로그인"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"
เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย "นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่หมอสำนักอื่น ๆ ที่เป็นกระแสอยู่ในโลกออนไลน์เสียอีก นี่ถ้าเกิดวันใดตกอับเขาก็มีแพลนจะไลฟ์สดเปิดไพ่ยิปซีหารายได้เสริมอยู่เหมือนกัน "ถั่วต้มแล้วคร้าบบบบ" เขาปรบมือรัว ๆ ให้กับเฮียโก๋ที่ดันเดาแม่นเดาเก่งราวกับตาเห็น "ที่กูนัดพวกมึงสามตัวมาวันนี้ก็เพราะมีข่าวดีจะบอกเว้ย" เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นใจสั่นเต้นตุบตับโครมครามราวกับกลองชุดขนาดนี้มาก่อน "เร็ว ๆ" "กูกำลังจะได้เป็นพ่อคน!" ชายหนุ่มโพล่งปากพูดออกมา ฉีกยิ้มกว้างแล้วตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำแสดงความยินดีจากเพื่อนสนิท ทว่าความคาดหวังของเขากลับแตกละเอียดเพราะคล้ายกับว่าทั้งสามคนไม่เชื่อคิดว่าเขาเอาตลกจึงเบือนหน้าหนีทำท่าจะลุกขึ้น "เฮ้ยๆๆๆ พวกมึงเดี๋ยวก่อนดิ" ไตรฉัตรรีบพุ่งตัวลงไปแล้วดันเพื่อนสนิททั้งสามคนกลับนั่งที่เดิม "นี่กูพูดความจริงนะเว้ย" เขาอุตส่าห์เข้าโหมดจริงจังแล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังไม่มีใครเชื่อสักคนทำราวกับว่าเขาเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ชอบพูดโป้ปดไปได้ "ไอ้ไตร! มึงว่างมากหรือไงห๊ะถึงโทรนัดพวกกูตั้งแต่เช้าให้มาฟังเรื่องอะไรไร้สาระแบบนี้" คนที่เหลืออดเหลือทนเต็มทีก็เป็นคีรินที่อดหลับอดนอนจากการทำงานแล้วต้องขับรถทางไกลร่วมหลายชั่วโมงเพื่อสละเวลาให้กับเรื่องปัญญาอ่อนของไอ้เพื่อนหัวก๊วย "เออ! กูอดเอาสาวเลย" ธามไทเออ-ออตามไปด้วย "กูพูดความจริง! กูกำลังจะมีลูก กูกำลังจะเป็นพ่อคนจริง ๆ เว้ย ทำไมพวกมึงถึงไม่เชื่อกูวะ งงแดก" เขาพาเข้าดราม่ายกใหญ่ โมโหฟัดเหวี่ยงเต็มที่ประชดประชันกลายเป็นคนขี้น้อยใจไปได้ "ถ้ามึงว่างมากก็ไปหาอะไรทำไป้! นี่มึงตามง้อน้องพลอยจนสมองหลอนไปหมดแล้วเหรอไง ถุ้ยย! ไอ้หมาไตร" เฮียโก๋มีแต่ซ้ำเติม อย่าหวังคำปลอบโยนจากเขาเลยเพราะเขาเคยเตือนมันแล้วแต่มันไม่เชื่อ ไม่ฟังอะไรใครทั้งสิ้น สุดท้ายก็กลายเป็นหมาโบ้เห่าหอนกลืนน้ำลายตัวเองอยู่แบบนี้ "ไอ้โก๋! กูพูดความจริงเว้ย กูกำลังจะเป็นพ่อคน" เขายังคงยืนยันคำเดิม "มึงจะเป็นพ่อคนได้ยังไง เมียมึงก็ไม่มี ไอ้บ้า!" คีรินหมดคำจะพูด "น้องพลอย น้องพลอยกำลังท้อง ตอนนี้น้องพลอยกำลังท้องได้หกวีคแล้ว กูกำลังจะเป็นพ่อคนเว้ยพวกมึง!" คราวนี้ทั้งสามคนหันขวับมาจ้องมองไตรฉัตรเป็นตาเดียวกัน "อะไรนะ" เฮียโก๋ขอซ้ำอีกรอบเผื่อเมื่อครู่จะฟังผิดเพี้ยนไป "น้อง พลอย กำ ลัง ท้อง ลูก ของ กู" ชายหนุ่มเน้นย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำแล้วกรอกเข้าไปที่รูหูจนแก้วหูแทบทะลุ! "จริงเหรอวะไอ้ไตร" ธามไทแทบไม่อยากจะเชื่อ "ก็จริงดิวะ เมื่อวานน้องพลอยโมโหกูจนเป็นลมไปกูก็เลยพาส่งโรงพยาบาลแล้วก็เพิ่งรู้ว่าน้องพลอยกำลังท้องได้หกวีคแล้วเว้ย น้องพลอยรู้มาสักพักนึงแล้วแต่ไม่ยอมบอกใครสักคนเก็บเงียบอยู่คนเดียวปล่อยให้กูมารู้เอาทีหลัง บางทีมันน่าน้อยใจป้ะ เลือดครึ่งหนึ่งของลูกก็เป็นของกูนะเว้ย" "เดี๋ยว ๆ มึงมีสิทธิ์อะไรไปน้อยใจเขาครับไอ้ไตรฉัตร มึงลืมไปแล้วหรือไงว่ามึงกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน แถมตอนนี้เขาก็เกลียดขี้หน้ามึงเข้าไส้ขนาดมึงยอมลงทุนไม่ทำงานทำการไปเฝ้าเขาทั้งวันทั้งคืนเขายังไม่ใจอ่อนให้มึงสักนิดเลย" คีรินหยุดความคิด ความฝันเพ้อเจ้อของไตรฉัตรลงด้วยคำพูดซ้ำเติมเหล่านั้นที่มันตอกย้ำเพราะคือความจริงที่เขาไม่สามารถหลีกหนีพ้น "โห่! ไอ้สัส! เดี๋ยวน้องพลอยก็ใจอ่อนเว้ย ไหน ๆ พวกมึงลองเรียกกูว่าป่าป๊าดิ้! กูจะได้ชินตอนลูกคลอดออกมาแล้วเรียกชื่อกูยังไงล่ะ เร็ว ๆ" "..." ทุกคนนิ่งเงียบ "ใครเรียกเดี๋ยวกูเลี้ยงเหล้า เลี้ยงหญิง เหมาดริ้งค์แล้วให้เงินไปลงอ่างจัดตัวท็อปสามคนเลย" เขาเอาเนื้อสัตว์มาล่อพวกครึ่งบกครึ่งน้ำ "ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า" ได้ยินเช่นนั้นธามไทนี่ถึงกับหูผึ่ง กระพือยิก ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเงินมีทองมากมายแต่ของฟรีก็เป็นลาภปากที่ต้องรีบตะครุบอยู่ดี "ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า" เฮียโก๋ไม่น้อยหน้า ทั้งหมดที่ไอ้ไตรฉัตรกล่าวมาเมื่อครู่เขาต้องทำงานร่วมวันกว่าจะเอาเงินไปผลาญได้ขนาดนั้น แล้วมีหรือที่เขาจะพลาดโอกาสดิบดีก็แค่แลกกับการทำอะไรปัญญาอ่อนสักเล็กน้อยนั่นถือว่าคุ้มค่าแล้ว เว้นอยู่แต่คีรินเขาไม่ได้สนใจเรื่องไร้สาระพันนั้นเพราะเขามีคนรักเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วและไม่เคยคิดที่จะนอกลู่นอกทางหรือทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ "เอาอีก เอาอีก" "ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า" "เอาอีก เอาอีก" "ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า ป่าป๊า" ไตรฉัตรเอ่ยเสียงเชียร์ราวกับเชียร์มวยหรือเชียร์วัวชน ใบหน้าหล่อเหลาแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแย้มเต็มริมฝีปากที่ส่งไปถึงดวงตาจนฉายชัดเอ่อล้นออกมาให้คนเหงาโดดเดี่ยวแอบอิจฉาเล่น ยามที่ได้ยินเสียงเอื้อนเอ่ยเรียกว่าป่าป๊าหัวใจเขามันก็กระชุ่มกระชวยราวกับต้นไม้เหี่ยวที่ถูกรดน้ำจนชุ่มฉ่ำ จากผู้ชายคาสโนว่าตัวพ่อ เที่ยวเตร็ดเตร่คั่วผู้หญิงไปวัน ๆ ไม่เคยมีความคิดที่จะมีเมียหรือสร้างครอบครัวเป็นหลักเป็นแหล่งเพราะยังโหยหาและรักชีวิตอิสระหวงแหนราวกับหัวใจ วันนี้กลับเฝ้ารอคอยคนแปลกหน้าที่เขาตั้งหน้าตั้งตาอยากพบเจอและอยากที่จะมอบความรักทั้งหมดที่ตนมีให้เต็มหัวใจ เพียงได้ยินเสียงร้อง เสียงหัวเราะ เสียงเรียก เพียงแค่จินตนาการถึงสิ่งเหล่านี้เขาก็มีความสุขจึงบอกไม่ถูกแล้ว นี่หรือเปล่าที่เขาเคยเห็นคอนเท้นต์ในติ๊กต๊อกสองขีดเปลี่ยนชีวิตไอ้โจ๋ อันนี้ไม่ใช่ แต่เป็นสองขีดเปลี่ยนชีวิตไอ้ไตรฉัตรหนุ่มหน้าม่อตัวพ่อต่างหาก พอรู้ว่ามีลูกก็ทำให้เขาอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้น อยากจะเป็นแบบอย่าง เป็นพ่อที่ดี เป็นฮีโร่ให้กับลูกอย่างที่พ่อของเขาเคยเป็นและทำให้เขารู้สึกถึงสิ่งนั้น เขาเข้าบริษัทมากขึ้น หมั่นตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจทำงาน และไม่ลืมที่จะเดินหน้างอนง้อขอคืนดีแม่ของลูกต่อ คราวนี้เขาเดินเครื่องสูบฉีดด้วยไฟเต็มที่ เหยียบคันเร่งบิดสุดไมล์เพื่อหวังจับพิชิตใจสาวให้โดยเร็วในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







