แชร์

5 การกลั่นแกล้ง

ผู้เขียน: รอรีวัน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 18:22:37

 

พานเยี่ยนซินตั้งใจวาดภาพอย่างสุดฝีมือ ปรากฏเป็นภาพของนกยูงรำแพนท่ามกลางต้นดอกเหมยสีชมพูสดใส ภาพนกยูงสองตัวเคียงข้างกันวิจิตรงดงามยิ่งนัก ราวกับมีชีวิต อีกทั้งสีสันที่ใช้ก็สวยงามเข้ากันเป็นอย่างดี

“ตายจริงคุณหนูห้า ภาพของท่านงดงามเหลือเกิน” ท่านหญิงตานอิง ธิดาจวนอ๋องที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ห่างกันนัก มองภาพของตนเองแล้วเปรียบเทียบกับภาพของคุณหนูห้าก็หดหู่ใจนัก

“ขอบคุณท่านหญิงตานอิงเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะได้มองภาพของท่านหญิงตานอิงได้ชัดเจน “ของท่านหญิงก็งดงามเช่นกันเจ้าค่ะ”

“เฮ้อ... อย่าพูดเลย” ซูตานอิงมองไปยังเสด็จย่าของตนเอง ครั้นเมื่ออีกฝ่ายผินพระพักตร์ไปทางอื่น นางก็แกล้งทำน้ำชาหกใส่ภาพของตนเอง “ตายแล้วจวงกงกง ผลงานของข้าคงส่งให้พระพันปีทอดพระเนตรไม่ได้แล้ว”

“พ่ะย่ะค่ะ” จวงกงกงเดินมาถึง น่าเสียดายที่จับมิได้คาหนังคาเขา ท่านหญิงผู้นี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

ซูตานอิงส่งยิ้มให้จวงกงกงแล้วหันกลับมาชื่นชมภาพของคุณหนูพานต่อ

“คุณหนูพาน... ภาพนั้น...”

“ได้เจ้าค่ะ... หากประกวดเสร็จแล้วข้าจะขายให้ท่าน” พานเยี่ยนซินรู้ดีว่านางต้องการสิ่งใด

“ดี!”

ในอีกฟากหนึ่ง ผู้คนก็ชื่นชมภาพของไป๋ซูเอ๋อ เหล่าคุณหนูแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ไป๋ซูเอ๋อวาดเป็นกิ่งหลิวและนางแอ่นคู่ ใช้สีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อารมณ์ของภาพสื่อถึงความอ่อนโยนและนอบน้อมราวกับกิ่งหลิวที่ลู่ลม

“เจ้าว่าภาพของคุณหนูไป๋หรือคุณหนูพาน ของใครงดงามกว่ากัน” หนึ่งในคุณหนูพูดขึ้น

“ข้าชอบสีสันในภาพของคุณหนูพาน พวกเจ้าดูสิ ภาพนกยูงที่นางวาดออกมางดงาม” คุณหนูผู้นั้นหยุดแล้วจึงเอ่ยต่อ “จริงสิ ข้านึกออกแล้วว่านกยูงตัวนี้เหมือนกับสิ่งใด”

“เหมือนกับสิ่งใดงั้นหรือ”

“ก็ปิ่นปักผมของพระพันปีอย่างไรเล่า ดูสิ”

“จริงด้วย... เหมือนกับของพระนางจริง ๆ ราวกับว่ามันมีชีวิตเลย”

“ไม่หรอก ข้าคิดว่า...ภาพของคุณหนูพานสีสันฉูดฉาดเกินไปจนแสบตา ผู้ที่ชนะในวันนี้ควรจะต้องเป็นคุณหนูไป๋อย่างแน่นอน เรียบง่ายและอ่อนโยน”

ภาพวาดของทั้งสองคนเป็นที่โต้เถียงกันของเหล่าคุณหนู พานเยี่ยนซินฟังแล้วก็มั่นใจว่าในวันนี้ตนจะต้องเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน ผู้เป็นบุตรสาวมองไปยังที่นั่งของมารดา อีกฝ่ายพยักหน้าให้ พานเยี่ยนซินเห็นสีหน้าที่ผ่อนคลายของท่านแม่ นางก็ผ่อนคลายไปด้วย

เมื่อหมดเวลา จวงกงกงก็กล่าวเชิญให้คุณหนูทุกท่านเดินกลับไปนั่งที่

“เอาล่ะ หมดเวลาแล้ว ขอให้สาวใช้ของคุณหนูทุกท่านนำภาพของเจ้านายตนเองขึ้นมาส่งเพื่อให้พระพันปีและองค์รัชทายาทพิจารณาตัดสิน”

ในหมู่ของสาวใช้และนางกำนัล สายตาของพานเยี่ยนซินมองไปยังอาเสว่ อีกฝ่ายยิ้มให้เจ้านายตนเองอย่างภาคภูมิใจ แต่เมื่อมองเลยอาเสว่ไปนั้นเป็นสาวใช้ของไป๋ซูเอ๋อ จู่ ๆ พานเยี่ยนซินก็มีลางสังหรณ์แปลก ๆ อีกฝ่ายมองไปยังคุณหนูของตนเอง พานเยี่ยนซินหันไปมองตาม พวกเขาส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้แก่กัน

สาวใช้ของไป๋ซูเอ๋อเดินนำหน้าอาเสว่ของนาง เพราะเจ้านายของนางอยู่ถัดไปอีกสองสามแถว ในขณะที่อาเสว่กำลังเดินมาที่โต๊ะวาดภาพของเจ้านายตนเองนั้น สาวใช้ของไป๋ซูเอ๋อที่เดินนำก็ล้มลง มือไม้ปัดไปโดนโต๊ะวาดภาพของไป๋ซูเอ๋อ น้ำที่ใช้ล้างหมึกและหมึกสีต่าง ๆ ที่ยังไม่หมดหกกระจายทำลายรูปภาพนกนางแอ่นของนาง จนเสียหายยับเยิน

“กรี๊ด.....”

เสียงกรีดร้องของสาวใช้ ตามมาด้วยเสียงข้าวของหล่นหกกระจัดกระจาย และถ้อยคำต่อว่า

“คุณหนูพาน... เหตุใดต้องกลั่นแกล้งคุณหนูของข้าด้วย”

พานเยี่ยนซินและอาเสว่มองตากันปริบ ๆ

“ข้า... ข้าทำอะไร” พานเยี่ยนซินเมื่อถูกปรักปรำก็เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ท่าน... ก็ท่านสั่งให้สาวใช้ของท่านขัดขาข้าอย่างไรเล่า นางเดินตามหลังข้ามา แล้วก็ขัดขาจนข้าสะดุดล้ม จนทำให้ภาพวาดของคุณหนูของข้าเสียหาย”

ทันทีที่สิ้นประโยคนั้น เหล่าคุณหนูคนอื่น ๆ ก็มองไปที่พานเยี่ยนซินและอาเสว่เป็นตาเดียวกัน

“ปรักปรำกันเกินไปแล้ว ข้ายังไม่ทันได้ไปแตะตัวของเจ้าเลย” คราวนี้เป็นอาเสว่ที่แก้ต่างให้ตนเอง

“เสี่ยวจิ้ง... เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่” ไป๋ซูเอ๋อบีบน้ำตาได้อย่างรวดเร็ว นางเข้าไปช่วยประคองสาวใช้ของตนเองให้ลุกขึ้นยืน ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ “หากท่านไม่ชอบข้าก็ควรจะมาลงที่ข้า สาวใช้ของข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”

“ข้า... ข้าทำอะไรท่าน” พานเยี่ยนซินยังคิดไม่ทัน จึงไม่เข้าใจ

“ดูสิ ภาพวาดของคุณหนูไป๋เปื้อนหมดแล้ว” คุณหนูอีกคนชูกระดาษที่เปื้อนน้ำและหมึก จนมองแทบไม่ออกว่าภาพเดิมที่วาดนั้นเป็นอะไร

“ข้าว่า... คุณหนูพานห้า... คงจะกลัวว่าคุณหนูไป๋จะเป็นผู้ชนะนางในวันนี้แน่ ๆ นางจึงสร้างอุบายชั้นต่ำเช่นนี้”

คำพูดของคุณหนูผู้นั้นที่เข้าข้างไป๋ซูเอ๋อเป็นทุนเดิมยิ่งส่งเสริมให้เรื่องการรังแกน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก

“ฮึก... ฮึก... ไม่คิดเลย... ว่าคุณหนูพานจะเป็นคนเช่นนี้” ไป๋ซูเอ๋อร้องไห้น้ำตาคลอหน่วย ใครเห็นแล้วก็ต่างเวทนาและสงสาร

“ข้าไม่เห็นว่าภาพของคุณหนูพานจะด้อยกว่าคุณหนูไป๋ตรงไหน ไม่ใช่ว่านางกลัวว่าตนเองจะพ่ายแพ้แก่คุณหนูไป๋ แล้วตั้งใจทำลายภาพของตนเองหรอกหรือ” ท่านหญิงตานอิงที่เฝ้ามองเหตุการณ์มาสักพักแล้วเป็นผู้พูดขึ้น

พานเยี่ยนซินมองไปยังซูตานอิงที่ออกหน้าช่วยเหลือ

พื้นที่วาดภาพเกิดความวุ่นวายย่อม ๆ  เพราะจวงกงกงไม่เห็นว่าเหล่าคุณหนูจะนำภาพมาส่งเสียทีจึงตามมาดู จึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นขอรับ เหตุใดภาพจึงยังไม่ถูกส่งไปเสียที” เขาเอ่ยถามแล้วจึงได้เห็นไป๋ซูเอ๋อหลั่งน้ำตา “คุณหนูไป๋ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”

ไป๋ซูเอ๋อมองไปยังพานเยี่ยนซิน น้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าภาพวาดของข้าจะถูกคนกลั่นแกล้งจนเสียหาย จวงกงกง วันนี้ข้าคงส่งงานให้พวกท่านไม่ได้”

จวงกงกงมองไปยังพานเยี่ยนซินก็เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี เขาเดินไปดูภาพวาดที่เปื้อนสีของคุณหนูไป๋

“เอาเถิด ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อย่างไรท่านก็นำมาส่งเถิด เรื่องนี้ข้าจะไปกราบทูลพระพันปีเอง” เขาพูดพลางมองมายังพานเยี่ยนซิน เขามั่นใจว่านางต้องเป็นตัวปัญหาอย่างแน่นอน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   12 ความจริงของเรื่องเมื่อคืน

    กระทั่งใกล้รุ่งมีแสงสว่างยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เหยียนเหวินจิ้งโอบกอดร่างเล็กในอ้อมแขนเอาไว้อย่างแนบแน่น พลางคิดถึงความสุขสมที่ผ่านพ้นไปเมื่อคืนวาน เขาช่างเป็นบุรุษสารเลว ทันทีที่นางตื่นขึ้นมาและพบว่าชายที่นอนเคียงข้างนางเป็นใคร คุณหนูไป๋จะต้องยินยอมตกลงแต่งงานกับเขาเป็นแน่ เขาต้องฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด นางเองก็เช่นกัน นึกไม่ออกเลยว่าซูลิ่งอี้จะรู้สึกเช่นไรที่ได้รับรู้ว่าสตรีอันเป็นที่รักของตนนั้น ได้กลายเป็นภรรยาของเขาไปแล้วร่างสูงใช้ข้อศอกยันตัวเองขึ้นมาตั้งใจมองให้ชัด ๆ ว่าสตรีในอ้อมแขนของเขานั้นเป็นใคร เขามิได้ฝันไปใช่หรือไม่ แต่แล้วก็ต้องตกใจ เพราะคนตัวเล็กที่เขากำลังโอบกอดอยู่นั้นมิใช่คุณหนูไป๋“พานเยี่ยนซิน” เหยียนเหวินจิ้งขบกรามแน่น กัดฟันกรอด ไฉนเลยจึงกลายเป็นนางไปได้ เหตุใดจึงเป็นคุณหนูแห่งจวนพานกั๋วกง ขุนนางกังฉินผู้นั้นกันได้เห็นนางในเวลานี้พลันทำให้คิดถึงเมื่อตอนที่อยู่ที่วัด นางอธิษฐานว่าอย่างไรนะ‘ขอให้พระพุทธองค์ให้อภัยในความผิดบาปที่นางจะกระทำคืนนี้อย่างนั้นหรือ’ที่แท้ นางก็มีแผนการเช่นนี้ อัครเสนาบดีหนุ่มมั่นใจว่าเป้าหมายของนางไม่ใช่เขา คงจะเป็นองค์ชายรัชทายาท ก

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   11 เจ้าเป็นของข้า NC2

    “อาห์...ท่าน...อย่า” ปากนางปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับแอ่นขึ้นต้อนรับเหยียนเหวินจิ้งก้มลงดื่มด่ำกับเนินอกนุ่ม ลิ้นร้อนเลียไล้ ดูดดื่มราวกับทารกที่หิวนม มืออีกข้างลูบไล้ลงต่ำถึงหน้าท้องแบนเรียบ“หวานเหลือเกิน” เขาครางเบา ๆเขาค่อย ๆ จูบลงต่ำ ผ่านสะดือน้อย ๆ ลงสู่เนินเนื้ออวบอิ่ม พานเยี่ยนซินตกใจพยายามหุบขา“ไม่! อย่า...ที่นั่น...” นางอุทานเสียงสั่น“เชื่อข้า” เขากระซิบ แล้วแหวกขาขาวเนียนออก สำรวจถ้ำสีชมพูที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำรัก“อาห์!” นางร้องเสียงหลง เมื่อลิ้นร้อนของเขาสัมผัสกลีบดอกไม้สีชมพูอันอ่อนนุ่มเขาใช้ลิ้นเลียเล้าโลมอย่างช้า ๆ ดูดดื่มน้ำหวานที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย นิ้วค่อย ๆ สอดเข้าไปในโพรงแคบ“แน่น...ร้อน...เจ้ายังบริสุทธิ์” เขาพึมพำอย่างประหลาดใจพานเยี่ยนซินได้แต่ครางตอบ สติแทบจะเลือนหายไปกับความสุขที่ท่วมท้น “ข้า...ข้าทนไม่ไหว...อึก!”คลื่นความสุขครั้งแรกซัดกระหน่ำ ร่างบางสั่นระริกราวกับใบไม้ในพายุ น้ำหวานใสไหลรินออกมาให้เขาดื่มกลืน“หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง” เขาเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากเปียกชื้นเหยียนเหวินจิ้งไม่รอช้า รีบปลดเปลื้องอาภรณ์ตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างกำยำแข็งแกร่งและหอกหย

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   11 เจ้าเป็นของข้า NC1

    (TW : มีการใช้ยาและความเข้าใจผิด และมีการกระทำรุนแรงทางเพศ)มีคนจากในโรงเตี๊ยมเดินออกมารับนางอย่างที่คนของมารดาแจ้งเอาไว้จริง ๆ นางไม่ได้พูดสิ่งใดยังคงใช้เสื้อคลุมปกปิดใบหน้าและร่างกายเอาไว้ คนตัวเล็กเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่ายลัดเลาะไปตามเส้นทางในความมืด สายตามองไปโดยรอบตัวเพื่อหาโอกาสเหมาะ ๆ สบช่องหาทางหนีและแล้ว นางก็ค้นพบได้ในที่สุดเพราะอีกฝ่ายเดินอย่างรีบร้อน ไม่ได้หันหน้ามาดูด้วยซ้ำว่านางจะเดินไปที่ใด พานเยี่ยนซินค่อย ๆ ลดความเร็วของฝีเท้าตนเอง จนกระทั่งเกิดระยะห่างระหว่างคนของโรงเตี๊ยมและนาง จนมีเส้นทางหนึ่งต้องเลี้ยวซ้ายตรงมุมกำแพง พานเยี่ยนซินหยุดนิ่งรอจนอีกฝ่ายเดินหายไปหัวใจของนางในเวลานี้เต้นตึกตักราวกับจะหลุดออกมานอกเบ้า รู้สึกว่ามือของตนนั้นในเวลานี้เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ อากาศปลายสารทฤดูเย็นยิ่งนัก แต่กลับกันนางดันเหงื่อแตกเพราะความตื่นเต้นไม่มีเวลาให้นางคิดอีกต่อ พานเยี่ยนซินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ มีเส้นทางเข้าออกกี่เส้นทางหรือกว้างใหญ่ขนาดไหน หญิงสาวเดินแอบ ๆ หลบมุมไปตามเงามืดของยามราตรีสอดส่ายสายตาหาทางรอดให้กับตนเอง แล้วจึงเห็นประตูไม้บานหนึ่งที

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   10 เหมือนลูกกวาง

    ตอนที่เหยียนเหวินจิ้งเปิดประตูห้องออกมา ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พานเยี่ยนซินเปิดออกมาพร้อมกัน เขามองหน้านางครู่หนึ่งแล้วเดินเลยนางไป ราวกับมิได้สนใจว่านางเป็นใคร นับว่าเป็นบุรุษที่มีรูปโฉมงดงามนัก ตัวสูงกว่านางหลายเท่า บนตัวเขามีกลิ่นหมึกฮุ่ยโม่จาง ๆ เดาว่าเขามาที่นี่คงจะมาศึกษาพระคัมภีร์พานเยี่ยนซิน คลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับจะเคยพบหน้าเขาที่ใดมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก อาจเป็นบุตรชายขุนนางสักคน ว่าแต่เขาอยู่ห้องนั้นอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเขาก็อาจจะได้ยินที่นางอธิษฐานใช่หรือไม่คิดได้เช่นนั้นพานเยี่ยนซิน รีบเดินไปดักหน้าอีกฝ่าย“คุณชาย...”คุณชาย? นางไม่รู้จักเขาอย่างนั้นหรือ? เหยียนเหวินจิ้งสีหน้าเรียบเฉย ก้มหน้าลงไปมองสตรีที่ตัวเล็กกว่า“คุณหนูมีธุระอันใดหรือเปล่า”ริมฝีปากของพานเยี่ยนซินเม้มเข้าหากัน อยากจะพูดออกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี“...”เมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ จึงเพิ่งจะเห็นว่าดวงตาของนางเป็นสีน้ำตาล ดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอมราวกับลูกกวางตัวน้อย ๆ กลิ่นกายแทนที่จะเป็นกลิ่นเครื่องหอมอย่างที่สตรีในเมืองหลวงนิยมใช้กัน แต่กลับเป็นกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพร ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นสีแดงระเร

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   9 ต้องการแค่สักคน

    เหยียนเหวินจิ้งได้ยินว่ารัชทายาทออกล่าสัตว์ และยังได้ยินอีกว่าเขาจะพาคุณหนูไป๋มาร่วมด้วย กำลังคิดอยู่ว่าจะหาวันที่โอกาสเหมาะสมเช่นนี้ได้เมื่อไร เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็รีบลงมือทันที อัครเสนาบดีหนุ่มไปรออยู่ที่วัด ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ล่าสัตว์อย่างเงียบ ๆ“ดูเหมือนว่าวันนี้เราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญนะขอรับ” กงหยุนเข้ามารายงาน เพราะเมื่อสักครู่นี้เห็นรถม้าของจวนกั๋วกงมุ่งหน้าเข้ามาที่นี่ รอดูสักพักจึงได้เห็นว่าเป็นคุณหนูห้าแห่งจวนกั๋วกง “ใคร”“คุณหนูห้า จากจวนพานกั๋วกงขอรับ”คุณหนูพานห้างั้นเหรอ แค่ได้ยินชื่อนางเหยียนเหวินจิ้งก็พลันรู้สึกหงุดหงิด“นางมาที่นี่ทำไม หรือว่านางมีแผนการอะไร” อัครเสนาบดีหนุ่ม เกรงว่านางอาจจะกำลังวางแผนอะไรสักอย่าง เขาไม่ต้องการให้เรื่องของนางมาส่งผลกระทบต่อแผนการของเขา“ข้าน้อยก็ไม่ทราบขอรับ ร้อยวันพันปีนางไม่เคยเข้าวัดไหว้พระ แต่วันนี้เกิดอยากจะทำบุญ นางจะต้องมีแผนการร้ายอย่างแน่นอนขอรับ ไม่แน่ว่านางอาจจะกำลังคิดแผนการเข้าหาองค์รัชทายาทก็ได้” กงหยุนคิดเช่นนั้นสิ่งที่กงหยุนเอ่ยออกมานับว่ามีน้ำหนักพอสมควร เขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น“งั้นข้าจะออกไปดูเสียหน่อยว่าน

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   8 วันธรรมดาวันหนึ่ง

    อาเสว่ยืนอยู่หน้าเรือนรอรับคุณหนูของนาง จนกระทั่งเห็นเจ้านายเดินโซซัดโซเซมาก็รีบวิ่งเข้าไปประคอง บ่าวคนอื่น ๆ เองก็รู้สถานการณ์ดี และรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น พวกนางเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ รีบเข้าไปจัดเตรียมเสื้อผ้า น้ำอุ่น ยาสมานแผล และยาสมุนไพรต้มเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บและช่วยให้นางผ่อนคลาย พานเยี่ยนซินเหนื่อยและเศร้าเกินไป ตอนนี้นางเองก็ไร้เรี่ยวแรงจะดิ้นรนจึงปล่อยให้บ่าวไพร่ปรนนิบัตินางตามใจชอบ“คุณหนู...” อาเสว่ถอดเสื้อผ้าของเจ้านายออก บนร่างกายมีแต่รอยหยิก รอยทุบตี ใบหน้าก็มีบาดแผลอย่างน่าสงสาร“พวกเจ้าร้องไห้ทำไมกัน” พานเยี่ยนซินยิ้ม“เหตุใดฮูหยินจึงลงมือหนักเช่นนี้” อาเสว่ค่อย ๆ ประคองคุณหนูลงในถังอาบน้ำ“เอาเถิดอย่าพูดอีกเลย” พานเยี่ยนซินไม่อยากฟังแล้ว พรุ่งนี้ยังมีหลายเรื่องให้ต้องทำ นางง่วงนอนเหลือเกินอาเสว่และสาวใช้คนอื่น ๆ เห็นเช่นนั้นก็มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงช่วยอาบน้ำทายาแก้ฟกช้ำให้นางเงียบ ๆ เท่านั้นคุณหนูของพวกนางเป็นสตรีที่งดงาม มักจะแต่งกายหรูหราอยู่เสมอ แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่นางทำเช่นนั้นก็เพื่อปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยเช่นนี้ นางใจดีกับบ่าวไพร่ ไม่เคยทำร้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status