Partager

เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)
เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)
Auteur: L.sunanta

บทนำ : รุกรานสวรรค์

Auteur: L.sunanta
last update Date de publication: 2025-05-03 03:10:31

ความสงบสุขเห็นเพียงจะเหลือแค่ในพงศาวดาร หากจะว่าด้วยเรื่องของความเก่าแก่แล้ว อาณาจักรบนฟากฟ้านามว่าสรวงสวรรค์แห่งนี้ดูจะเก่าแก่เกินกว่าจะหาบันทึกประวัติศาสตร์เล่มไหนพรรณนาถึงได้ สวรรค์คือวิมานของเหล่าทวยเทพ พวกเขาถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ศรัทธากำลังวรยุทธของเทพแต่ละองค์ ก็จะได้รับอานิสงส์พูนเพิ่มตามพลวัฒน์ ก่อนที่ต่อมาพรหรือคำอธิฐานต่าง ๆ จะถูกดลบันดาลโดยพวกท่าน แล้วส่งกลับลงไปยังเมืองมนุษย์อีกที

.

จากทิวาข้ามผ่านราตรี ผ่านไปนับหมื่นปีพันปี สวรรค์ก็ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้มาก่อน จะเป็นไปได้เช่นไรที่เทวาสถานวิหารกลางฟ้าแห่งนี้จะถูกโจมตีจากศัตรูที่มิเคยพบเห็น วรยุทธ์อันลึกล้ำกระบวนท่าพิสดารแหวกโลกัณฑ์ทำให้การรุกคืบใกล้ขึ้นและใกล้เข้า ท่านปู่ซืออี้เทพแห่งการเรียนรู้ คลี่ม้วนคัมภีร์อักขราวิสุทธ์ แกพยายามจะแจ้งเรื่องนี้กับเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้เป็นจักรพรรดิสูงสุดให้ทราบว่า กลศึกที่ศัตรูใช้มิได้อยู่ในตำราพิชัยยุทธเล่มใดเลย พวกมันเป็นยิ่งกว่ามือปืน อาวุธสวรรค์ทุกชิ้นต้านทานได้เพียงประหนึ่งไม้ซุงงัดกับภูเขาเจียนจื่ออี้ ( 简子怡 ) เห็นทีท่านปู่คงต้องฝากตัวรับใช้นาย แกคงต้องย้ายสำนักไปอยู่กับพี่ปูวงเพื่อชีวิต หลังเห็นเง็กเซียนไม่พอใจในคำตอบ

.

“เก็บคัมภีร์ของเจ้าไปใช้กับพงสิทธิ์เถอะ!”

ท่านเง็กเซียนตวาดใส่

.

ชายผ้าแพรตรงแขนเสื้อสะบัดพริ้วราวกับฟาดแส้ บนบัลลังก์ทองคำใครก็นั่งสงบใจมิไหว ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดที่เป็นอยู่

.

“ท่านเป็นถึงเทพผู้รอบรู้ เป็นถึงผู้เฝ้าหออักษร เหตุใดถึงกล้ารายงานในสิ่งที่น่าละอายเช่นนี้ออกมา! เวลานี้ตำหนักสวรรค์กำลังอ่อนแอ ท่านหลานเซิน กับ ท่านเฉิน ได้นำทัพออกไปสกัดกั้นผู้รุกราน พวกเขาจำต้องมีข้อมูลในการสนับสนุนการรบ การที่ข้าได้ยินว่าเจ้าไม่รู้จึงเป็นสิ่งที่ข้ารับมิได้!”

.

“ข้าขอโทษขอรับ~!”

.

“ลืมตาดูสิปู่ซืออี้! ท่านเห็นหรือไม่ว่าไม่เหลือใครในตำหนักเลย ทุกคนต่างต้องรับมือกับผู้รุกรานด้วยวิธีของตนเอง พอกันที! ข้ามิอยากสนทนากับท่านแล้ว ข้าว่าข้าประเมินสถานการณ์เองดีกว่า มา! ตามข้ามาทางนี้! หยิบอ่างคันฉ่องเนตรธาราติดมือมาด้วย”

.

ด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง หนวดยาวเป็นเมตรเกือบลากพื้น ท่านเง็กเซียนลุกเดินจากบัลลังถ์สาวหนวดโทง ๆ ครึ้มอกครึ้มใจ แกเดินไปคิดไปพลันคิดแล้วก็คิดอีก ชนิดที่เสื้อผ้าอาภรณ์อันรุ่มร่ามก็มิอาจชะลอความเร็วของท่านได้ เผลอแป๊บเดียวประตูตำหนักส่วนหน้าก็เปิดออก ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปไฟก็ไม่ได้ไหม้สบง หากแต่ประมุขสวรรค์กลับกำลังเหยียบย่างออกไปสู่พื้นที่ภายนอกอันไร้ซึ่งกำลังอารักขาแล้ว

.

เทวาสวรรค์ลอยอยู่เหนือฟ้า เหนือฟ้ายังมีฟ้าและส่วนที่ถัดจากฟ้าขึ้นมาก็คืออาคารไม้ทรงจีนที่บินอยู่ได้โดยไม่แคร์หลักฟิสิกส์ใด ๆ ตัวเรือนสร้างจากพฤกษาจีนโบราณ ชื่อของมันคือไม้หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) เป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดีทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว พ้องกันกับชื่อเสียงเรียกนามที่เป็นดั่งศิริมงคลนครทองปาร์ควิล อยู่แล้วจะร่มเย็นเป็นสุข โรคภัยไม่เบียดเบียน ทำมาค้าขายร่ำรวย สายมูมาครบจัดหนักจัดเต็ม แต่ดันลืมเคลมเรื่องประเด็นความปลอดภัย อาณาจักรสวรรค์จึงถูกรุกรานแพ้วถางอย่างที่เป็นอยู่

.

ท่านเง็กเซียนหยุดฝีเท้าลงตรงชานระเบียง บริเวณนี้เป็นพื้นไม้ที่ยืดยาวทะลุก้อนเมฆออกไปและขนานไปกับขอบหน้าผา มันเคยเป็นจุดที่สวยมาก สวยจนแกเคยให้นางฟ้านางอัปสรามาประกวด "มีสแกรนด์แองเจิลเวิร์ส" กันตรงนี้มาแล้ว ในยามปกติท่านจักรพรรดิมักจะมานั่งจิบน้ำชากับอ่านบทกวี แกชอบในความเห็นวิวได้ 360 องศา เห็นเมฆเป็นขนมปุยฝ้าย เห็นท้องฟ้าเป็นจักรดาราพร่างพรายสีสัน

.

“เอาล่ะปู่ซืออี้ ชายแดนที่ศัตรูบุกเข้ามาอยู่ทางทิศนี้ใช่ไหม?”

.

“ใช่ขอรับแต่ด้วยระยะทางอันไกลโพ้น เห็นทีอำนาจของอ่างคันฉ่องเนตรธาราคงจะทำให้เห็นภาพที่สมบูรณ์มิได้ ข้าน้อยน้อมรับข้อจำกัดในส่วนนี้ขอรับ”

ท่านปู่ประจำหออักษรพูดเสียงอ่อย

.

"โถ่เอ๊ย! ให้มันได้อย่างงี้สิ! ช่างมันดำเนินการเลยเอาเท่าที่ได้ ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ ท่านหลานเซิน กับ ท่านเฉิน พร้อมกับทหารบริวารร่วมร้อยจะเป็นยังไงกันบ้าง พวกเขาซ้อมรบอยู่ตลอดเวลาไม่น่าจะเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย ๆ ”

.

จบคำบัญชานี้ท่านปู่ซืออี้ก็ได้ทำการคลี่คัมภีร์อักขราวิสุทธิ์ของแกอีกที คราวนี้ม้วนกระดาษพลิกไปหน้าที่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่และเข็มทิศทหารระบุไว้ แล้วแกก็เริ่มร่ายคาถาเป็นภาษาสวรรค์ออกมา ถ้อยคำมีลักษณะเป็นการสรรเสริญถึง ภูเขา ก้อนหิน ท้องฟ้า และลำธาร อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ ณ ตำแหน่งอันเป็นพิกัดเป้าหมายบริเวณชายแดนสนามรบ เปรียบเปรยไปก็เหมือนกับการใส่พิกัดลงใน g****e map บนสมาร์ทโฟนในยุคเรานั่นแหละ เพียงแต่บนโลกสวรรค์นั้นกลับต้องใช้อ่างชนิดพิเศษที่ชื่อว่า “อ่างคันฉ่องเนตรธารา” อันนี้แทน

.

เจ้านี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใครอยากจะใช้งานก็ได้ มันเทียบได้กับกระบี่อาญาสิทธิ์ที่องครักษ์จั่นใช้ในหนังเปาบุ้นจิ้น พลังปราณต้องถึงบารมีต้องจัดเต็ม ฉะนั้นจึงมีแต่ทวยเทพระดับสูงกับเง็กเซียนฮ่องเต้เท่านั้นที่ใช้งานมันได้ ซึ่งคนล่าสุดที่ใช้ก็คือปู่ซืออี้ แล้วผลลัพธ์จากการฝืนก็ทำให้แกต้องแก่งั๊กเป็นผู้เฒ่าเต่าร้อยปีอย่างที่เห็น

.

อ่างเนตรธารามีลักษณะเหมือนกับอ่างปลาหางนกยูงอันวิจิตรบรรจง มีขนาดความกว้างเท่ากับปากโอ่ง มีความลึกประมาณสองช่วงเอว ภายในบรรจุสสารเหลวที่ขุ่นคาว ราวกับน้ำนมของสาวหลังการคลอดบุตร ว่ากันว่ามันถูกทำขึ้นจากความถวิลหาของมารดาผู้ที่ต้องพลัดพลากจากบุตรชายอันเป็นที่รัก ทว่าพอได้ยินเสียงการอ่านพิกัดสวรรค์ของท่านปู่ซืออี้เข้า ความขุ่นคาวดังกล่าวก็มลายหายไป กลับกลายเป็นการสั่นกระเพื่อมครั้งใหญ่ในอ่างน้ำวนแทน

.

เกลียวคลื่นหมุนตีวนราวกับน้ำในถังซักผ้า สีขุ่นขาวเปลี่ยนเป็นสีโปร่งใสมองผ่านทะลุ แต่เดชะบุญ! เพราะแทนที่จะมองเห็นก้นอ่างด้านล่าง น้ำที่ใส ๆ กลับเริ่มสะท้อนภาพฉากการต่อสู้ในแนวหน้าสนามรบขึ้นมาแทน สีของน้ำเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลอมแดง มันเป็นสีของดินในสมรภูมิ เป็นสีของเลือดเหล่าทหารที่หลากรดนองแผ่นดิน ภาพของภูเขาหินแบล็คกราวด์เริ่มปรากฎ ความเป็นชนบทเริ่มมา พูดก็พูดเถอะว่าอยู่บนสวรรค์ก็จริงแต่ภาพที่เห็นผ่านอ่างคันฉ่องธารา กลับไม่ต่างจากพื้นดินบนเมืองมนุษย์เลย

.

ท่านปู่ซืออี้เริ่มเร่งเร้าการใส่พิกัดให้มากขึ้น และยิ่งแกร่ายคาถาดังขึ้นเท่าไหร่ ณ ตอนนี้ไม่เพียงแต่มวลน้ำที่ปั่นวนเป็นพายุ แม้แต่ตัวอ่างเองก็ยังเอียงกระเท่เร่สะบัดพับ ๆ ๆ ราวกับเกิดแผ่นดินไหว นี่คือคาถาจีนระดับแอ็ดวานซ์ บางทีท่านปู่เทพแห่งการเรียนรู้อาจจะอยากแก้ตัวที่โดนเง็กเซียนต่อว่าก็ได้ แกจึงแสดงออกซึ่งทักษะตรงนี้ออกมา

.

และพอถึงถ้อยคำสุดท้าย เมื่อพิกัดในสนามรบถูกสรรเสริญระบุลงไปจนหมด น้ำในอ่างทุกหยดก็พุ่งเสยทะยานฟ้าขึ้นไปราวกับแท่งเสาโรมัน! มันสูงเสียดแทงฟ้าราวกับจะขึ้นไปเกาตีนพระเจ้าได้! ท่านปู่ซืออี้ตกใจเล็กน้อยเพราะแกเคยพลาดมาก่อน สวนทางกับท่านเง็กเซียนที่ยืนลูบหนวด แหงนหน้ามองภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่ในแท่งเสาน้ำอย่างพออกพอใจ

.

“ต้องให้ได้อย่างงี้สิท่านปู่ซืออี้ ภาพชัดขนาดนี้ข้าน่าจะสั่งให้ท่านทำตั้งแต่แรก”

.

“มิได้ขอรับเพราะขั้นตอนมีข้อจำกัดอยู่ กล่าวคือท่านต้องเร่งดูสักหน่อย เพราะทันทีที่แท่งเสาน้ำพุ่งขึ้นไปเสียดฟ้าจนถึงขีดสุด น้ำทั้งหมดก็จะหล่นลงมาแล้วภาพก็จะขาดหายไป โดยสรุปแล้วท่านเง็กเซียนมีเวลาเพียง 2 นาทีในการรับชมเท่านั้นขอรับ”

.

“เหอะ! โถ่เอ๊ย! แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรล่ะนะ เอาพู่กันมาจดบันทึกคำสั่งการของข้าไว้หน่อยสิ แล้วเจอกันในอีก 2 นาทีต่อมานะท่านปู่! , ฮึบ!"

.

แล้วจู่ ๆ ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ทำในสิ่งที่ใครก็ยากจะจินตนาการถึง แกไม่ห่วงเลยว่าหนวดเคราเงางามของแกจะเปียกน้ำ เสื้อผ้าสุดอลังการจะชื้นแฉะ เพราะหลังจากที่ประกบสองฝ่ามือลงบนขอบอ่างคันฉ่องเนตรธาราได้ แกก็ยื่นหน้าทั้งหน้า ไม่สิ! ต้องบอกว่ายื่นหัวทั้งหัวมุดเข้าไปในเสาน้ำทั้งยวงเลยมากกว่า! ท่านเง็กเซียนไม่กลัวแก่หรอกแกมีพลังปราณที่กล้าแกร่งกว่าปู่ซืออี้ในหลายส่วน และการทำแบบนี้ก็จะทำให้ท่านจักรพรรดิสวรรค์มองเห็นสถานการณ์ฝั่งโน้นได้แบบ 360 องศา ซึ่งมีค่ามากในการวางหมากการรบ

.

แต่ทว่าอาการของแกกลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผ่านไปหนึ่งนาทีมือที่จับขอบอ่างไว้ทั้งสองข้างเริ่มสั่นอย่างมีนัยยะ แม้แต่ขาที่ยืนก็เริ่มเตะสะบัดไปมารุนแรง อาการแบบนี้ตีความได้อย่างเดียวว่าคนที่ยัดหัวเข้าไป น่าจะเจอกับอะไรที่สยดสยองเข้า

.

และภาพที่ท่านเง็กเซียนเห็นก็คือทหารนับร้อยที่ท่าน เทพเฉิน กับ เทพหลานเซิน นำกำลังไปได้เสียท่าไปแล้วถึง 2 ใน 3 ! มีศพนักรบจำนวนมากนอนตายเกลื่อนกลาด ตามเนื้อตัวพวกเขามีรอยฟกช้ำเป็นจ้ำ ๆ ไม่มีรอยแผลโดนฟันหรือโดนยิง แผลที่เกิดจากการฟันของศาตราวุธไม่มีเลย เลือดที่พวกเขาเสียออกมาก็ไม่ได้มาจากบาดแผล แต่ออกมาจากช่องปากเพราะการสำลักช้ำในตายมากกว่า

.

ประมุขสวรรค์ประเมินไม่ออกว่ากระบี่กับหอกง้าวที่ทหารถืออยู่ พ่ายแพ้ให้กับอาวุธของศัตรูได้ยังไง ท่านเทพเฉินยังคงกวัดแกว่งกระบี่หลงอี้จิน (龙亦瑾) อาวุธประจำกายรูปมังกรสู้กับศัตรู การต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งของเขาช่างเป็นอะไรที่งดงามแฝงความดุร้าย ตวัดกระบี่แต่ละครั้งดุจดั่งหนวดมังกรที่เจาะจงเล็งเหยื่อแบบเฉพาะจุด เปรี๊ยงแรกหินแตกเป็นเสี่ยง เปรี๊ยงที่สองดงไม้กฤษณาด้านหลังเหี้ยนเตียนเป็นหน้ากลอง เหมือนพวกเขาตั้งใจจะท้าดวลกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ท่านเง็กเซียนที่ซุ่มดูอยู่ได้เห็นลักษณะสรีระของผู้รุกรานเป็นครั้งแรก

.

พวกมันมากันเป็นกลุ่มรึก็ไม่แน่ใจ ดูจากสายตาน่าจะมาเป็นหลักพันแต่ก็ไม่แน่ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ขอบข่ายวรยุทธ์ที่แท้จริงของพวกมัน ถ้าเจ้าพวกนั้นสำเร็จวิชาเงาแบ่งภพ (映幻界 อิ๋งฮ่วนเจี้ย) ก็แปลว่าจากพันก็เพิ่มเป็นหมื่นได้ จากหมื่นก็ลดเหลือหนึ่งได้ อีกจุดที่ท่านเง็กเซียนพยายามจะรีบสังเกตก็คือขนาดของรูปร่างพวกมัน ท่านพบว่าเจ้าคนที่สู้อยู่กับเทพเฉินนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ลีนเรียบ ความสูงก็ไม่ได้สูงใหญ่เกินกว่ามนุษย์โลกธรรมดา มันไม่น่าจะมีพละกำลังช่างสารอะไรใด ๆ หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวนี่สิ ที่รวดเร็วมากจนท่านเทพเฉินกับกระบี่มังกรชักจะเอาไม่อยู่

.

"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง!"

.

“แย่แล้วท่านเฉินเสียท่าแน่ถ้าเป็นแบบนี้ ท่านหลานเซินมัวทำอะไรอยู่เร่งเข้าไปช่วยสิ! เออ.. แบบนั้นล่ะเข้าไปเลย! จัดการพวกมันซะอย่าให้มันเข้ามาประชิดเราได้แม้แต่ขอบกำแพงสวรรค์ ท่านหลานเซินดาบ (华星美忠 ฮว่า สิง มี จง) ที่ข้าเคยให้เอาออกมาใช้เข้าสิ จัดการมันเลย! ดี! ใช่มันต้องอย่างงั้น!”

.

"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง!"

.

ยิ่งดูนานยิ่งเหมือนเชียร์มวย โดยไม่มีใครไปเตือนท่านเง็กเซียนเลยว่าเวลา 2 นาทีที่นัดหมายไว้เหลืออีกแค่ 30 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งถ้าแกดึงหัวกลับออกมาจากเสาน้ำไม่ทัน แน่นอนว่าแกก็จะไม่แก่เหมือนกับท่านปู่ซืออี้หรอก แต่ผลลัพธ์มันจะหนักหนากว่านั้นทวีคูณไปตามระดับปราณของเหล่าทวยเทพ ท่านเง็กเซียนคือเทพสูงสุด ไม่รู้สิ! ถ้าแกดึงหัวกลับออกมาไม่ทัน จักรพรรดิสวรรค์ก็อาจจะถึงขั้นสวรรค์คตได้เลย ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย ที่นี้รู้รึยังว่าทำไมทั้งสรวงสวรรค์ ถึงมีคนใช้อ่างคันฉ่องธาราได้แค่ไม่กี่คน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status