تسجيل الدخول"พี่เอาดอกไม้มาให้ค่ะ" ไตรฉัตรเดินแทรกเจ๊นัตตี้เข้าไปหาพลอยปภัสที่ยืนเอามือประสานกันไว้บริเวณหน้าอกแล้วจ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจรังงอน
แต่เอาสิ เขายิ้มหวานสู้ พูดจาคะขาตบท้าย สรรพนามฉ่ำสะบัดปานน้ำผึ้งเดือนห้า ฟังก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว พลอยปภัสตีหน้านิ่งอยู่เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะทำทีท่าคล้ายกับว่าคล้อยตาม กลีบปากอวบอิ่มค่อย ๆ ปริออกส่งยิ้มอบอุ่น และแววตาเป็นประกายส่งผ่านถึงเขา ก่อนจะยื่นมือไปรับดอกไม้ช่อโตจากเขามาไว้ในมือ "ขอบคุณค่ะ" ไตรฉัตรยิ้มกว้าง ความดีใจ ตื้นตันใจ ความหวังมันฉายชัดออกมาเมื่อเธอยินดีรับช่อดอกไม้จากเขาด้วยความเต็มใจและดวงตาแต้มรอยยิ้มคู่นั้น นั่นเท่ากับพลอยปภัสไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองเขาแล้ว เผลอ ๆ อาจใจอ่อนยวบยินยอมให้อภัยเขาก็ได้ "แต่ฉันไม่ต้องการ" สิ้นเสียงช่อดอกไม้ก็ถูกเขวี้ยงทิ้งลงบนพื้นอย่างแรงจนกลีบดอกกุหลาบหล่นกระกระจัดกระจาย การจัดวางที่เขากำชับเจ้าของร้านนักหนาว่าต้องการให้เนี๊ยบแสดงถึงความใส่ใจจากเขากลับโดนเธอทำลายลงภายในเศษเสี้ยวนาที "พลอย" เอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงแผ่วเบาพร้อมหลุบตาลงมองช่อดอกไม้ช่อโตสลับกับแหงนขึ้นไปมองใบหน้าหวาน "คุณกลับไปแล้วค่ะ" แต่เธอไม่มีแม้แต่จะชายตามองเขา "พลอยทำแบบนี้ทำไม พี่อุตส่าห์สั่งทำพิเศษให้น้องพลอยเลยนะคะ" เขายังคงเอ่ยเสียงเอื่อย "แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับสิ่งที่คุณเคยทำกับฉัน!" ภายในแววตามันเต็มไปด้วยรอยบอบช้ำที่เขาสร้างบาดแผลเอาไว้ "ฉันถามจริง ๆ เถอะคุณไตรฉัตร คุณได้ทุกอย่างไปจากฉันแล้ว แล้วคุณจะเอาอะไรจากฉันอีก ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอไง" "ไม่พลอย" ไตรฉัตรเข้าไปจับประคองฝ่ามือเล็กเอาไว้ ลูบไล้มันด้วยความร้อนรน "พี่ เอ่อ...คือพี่ต้องการพลอย พี่ขอโทษ พลอย น้องพลอยเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะคะ พี่ยอมทุกอย่างแล้วจริง ๆ พี่สำนึกผิด สำนึกรู้แล้วว่าพี่มันโง่เองที่ทำให้น้องพลอยต้องเสียใจ แต่วันนี้พี่รู้แล้วว่าชีวิตพี่ขาดน้องพลอยไม่ได้จริง ๆ " "มันสายไปแล้วล่ะ" พลอยปภัสดึงมือออกจากเขา "เพราะตอนนี้ฉันมีแฟนใหม่แล้ว และเขาก็ดีกับฉันมาก มากกว่าผู้ชายเฮงซวยแบบคุณไอ้คุณไตรฉัตร" ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้เธอก็เดินสะบัดก้นกลับเข้าไปด้านใน "พลอย! พลอย" "คุณไตรอย่าค่ะ" เจ๊นัตตี้พยายามรั้งตัวไตรฉัตรเอาไว้ ทว่าคราวนี้กลับไม่อาจต้านทานแรงจากเขาได้ ไตรฉัตรเข้าไปด้านใน รีบล็อคประตูลงกลอนอย่างทันที "ว๊ายย คุณไตร" ช่างแต่งหน้าทำผมร้องอุทานด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ไตรฉัตรก็ดันโผล่พรวดพราดเข้ามาในห้องส่วนตัว "นั่งนิ่ง ๆ แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือน" เขาพูดเสียงเข้ม ก่อนจะรีบตามพลอยปภัสเข้าไปด้านใน "เขากลับไปยังคะเจ๊นัตตี้" พลอยปภัสได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาก็คิดว่าเป็นเจ๊นัตตี้ผู้จัดการส่วนตัวของตนเองจึงเอ่ยถามออกไป "ยัง" "คุณไตร" เธอจำเสียงเขาได้ ใบหน้าหวานหันไปมองรวดเร็ว ก่อนจะกระเถิบตัวหนีรักษาระยะห่างที่ค่อนข้างชัดเจนว่าระหว่างเธอและเขามันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว "เข้ามาทำไม" "น้องพลอย เรามาคุยกันดี ๆ ได้ไหมครับ" ไตรฉัตรพยายามจับเนื้อต้องตัวร่างแบบบาง แต่เขาโดนต่อต้าน เธอทั้งทำทีท่ารังเกียจรังงอน ปฏิเสธท่าเดียว สายตาคู่นั้นมันไม่ได้มองเขาด้วยแววตาเป็นประกายที่เต็มเปี่ยมด้วยความออดอ้อนอีกต่อไปแล้ว "ฉันบอกคุณแล้วไงว่าฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก!" เขากำลังทำตัวน่ารำคาญเหมือนที่เคยด่าว่าเธอ "น้องพลอย เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะคะ พี่ขอร้อง" เมื่อทีเผลอ สองแขนแกร่งก็รีบพุ่งเข้าใส่ร่างบางเหนี่ยวกอดไว้อย่างแนบแน่นจนเธออึดอัดหายใจหายคอไม่สะดวก "ปล่อย! ปล่อยฉันนะ ปล่อย!" "ไม่ปล่อย จนกว่าน้องพลอยจะยอมกลับมาคบกับพี่" เขางอแงอย่างคนเอาแต่ใจ โอบรัดเธอเอาไว้ไม่ให้ห่าง "นี่คุณเป็นประสาทหรือไงคุณไตรฉัตร! ฟังภาษาคนไม่รู้ความเหรอว่าฉันมีผัวใหม่แล้ว!! จะให้ต้องพูดภาษาที่คุณถนัดไหม ห๊ะ!!!!" คราวนี้พลอยปภัสตะคอกเสียงดัง พร้อมกระทืบเท้าเขาอย่างแรงจนสามารถสลัดตัวออกมาได้สำเร็จ "ภาษาอะไร?" ถามพลางก็กระโดดเต้นโหยง ๆ ยกเท้าข้างที่โดนเหยียบจนโนเมื่อครู่ไปมาไปด้วย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เกาหลี หรือจีน "ภาษาตัวเฮียน่ะค่ะ ใช้บ่อยนี่ เวลาพ่นมันออกมาหลอกล่อผู้หญิง" พูดจบเธอก็คว้าเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรด ไขว้มันเอาไว้ด้านหลังไม่ให้เขารู้ตัวหมายจะใช้มันตอนที่โดนลวมลามจากไอ้คนตัวเฮียอีกครั้ง เธอรับรองได้เลยว่าเขาได้ลงไปชักกระแด่ว ๆ อยู่บนพื้นแน่นอน "น้องพลอย..." เขาทำเสียงอ่อนเสียงอ้อน "ไสหัวกลับไปได้ละ ฉันเหม็นขี้หน้าคุณเต็มทีแล้ว เห็นหน้าคุณเหมือนเห็นก้อนขี้ควายยังไงก็ไม่รู้" เธอโบกมือไล่ให้เขาออกไป ตอนนี้เธอไม่แม้แต่อยากจะเห็นหน้าค่าตา ได้ยินเสียง หรือหายใจรินรดห้องด้วยทั้งนั้น พอเจอทีไรมันรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ แปลก ๆ ชอบกล เรียกได้ว่าเกลียดเข้ากระดูกดำจ้ำลึกถึงเนื้อพรุน "โถ่...คนดีของพี่ อย่าใจร้ายกับพี่สิครับ" แต่เขาไม่เคยฟัง ด้านได้อายอดแม่สอนไว้ ประโยคนี้จำขึ้นใจ คำสอนแม่คำเดียวที่กูไม่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ลูกตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก "พี่รู้แหละว่าลึก ๆ แล้วน้องพลอยก็ยังรักพี่" "ปัญญาอ่อน" เขาหน้าชาไปหนึ่ง เหมือนคำพูดที่เขาเคยนินทาพลอยปภัสกับเพื่อนฝูงลับหลังมันกำลังย้อนศรกลับมาโถมใส่ตัวเขาเองยังไงก็ไม่รู้ นี่เหรอวะ ที่เขาเรียกกันว่า เวรกรรมตามสนอง! "เจ็บจัง" ยกฝ่ามือขึ้นกุมอก ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้อย่างเชี่ยวชาญเพราะเขามันระดับตัวพ่อ "ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก อันนี้ท่าจะจริงแฮะ" "เลิกหลงตัวเองสักทีเหอะ ผู้หญิงด่าคือผู้หญิงเขาเกลียดขี้หน้าค่ะ คุณช่วยเอาเวลาที่มาตามตอแยสร้างความรำคาญกับฉันเนี่ย หัดไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์บ้างจะได้ไหมคะ" เธอหมดคำจะพูดกับไตรฉัตรแล้วจริง ๆ เธอไม่รู้ว่าการที่เขากลับมาตามตอแยเธอนี่มันทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเธอก็ให้ในสิ่งที่เขาต้องการไปหมดแล้ว "น้องพลอย..." "ใครอยู่ข้างนอก ช่วยมาเอาตัวเฮียออกไปจากห้องหน่อย!!!" เธอตะโกนเสียงดังลั่น ร้องเรียกให้คนด้านนอกเข้ามา คำก็ตัวเฮีย สองคำก็ตัวเฮีย สามคำก็ตัวเฮีย "ถ้าไม่เข้ามา ฉันจะออกไปวีนให้หูฉ่ำเลยคอยดู!" พอสิ้นเสียงเท่านั้นแหละ ช่างแต่งหน้าที่เคยนั่งนิ่งเพราะคำขู่ของไตรฉัตรเมื่อครู่ก็รีบเปิดประตูเข้ามาทันควัน ไม่มีอะไรจะน่ากลัวไปกว่าพลอยปภัสเวอร์ชั่นที่เหวี่ยงวีนอีกแล้ว! รับรองหูชา สูญเสียการฟังไปร่วมสัปดาห์แน่นอน "เฮ้ย! พลอย พลอยไม่เอานะคะ พลอย" ไตรฉัตรรีบเข้าไปหมายจะโอบรัดตัวพลอยปภัส ทว่า ตื้ดดด ร่างหนาสั่นโยก สั่นไหวระริกจนเนื้อเต้นไปหมด สายตาเหลือกลานก้มลงมองบริเวณหน้าท้องแลเห็นมือบางที่กำลังถือเครื่องช็อตไฟฟ้าแล้วหันขึ้นสลับกับใบหน้าพลอยปภัส ก่อนเขาจะหงายหลังลงไปดิ้นอยู่บนพื้น "ลากตัวออกไป" เธอออกคำสั่ง แต่ช่างยังคงยืนนิ่งเพราะอึ้งและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ได้ "เอ้า! จะรอให้ฉันปูพรมแดงหรือเคาะโลงเรียกก่อนรึไงห๊ะ รีบ ๆ สิ" "ค่ะ ๆ" พวกหล่อนพยักหน้าหงึก ๆ แบ่งกันสลับไปยังตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อหอบหิ้วร่างหนาของไตรฉัตรออกไปตามคำสั่งพลอยปภัส "เดี๋ยว" "คะ?" "จับที่เท้าอย่างเดียวพอ แล้วลากออกไป"ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







