공유

บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

작가: L.sunanta
last update 게시일: 2026-06-23 03:10:09

ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาในการวาร์ปหนนี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลย นอกจากร่องรอยความเสียหายที่พอจะตบหน้าชาวสวรรค์ได้บ้าง!

.

อย่างที่บอกว่าศพของเทียนซิ่งจงถูกเก็บกลับไปหมดสิ้นผ่านทางหลุมมิติพิศวงสีม่วง หากแต่รอยเลือดทุกหยดยังคงอยู่! รอยพื้นดินถูกฝานเป็นริ้ว ๆ แยกออกจากกันราวกับถูกผ่ายังอยู่! ร่องรอยของผาหินที่แหกเป็นสองซีกจากฤทธาของอาวุธเวทย์ที่มิเคยพบ! แม้แต่บนพื้นดินที่เหยียบอยู่ตอนนี้ก็ยังเต็มไปด้วยรอยไหม้ของสายอัสนีบาต! หลักฐานทุกสิ่งล้วนบ่งชี้ว่าการทำยุทธหัตถีบนแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) นั้นหนักหน่วงขนาดไหน แล้วใครกันที่เลือกที่จะหลบอยู่หลังเต็นท์พลับพลา?

.

"ขายหน้าแล้ว! พวกเราช่างผิดต่อพวกเขายิ่งนัก!"

ท่านเง็กเซียนถึงกับเปรยออกมาอย่างละอายใจ แกเดินออกมาสำรวจความเสียหายด้วยตนเอง พร้อมกับกลุ่มเทพสงครามอู่เสิ่นที่ก็ละอายต่อสหายร่วมรบมิต่างกัน

.

ร่องรอยความเสียหายยังมีอีกมาก และยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งสัมผัสถึงความสามารถอันเอกอุของมนุษย์ปริศนาผู้มีนามว่าจางอี้เฟิง! เขาผู้นี้คือผู้สร้างปรากฏการณ์ เพราะเทพทุกองค์ในกลุ่มต่างดูออกว่าอาวุธเวทย์ที่ทหารสวรรค์ใช้มิมีทางสร้างการทำลายล้างในลักษณะนี้ได้เป็นแน่ สอดคล้องกันกับที่เทพสงครามอู่เสิ่นผู้หนึ่งแทรกคำขึ้น

.

"ข้าแต่ฝ่าบาท! ข้าคิดว่านี่คือศาตราวุธที่ขับไล่ทัพเทียนซิ่งจงกลับไปได้ขอรับ! ข้ากับสหายพบสิ่งนี้อยู่ในทุกที่รอบบริเวณนี้เลย! มิรู้ว่าเขาทำได้เช่นไร? เทียบกับฝั่งเราแล้วเมื่อเจอกับวัตถุทรงกลมนี้ก็มิต่างจากโดนเปลวไฟเมฆาอัคคี! เหมือนมนุษย์ผู้นั้นจะมีทักษะยุทธที่เหนือกว่าพวกเราไปหลายขั้นเลยขอรับ!"

รายงานเสร็จก็ยื่นลูกบอลเหี่ยว ๆ ลูกหนึ่งมาให้องค์จักรพรรดิดู มันเป็นลูกหนังที่ดูหมดพิษสงไปแล้ว แต่ก็เป็นบอลลูกนี้แหละที่ฝานศรีษะกุนซือนำทัพของฝั่งโน้นจนขาดแหว่งเป็นเศษเสี้ยว

.

เง็กเซียนฮ่องเต้จึงใช้ปราณเคลื่อนย้ายวัตถุดึงมันให้ลอยเท้งเต้งอยู่ตรงระดับสายตา พลันขยับนิ้วหมุนวนไปมาเพื่อบังคับให้มันหมุนคว้างแบบ 360 องศาจะได้เห็นทุกรายละเอียด

.

"ท่านคิดเห็นเช่นไรปู่ซืออี้? น่าสนใจ.. น่าสนใจจริง ๆ มนุษย์ผู้นี้ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก! ก็แค่ลูกหนังเหี่ยวแฟบราวกับผลพุทธทราพันปีที่ปลิดร่วงจากกิ่งต้น เขาใช้อาคมอะไรถึงทำให้มันคมดั่งใบมีด! เขาทำวิธีไหนถึงเพิ่มอานุภาพให้ลูกหนังที่ดูไร้พิษภัยนี้ปลิดชีพกองทัพศัตรูได้? สวรรค์ของเราติดหนี้คนผู้นี้ก้อนโตเสียแล้ว ท่านคิดเหมือนข้าหรือไม่ท่านปู่?"

.

"ขอรับท่านเง็กเซียน! ข้าเองก็เห็นพ้องต้องกัน! หากแต่ต้องขออภัยที่ทำให้เสียบรรยากาศ แต่ข้ามีสิ่งหนึ่งที่จะต้องเพ็ดทูลขอรับ!"

.

"หืม.. ไหนลองว่ามาซิ?"

.

จริงอย่างที่ท่านผู้อาวุโสพูดเพราะบรรยากาศที่ดี ๆ อยู่หลังชนะศึกโดยมิเสียเหงื่อสักหยด กลับตาลปัตรในทันใดหลังได้ฟังคำเตือนของบัณฑิตเฒ่าแห่งหออักษร

.

"คือข้าจะบอกว่าพวกเทียนซิ่งจงยังมิได้พ่ายแพ้! พวกมันแค่ถอยทัพกลับไป! และตอนนี้มันก็รู้แล้วว่าสวรรค์เรามีเครื่องมือที่จะใช้ต่อกรกับวรยุทธจากฝีเท้าของพวกมันได้ ข้าว่าในมิช้าศึกใหญ่จะต้องมาแน่! นี่มิใช่เวลาที่จะมาย่ามใจขอรับ ทางที่ดีเราควรจะไปหามนุษย์ผู้นั้นให้เร็วที่สุด สอบถามเขา ปรึกษาหาความจริง เราจะได้เตรียมการรับมือได้ทันขอรับ!"

น้ำเสียงปู่ดุดันจริงจังพลางกวักมือเรียกเทพอู่เสิ่นทุกองค์ให้กลับมารวมตัวกัน เพื่อกดดันให้องค์เง็กเซียนเรียกใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายอีกครั้ง

.

ประมุขสวรรค์จึงตอบกลับไปว่า

.

"อืม! ข้าเข้าใจแล้วข้าเองก็เห็นด้วยกับเจ้าทุกประการ! ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผลลำพังเพียงแค่ข้าเห็นแผ่นหินด้านหลังเจ้าข้าก็รู้แล้วว่าควรทำเช่นไรต่อไป เจ้ามิจำเป็นต้องทำเป็นสอนข้าขนาดนั้นก็ได้!"

.

"ข้าน้อยมิบังอาจ! ข้าน้อยไร้ความสามารถ! ขอท่านเง็กเซียนลงทัณฑ์ด้วยขอรับ!"

ประสานมือเป็นก้อนกลมโค้งคำนับหยอง ๆ ดูเหมือนปู่ซืออี้จะเพลินพาทีจนเกินงาม

.

หินก้อนดังกล่าวน่าจะเป็นเศษซากที่ข้าศึกเก็บกลับไปมิหมด มันน่าจะโดนอิทธิพลของค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศเล่นงานแบบเต็ม ๆ ตัวหินถึงเต็มไปด้วยรอยตะปุ่มตะป่ำราวกับหนังคางคก! ด้วยความสูงใหญ่ที่เทียบได้กับตัวคนผู้หนึ่ง เสี้ยวพริบตาที่ปู่ซืออี้หันไปมองและบังเอิญเอามือไปสัมผัสโดน หินยักษ์ทั้งก้อนก็ทลายแหลกสลายลงมาทั้งยวง! อันเป็นสัญญาณเตือนว่าหินก้อนนี้แปดเปื้อนปราณสังหารในระดับเข้มข้น! และพวกเขามิควรจะอยู่ที่นี่กันอีกต่อไป!

.

"จิ้ววว! , ฟุบ! , ฟุบ! , ฟุบ! , จิ้ววว!"

.

โดยมิต้องร่ายเวทย์เปิดค่ายกลบนพื้น แม้แต่เต็นท์พลับพลาหลังละหลายร้อยศิลาดาราก็มิสนใจ เหล่าเทพทั้งหลายต่างเปลี่ยนสสารตนเองเป็นดวงปฐมจิต! ก่อนจะพุ่งเป็นสายฉวัดเฉวียนไปบนท้องฟ้าราวกับหางของดาวตกกลุ่มใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าทิศทางที่พวกเขามุ่งไปก็คือที่ ๆ จางอี้เฟิงกับเหล่าทหารสวรรค์เดนตายอยู่นั่นเอง

.

"ฟุบ! , ฟุบ! , ฟุบ! , ฟุบ! , ฟุบ!"

.

คราวนี้มิผิดฝั่งแน่ ด้วยระยะทางเพียงไม่กี่ลี้ใช้เวลาเพียงเสี้ยวก้านธูปพวกเขาก็มาถึง ก่อนจะผงะเข้ากับเหล่าทหารสวรรค์ (天门守卫) ฝั่งตนเองที่อยู่ในสภาพอนาถาสูงสุด! ศพเกลื่อนกลาดนอนตายทับถมกันเป็นทุ่งสังหาร! บ้างตัวขาดแขนขาดบ้างก็ไหม้ดำเป็นตอตะโกจนมิอาจพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ พาลทำให้เทพทุกองค์ในคณะต่างคิดตรงกันว่า "นี่ตกลงสวรรค์เป็นฝ่ายชนะจริง ๆ เหรอ?"

.

ทำไปทำมาการที่เง็กเซียนฮ่องเต้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายพาไปโผล่ผิดฝั่งดูจะเป็นคุณเสียกว่า เพราะอย่างน้อยพวกเทียนซิ่งจงก็ยังเก็บศพเพื่อนผ่านรูมิติกลับไปจนสะอาดเกลี้ยง ไม่เหมือนฝั่งสวรรค์ที่ทุกอย่างยังคงล่าช้าและเต็มไปด้วยภาพอันน่าเวทนาหม่นหมอง

.

"เฮ้อ..อ..อ..อ!"

ท่านเง็กเซียนถึงกับส่ายหน้าพูดมิออก

.

สมรภูมินั้นโหดร้ายแค่ไหนบัดนี้องค์ท่านคงได้เห็นกับตาตนเองแล้ว ซ้ำร้ายที่มนุษย์ผู้อยากเจอเป็นนักหนาบัดนี้กลับต้องเปลี่ยนบทบาทจากฮีโร่ กลายเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูไปโดยปริยาย

.

ยันต์ฝากเสียงที่ปู่ซืออี้ได้รับมามิได้กล่าวความเท็จ ก็ในเมื่อเหลือผู้รอดชีวิตเพียงแค่ 20 ราย หากมิช่วยกันเก็บศพจะรอให้ใครมาทำ หน่วยทหารโอสถเองก็เพ่ิงลงมาถึงพื้นที่ พวกเขามาพร้อมกับสัตว์เทวะที่เชี่ยวชาญการดมกลิ่น อสูรกายเมฆาเหล่านี้ถนัดเรื่องกลืนกินปราณวิญญาณเป็นที่สุด และแม้จะทำให้การตามหาศพทำได้ง่ายดาย แต่พวกมันก็คือสัญลักษณ์แห่งความตายดี ๆ นี่เอง

.

จางอี้เฟิงกับพรรคพวกมีการจัดหมวดหมู่เทพผู้วายชนม์ แยกระดับชั้นยศไว้เป็นอย่างดี มีการหันหัวศพไปทางทิศตะวันตกเอาเท้ามาทางทิศตะวันออกถูกต้องตามฉันทลักษณ์เป๊ะ! แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้อยู่บนหอคอยงาช้างจะเสด็จมาถึงที่นี่ด้วยพระองค์เอง ชั่วพริบตาที่ปฐมจิตของแกทอประกายเจิดจรัส งานทุกอย่างจึงต้องยุติลง! และทุกคนก็ต้องรีบคุกเข่า!

.

"พลั๊ก!"

สาบานได้ว่าในใจของจางอี้เฟิงยังเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

.

คน ๆ นี้คือต้นตอของศพทุกศพ คือคนที่เจตนาปล่อยให้ทุกคนต้องตาย แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเนื้อตัวอันหนักอึ้งราวกับมีแรงกดดันมหาศาลทับอยู่บนบ่า! รัศมีบารมีดังกล่าวแทบจะกดหัวเขาให้นาบลงกับพื้น!

.

"อั๊ก..ก..ก! , แม่งเอ๊ย! ถ้ามึงเก่งขนาดนี้ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้วะ? เก่งแต่กดขี่ฝั่งตัวเองสิไม่ว่า!"

ชายหนุ่มกัดฟันคิดในใจ

.

ในระหว่างนั้นเทพอู่เสิ่นประจำแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) ที่ช่วงล่างขาดไปทั้งท่อน ก็พยายามจะกระเสือกกระสนกล่าวรายงานสรุปผลการรบด้วยความอนาถาอันน่าสงสาร

.

"ไอ้เหี้ย! แกเจ็บหนักขนาดนั้นแท้ ๆ ยังจะมาห่วงพิธีการอะไรอีก! นี่พวกคนใหญ่คนโตมันสันดานเดียวกันทั้งจักรวาลเลยหรือไงวะ? มันแยกแยะกันไม่ออกเลยรึไงว่าอะไรควรทำมิควรทำ! มึงไม่เอากรรไกรมาตัดริบบิ้นปล่อยขบวนเรือเหาะขนศพทหารด้วยเลยล่ะ!? ไอ้เย็ดแม่ง!"

.

เดชะบุญที่เหมือนคนที่อยู่เบื้องบนจะเชื่อมจิตกับจางอี้เฟิงอยู่ เทพกงกง LGBT หนึ่งเดียวแห่งสรวงสวรรค์ก็เลยตัดสินใจวาร์ปปฐมจิตลงมายังสมรภูมิ แกลงมือทำก่อนที่พ่อหนุ่มนักบอลในสังกัดผู้นี้จะหลุดปากพูดอะไรที่มิควรออกมาอีก ดวงไฟวิญญาณของแกเป็นสีชมพูแวววับและพุ่งลงมาจากก้อนเมฆด้านบนด้วยวิถีโค้งคล้ายรูปหัวใจ พลันลงมาจุติเป็นกายหยาบนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ติดกับเทพอู่เสิ่นที่บาดเจ็บหนัก!

.

"ฟุบ~!"

.

ขออภัยอย่างสุดซึ้งเพราะโดยระดับบำเพ็ญ บรรดาทวยเทพย่อมรู้กันว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องเสียมารยาท แต่โดยเนื้อแท้แล้วกงกงมิได้ต้องการจะขัดจังหวะเพื่อเอาผลงาน แกก็แค่อยากให้เทพอู่เสิ่นประจำแคว้นได้พัก ส่วนความผิดทุกสิ่งอย่างแกจะเป็นคนแบกหน้ารับไว้แทนเอง! งานนี้ตายเป็นตาย! ศพนอนอยู่ตรงหน้ามากมายต่อให้การนำมนุษย์ขึ้นมาบนสวรรค์มีโทษทัณฑ์ถึงตัดคอ อย่างน้อยกงกงก็มีสหายหลายพันหลายร้อยรอคอยอยู่ในปรภพ!

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 22 : โคตรท้อ!

    "เฮ๊ย! พี่ระวัง! ก้มหัวหลบเร็ว!"."เพล๊งงง!"."ข้างหลังพี่! บอลมาจากด้านหลัง! เข้าประชิดตัวมันไว้ก่อนอย่าให้มันง้างเท้าได้!"."เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"."อ๊ากกกก!!! , อั๊ก! , เฮือกกก!"."พี่ทำใจดี ๆ ไว้นะครับ! แข็งใจหน่อย! อย่ามาตายที่นี่เชียวนะพี่!"."ตุบ! , ตุบ! , เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"..สาบานได

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status