าเผย

“คุณแม่มาได้ยังไงครับ”

เมื่อเห็นผู้เป็นแม่เดินเข้ามา ธีร์ก็มีท่าทีประหลาดใจ เพราะร้อยวันพันปีถ้าแม่ของเขาไม่มีธุระเร่งด่วนก็จะไม่ค่อยได้เข้ามาที่บริษัท

พิรัชย์เลขาส่วนตัวของธีร์ เมื่อเห็นว่าแม่ของเจ้านายมาหาถึงห้องทำงาน เขาจึงเดินออกจากห้องเพื่อให้เจ้านายทั้งสองมีเวลาพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

“ถ้าแม่ไม่มาจะรู้ว่าลูกชายของแม่ทำงานหนักขนาดนี้เหรอ แล้วนี่ข้าวปลาได้กินบ้างรึเปล่าเนี่ย ดูสิลูกแม่ผอมหมดแล้ว” อมรภัคถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง

แม้ว่าธีร์จะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของบ้าน แต่ก็แยกไปอยู่บ้านที่อีกหลังซึ่งสร้างอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ด้วยงานบริหารที่ยุ่งจนไม่มีเวลา จึงไม่ค่อยได้พบหน้าหรือเข้าไปรับประทานอาหารร่วมกับพ่อและแม่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่มานานเกือบเดือน

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมกินข้าวทุกมื้อ”

“ทุกมื้อ แต่ไม่ตรงเวลาใช่ไหม” อมรภัคส่งสายตาคาดคั้นลูกชาย

“ก็มีเลยเวลาบ้างครับ แล้ววันนี้คุณแม่นึกยังไงถึงเข้ามาหาผมที่นี่ครับ แล้วคุณพ่อล่ะมาด้วยกันหรือเปล่า” ธีร์ถามผู้เป็นแม่ และไม่ลืมที่จะถามหาพ่อของเขาด้วย

“พ่อแกไปตีกอล์ฟก็เพื่อนน่ะ แม่เลยขอมาหาแกที่นี่” อมรภัคเอ่ยกับลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มราวกับมีเรื่องอะไรในใจ

“คุณแม่มีอะไรก็พูดมาตามตรงเถอะครับ” ธีร์ก็รู้ทันผู้เป็นแม่เช่นกัน ทำหน้าแบบนี้มีเรื่องที่จะร้องขอเขาอย่างแน่นอน และทุกครั้งเขาก็ไม่อาจปฏิเสธความต้องการของผู้เป็นแม่ได้เลย

“งั้นแม่ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ พอดีบริษัทเพื่อนแม่กำลังเกิดปัญหา แม่เลยอยากให้ลูกเข้าไปช่วยซื้อหุ้นที่พวกผู้ถือหุ้นปล่อยขายทอดตลาดให้หน่อย” อมรภัคเอ่ยสิ่งที่ต้องการ

“ครับ ไม่มีปัญหา” ธีร์รีบตอบตกลง

แค่ช่วยซื้อหุ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร อีกอย่างเรื่องนี้มารดาของเขาก็คงจะปรึกษากับผู้เป็นพ่อมาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาขอให้เขาช่วยทั้งที่ยังไม่รู้ว่าบริษัทที่จะให้ไปรับซื้อหุ้นคืนมานั้นสามารถสร้างผลกำไรให้เขาได้อย่างไรหรือมากน้อยแค่ไหน

“ลูกไม่มีปัญหากับเรื่องที่แม่ขอใช่ไหม” อภรภัคถามย้ำเพื่อต้องการคำยืนยันจากปากของลูกชายอีกครั้ง

“ครับ”

“งั้นแม่จะถือว่าลูกตอบตกลงแล้วนะ” อมรภัคยังคาดคั้นคำตอบจากลูกชายต่อ

ธีร์เริ่มเกิดคำถามขึ้นในใจ ครั้งนี้ผู้เป็นแม่ดูจะมีคำถามแปลกๆ ทั้งที่เขาก็ตอบตกลงที่จะยื่นมือเข้าช่วยแล้ว แต่ก็ทำได้แค่ยืนยันคำตอบเดิม

“ครับ”

“เมื่อกี้แม่ยังบอกไม่หมด ลูกช่วยซื้อหุ้นของบริษัทเพื่อนแม่ แล้วแม่จะนำหุ้นนั้นไปขอหนูพรีมลูกสาวของทางนั้นมาเป็นลูกสะใภ้ ลูกจะมากลับคำตอนนี้ไม่ได้แล้วนะ เมื่อกี้แม่อัดเสียงเอาไว้แล้วว่าลูกตอบตกลง”

“นี่แม่กำลังจะคลุมถุงชนผมเหรอครับ” ธีร์ขมวดคิ้วมุ่นจ้องหน้าผู้เป็นแม่ ไม่คิดว่าแม่ของเขาจะใช้วิธีนี้มาบีบบังคับ

“คลุมถุงชนที่ไหนกัน ต้องเรียกว่าน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าต่างหาก หรือลูกจะมองเป็นเรื่องธุรกิจก็ได้นะ อีกอย่างลูกก็อยู่เป็นโสดมาตั้งหลายปี อย่าบอกนะว่ายังลืมแม่คนรักเก่าที่หักอกลูกหนีไปแต่งงานกับชาวต่างชาติคนนั้นไม่ได้น่ะ ตอนนี้เพื่อนแม่กำลังเดือดร้อน เราเสียเงินซื้อหุ้นก็ถือเป็นการช่วยประคับประคองบริษัทของทางนั้นได้ แล้วอีกอย่างเพื่อนแม่ก็เกรงใจ แม่ก็เลยขอลูกสาวเขามาแทนและทางนั้นก็ตอบตกลงแม่มาแล้ว และหุ้นนี้แม่ก็ใช้เป็นค่าสินสอดขอหนูพรีมเพื่อรับเข้ามาอยู่ในบ้านของเราในฐานะลูกสะใภ้ของตระกูลธนามหาเศรษฐ์” อมรภัคอธิบายกับลูกชาย

ธีร์คิดอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจความคิดของผู้เป็นแม่ได้ ถ้าจะมองในเรื่องของธุรกิจเขาก็มีแต่ขาดทุน การเสียเงินเพื่อซื้อหุ้นของอีกบริษัทนั้นก็ต้องได้รับผลตอบแทนสิ แต่นี่แม่ของเขาจะใช้หุ้นที่ซื้อมาเพื่อไปขอลูกสาวของทางนั้นมาเป็นเมียของเขาทั้งที่เราทั้งสองคนยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วจะให้มารักกันและแต่งงานอยู่ด้วยกันได้อย่างไร แต่จะทำอย่างไรได้นอกจากทำตามใจท่านเพราะได้ตกปากรับคำไปแล้ว

“ผมทำตามที่คุณแม่บอกก็ได้ครับ แต่ผมขอยังไม่แต่งงานได้ไหมครับ” ถึงจะรับปากแต่ธีร์ก็ยังมีข้อแม้กับผู้เป็นแม่

“อ้าว ทำไมล่ะตาธีร์ รับปากแต่ไม่แต่งกับน้องมันหมายความว่ายังไง” อมรภัคหุบรอยยิ้มที่มีเอ่ยถามกับลูกชายอย่างไม่เข้าใจ ทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายหรือเปล่า

“ผมขอแค่หมั้นกันก่อนได้ไหมครับ ให้เวลาผมหน่อย ผมตั้งตัวไม่ทัน แล้วอีกอย่างน้องพรีมของคุณแม่เต็มใจที่จะแต่งกับผมเหรอครับ” ธีร์ยกผู้หญิงอีกคนที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาขึ้นมาอ้าง

ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงแบบไหนกันถึงได้ยอมเอาตัวและความสุขของตัวเองเข้าแลกเพื่อเงิน ถึงจะขัดสนหรือธุรกิจครอบครัวมีปัญหา แต่ถ้าแม่ของเขามาร้องขอ เขาก็พร้อมจะช่วยเหลือเต็มที่อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ช่วยด้วยการแต่งงาน

“หนูพรีมก็คงยอมทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการนั่นแหละลูก ไม่อย่างนั้นแม่ของน้องจะรับปากแม่ทำไมถ้าน้องไม่ยินดี หนูพรีมเป็นเด็กน่ารัก นิสัยดี แม่เชื่อว่าอยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง”

อมรภัคจับมือของลูกชายเข้าไปวางไว้ในฝ่ามือ แล้ววางมืออีกข้างไว้ด้านบนแล้วตบเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างส่งให้กับคนที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับความคิดนี้

ทางด้านของครอบครัวหิรัญอัครมนตรี เมื่อรู้ว่าทางนั้นได้วางกำหนดการหมั้นหมายเอาไว้ในอีกสองเดือนข้างหน้า พิมลพรรณแม่ของพรีมก็รู้สึกผิดกับลูกสาวเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาเสียสละตัวเองเพื่อช่วยธุรกิจของครอบครัวที่ก่อตั้งกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า

“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะย้ายไปอยู่ที่บ้านของพี่ธีร์ ถ้าลูกลำบากใจก็ไม่…” พิมลพรรณเอ่ยถามกับลูกสาวอย่างไม่เต็มเสียงและยังไม่สิ้นสุดประโยค พรีมก็พูดแทรกขึ้นมา

“คิดดีแล้วค่ะ แม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ ก็แค่หมั้นยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย ถ้าอยู่กันไปแล้วไม่รัก หนูก็แค่ถอนหมั้นแค่นั้นเองค่ะ” หญิงสาวเอ่ยกับผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม

ครอบครัวของเธอดำเนินธุรกิจโรงพิมพ์แบบครบวงจรมานานนับหลายสิบปี แล้วจะให้มาล้มเอาตอนนี้ได้อย่างไร อะไรที่พอจะช่วยพยุงธุรกิจให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมได้พรีมก็พร้อมที่จะทำ แม้จะต้องเข้าไปอยู่ร่วมบ้านกับคนแปลกหน้าก็ตาม

“มันจะไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิลูก ถึงจะยังไม่ได้แต่งงานแต่ก็ต้องหมั้นแล้วย้ายไปอยู่ร่วมห้องกันแบบนั้น มันก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากันอยู่ดี”

“พรีมทราบค่ะแม่ แต่แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ พรีมรับมือได้ค่ะ”

เมื่อลูกสาวยืนยันมาดังนั้นพิมลพรรณจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่ส่งยิ้มเพื่อให้กำลังใจลูกสาว และกล่าวขอโทษอยู่ในใจที่ทำให้พรีมต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แม้ว่าพรีมจะเต็มใจทำเพื่อครอบครัวก็ตาม

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
39
ตอนที่ 1 คลุมถุงชน
ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีขาว เทาและดำ รายล้อมไปด้วยกระจกสีชาดำที่มองเห็นวิวตึกสูงนับหลายสิบชั้น มองเห็นท้องฟ้าสว่างสดใส ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดด แต่บุคคลภายนอกหรือผู้ที่อยู่ตึกตรงข้ามไม่สามารถมองเข้ามาเห็นภายในห้องได้ และนี่ก็เป็นห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารหรือ CEO หนุ่มในวัย 30 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ในชุดสูตสีเทาเข้ม กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์วางอยู่ และกำลังก้มหน้าตรวจเอกสารที่ได้รับจากเลขาส่วนตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะลงมือเซ็นชื่อลงไปแล้วแล้วส่งคืนให้กับเลขาหนุ่มครอบครัวธนามหาเศรษฐ์ เป็นเจ้าของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในเครือ ที เอส กรุ๊ป ที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศไทย บริหารงานโดยลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านอย่าง ธีร์ อธิวัฒน์ ธนามหาเศรษฐ์ก๊อก ก๊อก…เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่สองครั้ง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยพนักงานสาวผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการที่อยู่หน้าห้อง และหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในชุดกระโปรงสูตเรียบหรูดูแพง ถือกระเป๋าใบเล็กแบรนด์ดัง สวมใส่นาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทที่ข้
Read More
ตอนที่ 2 หรือว่าจะเป็นเกย์
“พรีม ทางนี้” ทันทีที่หญิงสาวในชุดนักศึกษาก้าวลงจากรถ เพื่อนรักอย่างนิวเยียร์ที่มาถึงก่อน และได้นั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อนที่อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถของมหาวิทยาลัยชื่อดังก็ได้ยกมือขึ้นตะโกนเรียกพรีม ศรัณย์ภัทร หิรัญอัครมนตรี นักศึกษาปี 2 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน อายุ 20 ปี เจ้าของใบหน้าวีเชฟ สวย เซ็กซี ผมยาวสลวยสีน้ำตาลประกายทอง แม้จะสวมใส่ชุดนักศึกษาที่ไม่รัดรูปมาก แต่ก็พอเห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง และก้อนกลมสองก้อนเด่นชัดชวนสะกดสายตาหนุ่มๆ ให้พากันหันมองทุกครั้งที่เดินผ่าน“เมื่อคืนแกมีเรื่องอะไรจะบอกฉัน” นิวเยียร์ยิงคำถามที่อยากรู้ใส่เพื่อนรักขณะที่ทั้งสองคนกำลังพากันเดินเข้าไปยังอาคารของคณะ เพราะเมื่อคืนที่คุยแชทกันค้างไว้ คือพรีมบอกว่ามีเรื่องจะบอก แต่ขอมาบอกด้วยตัวเองในเช้าวันนี้“ฉันกำลังจะหมั้น”“ฮะ!!!” คำตอบสั้นๆ ถึงกับทำให้นิวเยียร์เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เพื่อนสาวของเธอยังไม่มีแฟน อยู่ ๆ จะมาหมั้นกับใคร“นี่แกแอบซุ่มไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเพื่อนรักอย่างฉันถึงไม่รู้เรื่อง” นิวเยียร์คาดคั้นเอาคำตอบ“แฟนบ้าอะไรล่ะ ก็แค่จะหมั้นเพื่อช่วยบริษัทของฉันก็เท่านั้น” พรีมอธิบายสาเหตุที่
Read More
ตอนที่ 3 งานหมั้นที่ไม่เต็มใจ
“ฉันล่ะตื่นเต้นแทนแกจังเลยยัยพรีม แต่ดูแกจะชิวมากเลยนะ” นิวเยียร์ที่กำลังช่วยจัดแจงชุดไทยสำหรับใส่ในพิธีหมั้น ก็พูดคุยกับเพื่อนพลางก้มลงมองตรงนั้นทีหันมองตรงนี้ทีเพื่อให้ทุกอย่างออกมาอย่างเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติ และพรีมต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานวันนี้เท่านั้นงานหมั้นถูกจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายชาย หลังจากพิธีหมั้นเสร็จสิ้น พรีมก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของธีร์ตามที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเอาไว้“มีอะไรให้ตื่นเต้นกัน ทำอย่างกับจะมาหมั้นแทนฉันอย่างนั้นแหละ”“ไม่เอาอะ ฉันไม่ชอบคนแก่ แต่เมื่อกี้ตอนที่ไปเข้าห้องน้ำ ฉันเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นของแกแล้วนะ”“อืม แล้วไง” พรีมถามกลับอย่างขอไปที“อยากจะบอกว่าหล่อมาก หล่อเวอร์วังยิ่งกว่าในรูปที่ฉันเอาให้แกดูซะอีก หุ่นนี่สูงยาวเข่าดีเหมาะกับการเป็นพ่อพันธ์ชั้นดีเลยอะแก” นิวเยียร์เอ่ยพลางยกยิ้ม แหงนหน้ามองฝ้าเพดานราวกับคนละเมอเพ้อพก“จะหล่อ จะสูง จะยาว ก็เรื่องของแกเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก ก็แค่หมั้นและอยู่ด้วยกันเพราะธุรกิจ”“อยู่ด้วยกันทุกวันมันก็ไม่แน่นะ ไม่แกก็อาจจะเป็นเขาที่เผลอมีใจให้กันก็ได้ ใครจะรู้”“ใครไม่รู้ แต่ฉันรู้ใจตัวเองก็แล้วกัน” พรีมตอ
Read More
ตอนที่ 4 ข้อตกลง
“ในห้องมีแค่เตียงเดียวและเราต้องนอนด้วยกันใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นพรีมขอพื้นที่ครึ่งนึง แล้วห้ามข้ามเขตกันเด็ดขาด” พรีมเริ่มพูดถึงข้อตกลงที่เธอคิดมาจากบ้านให้ธีร์ฟัง“แล้วตู้เสื้อผ้าพี่จะแบ่งพื้นที่ให้พรีมยังไงคะ เราจะแยกกันคนละตู้ หรือจะให้ใส่ไว้ด้วยกัน”“เธอไปดูเอาเองก็แล้วกัน แต่ขอจัดแยกให้เป็นระเบียบด้วยนะ”“งั้นถ้าจะใช้ห้องน้ำ ใครตื่นก่อนหรือจะอาบน้ำก่อนก็แล้วแต่สะดวกก็แล้วกันนะคะ พรีมคงจะกำหนดเวลาตายตัวไม่ได้”“อืม”ข้อตกลงคร่าวๆ ที่เธอคิดออกก็คงจะมีประมาณนี้ เพราะชั้นล่างของบ้านก็จะเป็นห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ในส่วนนี้คงไม่จำเป็นต้องขออนุญาต หรือทำข้อตกลงในการใช้พื้นที่ร่วมกัน“แล้วเรื่องการอยู่ด้วยกันล่ะคะ พรีมอยากรู้ว่านานแค่ไหน หรือจะต้องแต่งงานกันอีก” พรีมยังคงอยากรู้ข้อนี้มาก เธออยากรู้กรอบระยะเวลาที่เราต้องอยู่ร่วมกันแบบนี้ แบบคนที่ไม่ได้รักกัน“ตามใจเธอเลย อยากอยู่นานแค่ไหนก็อยู่ แม่ฉันอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้วนี่” ธีร์ตอบราวกับคนตัดพ้อปนกระทบกระทั่งหญิงสาวเหมือนคนไม่มีทางเลือก และถูกมัดมือชกให้ต้องมาหมั้นหมายกัน“ขอโทษนะคะที่ทำให้ลำบากใจ เอาเป็นว่าพ
Read More
ตอนที่ 5 นอนไม่หลับ
คืนแรกของการนอนด้วยกัน ต่างคนต่างก็รับรู้ถึงการดิ้นตัวของอีกฝ่ายที่ผลัดเปลี่ยนกันพลิกซ้ายทีขวาทีเพราะข่มตานอนไม่หลับ จนในที่สุดก็ตะแคงข้างหันหน้าเข้าหากันและจ้องกันในความมืดชั่วขณะของสายตาทั้งสองคู่ที่มองกัน ดวงตาคู่คมก็เหลือบมองดวงตาคู่หวานที่กลมโต ริมฝีปากอวบอิ่มสุขภาพดีที่เคลือบด้วยลิปบาร์มบำรุงริมฝีปาก ธีร์ลอบกลืนน้ำลายลงคอและหายใจติดขัดให้กับความรู้สึกประหลาดที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ ไม่ต่างจากอีกฝ่ายที่จ้องเข้าไปในดวงตาคู่คม เลื่อนลงมองจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักได้รูปคนของตรงหน้า ใจเต้นแรงตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่คนที่นอนร่วมเตียงจะเอ่ยขึ้นมาทำให้เธอได้สติกระพริบตาถี่ ๆ“ถ้านอนไม่หลับ ฉันไปนอนโซฟาก็ได้นะ” ธีร์เอ่ยพลางเลื่อนผ้าห่มออกจากตัว“มะ ไม่เป็นไรค่ะพี่ธีร์ นอนด้วยกันนี่แหละค่ะ” จะให้เจ้าของห้องไปนอนโซฟาได้อย่างไรกัน ถ้าธีร์ไม่ยอมนอนที่เตียงของตัวเอง เธอก็คงต้องขอระเห็จตัวเองย้ายไปนอนที่โซฟาแทนเมื่อพรีมเอ่ยมาดังนั้น ธีร์จึงเลื่อนผ้าห่มขึ้นไปอยู่ในระดับหน้าอกดังเดิม แล้วเปลี่ยนเป็นท่านอนหงายวางมือที่หน้าท้องแทน“พี่ก็นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอคะ”“อืม”“เพราะมี
Read More
ตอนที่ 6 เผลอน้อยใจ
กินข้าวเสร็จ ธีร์ก็ขับรถไปส่งพรีมที่มหาวิทยาลัยตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ มีคู่หมั้นก็เหมือนมีเมีย จะขัดใจแม่ของเขาก็ไม่ได้อีก“เลิกเรียนกี่โมง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่คนที่นั่งข้างๆ จะเปิดประตูลงจากรถ“ถามทำไมเหรอคะ จะมารับพรีมเหรอ”“พี่เป็นคนมาส่ง เลิกเรียนก็ต้องมารับสิ หรือว่าเธอจะกลับกับใคร”“เปล่าค่ะ นึกว่าพี่จะติดงาน พรีมว่าจะกลับพร้อมนิวเยียร์ แต่ถ้าพี่จะมารับก็ได้ค่ะ เลิกเรียนแล้วจะโทรไปบอกนะคะ”พรีมเอ่ยพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าตีเนียนขอเบอร์คนตรงหน้า ธีร์ขมวดคิ้วเข้มเล็กน้อยแต่ก็ยินยอมบอกเบอร์ของตนไปแต่โดยดีพรีมระบายยิ้มชอบใจรีบกดเบอร์โทรตามที่อีกฝ่ายบอกแล้วบันทึกลงในโทรศัพท์ และทันทีที่เบอร์ถูกบันทึกไลน์ของธีร์ก็เด้งขึ้นมา พรีมจึงรีบกดเพิ่มเพื่อนไปทันที“แอดไลน์ไปแล้วนะคะ ในรูปกับตัวจริงนี่หล่อไม่ต่างกันเลย” เมื่อถือวิสาสะแอดไลน์เขาไป พรีมจึงเอ่ยปากชมคนข้างๆ ไปหนึ่งประโยคด้วยน้ำเสียงอ้อนๆส่วนอีกคนเหมือนจะกระตุกยิ้มให้เห็นเล็กน้อยแล้วกลับไปทำหน้านิ่งไม่ได้ต่อว่าอะไร เธอก็จะถือว่าเขาเต็มใจให้ก็แล้วกัน“ไปก่อนนะคะพี่ธีร์”“อืม”พรีมก้าวขาลงจากรถก็โบกมือลาคนที่มาส่ง ก
Read More
ตอนที่ 7 หล่อแต่แล้งน้ำใจ
พรีมมาถึงที เอส กรุ๊ปก็สี่โมงเย็น เธอนั่งดูโทรศัพท์เพื่อรอคนที่ประชุมจนแบตที่เหลืออยู่สี่สิบเปอร์เซ็นหมดลงและจบด้วยระบบที่ปิดเครื่องอัตโนมัติ“พี่ธีร์นะพี่ธีร์ ถ้าจะให้มานั่งรอแบบนี้ทำไมไม่ให้พี่พิรัชย์ไปส่งที่บ้านเลยล่ะ” พรีมถอนหายใจ บ่นพึมพำมันไม่ใช่แค่นั่งรอแป๊บเดียว แต่เธอนั่งรอจนเบื่อ นั่งรอจนแบตโทรศัพท์หมด และไม่รู้ว่าต้องรอไปจนถึงเมื่อไรเพราะเจ้าตัวไม่บอกอะไรกับเธอเลย แค่ให้เลขาของเขาไปรับแล้วเอาเธอมาทิ้งไว้ที่ห้องแห่งนี้หลังจากที่พรีมมาถึงหนึ่งชั่วโมง ธีร์ที่เพิ่งประชุมเสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องทำงานพร้อมกับเลขาส่วนตัว ระหว่างทางก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องในที่ประชุม พอเปิดประตูเข้ามาในห้องก็พบว่าพรีมได้นอนเหยียดขาอยู่บนโซฟา ถ้าเป็นกางเกงเขาคงไม่รู้สึกอะไร แต่นี่เป็นกระโปรงนักศึกษา พอนอนเหยียดขามาทางประตูมันก็เห็นขาขาวที่พ้นกระโปรงตัวสั้นออกมา และไม่แน่ว่าถ้าเธอดิ้นตัวอาจจะเห็นเข้าไปได้ลึกมากกว่านี้“นายไม่ต้องเข้าไป” ธีร์หันไปเอ่ยกับคนที่เดินตามหลัง“ทำไมล่ะครับ” พิรัชย์นึกสงสัย ก่อนจะชะเง้อคอมองเข้าไปด้านในก็เห็นคู่หมั้นของเจ้านายนอนหลับอยู่จึงเข้าใจในทันที“งั้นผมขอตัวกลับก่อนน
Read More
ตอนที่ 8 อาบน้ำพร้อมกัน
“อิ่มมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่พามาเลี้ยง” พรีมเอยขึ้นขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินออกจากภัตตาคาร“กินขนาดนี้ไม่เรียกว่าอิ่มก็ไม่รู้จะว่ายังไงละ”“พี่หาว่าพรีมกินจุเหรอคะ”พรีมยื่นมือไปจับแขนของธีร์แล้วดึงให้เขาหยุดเดิน ส่วนคนถูกดึงแค่หันมาส่งสายตาดุ แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร“มองหน้าพรีมแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”“ปล่อย พี่เดินไม่ได้” ธีร์มองไปยังมือคู่เล็กที่กอบกำข้อมือของเขาเอาไว้แน่น แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหวาน“อ่อ ก็อยากจับค่ะ แล้วตอนนี้ก็อยากจะกอดแขนคู่หมั้นของพรีมด้วย” พรีมยกยิ้มเอียงหน้าตอบ ก่อนจะดึงแขนของเขาไปกอดแบบอ้อนๆ“นี่เธอ”“อะไรกันคะ คู่หมั้นกอดกันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวไปได้ เนื้อพี่ไม่ได้หลุดติดมือพรีมสักหน่อยค่ะ”ธีร์ได้แต่ถอนหายใจแล้วก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า โดยที่มียัยตัวแสบเกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อยจนเดินไปถึงตัวรถ พรีมจึงละมือออกจากแขนของเขาแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านในอย่างคนอารมณ์ดีเมื่อรถหรูเคลื่อนตัวเข้าสู่คฤหาสน์หลังเล็กที่เป็นบ้านของธีร์ ทั้งคู่ก็พากันลงจากรถแล้วขึ้นไปบนห้องนอน“พี่จะอาบก่อนหรือให้พรีมอาบก่อนคะ”“ตามใจ” ธีร์ตอบกลับเสียงเรียบ ขณะที่มือ
Read More
ตอนที่ 9 ชวนกันเที่ยว
“รอนานไหมคะพี่ธีร์” พรีมที่เดินตรงเข้าไปยังห้องรับประทานอาหารก็เห็นหนุ่มคู่หมั้นถือแท็บเล็ตเอาไว้ในมือ ส่งสายจ้องมอง พร้อมกับมืออีกข้างที่ยกแก้วกาแฟที่ยังอุ่นๆ ขึ้นจิบ“ใครว่าพี่รอเธอ” เสียงทุ้มตอบกลับพร้อมกับละสายตาออกจากหน้าจอมองหน้าหญิงสาว“อ้าว ก็นึกว่าจะรอพรีมกินข้าวซะอีก” พรีมเอ่ยพลางเลื่อนจานอาหารเช้ามาไว้ตรงหน้าแล้วจัดการตักเข้าปาก พลางนึกในใจว่าเธอก็อุตส่าห์รีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะกลัวว่าคนที่ลงมาก่อนจะรอนาน แต่ที่ไหนได้ มานั่งจิบกาแฟอย่างสบายใจ ข้าวก็ไม่กินเป็นเพื่อนกินข้าวเช้าเสร็จหนุ่มคู่หมั้นก็ขับรถไปส่งพรีมที่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิม โดยที่บรรยากาศภายในรถนั้นเงียบสงบไร้เสียงพูดคุยของคนทั้งสอง“สรุปวันนี้เลิกเรียนกี่โมงยังไม่ได้ตอบพี่เลยนะ” ก่อนที่เธอจะลงจากรถธีร์ก็รีบถาม เพราะเมื่อเช้าที่เขาถามไปพรีมยังไม่ได้ให้คำตอบ“เลิกเที่ยงค่ะ แต่พรีมขอกินข้าวกับเพื่อนก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะโทรบอก” พรีมคิดว่ากินข้าวกับนิวเยียร์ก่อนค่อยกลับคงจะดีกว่า เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจจะติดงานจนลืมเวลาก็ได้“อืม”เมื่อธีร์ตอบรับพรีมก็หันไปเปิดประตูลงจากรถ และเห็นเพื่อนชายที่เรียนด้วยกันกำลังเดินมาทางเธอพอด
Read More
ตอนที่ 10 เป็นแค่คู่หมั้น
พอพรีมกดรับสาย เสียงของคำถามจากอีกฝ่ายก็ดังออกมาจากโทรศัพท์ทันที(ถึงบ้านแล้วเหรอ)“ถึงแล้วค่ะ”(พี่เพิ่งประชุมเสร็จ ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปรับ)“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ธีร์คะ พรีมมีเรื่องจะขอ”(อืม พูดมาสิ)“พี่ธีร์จะว่าอะไรไหมคะถ้าคืนนี้พรีมจะขอออกไปเที่ยวกับเพื่อน” ขณะที่เอ่ยก็มองหน้ายิ้มๆ กับเพื่อนรัก พลางลุ้นไปด้วยกันว่าจะได้รับคำตอบเช่นไรกลับมา(เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย)“ทั้งสองค่ะ”(อืม)“อืมนี่คือให้พรีมไปใช่ไหมคะ” พรีมถามต่ออย่างไม่ค่อยไม่มั่นใจ(อืม แค่นี้ก่อนนะ ไว้เจอกันที่บ้าน)“ค่ะ”พรีมกดวางสาย เสียงกรี๊ดเบาๆ ของเพื่อนสาวก็ดังขึ้นอยู่ข้างๆ อย่างคนดีอกดีใจจนออกนอกหน้า“จะดีใจอะไรขนาดนั้น”“ก็ดีใจแทนแกไง ฉันก็นึกว่าพี่ธีร์จะไม่ให้ไปแล้วซะอีก นี่ยังดีนะที่ยังให้แกได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”“เขาก็เป็นแค่คู่หมั้นไหมแก คงไม่ถึงกับควบคุมความประพฤติฉันหรอก” พรีมเอ่ยขำๆถ้าถึงขนาดไม่ให้ออกไปไหนเลยก็คงจะเกินไป เราทั้งสองก็แค่หมั้นกันตามที่ผู้ใหญ่ร้องขอก็เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับชีวิตของใครให้ทำตามใจตัวเองได้หรอกนิวเยียร์นั่งคุยเป็นเพื่อนจนถึงบ่ายสามก็ขอตัวกลับบ้าน ส่วนพรีมก็ส่งข้อความไ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status