Home / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / บทที่ 14 เขาจะเอาแพง

Share

บทที่ 14 เขาจะเอาแพง

last update publish date: 2025-11-14 19:36:26

(ทราบครับ ก็พี่ตั้งใจจะโทรหาหนูไง)

ท่าทางตัวแข็งทื่อขึงตากว้างของคนตัวเล็ก เป็นจุดสังเกตของเพื่อนๆ ที่มองอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ต้น เธอชะงักราวกับมีใครเป็นอะไร จนพวกเขาถึงกับไม่กล้าเปล่งเสียงออกมา ทว่าความเป็นห่วงกลับเลี่ยงไม่ได้ที่จะขยับปาก คนตัวเล็กจึงส่งสัญญาณมือพลางบุ้ยปากไปทางหลังห้อง เมื่อเห็นว่าเพื่อนเข้าใจจึงหมุนตัวเดินไปนอกระเบียง และไม่ลืมที่จะปิดประตูบานเลื่อนชนิดกระจกกันเสียงเล็ดลอดด้วย

“คุณอาคีราเหรอคะ”

ทันทีที่มายืนอยู่ตรงระเบียง ทนรับแรงของลมในช่วงดึกโกรกปะทะผมจนปลิวว่อน และมั่นใจไม่มีใครได้ยิน เธอถึงกล้าพูดได้เต็มเสียง

(ใช่สิ อย่าลืมเมมเบอร์ไว้ด้วยนะ เบอร์นี้เบอร์ส่วนตัวพี่)

พลันเกิดสีหน้าขมุกขมัวก็ตอนปลายสายออกคำสั่ง เธอยอมรับเสียงของเขาหล่อมากเมื่ออยู่ในโทรศัพท์ ทั้งอันที่จริงหน้าของเขาก็หล่ออยู่แล้ว แต่หากใครไม่เคยเห็นตัวตน แค่ได้ยินเสียงก็สามารถเก็บไปจินตนาการ ไปฝันได้เลย หากแต่ไม่ใช่เธอที่มีโอกาสได้เห็นธาตุแท้ไปแล้วเสี้ยวหนึ่ง

อาจเป็นเพราะสาวเจ้าต่ำต้อย เป็นเพียงเด็กในร้านอาหารกระมัง ที่เขาพยายามจะซื้อกิน ถึงได้ลงทุนใช้เงินที่สำหรับเขาเป็นเพียงเศษกระดาษฟาดหัวกันง่ายๆ แบบนี้ จึงไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากหรือสร้างเทสเหมือนกับตอนยืนอยู่หน้ากล้อง ตอนเข้าสังคมเท่าไหร่นัก ทว่าเพียงแต่เธอไม่ง่ายอย่างที่ใจต้องการ ถึงได้ลงทุนตามล่า คงจะสนุกดี

“ทำไมต้องเมมคะ”

เสียงในสายเงียบไป ได้ยินเพียงลมหายใจแรงกับเสียงจุดไฟแช็ก ถ้าให้เดาเขาคงกำลังสูบบุหรี่ คนตัวเล็กขมวดคิ้วอีกครั้ง สลับกับลดโทรศัพท์ลงมาดูจอ เมื่อเห็นเวลาวินาทียังคงทำงาน จึงนำไปแนบหูอีกครั้ง

“ได้ยินไหมคะ”

(ฟังอยู่)

“คุณโทรมาหาหนู เพราะคนของคุณไปรายงานใช่ไหมคะ”

(อ่า..)

“ค่ะ คือหนู..”

(หนูมีปัญหากับเงินของพี่?)

ถ้าไม่ได้คิดไปเอง หรือเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทะลึ่งดื่มไปเล็กน้อย เธออาจจะเข้าใจว่าเขากำลังหงุดหงิด น้ำเสียงท้ายๆ ถึงได้แปรเปลี่ยนไปเป็นห้วน ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับแรกเริ่มตอนรับสาย คนตัวเล็กกลั้นหายใจ เธอกำลังครุ่นคิดว่าควรพูดไปทางไหนดี ที่จะไม่ทำให้เขามีอารมณ์คุกรุ่นมากไปกว่านี้

“ใช่ค่ะ คือสำหรับหนูนะคะ มันมากเกินไปค่ะพี่..”

สรรพนามของเธอเปลี่ยน ที่เปลี่ยนเพียงเพราะอยากให้เขาใจอ่อน แบบว่าพูดง่ายเสมือนคนปกติ ที่ไม่ใช้อำนาจอย่างเช่นตอนที่ใช้กับเกียรติเจ้านายของเธอ เพราะในตอนนี้เธอไม่ได้เป็นพนักงานที่นั่นแล้ว

(ลาออกทำไม)

“คะ?”

(ลมตรงระเบียงมันแรงไปหรอ หนูถึงไม่ได้ยิน)

ร่างบางตัวแข็งทื่อ คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าที่ก้มงุดอยู่ เงยขึ้นมาอัตโนมัติ เขารู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้เธออยู่ตรงระเบียง

“คะ คุณรู้ได้ไงคะ”

(กลัวพี่เหรอ ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ห่างกับหนูหลายไมล์เลย ตอบคำถามพี่มาสิ ลาออกจากที่นั่นทำไม เพราะพี่หรือเปล่า)

พะแพงไม่ตอบ คำถามนั้นไม่ต่างกับคำขู่ ที่บอกเป็นนัยยะว่าหากตอบตามจริงว่าเป็นเขา เขาจะหักคอเธอ คนตัวเล็กถึงทำได้แค่ขบริมฝีปากตัวเอง ยืนตัวแข็งทื่อ

“เปล่าค่ะ มหาลัยจะเปิดแล้ว หนูแค่...”

(อย่าหัดเป็นเด็กเลี้ยงแกะตั้งแต่ตอนนี้สิ พี่ไม่ชอบ)

คราวนี้เธอเอียงหน้า เพราะเริ่มจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดอย่างจริงจังขึ้นมาแล้ว คนในสายพูดราวกับว่าหลังจากวางสายไป จะยังไม่ตัดขาดจากเธอ ส่วนเธอยังมีเขาวนเวียนอยู่ในชีวิตต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่เจตนาของเธอต้องการแค่คืนเงินที่มากเกินให้เขากลับไป และต่างคนต่างอยู่ก็เท่านั้น

“หนูพูดเรื่องจริงค่ะ ไม่ได้โกหก..”

(อ่า ถ้าอย่างนั้นก็เก็บเงินนั่นไว้สิ จะคืนให้พี่ทำไม เห็นอยู่ว่าหนูต้องใช้ ต้องเสียค่าเทอมไม่ใช่เหรอครับ)

“คะ คุณรู้อีกแล้ว...”

เสียงของเธอขาดห้วง จังหวะก้มหน้างุดด้วยความกลัว รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาไม่น้อย เมื่อการคุยกับเขาไม่ได้เป็นการคุยแบบปกติ เขาดูมีชั้นเชิง น้ำเสียงของเขานุ่มนวล ราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องเล็กๆ สบายๆ และจัดการได้ ทั้งที่อันที่จริงประโยคเล่านั้น กำลังปั่นหัวเธอ เสียงถอนหายใจดังออกมาจากปลายสาย ราวกับเขากำลังขยับตัว คล้ายกับการเปลี่ยนท่านั่ง ไม่ก็ดึงตัวลุกขึ้นมาจากการนอนเอนหลัง

(ถ้าหนูอยากคืนมากละก็ ก็ได้นะครับ พี่โอเค แต่มันติดตรงที่คนอย่างพี่ ถ้าให้อะไรใครไปแล้ว ไม่คิดจะเอาคืน ส่วนใหญ่แล้วจะแลกกับอย่างอื่นมากกว่า..)

“.......”

(หนูจะโอเคไหมล่ะ ถ้าพี่จะขอแลกกับร่างกายของหนู)

“..........!!!”

เจอประโยคนี้เข้าไปคราวนี้ไม่ได้แข็งทื่อแค่ตัว แต่ใบหน้าของเธอด้วย ที่มันร้อนวูบ ริมฝีปากเป็นตะคริวแข็งจนไม่สามารถขยับ อีกทั้งลำคอแห้งผาด นาทีนี้กลืนอะไรลงไปก็คงเจ็บ และหากจะมีขยับก็คงมีแต่หัวใจเท่านั้น เนื่องจากมันเต้นถี่เร็วและแรงซะจนจะหลุดออกมาข้างนอก

(ว่าไง...)

“แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ”

สุดท้ายความกลัวนั้นก็ทำให้ต้องหนีมันทันที เธอตัดสายเขาทิ้ง พลันยืนกำโทรศัพท์แน่นอยู่เป็นนานสองนาน แน่นอนเขาไม่โทรกลับมา ทว่าการเป็นแบบนั้น นั่นแหละที่ทำให้คนตัวเล็กยิ่งกังวล

ประตูบานเดิมถูกเลื่อนเบาๆ ก่อนคนเลื่อนจะแทรกเข้ามา ม่อนกับบาสที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาราวกับคนหมดแรง และทิ้งตัวลงบนฟูกถึงกับเลิกคิ้ว

“มีไรเหรอแพง”

บาสเป็นคนเปิดประเด็นก่อน และเมื่อเห็นคนถูกถามเอาแต่อ้ำๆ อึ้งๆ ม่อนจึงมีส่วมร่วมบ้าง

“เออนั่นสิ มีอะไร หน้าแกซีดมากเลยนะ ใครเป็นอะไรหรือเปล่า..”

“ถ้าจะมีก็คงเป็นฉันนี่แหละ”

“ทำไม?”

คนตัวเล็กหมุนตัวเองมานั่งในตำแหน่งพร้อมเล่า ขณะเดียวก็มองหน้าทั้งคู่ราวกับไตร่ตรองไปด้วย และเมื่อคำตอบในหัวคือเธอมีเพื่อนสนิทอยู่แค่สองคน จึงตัดสินใจเริ่มทันที

“พวกแกจำคนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้ไหมวะ ตอนไปดูหนังกันอะ”

“อ่า ทำไม?”

“เขาคืออาคีรา เบญจรัญ”

“เบญจรัญ” บาสหลุบตาต่ำทวนคำ “คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน”

“คนรวยอะแก คนรวย คนดัง มหาเศรษฐีอะไรเถือกนั้นน่ะ”

พะแพงเสริมให้ เพราะไม่อยากจะอธิบายเยอะ ทว่าม่อนเป็นผู้ไขความกระจ่าง เพราะรายนี้เปรียบเสมือนเจ้าแม่ข่าวกรอง และแน่นอนทำบาสนึกขึ้นได้ตามไปด้วย

“ที่ทำอสังหาริมทรัพย์ปะ”

“อ่าใช่”

“ที่โคตรรวย ของรวย ของรวยอะ”

“อ๋อ นึกออกแล้ว”

“ถ้าเป็นคนนั้นหล่อมากนะแพง ทำไมวะ... อย่าบอกนะว่า”

“อืม แพงรู้สึกว่าเขา...จะเอาแพงให้ได้เลยว่ะ”

“หา!!!”

ทั้งคู่อุทานพร้อมกัน พลันห้องทั้งห้องถูกปรับเข้าโหมดเครื่องบิน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาต่อ ด้วยความอึ้ง แต่ทั้งยังมึนงงอยู่ว่าระดับเสี่ยคิระ มาวิ่งตามผู้หญิงธรรมดาอย่างเพื่อนของเขาทำไม แต่พอมองไปยังใบหน้าของเจ้าตัว จ้องอยู่เช่นนั้นแบบลึกๆ และตัดความสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ม.ปลาย เป็นคนแปลกหน้าเพิ่งจะเจอกันครั้งแรก ทั้งคู่ถึงกับเม้มปากแน่น หันมองหน้ากันเองราวกับนัดหมายกันไว้

“ม่อนเข้าใจแล้ว”

“หืม?”

“แพง แกสวยจังวะ”

และนั่นคือเหตุผลทั้งหมด

“อะไรอ่ะบาส อยู่ดีๆ ก็มาชมกัน ใช่เวลาไหม”

ร่างสูงส่ายหัว ตายังคงจ้องมองเพื่อนสาวอยู่

“ก็มันใช่เวลาไง ถึงได้พูดออกมา แกรู้ไหมว่าแกสวย สวยมากเลยแหละ”

เขาเพิ่งจะเข้าใจคำว่าสวยทุกมุมก็ตอนนี้ ที่ผ่านมาคงจะสนิทและเจอกันอยู่ประจำถึงได้ชินกับสิ่งที่เห็น แต่พอลองลบความรู้สึกนั้น ลองแปลงร่างเป็นคนแปลกหน้า เขาถึงกับเข้าใจเสี่ยคนนั้นเลยทันที

“หุ่นเอยอะไรเอย โอ้ย...”

ม่อนถึงกับกุมขมับ

“พอเลยพวกแก ทั้งคู่เลย อะไรของพวกแกวะเนี่ย ฉันไม่ได้เขินหรอกนะโว้ย ยิ่งกลุ้มมากกว่าเดิม”

พะแพงอยากจะร้องไห้ สีหน้าที่ยับยู่ยี่บอกคนทั้งคู่แบบนั้น ถึงได้พากันเงียบชั่วคราว และเข้าสู่หมวดจริงจัง

“เมื่อกี้เขาโทรมาเหรอ”

“อือ”

“โทรมาขอนอนกับแก?” คนถูกถามพยักหน้า “พูดแบบไหน พูดตรงๆ เลยเหรอ”

“ก็ไม่เชิงหรอก...” คนตัวเล็กยืดตัวอีกครั้ง เตรียมเล่าต่อ “คืองี้นะ ฉันน่ะ หาช่องทางติดต่อที่จะคืนเงินเขา เพราะเขาโอนมาให้มากเกินไป อันที่จริงที่ตกลงกันไว้มันแค่แก้วละห้าหมื่น”

นาทีนี้ม่อนกับบาสอ้าปากค้างไปแล้ว

“เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ พวกฉันงง แกจะบอกฉันว่าเมื่อคืนคนที่แกไปนั่งดริงก์ด้วยคือเขาอย่างนั้นเหรอ”

“อือ”

“เฮ้ย”

“ก็นั่นแหละ ฉันโกหกแกเพราะคิดว่ามันจะจบแล้ว ซอรี่นะ”

“แล้วยังไงต่อ”

“ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้เลยพวกแกรู้ปะ เพราะฉันเมามาก รู้ตัวอีกทีนอนอยู่กลางเตียงของโรงแรมหรู อย่า..อย่าคิดไปเอง ฉันนอนอยู่คนเดียว”

ม่อนหุบปากทันควันให้กับประโยคทักท้วง จังหวะหล่อนอ้าปากเตรียมจะสวนแทรก

“ก็คือ เขาไม่ได้ทำอะไรแก ทั้งที่แกเมา แต่พาแกไปค้างที่โรงแรม”

“อ่าห่ะ”

“หมอนี่มันเอาจริง..”

“ยังไง”

ทุกคนหันไปหาบาส ร่างสูงที่เงียบไปนาน แต่นั่งฟังไม่พลาดสักฉาก พลันอยู่ดีๆ ก็ขัดขึ้น

“ก็มันต้องการจะเลี้ยงแพงแบบจริงจังไง เลี้ยงแบบ...เด็กเสี่ยอ่า มันเลยไม่รีบร้อน”

“ไม่มีทาง!”

“แล้วแพงจะทำไง คนแบบนี้จะแจ้งตำรวจเหรอ ถ้าตำรวจสามารถทำอะไรมันได้ มันคงรู้ไม่ทำตั้งแต่แรกปะ”

“ใช่ บาสพูดถูก”

“เผลอๆ มันจะเล่นแพงหมดอนาคตเอาด้วย”

พะแพงถึงกับหน้าเสีย นาทีนี้ความกังวลที่มีมากถึงขีดสุด ชนิดที่ใครจะพูดแบบไหนหากเป็นไปได้เธอเชื่อหมด นึกถึงภาพที่เขาจูบเธอ และกระชากแขนออกจากโซฟา เพื่อจะพาไปไหนสักที่ยังรู้สึกแย่ไม่หายเลย ถึงมันจะเลือนราง ทว่าก็พอจะจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง โชคดีที่เพื่อนเขาเข้ามาทัน และที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอหลับซะก่อน

“เดี๋ยว กลับมาเรื่องนี้ก่อน ค้างไว้อยู่ ที่แกบอกว่าติดต่อขอคืนเงินเพราะให้เยอะไป..ทำไมนะ”

“เขาไม่เอาคืน ถ้าจะคืนต้องคืนด้วยอย่างอื่น”

“อย่างอื่นที่ว่านี่คือ...”

“อืม ตัวแพง”

“ว้าย แรงมากกก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กเสี่ย    ตอนพิเศษ 3

    หนึ่งปีต่อมากับชีวิตหลังแต่งงาน อย่างไรก็ตามเธอก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีเสมอ เป็นส้มหล่นที่แท้จริง หลังพบเจอกับอาคีรา แม้ไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าคุ้มค่า หากต้องแลกกับสิ่งที่เสียไป เพราะถ้าหากเลือกได้คงไม่มีใครอยากจะสูญเสีย ยิ่งเป็นคนที่รักมากแล้ว ก็ยิ่งแล้วใหญ่ กระนั้นก็เถียงไม่ได้ว่า สำหรับเธอเด็กผู้หญิงในอดีตที่เหมือนจะหลงทาง กลับพบเจอแสงสว่างที่มาจากคนคนเดียวกัน ไม่เพียงความอดทนของเธอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความรักของเขาด้วย เพราะถ้าไม่รักเขาคงไม่เปลี่ยนแปลงความเป็นเขาได้ขนาดนี้ แบบว่า..จากหน้ามือเป็นหลังมือ เหตุผลเพื่อที่จะมีเธออยู่ในชีวิต ช่างเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ ราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง “คิดอะไรอยู่” ร่างเล็กกำลังนั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หลังจากอาบน้ำเสร็จหมาด หลับตาพริ้มให้กับปลายจมูกโด่งที่ยื่นเข้ามาแนบกับแก้มนิ่มของตัวเอง จนมันยุบบุบไปตามแรง และถูกสูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอดฟอดใหญ่ ให้อีกฝ่ายรู้สึกชื่นอกชื่นใจด้วย “แพงรักพี่คีจังเลยค่ะ” กลับกลายเป็นเขาที่ถูกรวบซะงั้น หลั

  • เด็กเสี่ย    ตอนพิเศษ 2

    เสียงหวานบอกเสียงเบา ทั้งดวงตาคู่สวยยังคงจับจ้องงานอยู่ ภาพนั้นสร้างรอยยิ้มให้คนที่หนุนตักอยู่ไม่น้อย ช่างน่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอมในคราวเดียวกัน พลางเปลือกตาค่อยๆปิดทั้งที่รอยยิ้มยังคงเปื้อนหน้าคืนเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษ อาคีราขับรถพาเจ้าสาวป้ายแดง และว่าที่บัณฑิตมาหาอะไรทานอย่างที่เขารับปากไว้ และนั่นก็หนีไม่พ้นร้านอาหารหรู “หาอะไรกิน?” พะแพงย้อนถามใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อยๆ ให้กับความเล่นใหญ่ของสามีหลังเห็นโรงแรมหรูตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซึ่งในนั้นบนดาดฟ้าเป็นร้านอาหารชั้นนำยอดนิยมของคนรวย “เอาน่า นาทีนี้เมียพี่ต้องยิ้มเยอะๆครับ” “ขุนกันขนาดนี้ ระวังแพงจะใส่ชุดครุยไม่สวยเอานะคะ” “ไม่มีทางหรอก” “ไม่มีทางสวย?” “ไม่มีทางอ้วน กินเหมือนแมวดมซะขนาดนั้น” เพี้ยะ! “พี่คีอ่ะ” เสียงหัวเราะดังลั่นรถทิ้งท้ายหลังมือบางตีเบาๆตรงแขนแกร่ง ก่อนคนทั้งคู่จะพากันเดินลงมา และควงตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นสูงสุดวันรับปริญญา วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของมหาวิทยาลัย พะ

  • เด็กเสี่ย    ตอนพิเศษ 1

    งานแต่งผ่านไปแล้ว เธอและเขายังต้องพักเรื่องฮันนีมูน เนื่องจากเธอยังต้องทำโปรเจคจบ ไหนจะเรื่องป่วยของมารดาอีก ที่ยังคงต้องดูแลเอาใจใส่ ฮันนีมูนที่ว่าจึงกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย “ใกล้หรือยังครับ” ร่างเล็กที่กำลังใช้ดวงตาจับจ้องจอคอมตรงหน้า หากแต่บนตักนั้นมีศีรษะของสามีหนุนอยู่ ละสายตาจากเนื้อหาบนจอก้มลงมาหาเขา ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเขาจะติดสกินชิพไปถึงเมื่อไหร่ ทว่าไม่กล้าขัด เพราะเธอเองก็ชอบแบบนี้ “อืม เหลือเช็คความเรียบร้อยอีกนิดค่ะ” หลังจากแต่งงานอาคีราขี้อ้อนมากๆ เขาแทบไม่เข้าบริษัทเลย ถ้าไม่จำเป็นก็จะนำเอกสารมาทำที่บ้าน ทำข้างๆกันในห้องทำงานกว้างใหญ่ที่ถูกตกแต่งสำหรับสิ่งนี้โดยเฉพาะ ภายใต้ชายคาเดียวกันกับแม่ของเธอ พุนพินซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งที่รักษาตัวถัดไปอีกห้องหนึ่ง โดยมีกล้องวงจรปิดขนาดเท่าจอโปรเจคเตอร์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เป็นกล้องติดตามภายในบ้านสำหรับสอดส่องติดตามมารดา เผื่อเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มไปจะได้ช่วยเหลือทัน ทั้งที่อันที่จริงก็มีพยาบาลส่วนตัวคอยดูแลไม่ห่างอยู่แล้ว “วันรับปริญญานอกจากดอกไม้ช่อใหญ่ อ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 130 ฝืนไม่ไหว

    ครั้งนี้การพบหมอเหนือเมฆคล้ายกับเป็นการตรวจเบื้องต้นและให้ความรู้ซะมากกว่า เกี่ยวกับการปรับตัว การเป็นอยู่รวมถึงอาหาร เนื่องจากเวลาที่มีจำกัด ในขณะคนป่วยดูเหมือนว่าแทบไม่ได้ฟังเพราะในหัวมีแต่เรื่องที่เจอมา เกี่ยวกับกล่องมือปลอมจากผู้ไม่หวังดี และคิดว่าเดี๋ยวลูกของหล่อนก็คงตั้งใจฟังเอง ส่วนพะแพงที่ถ

    last updateLast Updated : 2026-04-01
  • เด็กเสี่ย    บทที่ 125 เรียกอีก

    เสี้ยวหน้าด้านข้างถูกดวงตากลมโตลอบมองเป็นระยะๆ จนคนขับที่เอาแต่เงียบและมองไปแต่ข้างหน้ารู้ตัว ละสายตาจากท้องถนนหันกลับมามอง พลางเลิกคิ้วสูง “มีอะไร?” “เปล่าค่ะ” เสียงหวานเอ่ยเบาหวิว เธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันถึงได้เอาแต่มอง หรือกำลังถามตัวเองว่าแท้จริงรู้สึกยังไงกัน

    last updateLast Updated : 2026-04-01
  • เด็กเสี่ย    บทที่ 118 เริ่มถอย

    คราวนี้ไม่มีเหตุผลอะไรต้องดึงเวลา หญิงสาวถอดออกทันทีอย่างไม่ลังเล เผยเนื้ออูมนูนสวยต่อหน้าต่อตาเขา พวงแก้มเนียนใสเปลี่ยนสีและร้อนผ่าวก็ตอนเห็นสายตาลามกจ้องมองอย่างจริงจัง ชายหนุ่มแสะยิ้มเดินเข้ามาใกล้เธอก่อนรั้งหัวไหล่ให้นั่งคุกเข่า ทันทีที่นั่งลงตามคำสั่ง หญิงสาวที่เห็นว่าเข

    last updateLast Updated : 2026-03-31
  • เด็กเสี่ย    บทที่ 114 เด็กเลี้ยงแกะ

    “เขา..” “โอ้ย มาช่วยหน่อยมันจะหลุดจากจักแร้แล้ว” ทั้งคู่สะดุ้งโหยงให้กับเสียงของคนมาใหม่ที่ตอนนี้หอบของมาพะรุงพะรัง และไอ้ที่ว่าจะหล่นคือหนังสือมากกว่าห้าเล่ม “อะไรเนี่ย” บาสเป็นคนลุกไปช่วย ส่วนพะแพงแค่ลุกขึ้นยืนเพราะไม่ทันบาส หลุบตาต่ำมองตามถุงขนมมาก

    last updateLast Updated : 2026-03-30
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status