Accueil / รักโบราณ / เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+) / บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

Partager

บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

Auteur: L.sunanta
last update Date de publication: 2026-06-20 22:57:57

ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่าเสนาธิการทหารที่คอยสั่งการแนวรบ แต่ทว่าสำหรับเหล่าองครักษ์ประตูเทวาและเทพอู่เสิ่นแล้ว สิ่งนี้ก็แค่นิทรรศการปาหี่ของพวกขี้ขลาด! หากมิมีจางอี้เฟิงช่วยแม้แต่ที่นี่ก็คงไม่รอด!

.

"ห๊ะ! เจ้าว่าเช่นไรนะปู่ซืออี้ข้าศึกถอยทัพแล้วงั้นรึ?! เทพอู่เสิ่นผู้รับผิดชอบพื้นที่ทำได้เยี่ยงไร หรือเขามีอาวุธเวทย์คุ้มกายหรือมีสมบัติเวทย์ที่เป็นปรปักษ์กับวรยุทธของพวกเทียนซิ่งจงแล้วมิยอมบอกข้า?!"

ท่านเง็กเซียนถึงกับตวาดเสียงดัง แกเริ่มเดินไปรอบ ๆ เต็นท์สั่งการ เจอผลลัพธ์แบบนี้เข้าไปทำเอากระดานหมากที่อุตส่าห์วางกลยุทธ์ร่วมกับเทพสงครามองค์อื่น ๆ กลายเป็นหมันไปเลย

.

ตวัดชายเสื้อทีเดียวอาคมแผนที่ซึ่งมีลักษณะคล้ายภาพโฮโรแกรมสามมิติ ก็ได้แตกสลายกลายเป็นผงฝุ่นเรืองแสง! กลศึกนี้มิจำเป็นต้องหารือกันอีกต่อไป และแม้จะงวยงงกันอยู่บ้างแต่เห็นเง็กเซียนยิ้มได้เทพทุกองค์ก็โล่งอก

.

"เป็นจริงขอรับ! ข้าเพิ่งได้รับแผ่นยันต์สื่อสารจากด่านหน้ามาเมื่อครู่ หากท่านเง็กเซียนมิมั่นใจตัวข้าก็พร้อมให้ท่านตรวจสอบขอรับ"

พูดเสร็จปู่ซืออี้ก็ประสานมือเป็นก้อนกลมเพื่อโค้งคำนับ พลางควักเอายันต์สื่อสารแผ่นดังกล่าวที่สอดไว้ในแขนเสื้อออกมาให้ประมุขสวรรค์ดู

.

สภาพมันค่อนข้างยับเยินสมกับมาจากสมรภูมิ หนำซ้ำยังลอยกระท่อนกระแท่นคล้ายจะส่งไปมิถึงมือผู้รับ จนกระทั่งเง็กเซียนฮ่องเต้ต้องออกแรงขับปราณเคลื่อนย้ายวัตถุเพื่อดึงมันเข้ามายังมือเอง

.

"หมับ!"

ใช้เพียงสองนิ้วคีบก็เรียบร้อย

.

ด้วยความสัตย์จริงว่าเสียงที่ฝากมากับยันต์แผ่นนี้เป็นอะไรที่ดังมาก มันดังชนิดที่ว่ามิต่างจากคอมพิวเตอร์ที่ต่อพ่วงกับลำโพงสปีคเกอร์โฟนเลย ซึ่งก็นับว่าดีเพราะนั่นจะทำให้เหล่าทวยเทพองค์อื่น ๆ ที่อยู่ในเต็นท์ได้รับข้อมูลสำคัญนี้ไปพร้อม ๆ กันด้วย พวกเขาจะได้ถือว่าสิ้นสงสัยไปในคราวเดียวกัน

.

"พรึบ! , พรับ! , พรึบ! , พรับ!"

หลังประมุขสวรรค์ถ่ายพลังวิญญาณเข้าไป แผ่นยันต์ก็วูบไหวไปมาพลันเปล่งแสงสีทองเหลืองอร่ามออกมา มันมาพร้อมกับเสียงข้อความสั้นที่ระบุใจความได้ว่า

.

"ข้าศึกถอยทัพแล้ว! แคว้นโหย่ฮวาเซียนโจว (月华仙洲) ยังคงปลอดภัย! มีการสูญเสียทหารสวรรค์เป็นจำนวนมาก! ทัพหน้าเหลือผู้รอดชีวิตราว 20 นาย มิพอสำหรับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โปรดส่งหน่วยทหารโอสถมาที่นี่เป็นการด่วน และหากมิมีมนุษย์ผู้นี้ช่วยเหลือแม้แต่ข้าผู้เป็นเทพอู่เสิ่นประจำแคว้นก็คงฝากเสียงผ่านแผ่นยันต์นี้มามิได้.. เทียนถิงปี้เซิ่ง! (天庭必胜!) สวรรค์จงเจริญ!"

.

"ฟุบ!!!"

แผ่นยันต์ฝากเสียงดับแสงลงกลายเป็นสีเทาหม่น ก่อนจะค่อย ๆ ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเศษขี้เถ้าคามือองค์จักรพรรดิ

.

"มนุษย์งั้นรึ?! มีมนุษย์ธรรมดาขึ้นมาร่วมศึกบนสวรรค์แผ่นดินเซียนได้เยี่ยงไร?! ใครเป็นผู้ลักลอบทำสิ่งนี้! เหตุใดข้าผู้มีอาวุโสสูงสุดถึงเพิ่งจะทราบเรื่องมิมีผู้ใดคิดจะอธิบายข้าเลยรึ? พวกเจ้าเห็นข้าเป็นตัวอะไร!?"

พระองค์ขึ้นเสียงด้วยฤทธาแห่งความสงสัยผสมความโกรธ พลังปราณทำลายล้างเล่นเอาพลับพลาชั่วคราวถึงกับสั่นโยก

.

เดือดร้อนไปถึงปู่ซืออี้ที่ต้องรีบแถลงไข โดยเริ่มจากการสะบัดชายเสื้อตัวโคร่งกระพือพริ้ว พลางคุกเข่าลงและเพ็ดทูลแก่ฝ่าบาท

.

"ขออภัยขอรับใต้เท้าเพราะจากสายข่าวที่ข้าได้มา เรายังมิสามารถระบุตัวตนที่ชัดเจนของเขาได้ แต่เท่าที่เบาะแสพอมีมนุษย์ผู้นี้อยู่ในสังกัดของเทพกงกง เทพผู้เฝ้าตำหนักหลวงหวงหือลี่ (黄花梨) อาคมติดตามตัวที่แปดเปื้อนบนร่างกายเขามีกลิ่นอายของเทพกงกงอย่างชัดเจน อาจจะต้องใช้เวลาราว 1 - 2 ชั่วยามขอรับสำหรับการตรวจสอบที่ละเอียดขึ้น"

.

"หืม.. กงกงเทพตุ้งติ้งน้องชายเจ้าน่ะรึ? เขามีความสามารถในการเฟ้นหาคนในระดับนั้นเชีียว! เพราะจากยันต์ฝากเสียงที่ส่งมาดูเหมือนมนุษย์ผู้นี้จะมีวรยทุธที่เก่งกาจทีเดียว เขาจะเป็นคนแบบไหนกัน? ข้าว่าชักน่าสนใจซะแล้วสิ! น่าสนใจ..! น่าสนใจ..!"

เดินไปพลางลูบเคราขาด ๆ ของตนไปด้วย

.

"ลุกขึ้นแล้วไปเรียกเขามาพบข้าปู่ซืออี้! ข้าอยากจะจิบชากับเขาสักถ้วย! หรืออย่างน้อยก็จะได้เป็นการขอบอกขอบใจกัน เพราะข้าเองก็มิได้สนทนากับมนุษย์ตัวเป็น ๆ มานานแล้ว"

.

"ขอรับใต้เท้าข้าจะส่งคนไปเชิญตัวมาเดี๋ยวนี้ เขาอยู่แนวหน้าสมรภูมิใกล้ ๆ นี่เองมิถึงครึ่งก้านธูปก็น่าจะมาถึง!"

.

แต่ทว่าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้กลับนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมาก็มิรู้ เมื่อจู่ ๆ แกก็เรียกให้ท่านปู่ซืออี้วกกลับเข้ามาในพลับพลาก่อน แล้วก็เริ่มร่ายเวทย์ค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นมาเป็นวงแหวนอักขระตรงกลางพื้นเต็นท์ เขตอาคมนี้มีรัศมีไม่กว้างไกลนักและมีระยะครอบคลุมเพียงเต็นท์พลับพลากับบรรดาเทพสงครามอู่เสิ่นเกราะทองราว 5 - 6 องค์ที่อยู่ถายใน

.

ซึ่งยังมิทันถึง 3 ห้วงหายใจ ศูนย์บัญชาการทั้งหลังก็ได้ทำการวาร์ป! มันวาร์ปแบบหายไปทั้งยวง! อาคมเคลื่อนย้ายนี้ใช้พลังปราณวิญญาณมิถึงหนึ่งในพันล้านส่วนของท่านเง็กเซียนด้วยซ้ำ ทว่าเพราะระยะทางที่มิไกลมากบวกกับความร้อนรนใจอยากเจอไว ๆ องค์เหนือหัวสูงสุดจึงรอมิไหว แทนที่จะตามจางอี้เฟิงให้มาพบ มิสู้วาร์ปคณะทำงานทั้งองคาพยพไปหาเขาเลยดีกว่า

.

"ฟุบบบ~!"

.

แต่เดชะบุญ! ตลกร้ายสิ้นดี! ที่การวาร์ปครั้งนี้เหมือนจะผิดพลาด! องค์เง็กเซียนฮ่องเต้เคยเอาเท้าเหยียบสนามรบซะที่ไหน แกอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แกมิเคยตายเพื่อลูกน้องมีแต่ลูกน้องที่ถวายชีวิตยอมตายเพื่อแก ส่วนวิชาค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ใช่ว่าจะแย่ มันยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมหากแต่เป็นจุดโผล่นี่สิที่เหมือนจะผิดฝั่ง!

.

รู้งี้วาร์ปไกลกว่านี้หน่อยก็ดี อย่างน้อยจะได้มีการใช้ป้ายกำกับทิศทางบ้าง มิใช่อยากจะไปโผล่ตรงไหนก็ไปเช่นนี้ แล้วดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสิไม่ตายโหงกันยกตี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว! ที่นี่คือสมรภูมิรบบริเวณแนวหน้าก็จริงแต่ฝั่งนี้มันไม่ใช่ฝั่งสวรรค์ที่พวกจางอี้เฟิงอยู่ มันคือฝั่งของเทียนซิ่งจง! ข้าศึกที่ตั้งใจจะมาฆ่าล้างโคตรชาวสวรรค์อยู่นานนมนั่นเอง!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 22 : โคตรท้อ!

    "เฮ๊ย! พี่ระวัง! ก้มหัวหลบเร็ว!"."เพล๊งงง!"."ข้างหลังพี่! บอลมาจากด้านหลัง! เข้าประชิดตัวมันไว้ก่อนอย่าให้มันง้างเท้าได้!"."เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"."อ๊ากกกก!!! , อั๊ก! , เฮือกกก!"."พี่ทำใจดี ๆ ไว้นะครับ! แข็งใจหน่อย! อย่ามาตายที่นี่เชียวนะพี่!"."ตุบ! , ตุบ! , เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"..สาบานได

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status