Share

บทที่ 24 : ถอนทัพ

Penulis: L.sunanta
last update Tanggal publikasi: 2026-05-07 17:18:00

จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบอลหนุ่มยืนมองท้องฟ้าของสวรรค์ที่เริ่มเปลี่ยนสีจากม่วงเป็นน้ำตาลเปลือกมังคุด มันดูช้ำเลือดช้ำหนองพิกล

.

มิเหมือนกับฟ้าฝั่งที่พวกเขายืนอยู่ นภาเหนือแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) กลับคืนความสดใสแล้ว แม้เบื้องล่างจะเต็มไปด้วยกองซากศพของทหารสวรรค์ผู้เสียสละ แต่การรับรู้ว่าพวกเทียนซิ่งจงล่าถอยกลับไปก็นับว่าพวกเขาได้พลีชีพไปในภาระกิจอันทรงเกียรติ เทพอู่เสิ่น (武神) ทุกองค์ล้วนถูกฝึกมาให้สละชีพ! ชีวิตนี้ยอมพลีได้เพื่อองค์จักรพรรดินี่คือสิ่งที่พวกเขาถูกหล่อหลอมกันมา!

.

"เฮ้!!! , ไชโยยยย!!! , เทียงถิงหว่านซุย!!! (天庭永昌!) สวรรค์จงเจริญ! , สวรรค์จงเจริญ! , สวรรค์จงเจริญ! , หมื่นปี! , หมื่น ๆ ปี!"

เสียงบรรดาองครักษ์ประตูเทวาที่เหลือกันอยู่ราว 20 - 25 นายพากันชูไม้ชูมือตะโกนร้องฉลองชัยชนะ

.

หลังเห็นแล้วว่าพวกข้าศึกพากันเสียขวัญเป็นอย่างหนัก พวกมันมิส่งใครลงมาจุติในสมรภูมิอีกเลย แฉกสายฟ้าอินทนิลที่เคยมีก็วกกลับเข้าไปในหลุมโบ๋ที่โผล่ออกมาจากกลางฟากฟ้าฝั่งโน้น! ลักษณะมันคล้ายกับหลุมดำที่มีคลื่นพลังหล่อหลอมอยู่รายรอบ มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่กระจายตัวอยู่เต็มน่านฟ้าไปหมด มิหนำซ้ำยังสังเกตเห็นอีกว่าสายฟ้ามากมายได้ถูกสูบกลับเข้าไปภายใน พวกมันคนไหนที่ยังมิตายก็จะเดินหันหลังกระท่อนกระแท่นย้อนกลับเข้าไปในรูประหลาดนั่น

.

แม้แต่ศพก็มิถูกทิ้งไว้ ร่างอันไร้วิญญาณในชุดผ้ายืดยูนิฟอร์มแข่งขันถูกแบกกลับเข้าไปในหลุมดังกล่าวด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกันดูแล้วยังไงซะทัพเทียนซิ่งจงก็ยังสูญเสียน้อยกว่าทัพสวรรค์อยู่ดี อาจจะ 1 : 10 เลยก็เป็นได้! แต่ครานั้นพวกเขาก็ยังมิทิ้งสหายไว้ในสนามรบ ทุกคนต้องได้กลับบ้าน นั่นจึงถือเป็นเรื่องดีและควรค่าแก่การให้เกียรติสำหรับผู้แพ้ จังหวะที่พวกมันออกมาเก็บศพเพื่อนจึงมีมีทหารสวรรค์คนไหนลงมือซ้ำเลย

.

เรื่องนี้ควรจะสิ้นสุดได้แล้ว สงครามมิเห็นมีอะไรดี มีแต่ความโศกเศร้ากับสูญเสีย! 

.

"จบแล้วใช่ไหมพี่! นี่คือฝั่งเราชนะแล้วใช่ไหมครับ?"

จางอี้เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงอันเหน็ดเหนื่อย เขายังคงเหยียบบอลลูกหนึ่งไว้กับเท้าอยู่เลย

.

ก่อนที่ต่อมามันจะค่อย ๆ แฟบลงจนยุบลงไปกับฝ่าเท้า ตอกย้ำว่าแม้แต่ลูกหนังทรงกลมก็ไปต่อมิไหวแล้วกับศึกสงครามนี้

.

"ข้าศึกถอยทัพแล้วพอแม่ทัพสิ้นชีพขวัญกำลังใจก็สูญเสีย เทียนซิ่งจงอาจยังไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่งเยี่ยงพวกเรา ฉะนั้นถึงเป็นได้เพียงกึ่งมนุษย์กึ่งเทพไปได้มิสุดสักทาง"

ทหารสวรรค์รายหนึ่งเดินมาวางมือลงบนหัวไหล่ของจางอี้เฟิง เขาเป็นคนละคนกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่ขา แต่ทว่าการแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ก็เหมือนเป็นการยอมรับในตัวเด็กหนุ่มอยู่กลาย ๆ เพราะก่อนหน้านี้แทบมิมีใครสนทนากับจางอี้เฟิงเลยแม้แต่คนเดียว

.

"แจ้งชื่อเจ้ามาเจ้ามนุษย์! ข้าจะจดจำเจ้าไว้ในฐานะสหายร่วมรบที่ข้าภาคภูมิ! 见过阁下! (เจี้ยนกั้วเก๋อเซี่ย!) โปรดรับการคารวะจากข้าด้วย!"

.

"ปั๊กกก!"

.

เอ่ยเสร็จทหารสวรรค์ผู้นี้ก็ปักดาบแหลมทิ่มลงบนพื้น! พลางผสานกำปั้นแล้วโค้งหัวคารวะต่อจางอี้เฟิง! เขากำลังจะคุกเข่าลงอยู่แล้วดีว่าถูกห้ามเอาไว้ทัน!

.

"เฮ๊ย! พี่จะทำบ้าอะไรเนี่ยะพี่เป็นเทพนะ?! พวกผมต่างหากที่ต้องคุกเข่าบูชาพี่! ลุก ๆ ๆ ไม่เอา ๆ ผมไม่ต้องการแบบนี้นรกได้กินกบาลพอดี!"

นักบอลหนุ่มพยายามฉุดกระชากสุดกำลัง แต่ก็อีกนั่นแหละเรี่ยวแรงเขาจะสู้น้ำหนักของเกราะเหล็กที่กันได้แม้กระทั่งคมหอกคมดาบได้เยี่ยงไร

.

มิหนำซ้ำชั่วขณะจิตที่เขาผินหน้าหันมองขึ้นมา รอบตัวเขากลับมีแต่เหล่าทหารสวรรค์ผสานมือก้มคารวะให้! บางคนก็ถอดหมวกเหล็กออกเพื่อแสดงออกถึงการขอบคุณอันจริงใจ เทพสงครามอู่เสิ่น (武神) เกราะทองคำที่ยังพอมีลมหายใจยังกระเสือกกระสนลุกขึ้นมาผสานมือก้มคารวะ! แม้จะเหลือกันอยู่เพียงหยิบมือ แต่เทพทุกองค์ล้วนรู้ดีว่าวีระกรรมอันกล้าหาญของจางอี้เฟิงได้ช่วยแคว้น 月华仙洲 (โหย่ฮวาเซียนโจว) เอาไว้

.

ขนาดพี่หทารสวรรค์ที่ขาเจ็บยังเอากับเขาด้วย ในทิศประจิมห่างออกไปราว 10 จั้ง แกปักดาบลงบนพื้นพยายามชันกายลุกขึ้นคุกเข่า และผสานมือโค้งคารวะให้จางอี้เฟิงอย่างมิเคอะเขิน! เทพดลบันดาลสิ่งต่าง ๆ ให้มนุษย์มานับพันปีหมื่นปี หนนี้จะมีมนุษย์ขึ้นมาช่วยเหลือเทพบนสวรรค์บ้างจะมาถือยศถืออย่างอยู่ได้เยี่ยงไร!

.

"见过阁下! (เจี้ยนกั้วเก๋อเซี่ย)~! , 见过阁下! (เจี้ยนกั้วเก๋อเซี่ยยยย)~!) , 见过阁下! (เจี้ยนกั้วเก๋อเซี่ยยยยย)~!) โปรดรับการคารวะนี้จากข้าไป!!! เจ้ามนุษย์โลกกก!!!"

แกคงกลัวจะไม่ได้ยินเลยตะโกนติดกันมาถึง 3 หนรวด!

.

และนั่นก็เป็นเหมือนต้นเสียงที่ทำให้เหล่าทหารสวรรค์ทุกคนกู่ก้องตาม พวกเขาต่างเปล่งเสียงตะโกนขอบคุณจางอี้เฟิงกันมิหยุด! มันดังซะจนพวกเทียนซิ่งจงต้องเร่งถอยกรูถอนทัพหนี เสียงของเทพ 20 องค์สั่นสะท้านไปทั่วสมรภูมิ ท่ามกลางศพมากมายของเพื่อนฝูง ท่ามกลางเทพสวรรค์ชั้นสูงที่ถอยหนีทิ้งให้ทุกองค์กลายเป็นเพียงเบี้ยในกระดานหมาก นี่จึงเปรียบเสมือนเสียงกู่ร้องแห่งชัยชนะ ที่ทั้งร่วมยินดีและสรรเสริญมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่งไปพร้อมกัน

.

"พะ.. พอแล้วพี่.. พอแล้ว..ว...ว! ผมจะร้องไห้อยู่แล้วเนี่ยะ! ผมก็แค่เตะบอลเองครับ! พวกเราทำงานด้วยกันพี่! เราเป็นทีมที่ดีไม่ใช่แค่ผมคนเดียวซะหน่อย!"

ความถ่อมตนเกาะกินหัวใจ จางอี้เฟิงพยายามจะยกมือบ่ายเบี่ยงแกมปฏิเสธ

แต่ก็นะเพราะนี่มิใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นบ่อยบนสรวงสวรรค์ นักเตะปีกขวาแห่งสำนักกีฬาลี่ฮือหลวง (李旭龙) บัดนี้กลับมีแต่ความตื้นตันใจ บอกตามตรงว่าเขาปลื้มปริ่มหัวใจมากกว่าตอนชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลที่เคยได้มาเสียอีก เขาถึงกับต้องใช้แขนเสื้อเช็ดหยาดน้ำตา มันดีใจชิบเป๋งเพิ่งเคยเห็นฟุตบอลเป็นประโยชน์ในระดับเหนือกว่ามวลมนุษยชาติก็คราวนี้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 22 : โคตรท้อ!

    "เฮ๊ย! พี่ระวัง! ก้มหัวหลบเร็ว!"."เพล๊งงง!"."ข้างหลังพี่! บอลมาจากด้านหลัง! เข้าประชิดตัวมันไว้ก่อนอย่าให้มันง้างเท้าได้!"."เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"."อ๊ากกกก!!! , อั๊ก! , เฮือกกก!"."พี่ทำใจดี ๆ ไว้นะครับ! แข็งใจหน่อย! อย่ามาตายที่นี่เชียวนะพี่!"."ตุบ! , ตุบ! , เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"..สาบานได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status