Home / รักโบราณ / เปิ่นหวางเฟย 八王妃 / ยังจะแกล้งหลับต่ออีก

Share

ยังจะแกล้งหลับต่ออีก

last update publish date: 2026-09-08 22:26:47

ที่แท้...

“ท่านอ๋องโปรดเมตตา หม่อมฉันเพียงจะช่วยพระองค์ถอดเสื้อผ้าออกเท่านั้นเพคะ”

ไป่มู่ชิงรีบทรุดลงบนพื้น แสร้งบีบเค้นน้ำตามากมายทั้งที่ภายในใจเต็มไปด้วยความฉงน ความคิดของอีกฝ่ายที่นางได้ยินเต็มไปด้วยความกังวลใจและเศร้าหมอง

คนที่วางยาคือองค์รัชทายาทเช่นนั้นหรือ?

เพราะอะไรกันเล่า...

นัยน์ตาไป่มู่ชิงเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แต่ถึงกระนั้นก็พยายามซุกซ่อนมันไว้ เหลือเพียงร่างกายอันสั่นเทาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“ผ้าชุบน้ำได้มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงวิ่งตึกตักพร้อมทั้งปรากฏร่างของหมางกั๋วที่หน้าประตูทำให้หญิงสาวลอบถอนหายใจในขณะที่ฉู่ซูเหยียนยังคงจ้องมองนางเขม็งด้วยความไม่ไว้วางใจ

ในที่สุดชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง

“กลับไปได้แล้ว”

“เพคะ”

ไป่มู่ชิงรีบขานรับคำเขาก่อนจะกุลีกุจอเดินออกไปคล้ายกับจะหวั่นเกรงเขา หากแต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

หากองค์รัชทายาทเป็นฝ่ายวางยาฉู่ซูเหยียน ก็แสดงว่าพวกเขามีปัญหากันมาก่อน ศึกชิงบัลลังก์เช่นนั้นหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า ในเมื่อฮ่องเต้เองก็แต่งตั้งฉู่เหวินหงไปแล้วนี่

ช่างเถิด!

หญิงสาวตอบตัวเองเช่นนั้น คิดแค่ว่าตอนนี้เรื่องพี่สามยังไม่มีเบาะแสใดๆ เพิ่มเติมก็แย่อยู่แล้ว อย่าเอาปัญหาเรื่องอื่นมาคิดให้มากความ ศึกภายในครอบครัวของเขาก็แล้วไปเถอะ

ว่าแต่องค์รัชทายาทวางยาผู้ชายขี้เก๊กคนนั้นได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้นางกับเขาก็ตัวติดกันตลอด แม้แต่อาหารที่ร่วมรับประทานยังเป็นอาหารในจานเดียวกัน เหตุใดนางถึงไม่มีอาการอะไรเล่า

เว้นก็เสียแต่...

จู่ๆ ภาพของอาหารมงคลจานสุดท้ายก็ผุดขึ้นมาในสมอง หัวใจหมูจานนั้นที่ฉู่ซูเหยียนสั่งให้นางป้อนใส่ปากให้เขา หากแต่เขากลับมองนางด้วยท่าทีแปลกประหลาดและไม่ยัดใส่ปากนางสักคำ

นางคิดว่าเขาเพียงไม่อยากเห็นนางอาเจียนออกมา มิเช่นนั้นทั้งนางและเขาล้วนต้องเสียหน้าต่อนางกำนัลขันทีเป็นอย่างมาก

เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขารู้อยู่แล้วว่าอาหารในจานนั้นไม่ปกติ

-----------------------------------------------------------------------------------

“องค์หญิงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ”

หลี่หยู่ที่แอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกลรีบก้าวออกมาเมื่อเห็นองค์หญิงเก้าเดินออกมาจากเรือนใหญ่

“ข้ามิเป็นอะไร”

ไป่มู่ชิงยักไหล่ให้ครั้งหนึ่ง ได้แต่เหน็บในใจว่ามีแต่ผู้ชายขี้ระแวงคนนั้นแหละที่เกือบเอาตัวไม่รอด!

หลี่หยู่ถอนหายใจพร้อมกับเข้าไปช่วยประคอง

“หม่อมฉันช่วยเพคะ”

“อืม”

หญิงสาวตอบในลำคอเบาๆ พลางเดินตรงไปยังเรือนเซียงอี้ อันเป็นเรือนรับรองที่ฉู่ซูเหยียนยกให้เป็นที่พักของนาง

หากแต่ยังเดินไปไม่ถึงสิบก้าวด้วยซ้ำ จู่ๆ หางตาก็หันไปเห็นก้อนกลมๆ สีฟ้าก้อนหนึ่งใต้ต้นไม้ ระยะไม่ใกล้ไม่ไกลอีกทั้งมีเพียงแสงจากตะเกียงรำไรทำให้นางไม่แน่ใจว่าคือก้อนอะไรกันแน่

“อะไรหรือเพคะ”

หลี่หยู่เอ่ยถาม เมื่อจู่ๆ องค์หญิงเก้าก็หยุดเดินแล้วพยายามเพ่งมองไปยังจุดๆ หนึ่งที่อยู่ห่างออกไป

“ชู่ววว”

ไป่มู่ชิงยกมือแตะปากก่อนจะคว้าตะเกียงเดินเข้าไปหา จากนั่นร่างลูกนกน้อยที่พยายามกระพือปีกอยู่บนพื้นดินก็ปรากฏเข้ามาในสายตา ยิ่งเสียงฝีเท้าของมนุษย์ใกล้เข้ามามากเพียงใด ปีกที่อ่อนแรงก็พยายามกระเสือกกระสนมากขึ้นเท่านั้น

“ไม่ต้องกลัว ข้ามิทำอันตรายเจ้า”

ไป่มู่ชิงเอ่ยเบาๆ พร้อมกับค่อยๆ ใช้มือช้อนร่างแผ่วเบาราวปุยนุ่นก้อนหนึ่งขึ้นมา ดวงตาใสดุจแก้วจับจ้องด้วยความตระหนกอยู่บ้าง

“จิ๊บ...จิ๊บ”

ร่างของนกน้อยยังคงสั่นเทา พยายามหาทางจะหนีออกไปให้พ้นจากมืออุ่นนิ่มตามสันชาตญาณ

“นกนี่เพคะ”

“มันคงจะตกลงมาจากด้านบน”

ว่าไปแล้วก็ช้อนสายตาขึ้นมองบริเวณกิ่งไม้กิ่งหนึ่งที่อยู่เบื้องบนพร้อมกับก้มลงมองชุดของตนเองว่าควรจะปีนขึ้นไปส่งนกน้อยตัวนี้กลับรังดีหรือไม่

“ปีกมันบาดเจ็บนี่เพคะ”

หลี่หยู่ตาโต ร้องบอกเจ้านายเป็นการใหญ่เมื่อเห็นปีกข้างหนึ่งที่พยายามกระพือออกดูบิดเบี้ยวผิดปกติ

“จริงด้วย!”

ไป่มู่ชิงพยายามพิจารณาอย่างละเอียด ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าควรจะพาเจ้านกน้อยนี่กลับที่พักไปก่อน รอให้แข็งแรงกว่านี้แล้วนางค่อยนำมาส่งคืน

“จิ๊บ...จิ๊บ”

และดูเหมือนว่าเจ้านกน้อยจะยังไม่วางใจ ถึงได้ส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งเพื่อหาทางเอาตัวรอด

“เชื่อมือข้าเถอะ ไม่กี่วันเจ้าต้องหายดีแน่”

------------------------------------------------------------------------------------------

“กราบทูลพระชายา ร่างกายท่านอ๋องแปดเพียงใช้งานหักโหมมากเกินไปเท่านั้น กระหม่อมเขียนเทียบยาบำรุงไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงรายงานของหมอหลวงหลิวทำให้ไป่มู่ชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เหลือบมองไปยังฉู่ซูเหยียนที่ยังนอนหลับตาอยู่บนเตียง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังสังเกตเห็นถึงขนตาเป็นแพที่กระพือไหว

หมอนั่นไม่ได้หลับจริงนี่นา!

ไป่มู่ชิงย่นหน้าลง

“ขอบใจเจ้า”

หมอหลวงหลิวโน้มกายลงพร้อมกับส่งกระดาษแผ่นหนึ่งออกไปให้

หมางกั๋วที่รอรับอยู่ข้างๆ

หากแต่ในขณะที่หมอหลวงหลิวกำลังหยัดตัวขึ้นยืน ไป่มู่ชิงก็เอ่ยถามออกมา เมื่อคิดขึ้นได้ว่าไม่ใช่ฉู่ซูเหยียนป่วยเพียงผู้เดียว

“ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”

โครม!

ตะกร้ายาในมือหล่นลงพื้นจนกระจัดกระจาย ใบหน้าหมอหลวงหลิวดูกระอักกระอ่วนขึ้นจนหญิงสาวลอบขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“กราบทูลพระชายา พระอาการเก่าทรงกำเริบ ตอนนี้ได้รับโอสถ พักผ่อนอยู่ที่ตำหนักเฉียนชิงพ่ะย่ะค่ะ” ถึงแม้แววตาจะดูตื่นตระหนกเล็กน้อย หากแต่ยังคงน้ำเสียงฉะฉานและมั่นคง

หญิงสาวพยักหน้ามองดูบุรุษวัยกลางคนที่กุลีกุจอเก็บสมุนไพรที่หล่นไปทั่วพร้อมทั้งย่อตัวลง เอื้อมมือไปจับใบไม้สีเขียวแก่ใบหนึ่ง

“พระชายา...”

“ข้าเพียงจะช่วยเจ้าเท่านั้น”

ไป่มู่ชิงมองดูใบหน้าซีดขาวของหมอหลวงหลิวที่หลุบตาต่ำแล้วก็ได้แต่ขบเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด เหตุใดนางถึงได้รู้สึกว่าชายผู้นี้กำลังเกรงกลัวอะไรบางอย่างอยู่ นางมิได้ดุเขาเสียหน่อย!

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงหลิวก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเอื้อมมือออกมารับสิ่งที่ไป่มู่ชิงส่งกลับมาให้

‘แย่แล้ว! พระชายามีความรู้เรื่องสมุนไพรนี่หรือไม่’

เพียงเสี้ยวที่สัมผัสถูกเพียงปลายนิ้วมือเสียงหนึ่งก็ก้องเข้ามาในความคิดจนหญิงสาวต้องลอบมองหมอหลวงหลิวที่มีเหงื่อผุดพรายไปทั่วใบหน้า คราวนี้แววตาของนางจึงแฝงความไม่ไว้วางใจอยู่บ้าง

“ยาของใครหรือ”

“สมุนไพรบำรุงร่างกาย ใช้ปรุงโอสถให้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

 “ยาพวกนั้นคงจะเป็นของดีมาก เอาไว้เจ้าปรุงมาบำรุงร่างกายข้าบ้างเถิด”

“พ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงหลิวตอบพร้อมกับพ่นลมหายใจ ลองพระชายาเอ่ยเช่นนี้แล้วคงจะไม่ได้เคลือบแคลงสงสัยอันใด

ไป่มู่ชิงมองดูแผ่นหลังของหมอหลวงหลิวที่เดินจากไป จากนั้นจึงละสายตาแล้วก้าวเข้ามาหาบุรุษร่างใหญ่ที่ยังนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงท่ามกลางใบหน้าที่แสนลำบากใจของหมางกั๋ว

หญิงสาวก้มหน้าลงมองดูคนที่นอนแน่นิ่งคล้ายจะสิ้นลมไปแล้วพลางกระตุกริมฝีปาก

“ท่านอ๋องเพคะ”

ฉู่ซูเหยียนขนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ว่าใบหน้าของนางอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองคืบ ชายหนุ่มพยายามถอนลมหายใจออกมาช้าๆ โดยไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมอง ขอเพียงให้นางเข้าใจว่าเขานอนหลับไปแล้ว เดี๋ยวนางก็ออกไปเองนั่นแหละ!

สตรีผู้นี้มีอะไรหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจนัก และเวลานี้ร่างกายเขาก็ไม่สมควรที่จะไปต่อกรกับนาง พิษที่ได้รับมาเมื่อวานมันบั่นทอนพละกำลังเขามากจริงๆ

ยัง...

ยังจะไม่ตื่นอีก...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลงโทษนาง!

    แต่นางไม่มีเวลาแล้ว...ในที่สุดก็ตัดสินใจเหาะเหินเข้าไป ลักลอบเข้าไปในซอกหนึ่งก่อนจะถอดชุดบุรุษที่คลุมร่างออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นชุดนางกำนัลที่ใส่ไว้ภายในใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น ตำหนักของพระสนมไป่ก็ปรากฏเข้ามาในสายตา หันซ้ายขวาก็ไม่เห็นมีใคร!ไหนฉู่ซูเหยียนบอกเอาไว้ว่าฝ่าบาทรับสั่งให้มีการเฝ้าตำหนักเอาไว้...ถึงแม้ความคิดจะผุดขึ้นมาเช่นนั้น หากแต่ร่างบอบบางก็เข้าไปภายในอย่างง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ พยายามสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นของบางอย่างประกายแวววับอยู่ใต้ต้นเหมย มีผืนหญ้ายาวๆ ปกคลุมอยู่“ปิ่นของใคร”ไป่มู่ชิงพึมพำกับตัวเอง หยิบปิ่นทองคำสลักลวดลายบุปผาขึ้นมาดูแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวในอย่างเงียบๆ ย่างเข้าไปใกล้ประตูตำหนักที่ถูกลงกลอนเอาไว้ยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งทวีความสงสัย โซ่ที่คล้องเอาไว้มิได้ล็อกกุญแจ แบบนี้หากต้องการจะเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากมือเล็กพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ปลดโซ่ที่พันธการประตูออกก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็วหมับ!ฟิ้วว!!“อื้อ!”จู่ๆ ร่างเล็กก็ถูกกอดรัดจากข้างหลัง มือหยาบข้างหนึ่งปิดปากนางไว้แน่นพร้อมกับลากตัวนางออกไปจากตำหนัก เมื่อนางดิ้นรนหนักเ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลักลอบเข้าตำหนัก

    ‘คนยืนพูดไม่ปวดเอว’“มิเป็นนางย่อมมิเข้าใจหรือ”ไป่มู่ชิงพึมพำออกมาเสียงเบา ข้อความบนแผ่นกระดาษที่จางกุ้ยเฟยเขียนให้นางมีเพียงเท่านี้จริงๆแต่นั่นกลับทำให้หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่น ในใจรู้สึกเชื่อมั่นไปมากกว่าครึ่งว่าจางกุ้ยเฟยย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของไป่ลู่อี้อย่างแน่นอนหญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเอากระดาษแผ่นที่ได้จากตำหนักเฉียนชิงออกมา คราวนี้ถึงได้มีสีหน้าไม่สบายใจเป็นทวีคูณลายมือที่ปรากฏอยู่ในกระดาษสวยงามทั้งคู่ ทว่ากลับมิใช่ลายมือเดียวกัน...แล้วตกลงจางกุ้ยเฟยเป็นคนดีหรือร้ายกันแน่!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงในขณะที่หลี่หยู่นิ่วหน้า“พระชายา...”“ข้าคิดว่าข้าต้องหาโอกาสเข้าไปที่ตำหนักพี่สามสักครั้ง”“พระชายาจะเข้าไปได้อย่างไรกัน การเข้าวังแต่ละครั้งมิใช่เรื่องง่าย มิหนำซ้ำท่านอ๋องยังมิเคยมีท่าทีโปรดปรานท่านเลย”ไป่มู่ชิงขบกัดริมฝีปาก นิ้วก็เคาะลงบนเตียงอย่างครุ่นคิด“หากเข้าไปอย่างถูกต้องมิได้ เราก็อย่าให้ผู้ใดรู้สิ”----------------------------------------------------------หลายชั่วยามแล้ว ก็ยังมิมีผู้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   พระชายาคงไม่มีความลับต่อสามี

    “เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”เสียงเล็กแหลมคล้ายเด็กทารกพูดอ้อแอ้นั่นทำให้ไป่มู่ชิงที่กำลังจะเตรียมตัวกระโดดลงหันขวับมามอง เห็นหลานเซ่อกำลังอ้าปากพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะนั่นแล้วก็ได้แต่เบิกตาโตนกแก้วหรือ สีแบบนี้จะใช่มาคอร์หรือเปล่า ในโลกอนาคตนกแก้วชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง นางควรเปลี่ยนใจนำกลับไปเลี้ยงดีหรือไม่!“พระชายาเพคะ มีคนกำลังมา”ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของหลี่หยู่ก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ข้ารู้แล้ว” ไป่มู่ชิงร้องตอบ เหลือบมองหลานเซ่อที่เอียงคอมอง “หลานเซ่อ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ”พูดจบก็กระโดดตุ๊บลงมาเบื้องล่าง“หยู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยพูดเรื่องเข้าวังให้หลานเซ่อได้ยินบ้างหรือไม่”หลี่หยู่เบิกตากว้างก่อนจะละล่ำละลั่กตอบเสียงเบา“หม่อมฉันเพียงพูดออกมาลอยๆ เท่านั้นเพคะ ว่าจะช่วยพระชายาหาทางเข้าวังได้อย่างไร” ว่าแล้วก็ยิ้มแห้ง แต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มีอันใดหรือไม่เพคะ”“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ไป่มู่ชิงโบกมือไหวเมื่อเห็นผู้คนราวๆ หกคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเคลือบแคลงสงสัยเหตุใดจางกุ้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

    “ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง“อืม”หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วนเหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวรหลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อยฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   หนังสือสั่งเสีย

    ตลอดทางกลับจวนชินหวังฝู่ ไป่มู่ชิงลอบสังเกตอากัปกิริยาของฉู่ซูเหยียนที่เอาแต่นั่งหลับตาพิงหน้าต่างไม้ตลอดทาง ไร้ซึ่งแววตาและน้ำเสียงที่คอยข่มขู่นางเช่นเคยหญิงสาวยกมือกอดอก ฮัมเพลงเบาๆนอนหลับนิ่งๆ อยู่แบบนี้ ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ!“สิ้นฤทธิ์แล้วสิท่า!”ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนชินหวังฝู่ บุรุษที่นางคิดว่ากำลังโบยบินอยู่ในความฝันกลับลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมๆ กับไป่มู่ชิงที่ใบหน้าเหวอหวา ถ้าเขารู้ตัวเร็วขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลับ สิ่งที่นางกล่าวออกไปเมื่อครู่เขาจะได้ยินหรือไม่!เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะปลอบใจตัวเองนัก...หญิงสาวก้มหน้าลงลอบถอนลมหายใจ หรี่ตามองเขาเล็กน้อยฉู่ซูเหยียนเหลือบมองร่างบอบบางพลางเค้นเสียงในลำคอขึ้นครั้งหนึ่ง เรื่องที่นางเอ่ยวาจาหมิ่นเขาเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะลงโทษนาง“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมๆ กับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่รอรับเจ้านายของตนเองอยู่เบื้องล่างฉู่ซูเหยียนพยายามควบคุมลมปราณเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพิษที่ได้รับเข้าไปจะยังถูกกำจัดออกไม่หมด“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง”เสียงของหลิวอี้ถ่งดังขึ้นด้านข

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   กลับจวน

    เกือบแล้ว...เกือบถูกจับติดแล้ว!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยมทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านจะไปไหน”ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status