Share

ความสามารถพิเศษ

last update publish date: 2026-08-27 17:16:03

อู๊กกก...

เสียงที่ดังขึ้นบริเวณต้นไม้ใหญ่หลังตำหนักทำให้ไป่มู่ชิงค่อยๆ เดินเข้าไปหาพร้อมกับเห็นนกพิราบตัวสีขาวนวลเกาะกิ่งไม้พลางเอียงคอไปมา

“นี่รางวัลของเจ้า”

ไป่มู่ชิงหยิบหนอนตัวอวบอ้วนให้เจ้านกน้อย ก่อนจะปลดกระดาษแผ่นสีเหลืองเล็กน้อยที่ถูกม้วนผูกอยู่กับขามันออก

หญิงสาวถอยหลังมาทรุดนั่งลงบนโขดหินใหญ่ คลี่อ่านตัวอักษรที่เขียนมาอย่างเป็นระเบียบนั่นด้วยรอยยิ้ม

‘ไป่มู่ชิง

พี่อยู่ที่นี่ ได้รับความสะดวกสบายมากมาย แม้แต่ฝ่าบาทเองก็โปรดปรานพี่นัก ถึงกับขนาดเอ่ยปากว่าจะแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟยในวันขึ้นสิบห้าค่ำ และจะเลื่อนขั้นให้จางกุ้ยเฟยเลื่อนเป็นหวงกุ้ยเฟยอีกด้วย

เจ้าคงคิดว่าพี่จะเสียใจสินะ แต่ไม่เลย...พี่ยินดีที่จางกุ้ยเฟยจะได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงกว่า พี่มิปรารถนาจะขึ้นสู่จุดที่ผู้ใดต่างจับจ้องทั้งรักและเกลียดชัง เคยได้ยินไหมว่ายิ่งโดดเด่นเท่าไหร่ก็ยิ่งน่ากลัว

เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป มีผู้มาแสดงความยินดีกับพี่มากมาย พระสนมซิวหรง ส่งเครื่องลายครามสวยงามมาให้ แม้แต่กุ้ยเฟยเองก็ยังกล่าวแสดงความยินดี

เจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง เสด็จแม่และลู่อิงยังรังแกเจ้าอยู่หรือไม่ ดูแลตัวเองด้วยเล่า อย่าลืมส่งจดหมายอวยพรให้พี่ด้วย อีกมิเกินห้าวันฝ่าบาทจะส่งม้าเร็วนำความไปทูลเสด็จพ่ออย่างเป็นทางการ

ไป่ลู่อี้ พี่สามของเจ้า’

อ่านจบดวงตากลมโตก็เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ กระดิกปลายเท้าไหวๆ อย่างเกียจคร้าน

เป็นเรื่องที่น่ายินดีนักที่พี่สามได้รับความเมตตาจากฮ่องเต้แห่งถงเยว่ถึงเพียงนั้น

ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อแปดปีก่อน ที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างเด็กวัยเจ็ดขวบคนนั้นยังรู้สึกมึนงงไปหมด เคยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายในยุค 5.01 จู่ๆ ก็มาโผล่เอาในยุคโบราณ แถมยังไม่ใช่คนธรรมดาอีกด้วย

หลังจากที่กลายเป็นคนความจำเสื่อมอยู่หลายปี ในที่สุดนางก็ต้องยอมรับชะตากรรมและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ รวมไปถึงศึกษาเหตุการณ์ชีวิตของไป่มู่ชิงในอดีต

ที่นี่คือแคว้นเหอเป่ย เป็นเมืองขึ้นหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ถงเยว่ เจ้าแคว้นชื่อ ไป่ซีลู่ มีสนมชายาห้าคน มีโอรสธิดารวมกันสิบเอ็ด ไป่มู่ชิง คือองค์หญิงเก้าที่ถือกำเนิดจากชายารองเพียงคนเดียว

หลังจากที่มารดาของไป่มู่ชิงเสียชีวิตเพราะตกเลือดหลังคลอด ไป่ซีลู่ก็ยกให้พระชายาเอกเลี้ยงดู ต่อหน้าไป่ซีลู่นางคนนั้นช่างแสนดี แต่ลับหลังกลับหาเรื่องปวดหัวมาให้นางตลอดเวลา แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเลือกผ้าเพื่อตัดชุดในวันจงชิว!

พี่น้องคนอื่นๆ มิค่อยมีผู้ใดเข้ามาสุงสิงกับนางนัก คนสำคัญในชีวิตนางคงจะมีเพียงไป่ลู่อี้ องค์หญิงสาม บุตรคนโตของพระชายาเอกผู้ซึ่งมีสายเลือดเดียวกันกับไป่ลู่อิง

น่าเสียดายที่พี่น้องคู่นี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว คนพี่ช่างแสนดีช่วยเหลือนางเสมอมา ส่วนอีกคนก็ดูเหมือนจะว่างงานนักถึงได้หาเรื่องเหมือนถูกนางแย่งสามีไม่มีผิด

“องค์หญิง ขนมทังหยวน2 ที่ทรงรับสั่งสุกแล้วเพคะ”

เสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมปรากฏร่างบอบบางของเด็กสาวผู้หนึ่งประคองถาดขนมมาให้ด้วยความระมัดระวัง มองดูจดหมายในมืออีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้น

ไป่มู่ชิงกระตุกยิ้มเล็กน้อย นี่คือ หลี่หยู่ นางกำนัลประจำตัวที่อายุไล่เลี่ยกัน จำได้ว่าหลังจากที่ฟื้นขึ้นมานางกำนัลทั้งหมดก็ถูกไป่ซีลู่ไล่ออกจากตำหนัก โทษฐานที่ละเลยหน้าที่และรับนางกำนัลใหม่มา

ผู้อื่นล้วนปรนนิบัติตามหน้าที่ มีเพียงหลี่หยู่เท่านั้นที่ดูกระโดกกระเดกไปบ้าง แต่นางรู้สึกว่าอีกฝ่ายสามารถเป็นเพื่อนที่น่าไว้ใจได้

“องค์หญิงสามส่งจดหมายมาหรือเพคะ”

ถามอย่างตื่นเต้นดีใจ นับตั้งแต่เข้ามาถวายงานที่นี่ก็มีองค์หญิงสามและองค์หญิงเก้านี่แหละที่ดีต่อนางและเป็นเพื่อนเล่นกันมาหลายปี จนกระทั่งองค์หญิงสามถูกส่งไปถวายตัวกับฮ่องเต้ถงเยว่เมื่อสามปีก่อน พวกเขาก็ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมายเสมอมา

“ใช่ นางกำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นกุ้ยเฟยแล้ว ดูท่าทางพี่สามมีความสุขมากเลยทีเดียว”

“หม่อมฉันยินดีนัก”

ไป่มู่ชิงมองดูอีกฝ่ายที่ทำหน้าเศร้าแล้วก็ได้แต่ลุกไปจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้คล้ายจะปลอบประโลม หากแต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มซุกซน กล่าวออกมาเสียงเบา

“แต่ในใจเจ้ากำลังบ่นว่าอยากให้พี่สามกลับมานะ”

“องค์หญิง! แอบอ่านใจหม่อมฉันอีกแล้วนะเพคะ”

ทั้งคู่หัวเราะเบิกบาน หยิบขนมกินด้วยกันอย่างไม่ถือสา เรื่องที่องค์หญิงเก้าสามารถอ่านใจผู้คนได้จากการสัมผัสกาย มีเพียงไป่ลู่อี้ หลี่หยู่ และตัวนางเท่านั้นที่ล่วงรู้

ความสามารถพิเศษนี้ทำให้นางรู้สึกน้อยใจโชคชะตาอยู่บ้าง นอกจากจะใช้สัมผัสพิเศษนี่แกล้งนางกำนัลไปวันๆ แล้ว การที่อ่านใจแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้ายนั่นได้ ก็ไม่สามารถทำให้นางเอาคืนได้อยู่ดี

เฮอะ! ขอพลังวิเศษในการหายตัว หรือไม่ก็มีวิทยายุทธเก่งกาจไปเลยก็ไม่ได้ ตอนที่เพิ่งยอมรับชะตากรรมนั่นก็เคยให้พี่ชายคนหนึ่งสอนกำลังภายใน หากแต่เพิ่งจะใช้วิชาตัวเบาเป็นก็ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายจับติดแล้วกักบริเวณพี่ชายผู้น่าสงสารนั่นไปหลายวัน

‘เจ้าเป็นสตรีจะใช้กำลังเช่นบุรุษได้อย่างไร มิสู้เอาเวลาฝึกร่ายรำท่องโคลงดีกว่า’

นั่นเหมือนกับคำกล่าวด้วยความหวังดี หากแต่ความในใจที่สามารถสัมผัสได้นั่นคือ

‘ข้ามิมีวันให้เจ้าได้ทำสิ่งที่ชอบ อกแตกตายไปเลยยิ่งดี!’

หึ! ผู้หญิงคนนั้นเห็นว่านางชอบอะไรก็คอยเอาแต่ขัดแข้งขัดขานางเสียทุกเรื่อง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   Special -แฝดสกุลหลิว,หลานเซ่อ

    แฝดสกุลหลิว“เป็นเช่นไรบ้าง ยังรู้สึกเจ็บอยู่อีกหรือไม่”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างของพี่ชายนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ บุคคลที่อยู่เบื้องหน้ามีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับเขาทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว“ท่านจะบอกได้หรือยัง ว่าท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออันใด”หมอหลิวเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสิ้นหวัง ร่างกายท่อนล่างของเขาไม่สามารถขยับช่วยเหลือตัวเองได้อีก“เพราะเจ้าเป็นน้องชายของข้า”หมออู๋เอ่ยด้วยความสัตย์จริง ครั้งหนึ่งเขาเคยให้คำมั่นกับบิดา มิว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขอแค่เพียงน้องชายยังมีชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ไกลแค่ไหนก็จะปกป้องและมิยอมให้เขาได้กระทำสิ่งไม่ดีคนฟังชะงัก เบือนใบหน้าไปทางอื่น เอ่ยด้วยความขมขื่น“ทั้งๆ ที่ข้าทำกับท่านถึงเพียงนี้”ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาและพี่ชายเป็นบุตรของหมอใหญ่ในวังหลวง พวกเขาเรียนรู้วิชาการรักษาคน ศึกษาสมุนไพรและพิษต่างๆ เพื่อหวังจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงเช่นบิดาหากแต่เขามิได้คิดแค่นั้น...พี่ชายของเขาสามารถเรียนรู้ได้ไวกว่า เก่งกว่า ทั้งที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนเขาไม่กี่นาที จากนั้นความอิจฉาริษยาก็ครอบงำทำให้ความรักใคร่กลมเกลียวถูกทำลาย มีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   บทส่งท้าย - ไม่เป็นไร ข้าอยู่ข้างบน

    “เรื่องที่พวกขุนนางเสนอท่านวันนี้ ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง”ไป่มู่ชิงนั่งอยู่บนเตียงทองคำ มือลูบไล้หน้าท้องที่นูนเด่นของตัวเองอย่างเหม่อลอย บอกแล้วอย่างไรว่าการใช้ชีวิตในวังหลวงมิใช่เรื่องที่ควรทำเลยสักนิด!“อย่าสนใจไปเลย ข้าเคยให้คำสัญญากับเจ้าไปแล้วอย่างไรว่าข้าจะมิแต่งผู้ใดอีก”“ฮ่องเต้จะมีชายาเพียงคนเดียวได้อย่างไร ท่านก็เห็นมิใช่หรือว่าการรับสตรีเพื่อคานอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ท่านควรทำ”หญิงสาวกล้ำกลืนความน้อยอกน้อยใจ นอกจากกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแล้ว นางยังต้องเพิ่มความอดทนมากมายเพียงใดกับเรื่องนี้ หากนางไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว นางจะมิกลายเป็นคนใจร้ายเหมือนแม่เลี้ยงของนางหรอกหรือฉู่ซูเหยียนถอดเสื้อคลุมมังกรออก เดินเข้าไปประคองคนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง จุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ“ข้าเคยผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อเจ้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้าจะมิทำมันอีก”“แล้วท่านจะทำอย่างไร หากท่านมิยอมแต่งสนมอีก อาจจะสร้างความมิพอใจแก่ขุนนางได้”“หากเจ้าหมายถึงการรับสตรีเข้าวังหลังเพื่อคานอำนาจล่ะก็ ขอเวลาแค่เพียงสิบกว่าปีเท่านั้น พวกเขาจะได้ตามที่ขอมากมายแน่”คราวนี้คนฟังช้อนสา

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ดอกบัวบูชาเมีย?

    ยังไม่ทันที่จะได้สนทนาอะไรกันไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าตึกตักก็ดังเข้ามาหาพร้อมกับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่มีคราบเหงื่อติดอยู่บริเวณกรอบหน้า ดวงตาดูร้อนใจกว่าทุกที หากแต่ก็ยังสบตาท่านอ๋องเชิงคำถาม“กล่าวมาเถิด”ฉู่ซูเหยียนเอ่ยอนุญาตเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลว่าควรจะรายงาน บางอย่าง ต่อหน้าพระชายาหรือไม่“หมอหลวงหลิวและบุตรสาวหายตัวไปจากวังหลวงแต่มิมีผู้ใดพบสิ่งผิดปกติ ส่วนหมออู๋ที่ทำการรักษาอยู่ฝากจดหมายไว้ให้ท่านอ๋องฉบับหนึ่ง จากนั้นก็ขอปลีกตัวไปใช้ชีวิตตามเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฉู่ซูเหยียนปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากสตรีในอ้อมแขน เอื้อมไปรับจดหมายจากมือของหมางกั๋วที่ค่อยๆ ถามเสียงเบา“ท่านอ๋องมีคำสั่งให้ติดตามหมอหลวงหลิวไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง”ว่าแล้วก็โบกมือให้อีกฝ่ายออกไป มือก็สะบัดแผ่นกระดาษในมือครั้งหนึ่ง ข้อความสั้นๆ ก็ปรากฏออกมาสู่สายตา‘ขอบพระทัยท่านอ๋อง’ไป่มู่ชิงช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาที่ดำมืดนั่นอย่างพิจารณา หรี่ตาลงเอ่ยถามขึ้น“หมายความว่าอย่างไร”“หมออู๋คงจะเบื่อชีวิตในเมืองหลวงแล้วกระมัง” ว่าแล้วก็พับจดหมายวางลงบนโต๊ะ ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังมี

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ท่านอ๋องแพ้ท้อง

    หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ราชสำนักก็ระส่ำระส่าย ตำแหน่งขุนนางถูกผลัดเปลี่ยนจนเกือบหมด การสอบขุนนางถูกเลื่อนใกล้เข้ามาเพื่อคัดผู้มีความสามารถเข้ารับตำแหน่งโดยเร็วพร้อมๆ กับตำแหน่งองค์รัชทายาทที่เปลี่ยนแปลงอดีตองค์รัชทายาทฉู่เหวินหง พระชายาซูเสี่ยนและเหล่าขุนนางบางส่วนที่สนับสนุนการก่อกบฏบางส่วนถูกจองจำอยู่ในคุกหลวง บางคนที่มีหลักฐานมิมากพอก็ทยอยกันลาออกจากราชการไปเสียเองทางด้านหมอหลวงหลิวยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงหมอในการดูแลของหมออู๋ที่ฉู่ซูเหยียนส่งเข้าไปในภายหลัง บาดแผลจากคมกระบี่ของฉู่เหวินหงถูกอวัยวะสำคัญ ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่นานและมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกทางด้านพระสนมซิวหรงนั้น หลังจากที่ล้างมลทินได้ นางก็หลีกหนีความวุ่นวายไปบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ฮ่องเต้หายจากอาการประชวรฮ่องเต้เองก็มีอาการดีขึ้น เริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างได้บ้างแต่ยังมิสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ อีกไม่กี่วันราชโองการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในวังหลวงและจวนชินหวังฝู่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมากมายแม้แต่ในเรือนเหอฮวาซึ่งเป็นสถานที่รโหฐานของท่านอ๋องและพระชายาก็เช่นกัน

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ข้ากำลังถูกบอกรัก?

    “ข้ามิเป็นอันใด”ไป่มู่ชิงเอ่ยตอบหลี่หยู่ที่เข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง สายตามองตรงไปเห็นหมางกั๋วกำลังเข้าใกล้มาพร้อมกับรถม้าที่แสนธรรมดา ไร้การตกแต่งใดๆ ไม่มีเครื่องหมายแสดงถึงจวนชินหวังฝู่เลยแม้แต่น้อย หากฉู่ซูเหยียนต้องการหย่านางขอเพียงเอ่ยต่อหน้าผู้อาวุโสห้าคนเป็นอันใช้ได้“พวกเราไปกันเถิด” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้ออยู่บ้าง ทว่าคนฟังทั้งสองกลับมิสามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยท่ามกลางความเงียบนั่นจู่ๆ ไป่มู่ชิงกังเกตได้ถึงความผิดปกติ จู่ๆ ผู้คนภายนอกต่างเบิกตาโตพูดคุยกันอื้ออึง สีหน้าของหมางกั๋วเองก็ดูเหมือนจะมิค่อยดีนัก“เสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ”หญิงสาวมองดูท่าทางเร่งรีบนั่นแล้วก็หรี่ตาลงอย่างจับผิด“เกิดอันใดขึ้น มีผู้ใดมาเช่นนั้นหรือ”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ”ทันทีที่พูดจบประโยคร่างสง่างามของพระชายาก็ย่ำเท้าเข้ามาหาเร็วๆ ยกมือหนึ่งขึ้นแตะท่อนแขนอีกฝ่ายแล้วกัดฟันแน่น‘ต้องรีบไปจากที่นี่ คนขององค์รัชทายาทกำลังมาที่จวนแน่’“เหตุใดองค์รัชทายาทส่งคนมา เรื่องนี้ท่านอ๋องทราบหรือไม่”หมางกั๋วใบหน้าเหวอหวาด้วยความตกใจ ครั้นหันไปทางหลี่หยู่ก็พบว่าอีกฝ่ายก็จ้องเขาเขม็งอย่างคาดคั้น “หากเจ้ามิพูด ข้าจะก

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ทาสภรรยา

    ความมืดมิดค่อยๆ เลือนหาย มีแสงสว่างเข้ามาแทนที่นั้นทำให้ไป่มู่ชิงลืมตาขึ้นด้วยใบหน้าง่วงงุนคล้ายกับคนยังนอนไม่เต็มอิ่มภาพและบทสนทนาเมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำทีละฉากจนต้องหันขวับไปมองข้างกาย แต่แล้วบุคคลที่คิดว่าควรจะอยู่เคียงข้างนางในตอนนี้มีเพียงแค่ความว่างเปล่า“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เสียงของหลี่หยู่ทำให้ภวังค์ความคิดหยุดลง ดวงตากลมโตช้อนสายตาขึ้นมองร่างของนางกำนัลที่ก้าวย่างเข้ามาหา ทว่านัยน์ตากลับเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อเห็นอีกฝ่ายลอบยิ้มไป่มู่ชิงถึงได้เอ่ยถาม“เมื่อคืนเจ้าไปนอนที่ไหนมา”“เรือนเหอฮวาเพคะ”หลี่หยู่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีอาการของความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย จนคนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูท่าทางหมางกั๋วจะเกลี้ยกล่อมคนของนางให้แปรพรรคไปเรียบร้อยแล้ว!ไป่มู่ชิงมีท่าทีอึกอัก อยากจะถามถึงบุรุษผู้นั้นว่าน้อยใจจนหนีไปเสียแล้วหรือ?หลี่หยู่ที่ลอบสังเกตอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นได้แต่ซ่อนความรู้สึกขบขัน“ท่านอ๋องกลับไปประทับที่เรือนเหอฮวาตั้งแต่เช้า อาการมิดีเท่าไหร่นักเพคะ”“เป็นอะไร” ถามขึ้นแทบจะทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ“หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องดูมิค่อยสบายนัก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status