مشاركة

ขาย! [2]

مؤلف: Tuk Kung
last update تاريخ النشر: 2026-10-08 13:31:37

บทที่ 10

หลังจากเดินไกลออกไปสักหน่อย ม่านถงที่เก็บงำความสงสัยไว้ไม่อยู่แล้ว จึงกระซิบถามพี่ชายอย่างช่วยไม่ได้

“พี่ใหญ่ ก่อนออกจากบ้าน ท่านแม่กินแป้งแผ่นไปตั้งสามแผ่น น้ำแกงไข่สองชาม ท่านแม่ไม่ได้ป่วยใช่ไหมเจ้าคะ” กินไปขนาดนั้น น่าจะจุกมากกว่าหิวนะ

“ไม่หรอก ก่อนออกมาท่านพ่อกำชับพี่ไว้ ให้พวกเราคอยดูแลท่านแม่ให้ดี นางสั่งอะไรก็ทำตามไปเสีย ห้ามถาม ห้ามสงสัย ห้ามนำไปบอกใคร เห็นอะไรก็ให้เงียบไว้ หากมีผู้ใดถามในสิ่งที่ตอบไม่ได้ ก็ให้บอกไปว่าเป็นฝีมือสหายเก่าท่านพ่อนะ กลับบ้านก็อย่าลืมบอกน้องเล็กด้วยเล่า”

“อืม ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ด้านเหมยกุ้ยแอบมองจนกระทั่งเด็กทั้งสองหายไปลับตา เมื่อเห็นว่าทางสะดวกแล้ว จึงเรียกระบบออกมา

“ระบบ ข้าจะขายหมูตัวนี้”

ติ๊ง!

[หมูป่าน้ำหนักหนึ่งร้อยกิโลกรัม รับซื้อในราคาสองร้อยตำลึง ระบบทำการรับซื้อเรียบร้อยค่ะ]

เงินจำนวนสองร้อยตำลึงเข้ากระเป๋า หญิงสาวตาลุกวาวทันที นางกดออกมาแปดสิบตำลึง ซึ่งเป็นราคาขายทั่วไปของท้องตลาด เพียงเท่านี้ครอบครัวนางก็รอดไปได้อีกนานแล้ว หลังจากนี้เรื่องยา เรื่องอาหารก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ที่เหลือก็แสร้งทำการค้าเล็กน้อย แล้วค่อยไปต่อเรื่องสร้างบ้านใหม่

ว้าว... สามีแปดสิบ ข้าได้ร้อยยี่สิบ การค้าครั้งนี้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

หญิงสาวมองเงินทั้งสองก้อนด้วยความปลาบปลื้ม ตอนนี้ก็มีเงินสำหรับค่าใช้จ่าย และเงินทุนสำรองแล้ว

ไม่นานนักเด็กทั้งสองก็กลับมา สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยคำถาม หมูหายไปไหน ทว่าคำสั่งของท่านพ่อทำให้ไม่มีใครถาม ในคราวเดียวกันก็เข้าใจแล้ว เหตุใดท่านพ่อถึงได้สั่งห้ามถาม ห้ามสงสัย ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้เอง

“พอดีมีพ่อค้าเนื้อเดินผ่าน เขาอยากได้ แม่ก็เลยขายไปแล้วน่ะ ดูสิ ได้มาตั้งแปดสิบตำลึงแน่ะ”

“อ๋อ ขอรับ”

“ท่านแม่จะซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อบรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน ม่านถงจึงชวนพูดเรื่องอื่นไปเสีย ตามที่ท่านพ่อบอก ไม่ถามอะไรเลยนั่นแหละดีที่สุด

“เราไปซื้อเสบียงเก็บไว้กันเถอะ ที่บ้านก็เหลือน้อยแล้ว แล้วก็ซื้อเกวียนล่อสักคัน เข้าเมืองแต่ละทีให้เดินแบบนี้ทุกครั้งก็คงไม่ไหว”

“ท่านแม่จะไปที่ใดก่อนขอรับ ซื้อเสบียงหรือเกวียน”

“ไปซื้อเกวียนกันก่อน แล้วค่อยหาซื้อเสบียง”

“ท่านแม่ซาลาเปาเจ้าค่ะ”

“ข้าไม่อยากกินแล้ว พวกเจ้าแบ่งกันกินเถอะ”

คำพูดที่เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร กลับทำให้ทั้งสองยิ่งซาบซึ้งใจมากยิ่งขึ้น ซือฮั่นมองตามแผ่นหลังเหมยกุ้ย พลางนึกถึงคำพูดของบิดาที่ว่า ที่นางทำไปทั้งหมดก็เพราะพวกเรา หรือว่ามันจะเป็นความจริง

เหมยกุ้ยที่เดินนำหน้าไปก่อน รู้สึกยุบยิบจนบรรยายไม่ถูก ความรู้สึกมันเหมือนกำลังถูกรักอย่างไรไม่รู้ ตรงนี้ก็มีแค่ตนกับเด็กสองคนที่มองนางราวกับนางยักษ์ คิดแล้วก็ส่ายหัว สงสัยจะเป็นบ้าคิดไปเองกระมัง

อีกทั้งก็อดสงสัยไม่ได้ ทำไมเมื่อครู่ถึงเชื่อสิ่งที่นางพูดทันที ไม่ถามไม่สงสัยอะไรบ้างเลยหรือ ต่างจากตอนที่เข้าป่ากับเนี่ยนจิน เจ้าเด็กนั่นถามตั้งแต่ก้าวเข้าป่า ยันกลับถึงบ้าน ต้องหาเหตุผลมาตอบเสียจนคอแห้ง

 กระนั้นไม่มีเวลาให้คิดมากมาย เมื่อยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่าง เหมยกุ้ยเดินซื้อของอย่างละนิดละหน่อย ราคาตามท้องตลาดแพงกว่าในระบบมาก ดังนั้นนางแค่ซื้อไปเพื่อบังหน้าก็พอ แล้วค่อยแอบซื้อของจากระบบใส่เพิ่ม ช่วยประหยัดเงินได้มากโข

นอกจากซื้อข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องปรุงต่าง ๆ รวมไปถึงเครื่องนุ่งห่มก็จำเป็น นางจึงเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุด ต่อไปนี้จะไม่ต้องทนดมผ้าห่มพันปี นอกจากกลิ่นแล้วก็ยังไม่ช่วยให้หายหนาวเลยสักนิด บางเสียจนมองเห็นฝ้ายข้างในด้วยซ้ำ

“ม่านถงขับเกวียนเป็น ท่านแม่กับน้องกลับไปก่อนเลยขอรับ ข้าจะเข็นรถลากกลับเอง”

“รถเข็นนั่นทิ้งไปเถอะ เรามีเกวียนแล้ว นั่งกลับบ้านให้สบายดีกว่า”

“แต่ว่า มันยังใช้ได้อยู่นะขอรับ” ซือฮั่นมองรถเข็นไม้ผุ ๆ นั้นด้วยความเสียดาย อย่างไรเสียมันก็ยังใช้ได้อยู่ จะทิ้งได้อย่างไร

“ทิ้งไปเถอะ เชื่อข้า ขนของขึ้นเกวียนให้เรียบร้อย แล้วไปทำหน้าที่คนขับซะ”

“ขอรับ”

ซือฮั่นและม่านถงรู้หน้าที่ ต่างคนก็ต่างแสร้งทำเป็นยุ่งวุ่นวาย ไม่สนใจมารดาที่กำลังทำทีเป็นว่าตรวจนับของ กระนั้นก็มิวายแอบชำเลืองมองเป็นครั้งคราว

เหมยกุ้ยฉวยโอกาสที่ไม่มีใครสนใจ ขายรถเข็นให้ระบบเสียเลย อะไรที่ขายได้นางก็จะขาย เงินทองใช่ว่าจะหามาได้ง่ายเสียที่ไหน

“ระบบข้าจะขายรถเข็นคันนี้”

ติ๊ง!

[โฮสต์คิดว่าระบบเป็นร้านรับซื้อของเก่าหรืออย่างไร] ระบบตอบกลับอย่างเหลืออด เพราะตั้งแต่เปิดใช้งาน ผู้ใช้ท่านนี้ก็เอาแต่ขายถ้วยแตกกับเศษซากไม้ผุพัง ยังไม่เห็นทำหน้าที่จริงจังสักครั้ง บางทีก็คิดว่าตนคิดผิดหรือเปล่า ที่เลือกหญิงคนนี้

“รับซื้อเถอะนะ ข้ายังมีลูกสามคนต้องเลี้ยง ไหนจะสามีที่กำลังป่วยอีก นะ ๆ ที่สำคัญข้ายังไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ ไม่รู้จะไปหาสินค้าดี ๆ จากที่ใดมาขายให้ รอสามีข้าหายดีก่อน รับรองข้าจะทำหน้าที่ให้ดีแน่นอน”

[ระบบจะอนุโลมให้เป็นครั้งสุดท้าย รับซื้อในราคายี่สิบอีแปะ]

“ข้าขาย!”

200 จิน = 100 กิโล

1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status