เข้าสู่ระบบไม่นานนัก พยาบาลก็เรียกชื่อเธอให้เข้าไปข้างใน คุณหมอพีรชากำลังนั่งก้มหน้าอ่านแฟ้มรายงานอย่างตั้งใจ ท่าทางเคร่งขรึมนั้นดูมีเสน่ห์ดึงดูด จนเมื่อเธอนั่งลงเขาก็เงยหน้าขึ้นสบตาด้วยสายตาที่ดูนุ่มนวลกว่าเมื่อช่วงเช้า
“จากผลการทำ CT Scan คุณไม่ได้เป็นโรคฮีสทีเรียหรือเนื้องอกอย่างที่คุณกังวลนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
“ค่ะ...” ชุติมนรับคำ
“แต่ผลจากการอัลตราซาวน์และการส่องกล้องตรวจภายใน” คุณหมอเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่เริ่มซับสีระเรื่อ
“ระบุว่าคริสตอริสของคุณมีขนาดใหญ่ผิดปกติเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้ไวต่อความรู้สึก คุณจึงทำให้คุณมีความต้องการทางเพศสูงกว่าคนปกติทั่วไปครับ ไม่ใช่โรคอย่างที่คุณกังวล”
“แล้วมันเกิดจากอะไรคะคุณหมอ ต้องรักษาต่อหรือเปล่า” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า และรอคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ
“สาเหตุหลักเกิดจากสภาวะฮอร์โมนในร่างกายครับ คุณมีฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ แต่น่าทึ่งเช่นกันตรงที่คุณก็มีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในระดับที่สูงมากเช่นกัน” คุณหมอพีรชาปิดแฟ้มลงเบาๆ ก่อนจะอธิบายต่อ
“นั่นหมายความว่า ร่างกายของคุณถูกสร้างมาให้ไวต่อสัมผัสและการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง... มันไม่ใช่โรค แต่มันคือความเป็นพิเศษของร่างกายครับ” ชุติมนลอบกลืนน้ำลาย สายตาที่มองคุณหมอดูเหมือนจะสื่อความหมายบางอย่างออกไป
“มันขนาดใหญ่ผิดปกติแบบนี้ จะมีผลอะไรร้ายแรงอีกมั้ยคะคุณหมอ” ชุติมนถามขึ้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างพลางนึกย้อนไปถึงร่างกายของตัวเอง เธอจำได้ว่าจุดอ่อนไหวตรงนั้นมันเล็กนิดเดียว เล็กกว่านิ้วก้อยของเธอเสียด้วยซ้ำ แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องผิดปกติไปได้อย่างไร
“คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวหมอจะอธิบายให้เห็นภาพ” คุณหมอพีรชาขยับตัวเล็กน้อย ท่าทางที่ดูเป็นงานเป็นการของเขาช่างตัดกับหัวข้อที่กำลังสนทนาอย่างสิ้นเชิง
“ปลายคริสตอริสของคุณชุมีขนาดที่ค่อนข้างสมบูรณ์และยื่นพ้นออกมาจากรอยแยกของแคมมากกว่าปกติครับ การที่มันยื่นออกมาแบบนั้นทำให้มันสัมผัสกับสิ่งเร้าได้ง่ายมาก เพียงแค่คุณสวมกางเกงรัดๆ หรือแค่นั่งบิดตัวไปมาเพียงนิด... มันก็สามารถกระตุ้นให้คุณเกิดอารมณ์คล้ายกับการช่วยตัวเองได้ในทันที”
“อืม... ที่คุณหมอพูดมา ก็มีส่วนจริงอยู่ค่ะ” ชุติมนก้มหน้าลงซ่อนยิ้มขัดเขิน พวงแก้มร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงตอนที่เธอแอบทำแบบนั้นอยู่บ่อยครั้ง คุณหมอพูดเหมือนกับตาเห็นจนเธอเริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่
ภายในห้องนอนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียงที่ฉาบไล้เงาร่างของคนสองคนซึ่งกำลังเกี่ยวกระหวัดกันอย่างแนบชิด พีรชาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของมาริสาอย่างหลงใหล กลิ่นกายสาวที่ผสานกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ตราตรึงใจเขาจนสัญชาตญาณดิบในกายตื่นตัวทุกครั้งที่ได้สัมผัส“ดีใจไหมครับ... ที่พรุ่งนี้จะได้ไปหาคุณย่าที่สวิตเซอร์แลนด์กับอา” เสียงทุ้มต่ำที่พร่ามัวเอ่ยชิดใบหูเล็กอย่างหยอกเย้า“ดีใจที่สุดเลยค่ะ...” มาริสาตอบเสียงสั่นพร่า ร่างกายสาวสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือร้อนระอุของคุณหมอหนุ่มเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งใต้ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางเบาที่แทบจะปิดบังความปรารถนาของเขาไว้ไม่ได้ “คุณอาขา... อื้ออ อย่าเพิ่งสิคะ คุยกันก่อน”เธอพยายามประท้วงอย่างอ่อนแรง แต่ทรวงอกอวบอิ่มกลับแอ่นรับสัมผัสจากปลายนิ้วเรียวยาวอย่างทรยศความรู้สึก“ก็คุยมาสิครับ แต่อาขอชิมตรงนี้ก่อนได้ไหม... แค่นิดเดียวเองนะ อาจะขาดใจตายอยู่แล้วคนดี”“จะทำให้มายด์สมยอมให้ได้เลยใช่ไหมคะ”ในขณะที่พายุอารมณ์เริ่มก่อตัว มาริสาก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญ เธอขยับกายออกเล็กน้อยพลางสบตาเขาด้วยความกังวล “คุณอาคะ... เมื่อวานมา
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังนิตรา ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องพักแพทย์ด้วยท่วงท่าราวกับนางสิงห์ที่กำลังออกล่าเหยื่อ เสียงส้นเข็มกระทบพื้นดัง กึก กึก บ่งบอกถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น เธอไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของเหล่าพยาบาลหรือมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อก้าวมาถึงกลางห้อง หญิงสาวก็แผดเสียงประกาศก้องจนเพดานแทบสะเทือน“หมอพีรชาอยู่ไหน!!!!!!”สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล จน หมอตรีวุฒิ เพื่อนสนิทจอมกวนของพีรชาที่กำลังเอนหลังพักผ่อนอยู่ ต้องรีบผุดลุกขึ้นมาสกัดกั้น เพราะเกรงว่าความบ้าคลั่งของสาวสวยตรงหน้าจะทำให้แพทย์ท่านอื่นขวัญผวาไปเสียก่อน“ไอ้หมอพีรชา... เอ๊ย! คุณหมอพีรชาน่าจะติดเคสทำคลอดอยู่นะครับคุณคนสวย” ตรีวุฒิคลี่ยิ้มหวานที่ดูเจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากเพื่อนรัก ก่อนจะตอบอย่างใจเย็นพลางยกมือกอดอก“ห้องไหน!” นิตราตวัดเสียงถามสวนกลับทันควันจนหน้าสวยๆ เริ่มหักงอ“หมอทำคลอดเขาก็ต้องอยู่ห้องคลอดสิคร้าบ... ถามแปลกนะคุณเนี่ย” ตรีวุฒิยักไหล่ ยิ่งเห็นอีกลูกไฟลุกโชนเขาก็ยิ่งนึกสนุก“แล้วห้องคลอดมันอยู่ส่วนไหนของโรงพยาบาลกันเล่า! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!”“โอ๊ยยย! ผมบอกไม่ได้หรอกครับ ความลับทางราชการ” ตร
รุ่งเช้าวันอาทิตย์ ก่อนที่จะถึงเวลาส่งมาริสากลับเข้าหอพัก พีรชาตัดสินใจพาสาวน้อยแวะกลับไปที่คฤหาสน์อีกครั้งด้วยหวังจะถามความจริงจากปากของมารดา แต่ภายในบ้านกลับเงียบเหงา ไร้เงาของคุณหญิงมารศรี จะมีก็เพียงป้าสมใจ หญิงรับใช้เก่าแก่ที่อยู่คู่คฤหาสน์หลังนี้มาตั้งแต่วัยสาว“คุณท่านไม่อยู่หรอกค่ะคุณพีร์ มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงชราเอ่ยถามด้วยความเมตตา“คุณแม่ไปไหนครับป้าสมใจ” พีรชาถามเสียงเครียด“ท่านไปพักผ่อนที่เมืองนอกค่ะ เมื่อเช้านี้ท่านให้เจ้าราเชนไปส่งที่สนามบิน” ป้าสมใจเอ่ยพลางลอบสังเกตสีหน้าของพีรชาที่เธอรักเหมือนลูก พลางระลึกถึงคำสั่งเสียก่อนไปของคุณหญิงมารศรีที่กำชับเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่หญิงชราจะได้พูดอะไร พีรชาก็เอ่ยถามขึ้นมาเสียก่อน“ป้าสมใจครับ... ผมอยากรู้เรื่องผู้หญิงที่ชื่อศรีสุดา” หญิงชราถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความจริงที่ถูกทับถมไว้ใต้พรมมานานแสนนาน “คุณพีร์เป็นลูกของคุณศรีสุดาจริงๆ ค่ะ ตามที่ระบุในสูติบัตรนั่นแหละ”“แล้วคุณศรีสุดาเป็นอะไรกับคุณย่าคะ” มาริสาแทรกถามด้วยความอยากรู้“คุณศรีสุดาเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ของคุณหญิงมารศรีค่ะ... ป้าอยู่บ้านหลังนี้มานาน ป้
บ่ายวันเสาร์ที่บรรยากาศรอบคฤหาสน์หลังโตดูอึมครึมกว่าปกติ คุณมารศรีกลับมาพักฟื้นที่บ้านตามกำหนดการ พีรชาเลือกใช้เวลานี้พามาริสาเดินทางกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง เขาบีบมือนุ่มของคนข้างกายเบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้าไปในห้องทำงานที่มารดานั่งพิจารณาเอกสารอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย“คุณแม่ครับ... ผมกับน้องมายด์มีเรื่องสำคัญจะมาสารภาพครับ” หญิงชราขยับแว่นสายตาพลางเงยหน้าขึ้นมอง ทันทีที่เห็นมือของทั้งสองเกาะกุมกันแน่น แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและฉายแววเย้ยหยันออกมาทันที“เรื่องอะไรล่ะ!” เสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นพร่าด้วยความกรุ่นโกรธ“เราสองคนรักกันครับคุณแม่” พีรชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง เพราะเตรียมใจมาอย่างดีแล้ว “และเราสองคนตกลงกันว่า... ทันทีที่น้องมายด์เรียนจบ เราจะแต่งกันครับ”“ไหนแกพูดอีกทีสิตาพีร์!!” คุณมารศรีลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง“ผมรักน้องมายด์ครับคุณแม่ เรื่องแต่งงานกับลูกสาวเสี่ยมงคล ผมคงทำตามที่คุณแม่ต้องการไม่ได้จริงๆ ผมขอโทษครับ” พีรชายกมือขึ้นไหว้ขอขมาพร้อม ๆ กับมาริสา“แล้วแกจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ฉันรับปากทางโน้นไปแล้ว แ
“โธ่... ฉันก็แค่เสียดายแทนแก เป็นฉันหน่อยไม่ได้ พ่อจะจัดให้ทั้งคืนเลย!” ตรีวุฒิหัวเราะร่าพลางทำท่าเลียริมฝีปากแกล้งเพื่อน พีรชารีบเก็บของใส่กระเป๋าเพราะฟ้าฝนข้างนอกเริ่มตั้งเค้าทะมึน“ถ้าแกอยากได้นัก ฉันจะได้ยกประเคนให้!” พีรชาแหวใส่“เฮ้ยๆ ใจเย็นสิเพื่อน ฉันแค่ล้อเล่นให้แกคลายเครียด” ตรีวุฒิรีบเปลี่ยนโหมดมาเป็นจริงจัง “แต่แกเถอะ จะรับมือกับแม่สาวงามคนนั้นยังไง”“ก็ยังไม่รู้เลย” “งั้นฉันมีอะไรจะบอก... จริงๆ แล้วช่วงนี้แกควรหลอกให้เธอตายใจไปก่อน แต่ที่สำคัญกว่านั้นนะ... ฉันแอบได้ยินมาว่า แม่แกไม่ได้ป่วยหนักจริงๆ หรอกว่ะ” พีรชาชะงักกึก หันมาจ้องหน้าเพื่อนเขม็ง “แกพูดว่าอะไรนะ”“เบาๆ สิวะ!” ตรีวุฒิมองซ้ายมองขวา “ฉันได้ยินอาจารย์หมอที่รักษาแม่แกคุยกับผู้บริหารมาอีกที ถึงว่าล่ะรอบนี้แม่แกถึงไม่ยอมให้ฉันเป็นคนรักษา แต่กลับเจาะจงไปหาอาจารย์หมอท่านนั้นแทน”“แล้วทำไมแกไม่รีบบอกฉัน!”“ก็ตอนแรกฉันไม่แน่ใจ จนวันนี้ฉันไปแอบดูผลการรักษาในเวชระเบียนมา... ชัดเลยว่ะ ผลตรวจทุกอย่างปกติ แม่แกแค่แกล้งอ่อนแรงเรียกร้องความสนใจ” พีรชากำหมัดแน่น “ถ้าอย่างนั้น... แม่ก็หลอกให้ฉันยอมแต่งงานงั้นเหรอวะ”“ก็
หากขืนเธอยอมตรวจแล้วให้เครื่องนั่นบีบหน้าอกของเธอขึ้นมาจริงๆ เต้านมคู่งามที่เธอเพียรไปทำมาคงได้แตกละเอียดเป็นแน่ สิ่งที่เธอปรารถนาไม่ใช่การวินิจฉัยโรค แต่คือการให้เขาสัมผัสเรือนร่างของเธอแล้วหลงใหลมันต่างหาก“ตกลงนิตราต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก กับตรวจมะเร็งเต้านมใช้มั้ย” พีรชาเอ่ยถามพลางถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนนต่อลูกตื๊อ และคำขู่ที่เธอยกมาอ้าง“พูดง่ายๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย เอาเลยค่ะ นิตราพร้อมแล้ว” นิตรายิ้มกริ่ม พีรชาจึงเริ่มขั้นตอนการเก็บเนื้อเยื่อปากมดลูกด้วยไม้พายขนาดเล็ก“อื้อ... เสียวจังเลยค่ะ... อื้มมม! ลึกๆ สิคะพี่พีร์ขา...”“นิตราครับ! เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม” พีรชาชะงักด้วยความตกใจกับเสียงครางระงม เขาซึ้งแก่ใจว่าเธอตั้งใจอ่อย แต่ในฐานะหมอก็ต้องถามตามมารยาท“ไม่เจ็บเลยค่ะ... แต่มันเสียว... สอดเข้ามาลึกๆ เลยสิคะพี่พีร์... อื้อออ”พีรชาเร่งมือตรวจอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อจะจบสถานการณ์อันชวนปวดหัวนี้ แต่เมื่อตรวจช่วงล่างเสร็จ นิตราก็รุกคืบให้เขาตรวจเต้านมต่อทันทีตามที่ตกลงกันเอาไว้ ในจังหวะที่มือหนาสอดเข้าไปภายใต้เสื้อคลุมเพื่อคลำหาความผิดปกติ หญิงสาวกลับล็อกข้อมือเข







