Home / โรแมนติก / เพทายลายกะรัต / เอาที่สบายใจ? 65

Share

เอาที่สบายใจ? 65

last update Last Updated: 2026-01-12 22:29:40

“เดี๋ยวพี่จันทร์ตามพวกคนงานทั้งหมดไปรวมกันที่สำนักงานชั่วคราวก่อนนะคะ พิงค์มีเรื่องจะคุยกับทุกคน” คนยังคาใจเลือกสลัดไล่อารมณ์มากมายทิ้งไป เมื่อยังมีภาระงานรอการสะสางอยู่

“จะทันเหรอคะ? วันนี้เราต้องกลับไปประชุมที่สำนักงานใหญ่นะคะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามคล้ายลังเล แต่เมื่อได้รับคำยืนยันอีกหน คนเป็นเลขาก็จำต้องทำตามประสงค์ของเจ้านายสาวในที่สุด

หลังรู้ว่าต้นสายปลายเหตุของการก่อจลาจลขนาดย่อมของเหล่าคนงานเมื่อสัปดาห์ก่อน เกิดจากการหักค่าแรงที่ไร้ความเป็นธรรมของนายจ้างที่มีมานานจนสะสมเป็นระเบิดเวลา มาประจวบเหมาะพอดีกับการสูญเสียคนงานเก่าแก่ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของเหล่าคนงานอย่างสนธยา จากอุบัติเหตุที่เกิดในไซด์ก่อสร้าง ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของทุกคนงานขาดลงในที่สุด

“นายจอม..” คนที่ยืนมองการจัดระเบียบของเหล่าคนงานอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เอ่ยชื่อผู้มาเยือนคล้ายประหลาดใจ

“ช่างพิงค์ประกันตัวผม? ทำไมไม่ปล่อยให้ไอ้จอมติดคุกไป” น้ำเสียงที่ยังคงกระด้างแต่ไร้รอยอริ ดูอ่อนลงกว่าการพบกันเมื่อสัปดาห์ก่อนมากโข ท่าทางนั้นทำให้คนถูกถามระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ

“เพราะนายจอมสูญเสียมามากพอแล้วนะ ถ้าจะให้ต้องติดคุกติดตารางจนเสียประวัติ...มันก็ดูจะมากเกินไป” ประธานสาวเอ่ยตามความจริง เธอรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายหรือต้องการก่อให้เกิดความเสียหายกับใคร หากแต่บางครั้งความเสียใจก็ผลักดันให้คนเราทำเรื่องร้ายไปโดยไม่ตั้งใจได้เช่นกัน

‘ถ้าวันนึงผมตายไป ยังไงก็ฝากไอ้จอมด้วยนะครับช่าง...มันใจร้อน วู่วาม แต่ก็เป็นคนดี’

ถ้อยคำแสนสั้นเมื่อหลายปีก่อนที่สนธยาเคยเอ่ยขอไว้กับเธอ กำลังย้อนกลับเข้ามาในห้วงความรู้สึกของประธานสาวอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเห็นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีที่มีดวงตาเศร้าหมองเพราะการสูญเสียญาติเพียงคนเดียวในชีวิตไป

“ช่างพิงค์ใจดีเหมือนที่ลุงสนว่าจริงๆ...ผมขอโทษนะครับ ที่ทำให้เรื่องวุ่นวายขนาดนี้” คนรู้ตัวว่าทำผิดพลาดบอกเสียงเศร้า ก่อนจะเอ่ยต่อทั้งน้ำตา “ที่ลุงสนไม่ชอบใส่หมวกนิรภัยเราทุกคนรวมทั้งผมก็รู้ดีอยู่ แต่ที่ทุกคนไม่รู้ ก็คือวันนั้นผมเมามาทำงาน...เมาจนไม่มีสติ เมาจนปล่อยมือจากเชือกที่จับโดยไม่รู้ตัวสักนิดเดียว”

“...จำไว้เป็นบทเรียนนะนายจอม ความสูญเสียที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยมันสร้างความเสียใจแต่ไม่เจ็บปวด แต่ถ้าความสูญเสียมันเกิดจากความประมาทและขาดสติ มันจะสร้างทั้งความเสียใจและเจ็บปวดได้มากกว่ากันหลายเท่าเหมือนตอนนี้”

“ผมจะเลิกเหล้า ผมไม่อยากใช้ชีวิตแบบขาดสติอีกแล้วครับช่างพิงค์” เสียงสะอื้นที่ยังสั่นไหว แต่ทว่าหนักแน่นไว้ด้วยคำสัญญาที่ให้มาเหมือนคำปฏิญาณทำให้คนฟังระบายยิ้มออก พลางพยักหน้ารับถ้อยคำนั้น

นานหลายนาทีที่กะรัตยืนมองคนร่ำไห้ไปกับการสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มสงบลงค่อยตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่คิดไว้ออกไป “นายจอมย้ายไปทำงานทางโน้นกับฉันไหม? ถ้าอยากเรียนต่อก็จะส่งให้เรียนเท่าที่เรียนได้”

“ไปครับ!” คนที่ยังสะอื้นตอบรับทันควัน แต่เมื่อนึกถึงต้นทุนชีวิตติดลบของตนเองจนไม่อาจเรียนต่อได้ตามใจหวัง ก็อดไม่ได้ที่จะตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงนัก “แต่ผมไม่มีเงิน...ช่างพิงค์จะให้ผมเรียนจริงๆเหรอครับ?”

“ไม่ใช่ฉันหรอกนะ แต่เป็นทุนของบริษัท...เพราะงั้นถ้าเรียนจบแล้วก็ต้องกลับมาทำงานใช้ทุนสักสามสี่ปีนะ ตกลงไหม?” คนที่ตั้งใจจะจัดตั้งกองทุนสวัสดิการให้กับพนักงานชั่วคราวอยู่แล้วเอ่ยตามความจริง

“ตกลงครับ ผมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน...แล้วจะกลับมาทำงานให้ช่างพิงค์ให้ดีที่สุด”

คำสัญญาที่มาจากโอกาสที่หยิบยื่นให้ จะส่งผลให้รากฐานของ ‘ไพฑรูย์การช่าง’ ในวันหน้าแข็งแรงและมั่นคงได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าทุกสิ่งจะเกิดขึ้นช้าและต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่สำหรับเธอแล้ว

ทางเลือกเช่นนี้ ก็คงยังดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status