로그인พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้
ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊าเหรอ" เจ้าสัวณรงค์เอ่ยแซว ลูกสาวเขาคนนี้ปากแข็งไม่ยอมรับหัวใจตัวเองสักทีแต่ลึก ๆ เขาก็เชื่อว่าพลอยปภัสก็แทบจะให้อภัยไตรฉัตรจนหมดแล้วเหมือนกัน "เปล่าสักหน่อยค่ะ พลอยหิวแล้วน่ะคะแต่เห็นเขายังไม่กลับมาสักทีก็เลยเดินออกมารอดูว่าเมื่อไหร่จะได้ฤกษ์ได้ยามก่อน ปล่อยให้พลอยท้องร้องแบบนี้มันใช้ไม่ได้ใช่ไหมคะป๊า" พูดจบก็รีบเดินหน้ายู่กลับเข้าไปด้านใน กริ่ง! "พี่ไตร!" รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะกดรับเพราะคิดว่าเป็นสายจากไตรฉัตร และใช่... "ฮัลโหล พี่ไตร ทำไมยังไม่กลับ ลูกหิวแล้วเนี่ย" (เอ่อ...สวัสดีค่ะดิฉันโทรจากโรงพยาบาลxxxนะคะ คุณเป็นภรรยาเจ้าของโทรศัพท์ใช่ไหมคะ) ได้รับสายจากโรงพยาบาลพลอยปภัสก็เริ่มใจคอไม่ค่อยสู้ดี กลัวว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเขายิ่งด้านนอกฝนตกหนักขนาดนี้ด้วย "คะ...ค่ะ ฉันเป็นภรรยาเขาค่ะ" (เจ้าของโทรศัพท์ประสบอุบัติเหตุรถชนกับรถสิบล้อ ตอนนี้กำลังอยู่ในห้องฉุกเฉินนะคะ) "..." หัวใจของพลอยปภัสกระตุกวูบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือไม้เธออ่อนเรี่ยวอ่อนแรงแทบจะล้มฟุบลงบนพื้นโชคดีที่เจ้าสัวณรงค์เข้ามารับเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นคงกระทบกระเทือนถึงเจ้าตัวน้อยในท้อง "เกิดอะไรขึ้นลูก พลอย" "พะ...พี่ไตร" หัวใจบีบรัดแน่น ความรู้สึกกังวล ความรู้สึกผิดที่คิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้ไตรฉัตรประสบอุบัติเหตุรถชนกับรถสิบล้อกำลังถาโถมเข้ามาเล่นงานเธออย่างหนักหน่วง น้ำตารินรดไหลอาบสองพวงแก้มราวกับทำนบแตก สติสัมปชัญญะขาดหายหลุดลอยไปเอาแต่พูดพร่ำเรียกชื่อเขาคล้ายกับคนที่เสียสติไปแล้ว "ไตรเขาเป็นอะไรลูก พลอย พี่เขาเป็นอะไร" เจ้าสัวณรงค์เขย่าตัวลูกสาวเบา ๆ เพื่อเรียกสติ "พะ..พี่ไตร...เขารถชนค่ะป๊า ฮึก...ปะ...ป๊า เพราะพลอย พลอยทำให้พี่ไปต้องไปเจออะไรแบบนั้น เพราะพลอย ฮึก...ป๊า" "ไม่ใช่พลอย ไม่ใช่เพราะลูก อุบัติเหตุมันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น" เจ้าสัวณรงค์รีบดึงตัวลูกสาวเข้ามาโอบกอดเอาไว้เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปลูบศีรษะทุยเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมคนที่กำลังสะอึกสะอื้นจนร่างกายสั่นโยกสั่นคลอนให้ใจเย็นลง "ไม่จริง...ฮึก ถ้าพะ...พลอยแกล้งให้พี่ไตร อะ..ออกไปซื้อของมากมายแบบนั้น ฮะ ฮึก พี่ไตรก็คงไม่เจอเรื่องอะไรแบบนี้ ฮึก เพราะพลอย เพราะพลอย" เธอกำลังรู้สึกหวาดกลัวว่าเธอจะต้องพบกับความสูญเสียอีกครั้งหนึ่ง ในชีวิตนี้เธอเคยสูญเสียมารดาและแม่นมไปอย่างไม่มีหวนคืน พวกเขาเป็นเหมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งเดียวของเธอในตอนนั้น แล้ววันนี้วันนี้หากเธอจะต้องสูญเสียไตรฉัตรไปอีกคนเธอจะมีชีวิตต่ออย่างไร! ภายในสมองมันมีแต่ความคิดหลากหลายฟุ้งซ่านตีปนกันมั่วไปหมด เธอเอาแต่พร่ำร้องสะอึกสะอื้นพูดโทษตัวเองจนเจ้าสัวณรงค์ต้องโอบรัดตัวลูกสาวเอาไว้แนบแน่น "ฮึก..." หากเธอไม่คิดสนุกแกล้งให้เขาไปซื้อนู่นซื้อนี่มากมาย เขาก็คงไม่ต้องออกจากบ้านแล้วประสบอุบัติเหตุทางรถฉันต้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร "ฮึก" หลังจากนั้นทั้งสองคนก็รีบออกเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ไตรฉัตรรักษาตัวอยู่ ทว่าทำได้เพียงยืนรออยู่หน้าห้องประตูฉุกเฉินเท่านั้นโดยไม่รู้คนด้านในจะเป็นอย่างไรบ้าง พอมาถึงจุดนี้จุดที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้ นอกเสียจากภาวนาร้องขอให้เขาปลอดภัยเท่านั้น จึงได้กลับมาย้อนฉุกคิดถึงตัวเอง...ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาหากเธอไม่มัวแต่มีกำแพงในใจ หวาดกลัวกับสิ่งที่มันเคยเกิดขึ้นแล้วให้โอกาสทั้งตัวเองและเขาได้เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง เธอก็คงไม่ต้องรู้สึกเสียใจขนาดนี้... "พี่ไตรพี่ต้องปลอดภัยนะ ถ้าพี่เป็นอะไรขึ้นมาแล้วลูกของเราจะอยู่ยังไง" ดวงตาแดงก่ำเหม่อลอยมองประตูห้องฉุกเฉินด้วยความกังวล "ฮึก..." ชีวิตของคนเรามันสั้นเหลือเกิน อย่างที่พระท่านว่าไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ เราทราบวันเกิดแต่ไม่ทราบวันตาย ฉะนั้นตอนที่ยังมีลมหายใจ ยังมีกันอยู่ อยากทำอะไรก็รีบ ก่อนไม่มีโอกาสนั้นอีกต่อไป เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ต้องมายืนอยู่จุดนี้.. "พี่ไตร...พลอยสัญญา พลอยสัญญาถ้าพี่ปลอดภัยพลอยจะให้โอกาสพี่อีกครั้ง พลอยจะยกโทษให้พี่ เธอจะกลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิม พี่ไตร..." "จริง ๆ นะ น้องพลอยพูดแล้วนะครับ" "พี่ไตร!" ใบหน้าที่ก้มลงมองพื้น ปล่อยหยาดน้ำตาให้หลั่งรินลงเพื่อชโลมชะล้างความเจ็บปวดรีบแหงนขึ้นมามองก็ปรากฏเห็นเป็นเรือนร่างแกร่งกำยำที่กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นและมีพยาบาลยืนขนาบด้านหลัง "พี่ไตร!!!" เธอรีบพุ่งตัวเข้าไปด้วยความดีใจที่เขาปลอดภัยและไม่เป็นอะไรอย่างที่เธอหวาดกลัว "พี่ไตร พี่ไตรไม่เป็นอะไรใช่ไหม พี่ไตรเจ็บตรงไหนไหม พี่ไตร พลอยขอโทษ พลอยขอโทษ ถ้าพลอยไม่ให้พี่ออกไปซื้อของให้พลอยพี่ก็คงไม่ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ พลอยขอโทษ พลอยขอโทษจริง ๆ พลอยขอโทษ ฮึก" เธอเอาแต่พูดวน ๆ ประโยคซ้ำ ๆ "พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะแล้วก็ไม่ใช่ความผิดของน้องพลอยด้วย" เขาเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนหลังมือของคนรัก "ถนนลื่นแล้วพี่ก็ไม่ทันระวังเองก็เลยพุ่งชนเข้าท้องรถสิบล้อ รถนี่พังยับเลยแต่โชคดีสงสัยลูกคงไปช่วยพี่ไว้มั้ง พี่ก็เลยรอดปลอดภัยไม่บาดเจ็บอะไรมากมายมีแค่ถลอกนิดถลอกหน่อย แต่ตอนที่พยาบาลโทรไปพี่คงหมดสติอยู่ก็เลยทำให้น้องพลอยต้องคิดมากเลย" "ฮึก..พี่ไตร" หญิงสาวรีบโผตัวเข้าโอบกอดชายหนุ่ม ก่อนจะปลดปล่อยน้ำตาออกมาอีกครั้งเพราะความตื้นตันใจและความดีใจ ส่วนเขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบแผ่นหลังโอบกอดร่างบอบบางเอาไว้ด้วยความโหยหาเช่นเดียวกัน "ขอบคุณนะคะที่น้องพลอยเป็นห่วงพี่ขนาดนี้" ว่าแล้วก็หอมหน้าผากมนซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ "แต่น้องพลอยอย่าลืมนะเมื่อกี้น้องพลอยพูดแล้วว่าถ้าพี่ปลอดภัยน้องพลอยจะยอมให้โอกาสแล้วกลับมาเป็นครอบครัวกัน" เขารีบทักท้วงเพราะกลัวว่าขืนปล่อยชักช้ากว่านี้พลอยปภัสจะนึกเปลี่ยนใจแล้วเขาก็ดันกลับไปกินแห้วอีก "ค่ะ ค่ะพี่ไตร" เธอพยักหน้ารัว ๆ ไม่เอาแล้ว ทิ้งแล้วอีโก้ในใจ หากวันนี้เขาเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ คนที่จะเจ็บปวดมากที่สุดก็คงเป็นเธอที่ปล่อยเวลาทิ้งไปแล้วไม่ยอมมีความสุขในตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เธอรู้แล้วว่าเวลามันมีค่ามากแค่ไหน... ชายหนุ่มค่อย ๆ ผละกอดออกแล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเรือนร่างแบบบาง ประคองฝ่ามือนุ่มนิ่มขึ้นมาแล้วแหงนหน้าขึ้นสบสายตาส่งความอบอุ่นละมุนละไมแก่เธอ "ถ้าเกิดไม่ใช่น้องพลอยพี่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะสามารถรักใครจนกระทั่งยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ขนาดนี้อีกหรือเปล่า เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะคะ แต่งงานกับพี่นะ พี่สัญญาว่าพี่จะเป็นทั้งพ่อและสามีที่ดีจนทุกคนต้องอิจฉาน้องพลอยกับลูกแน่นอน" คราวนี้มันไม่ใช่เพียงคำสัญญาส่ง ๆ ที่พ้นออกไปเพื่อหมายให้ได้ครอบครองของบางสิ่งบางอย่างที่ปรารถนามาแล้วหลังจากนั้นก็ลืมมันไป แต่วันนี้เขากลั่นมันออกมาจากหัวใจ จากเบื้องลึกด้านในที่ต้องการจะทำสิ่งนั้นให้ได้ตามสัจจะของตนเองจริง ๆ "ค่ะ พลอยตกลงค่ะ"ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







