로그인"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย
หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น... และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วลูกดาราไม่ใช่คนเหรอ? เธอน่ะไม่เท่าไหร่หรอกเพราะเธออยู่ในวงการมานานหลายปีจึงแบกรับกับทุกกระแสได้เป็นอย่างดี ใครพูดมาเธอก็สวนกลับแค่นั้นเอง แต่คงไม่ใช่กับเด็กน้อยที่เป็นเพียงผ้าขาวบริสุทธิ์หากมีใครมาแต่งแต้มก็พร้อมจะแปรเปลี่ยนไปตามสิ่งเร้านั้น ยังมีเกราะป้องกัน มีภูมิคุ้มกันตัวเองไม่มากพอเท่าคนที่เติบโตบนโลกอันแสนโหดร้ายมาแล้วยาวนานยี่สิบกว่าปีอย่างเธอ "เพราะมีคนแพ้ท้องแทนหรือเปล่าจ๊ะ" เจ๊นัตตี้เอ่ยแซว ยายพลอยปภัสใช้ชีวิตได้ตามปกติทั่วไปราวกับไม่ใช่คนที่กำลังตั้งท้องเป็นคุณแม่มือใหม่ด้วยไม่มีอาการอะไรเลยทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียนหรือแม้กระทั่งอยากกินของเปรี้ยว ของดอง ของแปลก ๆ โน่นไปตกอยู่ที่พ่อไตรฉัตรเก็บทุกอย่าง กวาดเรียบเอาหมด! จนแทบจะเหลือแค่อุ้มท้องแทนแล้ว "เขาว่าคนแพ้ท้องแทนเมียนี่แปลว่ารักเมียมากสงสัยจะจริงแฮะ" ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นกับหัวใจของเธอมันดันเต้นผิดปกติจนสังเกตได้ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาแสดงความขวยเขินจนต้องรีบจ้วงเค้กช็อกโกแลตเข้าปากเพื่อกลบเกลื่อนมันให้มิดชิด "หยุดเลยเจ๊ ความเชื่อบ้าบออะไรกันไม่เห็นจะจริงสักหน่อย มันก็สมควรแล้วแหละที่เขาจะแพ้ท้องแทนฉัน ก็ตอนนู้นทำกับฉันไว้ซะเยอะแยะ นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ที่จริงลูกต้องเล่นเขาให้หนักกว่านี้เอาให้แบบทุรนทุรายกินไม่ได้นอนไม่หลับอะไรเลยงี้" "แหมม หราา คิดอย่างนั้นจริง ๆ หรา ไม่ใช่ว่าตัวเองก็แอบใจอ่อนให้เขาแล้วนะ" เจ๊นัตตี้ยกแขนเรียวยาวขึ้นมากอดอก กรอกตามองอีกฝ่ายที่กำลังทำตัวมีพิรุธสุด ๆ แล้วเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ "บ้า ใครจะใจอ่อนกัน" บ้าจริง ไม่ใช่เธอสักหน่อย "แต่แกนี่ใจแข็งใช่เล่นเหมือนกันนะยัยพลอย ลูกในท้องแกก็เกือบจะห้าเดือน ใกล้รู้เพศแล้ว แกก็ยังไม่ยอมใจอ่อนสักที ต้องรอให้เขาไปมีเมียใหม่ก่อนหรือไงแกถึงจะรู้ใจตัวเองฮะ" หล่อนนี่ยอมให้อภัยไตรฉัตรไปก่อนหน้าพลอยปภัสสักระยะหนึ่งแล้วเพราะเล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงของอีกฝ่ายที่ต้องการเมียและลูกกลับไปสู่อ้อมกอดจริง ๆ แต่หล่อนก็เข้าใจพลอยปภัสเหมือนกัน คนมันเคยเจ็บ คนมันโดนกระทำมาสักขนาดนั้น โดนหลอกให้ไว้ใจสุดท้ายก็คว้ามีดมาเสียบแทงเข้าข้างหลัง ทำแบบนี้เหมือนเขากำลังตบหัวแล้วลูบหลังชัด ๆ หล่อนรู้ว่าใจหนึ่งพลอยปภัสก็คงอยากจะให้อภัยแต่เพราะกลัว กลัวว่าตัวเองจะต้องผิดหวัง จะต้องพบเจอกับความรู้สึกเดิม ๆ จึงไม่กล้าก้าวไปสู่วังวนนั้นอีก "อะไรจ๊ ระยะเวลาแค่สี่เดือนมันจะพิสูจน์อะไรคนได้ เขาอาจจะต้องการแค่ลูกแต่ไม่ได้ต้องการฉันป้ะ" "พี่ต้องการทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละค่ะ" จู่ ๆ ไตรฉัตรก็โผล่เข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง วันนี้เขาหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังที่ใช้สำหรับบำรุงครรภ์และบำรุงแม่มาฝากพลอยปภัสอีกเช่นเคย "มาทำไม?" เป็นคำถามที่ถามทุกครั้งแต่ก็ยังอนุญาตให้เขามาเจอหน้าได้ทุกวันเช่นเคย "ก็มาหาเมียยังไงล่ะคะ" ชายหนุ่มเดินเข้าไปย่อตัวนั่งยอง ๆ ลงด้านหน้าเรือนร่างแบบบางที่มีส่วนหน้าท้องนูนออกมาเล็กน้อยแต่ยังดูไม่ชัดด้วยเป็นท้องแรกและท้องสาว "วันนี้พี่ซื้อของมาฝากน้องพลอยเยอะแยะเลย" "จะซื้อมาทำอะไรนักหนาของเก่าก็ยังมีอยู่เต็มบ้าน กะจะให้บ้านฉันเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเปิดขายของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือไง" พลอยปภัสกรอกตามองบนแล้วมองไปรอบ ๆ ตัวบ้านด้วยความเอือมระอาเพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยข้าวของที่คนเห่อจนบ้าคลั่งอย่างไตรฉัตรซื้อเข้ามาทุกวันราวกับถมที่ ตอนนี้เธอย้ายจากบ้านจากคอนโดมาซื้อบ้านจัดสรรอาศัยอยู่เพราะอยากจะได้ความเป็นส่วนตัวและยังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องที่ตนเองกำลังตั้งท้องให้ใครรู้ แต่ก็มีแค่ไตรฉัตรและเจ๊นัตตี้ที่เข้าออกอยู่เป็นประจำทุกวันจนถนนสายนี้ใกล้จะเป็นเทือกแล้ว "น้องพลอยรีบกินให้หมดสิคะ กินน้อยแบบนี้เดี๋ยวลูกก็ตัวเล็กพอดี ดูสิห้าเดือนแล้วท้องยังเห็นไม่ชัดเลย" เขาถือวิสาสะเอาหน้าแนบเข้ากับเนินหน้าท้องของพลอยปภัส ก่อนจะแหงนขึ้นมองใบหน้าที่กำลังเห่อร้อน "พี่ว่าเราไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจลูกกันอีกรอบดีไหม" "ก็ไปทุกเดือนอยู่แล้ว หมอก็บอกว่าปกติดี ลูกสมบูรณ์แข็งแรง" "แต่ท้องน้องพลอยเล็กมากเลยนะคะ" เขายังเถียงกลับไป "จะให้มันใหญ่ออกมาประจานฉันเหรอไง ก็ดีแล้วนี่ที่ท้องเล็กคนอื่นเขาจะได้ไม่รู้ว่าฉันท้องไม่มีพ่อ" พลอยปภัสเหวใส่กลับไป คงจะมีแค่อารมณ์แปรปรวนที่มันขึ้นลงและเหม็นขี้หน้าเวลาเจอะเจอไตรฉัตรละมั้งที่เธอกำลังเป็นอยู่และบ่งบอกว่าเป็นคนท้องเพราะนอกเหนือจากนั้นไตรฉัตรเป็นคนรับเอาหมด "ไม่มีพ่อได้ยังไง ก็พี่นี่ไงพ่อของลูก" "อย่าลืมสิคะ คุณกับฉันเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว" เธอยังคงพูดตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างเราชัดเจนทุกครั้ง "น้องพลอย สี่เดือนแล้วนะคะที่พี่ตามง้อน้องพลอยมา น้องพลอยจะไม่ใจอ่อนให้พี่สักนิดเลยจริง ๆ เหรอคะ" เขาจับประคองฝ่ามือนุ่มนิ่มขึ้นจรดใบหน้าแล้วแหงนขึ้นส่งสายตาอ้อนวอนไปยังพลอยปภัสผู้หญิงใจร้ายคนนั้น "เอ่อ...งั้นเจ๊ขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันนะ ดูเหมือนจะเป็นกว้างขวางคอยังไงก็ไม่รู้" เจ๊นัตตี้กระแอมกะไอเล็กน้อยเพื่อบอกว่าหล่อนยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ก่อนรีบเดินออกไปเพื่อปล่อยให้ทั้งคู่ไม่มีเวลาเคลียร์ใจกันตามลำพัง "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ "ที่ผ่านมาพี่รู้ว่าสี่เดือนนี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับสิ่งที่พี่เคยทำกับน้องพลอยเอาไว้ แต่น้องพลอยคะ...พี่สำนึกผิดแล้วจริง ๆ ตอนนี้พี่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม กลับมาสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ มีพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรพี่ยอมทั้งนั้นขอแค่น้องพลอยให้โอกาสผู้ชายโง่ ๆ ที่มันเพิ่งจะรู้ตัวคนนี้อีกสักครั้ง ให้มันได้แก้ไขในสิ่งที่มันเคยทำผิดพลาดลงไปได้ไหมคะ" แววตาคู่นั้นมันมีแต่ความจริงใจที่กำลังส่งผ่านไปให้พลอยปภัสเพื่อให้เธอได้รับรู้และสัมผัสได้ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่





![คลั่งรักนายมาเฟีย [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

