เข้าสู่ระบบหลังจากปิดไฟนอนแล้วทั้งสองก็นอนคุยกันเหมือนกับคนที่ไม่เคยคุยกันมานานเป็นปี ไม่รู้ว่าสรรหาเรื่องอะไรมาเล่าให้กันฟังทั้งที่เพิ่งจากกันเพียงไม่กี่วัน อิทธิพัทธ์นอนกอดเธอจากด้านหลัง มือซุกซนเริ่มคืบคลานไต่เข้าชายเสื้อยืดตัวโคร่งของภรรยาช้า ๆ “อ้อจ๋า!” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแหบพร่า มือแกร่งเริ่มบีบคลึงกับอกนุ่มที่เขาแสนจะคิดถึงของหญิงสาวเบา ๆ “คะ อื้อ อาอิทอย่าบีบแรงอ้อเจ็บ” เธอคิดถึงคำจ๊ะจ๋าของสามีเป็นที่สุด และหวงคำนี้กลัวว่าเขาจะเอาไปใช้กับคนอื่น “หือ นี่เบามือแล้วน้า ยังไม่ได้ครึ่งที่อาเคยทำเลยนะอ้อ” “ก็เต้ามันเริ่มตึงแล้วนี่คะ มันเลยเจ็บนิดนึงค่ะ” “อาอยากกินอ้อมาก ขอกินได้มั้ยอาทนไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงออดอ้อนที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือบ่งบอกว่าเขากำลังกระหาย เขาเริ่มหายใจหอบหนักบดเบียดเชิงกรานแกร่งเข้ามาถูไถกับสะโพกของเธอ ลดาวัลย์จึงพลิกกายหันหน้าไปสบตากับเขา นิ้วเรียวของเธอแตะไล้ที่ริมฝีปากสามีแผ่วเบาสร้างความปั่นป่วนในกายเขามากขึ้น “กินเบา ๆ และห้ามกินดุนะรู้เปล่า” ลดาวัลย์บอกกับสามีแววตาเป็นประกาย “จะพยา
“อ้อจ๋า อย่าร้องไห้ได้มั้ย อาเจ็บ” อิทธิพัทธ์บอกกับเธอ จับร่างเธอให้นั่งคร่อมบนตักเขาและหันหน้าเธอมาประจันหน้ากับเขา ทั้งเอานิ้วหัวแม่มือเช็ดและจูบซับน้ำตาให้ ยิ่งเขาทำดีและนุ่มนวลกับเธอเท่าไรลดาวัลย์ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น เหตุผลที่เธอไม่อยากเจอเขาก็เพราะกลัวใจอ่อนแบบนี้ เธอไม่เคยต้านทานการสัมผัสของเขาได้เลย “แล้วที่อาอิททำแบบนี้ไม่คิดว่าอ้อจะเจ็บบ้างเหรอคะ อาอิทเห็นอ้อเป็นอะไร อาอิทกลับไปหาคนของอาอิทเถอะค่ะ เห็นแก่อ้อเถอะนะคะ อ้อไหว้ล่ะค่ะ” หญิงสาวทั้งร้องไห้และพนมมือที่อกเขา อิทธิพัทธ์จึงรวบมือเธอไว้แล้วดึงขึ้นมาจุมพิตแล้วลากไล้มือเล็กไปตามใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างรักใคร่ “อาไม่มีใครอ้อ ได้โปรดอย่าไล่อาเลยนะ” น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มไหลออกมา “แล้วที่ไปทานข้าวด้วยกัน กอดกันนั่นมันคืออะไรคะ แล้วยังรอยลิปสติกบนเสื้อนั่นอีก แบบนี้อาอิทยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอคะ ฮือ ๆ” ลดาวัลย์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเขา เธอรู้สึกหึงหวงเขาไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเธอไม่กล้าคิดต่อด้วยซ้ำว่าสามีเธอจะไปทำอะไรต่อกับแฟนเก่า ในวันที่ไม่มีเธออยู่ด้วย อิทธิพัทธ์ประคองใบหน้าเธอให้หันมาสบต
อิทธิพัทธ์เลี้ยวรถเข้ามาจอดในบ้านของลดาวัลย์ เขาไม่ได้บอกใครมาก่อนว่าจะมา นพรุจที่เพิ่งกลับจากสวนเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ รู้สึกคุ้นหูจึงเดินออกมาดูจึงเห็นว่าเป็นรถของเพื่อนรัก “ไอ้อิทมึงยังมีหน้ามาให้กูเห็นหน้ามึงอีกเหรอ” นพรุจพูดออกมาพร้อมกับสาวเท้าเดินไปหาเพื่อนโดยเร็ว ธันยารัตน์กับลดาวัลย์จึงวิ่งตามออกมา นพรุจตรงเข้าไปหาเพื่อนที่กำลังเปิดประตูลงจากรถแล้วจับคอเสื้อเพื่อนกระชากขึ้นมา พลัวะ! เสียงหมัดของนพรุจกระทบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของเขา พอจะต่อยหมัดที่สองเขาจึงหลบทัน “อะไรของมึงรุจ อยู่ดี ๆ มึงมาต่อยกูทำไมวะ” อิทธิพัทธ์ถามอย่างงุนงง “ไอ้เพื่อนเลว มึงทำอะไรหลานสาวกูมึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” “กูทำอะไร” คิ้วของเขายิ่งขมวดแน่น“โธ่ ไอ้ชาติชั่วมึงทำอ้อท้องมึงยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่ากูต่อยมึงทำไม” “อ้อท้อง!” อิทธิพัทธ์อุทานออกมายืนตะลึงงันกับคำพูดนั้นของเพื่อน นพรุจกำลังง้างมือจะชกเพื่อนอีกครั้ง “อารุจอย่าค่ะ” ลดาวัลย์วิ่งตามออกมาเอาตัวเข้าไปขวางไว้เพราะกลัวอิทธิพัทธ์จะโดนทำร้ายอีก ถึงเธอจะเจ็บแค่ไหนแต่ก็ทน
“จะทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ทำก็ลาออกไป!” อิทธิพัทธ์ตวาดเธอเสียงดังลั่นสำนักงาน จนทุกคนได้ยินเสียงต่างก็ตกใจว่าใครเป็นอะไรจึงลุกฮือขึ้นมาดู ทินกรอยู่ข้าง ๆ ก็เพิ่งเห็นเขาโกรธมากขนาดนี้ ที่ผ่านมาเขาไม่อยากจะต่อว่าข้ามดาวแรง ๆ เพราะเห็นแก่ลดาวัลย์ แต่ยิ่งเขาเงียบมากเท่าไรข้ามดาวก็ยิ่งได้ใจ คราวนี้เขาจึงไม่อยากทนอีกต่อไป“แล้วต่อไปนี้ห้ามให้ผมได้ยินว่าอ้อไม่ใช่เมียผมอีก ถ้าผมได้ยินใครพูดผมจะไล่มันออกให้หมด”ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็ยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเจ้านายหนุ่ม วันนี้เขาประกาศให้ทุกคนรู้แล้วว่าลดาวัลย์เป็นภรรยาของเขา พอให้หลังอิทธิพัทธ์ ข้ามดาวก็ได้แต่ยืนหน้าหงอยไม่กล้าหือกับเขาอีก ทำงานกับเขามาหลายปีก็เพิ่งเห็นสายตาเกรี้ยวกราดมากก็วันนี้ ตอนนี้เธอไม่อยากตกงานตอนแก่ งานดีเงินดีตอนนี้ใครจะไม่เอา ความจริงข้ามดาวรู้ว่างานตัวเองไม่ได้หนักมาก แต่ด้วยนิสัยที่กลัวคนอื่นได้ดีกว่าจึงต้องทำตัวข่มคนอื่นไว้ก่อนอิทธิพัทธ์เดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไปโดยไม่สนใจสายตาใครตอนนี้ใครอยากจะลาออกเขาพร้อมจะเซ็นอนุมัติให้ได้ทุกคน จากนั้นกดเบอร์โต๊ะเรียกน้องชายให้เข้ามาพบปารเมศเข้ามาในห้องแล้ว เขาจึงกล่าว “ฉันจะไปรา
ทั้งสองขึ้นมาเจอสภาพเจ้านายกำลังยืนร้องไห้ก็ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะครั้งล่าสุดที่เห็นเขาร้องไห้ก็คือวันที่ฝนตกที่เขาวิ่งตามรถของขวัญตาออกไป แต่วันนั้นยังมีน้ำฝนช่วยพรางน้ำตาไว้จึงมองไม่ค่อยชัดว่าร้องไห้ แต่วันนี้น้ำตาเขาไหลอาบสองแก้มชัดเจนถึงแม้เขาจะใช้เสื้อของเขาที่อยู่ในมือขึ้นมาเช็ดตลอดแต่มันก็ไหลออกมาไม่หยุด “ลุงหนอมจัดการเปลี่ยนรูปบนผนังให้ผมหน่อยเอารูปนี้ติดแทน” เขาชี้ไปที่รูปของเขาที่ถ่ายคู่กับลดาวัลย์“แล้วเอารูปนี้ไปไว้ที่ห้องเก็บของนะครับแล้วก็รูปนี้ด้วย ส่วนป้าน้อยเอาเสื้อผ้าของขวัญทั้งหมดไปขายหรือบริจาคให้ผมที” อิทธิพัทธ์สั่งทั้งสองเสร็จด้วยความเคยชินและตื่นเช้ามาก็รู้สึกเมาค้างจึงเดินไปหยิบขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะที่เธอเคยเตรียมไว้ให้เขากะจะยกขึ้นมาดื่ม เธอคอยย้ำกับเขาตลอดว่าตื่นมาต้องดื่มน้ำเปล่าทันทีแต่วันนี้ขวดน้ำนั้นกลับเบาหวิว “ให้ป้าไปเอาน้ำขึ้นมาให้มั้ยคะคุณอิท” “ไม่ต้องหรอกครับป้า เดี๋ยวผมลงไปดื่มเอง” วางขวดเปล่าไว้ที่โต๊ะแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป ลุงกับป้ามองเจ้านายที่กำลังบอบช้ำทางใจแล้วรู้สึกสงสารสุดขั้วหัวใจที่ต้องมาโ
วันต่อมาลดาวัลย์ตื่นมาตอนเช้าเพื่อมาทำกับข้าวช่วยธันยารัตน์แต่พอได้กลิ่นอาหารก็รู้สึกคลื่นไส้ “อ้วก อ้วก” ลดาวัลย์รีบวิ่งไปห้องน้ำทันที ธันยารัตน์จึงเดินตามไปลูบหลังให้หลานสาว “อ้อไม่สบายเหรอ” เธอล้างปากให้เรียบร้อยก่อนจะตอบ “อ้อ รู้สึกมึนหัวและเพลียมาหลายวันแล้วค่ะ คงเป็นเพราะอ้อเครียดมากเกินไป” ทีแรกกินยาแล้วนอนพักผ่อนก็คิดว่าจะหายแต่มาวันนี้กลับคลื่นไส้หนักกว่าเดิม “มีเรื่องให้เครียดเหรอ แล้วทำไมพี่อิทไม่มาด้วย” ธันยารัตน์ลูบผมหลานสาวถึงทั้งคู่จะไม่ใช่คู่รักกันจริง ๆ แต่อิทธิพัทธ์ก็ไม่เคยปล่อยให้ลดาวัลย์เดินทางเพียงคนเดียว แค่คำถามของธันยารัตน์ที่ถามออกมาแค่นั้นมันก็ทำให้น้ำตาของลดาวัลย์ไหลอาบแก้มลงมาอีก “อ้อทะเลาะกันกับพี่อิทใช่มั้ย วันก่อนพี่อิทโทร. เข้าเครื่องพี่รุจเพื่อจะขอคุยกับอ้อ” ธันยารัตน์จ้องหน้าหลานสาว ลดาวัลย์ไม่ตอบแต่เข้าไปกอดอาสาวแทน “ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร เอาไว้ให้อาการดีขึ้นเมื่อไรค่อยเล่าให้อาฟังนะ” ลดาวัลย์ได้แต่พยักหน้า “มียากินมั้ย”
“บัดซบ!” สีหราชสบถออกมาเสียงดังเมื่อพ้นร่างคนตัวเล็กไปแล้ว ความโกรธทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนไม่ เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอ แต่ทำไมเขาถึงโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะมีอชิรญาเป็นต้นเหตุอชิรญาเดินเข้ามาในห้องทำงานอาชว์ก็มองเธอด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก“นายหัวว่ายังไงบ้าง
พอเดินออกมาถึงก็เห็นรถของเขาสตาร์ทเครื่องยนต์รออยู่แล้วอชิรญาเปิดประตูรถฝั่งคนนั่งออกแล้วก้าวขาขึ้นไปนั่งในรถแบบเก้ ๆ กัง ๆ หลายวันที่ผ่านมาเธอไม่เจอหน้าเขา และก็คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกหลายวัน แต่เธอคิดผิดถนัดคนตัวสูงกวาดสายตามองผู้หญิงตัวเล็กที่สวมกางเกงผ้าสีดำเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวด้วย
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของอชิรญาสั่นเตือนขณะที่เธอกำลังออกไปพบลูกค้ากับเจ้านายทั้งสอง สีหราชมองตามมือเล็กที่กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือที่เขาซื้อให้ใหม่ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ ‘ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่รัก พ่อแม่รังเกียจจนไม่กล้ารับไปเลี้ยงดู แต่กลับมาแย่งความรักจากครอบครัวคนอื่นแทน น่าสมเพชที่สุด’
“อรก็ช่วยคุณแม่ได้เหมือนกันนี่คะคุณคณย่า แล้วทำไมไม่ให้อรช่วยล่ะคะ” “ก็นายหัวเขาเลือกอุ้ม อรฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง” ดรุณีพูดออกมาด้วยความโกรธจัด “ใช่ว่าทางเราเป็นฝ่ายเสนอให้เขาเสียเมื่อไหร่” ดรุณียังพูดต่อ “พอเถอะค่ะคุณแม่ ตอนนี้ฉันอยากรู้มากกว่าว่าอีผู้หญิงคนนี้มันเป็น







