แชร์

ผู้บริหารคนใหม่ 2

ผู้เขียน: เนื้อทราย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 21:43:48

โพรเจกต์ของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ได้สักโพรเจกต์...พิงค์ก็เอาตำแหน่งของน้าไปได้เลย’

               จำได้ว่าตอนรับฟังเงื่อนไขนี้ มือบางทั้งสองข้างของเธอชื้นเหงื่อและเย็นเฉียบอย่างรวดเร็ว ด้วยรู้ดีว่าข้อตกลงนี้ไม่ง่ายเลยสักนิด

แม้ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ จะเป็นเพียงบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เคยยิ่งใหญ่และเกือบล่มสลายไปพร้อมกับวิกฤตปีสี่ศูนย์ แต่ด้วยกำลังสมองของทายาทตระกูล ‘พัฒนวัฒนากร’ และเพื่อนสนิทของเขา กลับสามารถนำพาอดีตบริษัทยักษ์ใหญ่ให้หวนคืนสู่วงการก่อสร้างอีกครั้งเมื่อเจ็ดปีก่อน

สองปีจากนั้น ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ก็กลายเป็นหนึ่งในสิบบริษัทที่น่าจับตามองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

               มือบางของกะรัตหยิบโฉนดที่ดินผืนงามที่กำลังจะกลายเป็นบันไดขั้นสุดท้ายเพื่อผลักดันให้ตนเองก้าวสู่ตำแหน่งประธานบริหาร ‘ไพฑรูย์การช่าง’ อย่างเต็มรูปแบบขึ้นมอง ดวงตากลมใสฉายประกายวาววับอย่างผู้มีชัย เพราะในที่สุดเธอก็ก้าวมาถึงจุดนี้จนได้...จุดที่มันสมควรจะเป็นของเธอ

“เอกสารที่ถามหาได้แล้วนะคะ” น้ำเสียงในสำเนียงหวานของเลขาคนสนิทที่ดังขึ้น พร้อมๆกับร่างเล็กในชุดสูทตามแบบฉบับ ‘คุณเลขา’ ที่เธอชอบนิยามเรียกจันทร์เจ้าก็นำพาตนเองเข้ามา ในมือของผู้มาเยือนมีแฟ้มเอกสารที่ถูกเรียกหาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนติดมาด้วย

“ขอบคุณนะคะ คุณเลขา” กะรัตว่ายิ้มๆ สลัดความคิดมากมายที่ฟุ้งกระจายในห้วงความรู้สึกออกไปทันที ก่อนรับแฟ้มสัญญารับประกันการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรขึ้นมาอ่านรายละเอียดอีกรอบ ด้วยเพราะไม่แน่ใจว่าสัญญาการรับประกันฉบับล่าสุดของโพรเจกต์ซันที่ทำไปนั้น ครอบคลุมการเคลื่อนย้ายซ้ำซ้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่? เมื่อพื้นที่การติดตั้งเป็นรอยต่อระหว่างสองจังหวัดที่คาบเกี่ยวกัน

“ให้พี่ตามฝ่ายกฎหมายไหมคะ?” เมื่อเจ้านายสาวเรียกหาคู่สัญญาที่มีผลทางกฎหมาย คนเป็นผู้ช่วยจึงถาม

“งั้นอีกครึ่งชั่วโมง เจอกันที่ห้องประชุมนะคะ...อ่อ แล้วก็ฝากตามช่างประชาให้เข้าประชุมด้วย คิดว่าน่าจะกลับมาจากโพรเจกต์กงสุลแล้ว” 

               โพรเจกต์กงสุลที่กะรัตเอ่ยถึงเป็นชื่อเรียกแบบย่อๆ ของโครงการก่อสร้างสถานกงสุลในเขตประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพราะโพรเจกต์ซัน หรือโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่งได้สัมปทานมา กำลังจะเริ่มติดตั้งในเขตพื้นที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หญิงสาวจึงตัดสินใจเลือกวิศวกรอาวุโสที่มากความสามารถกอปรกับเลื่องชื่อในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตอย่างนายช่างประชา ให้เข้ามาช่วยรับผิดชอบโพรเจกต์นี้ เพราะเธอไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเรื่องการทุจริตที่ยากจะป้องกันมาเกี่ยวข้อง...โดยเฉพาะในโครงการที่เกี่ยวกับภาครัฐ

               เสียงเครื่องมือสื่อสารที่ดังขึ้นทำให้คนเพิ่งวางมือจากเอกสารด้านกฎหมายที่เต็มไปด้วยภาษาวกวนต้องขมวดคิ้วขุ่น ด้วยเพราะหมายเลขที่ติดต่อเข้ามาไม่อยู่ในบันทึกที่ระบุไว้ว่าปลายสายคือใคร มือบางที่ถือโทรศัพท์ไว้ลังเลชั่วขณะก่อนกดรับ แปลกใจตัวเองไม่น้อยที่ทำเช่นนั้น เพราะปกติแล้วเธอจะกดตัดสายทิ้งตามประสาคนไม่ชอบรับสายคนแปลกหน้า

“ว่างไปดินเนอร์กันสักมื้อไหมครับ?” เสียงทุ้มที่ส่งผ่านคลื่นความถี่ของเครื่องมือสื่อสารเข้ามา ทำให้เจ้าของเครื่องชะงักไป ต้องดึงโทรศัพท์ออกมาเพื่อตรวจสอบหมายเลขที่ปรากฏอยู่หน้าจออีกครั้ง

ใครกัน?

“คุณคงกดเบอร์ผิด แค่นี้นะคะ” เสียงหัวเราะชอบใจในลำคอทำให้คนที่ตั้งใจจะกดตัดสายทิ้งชะงักไป

“ถ้าคุณคือเจ้าของที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาคนใหม่ ผมคงกดเบอร์ไม่ผิด”

เมื่อเริ่มแน่ใจว่าคู่สนทนาที่ไม่รู้จักอาจเป็นใครบางคนที่ตัวเองเพิ่งลูบคมไป กะรัตจึงทำได้เพียงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานตัวโปรดด้วยความหนักใจ ก่อนเอ่ยในสิ่งที่คิด “คุณเพทาย?”

“น่าประทับใจจริงๆ” น้ำเสียงหยอกเย้าแกมชื่นชมที่ลอดผ่านคลื่นความถี่มา ทำให้คนคาดเดาต้องเม้มปากเข้าหากันอย่างลืมตัว...คิดไว้แล้วเชียวว่างานนี้ต้องไม่ง่าย!

“ว่าธุระของคุณมาเถอะค่ะ อีกสิบนาทีฉันมีเข้าประชุม” เธอตอบตามความจริง

“หนึ่งทุ่มตรง ท่าเรือที่สองของโรงแรม...” ชื่อโรงแรมหรูที่โด่งดังเรื่องล่องเรือดินเนอร์กลางแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้วขุ่นอีกหน ก่อนจะประมวลความคิดในเสี้ยวนาทีถึงการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดของตนเอง ด้วยความลำบากใจ

“คุณกำลังชวนฉันไปดินเนอร์บนเรือ?” เธอทวนความเข้าใจแกมถามอีกครั้ง แม้ในใจจะสั่นไหวและกังวลอยู่ไม่น้อย แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกไปกลับเรียบนิ่งจนฟังเหมือนไร้ความรู้สึก

“ตกลงหรือปฏิเสธครับ อีกห้านาทีก็ถึงเวลาประชุมของคุณแล้วนะ” เสียงทุ้มยังคงเจือรอยรื่นรมย์บอก พลางเหลียวมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่ตนเองกดจับเวลาไว้เมื่อครู่ ราวกับต้องการทดสอบอะไรบางอย่าง

               เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้กะรัตชะงักไปชั่วขณะ นึกกลัวคู่สนทนาที่กะเวลาได้พอเหมาะจนน่าระแวง ก่อนจะยกมือเป็นสัญญาณให้จันทร์เจ้าที่กำลังจะเอ่ยเตือนเรื่องการประชุมเงียบเสียงลง พลางถอนใจเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากคนที่อยู่อีกฝากฝั่งของสายสนทนา

หากเธอปฏิเสธไมตรีที่อีกฝ่ายหยิบยื่นมาอย่างเป็นมิตรในคราวนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าเขาจะกลายเป็น ‘ศัตรู’ ที่อันตรายแค่ไหน?

“ตกลงค่ะ อีกห้าชั่วโมงเจอกัน”

               ร่างสูงยืนมองวิวทิวทัศน์ผ่านกระจกห้องทำงานกว้างบนชั้นยี่สิบสองยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ บทสนทนาสั้นๆที่เกิดขึ้นเมื่อหลายนาทีก่อนยังค้างอยู่ในห้วงความรู้สึก...ไม่เสียแรงที่ส่งคนตามสืบข้อมูลของเธอ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status