LOGINตลอดระยะเวลาสามวันที่ผ่านมาตั้งแต่ตรวจเจอว่าตนเองกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู้ในท้อง เธอก็ดูแลตัวเองอย่างดี ระมัดระวังมากขึ้น ไม่หักโหมทำงานมากเกินไป และเบรคเจ๊นัตตี้เรื่องการรับงานเพิ่มเพื่อสะสางคิวงานที่มีให้เสร็จสิ้นก่อนท้องเธอจะโตจนป่อง
ยังไม่มีใครรู้เรื่องที่เธอกำลังตั้งท้องแม้กระทั่งเจ๊นัตตี้คนที่เธอไว้วางใจมากที่สุด ณ ตอนนี้ เพราะเธออยากจะเคลียร์สภาพจิตใจ สภาพความรู้สึกของตนเองให้พร้อมและดีขึ้นกว่านี้ก่อนสักระยะหนึ่ง "วันนี้หมอบอกว่าอาการของป๊าดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้ก็คงจะกลับบ้านได้" พลอยปภัสหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยแล้วเอ่ยพูดกับคนในชุดโรงพยาบาลเอกชนด้วยน้ำเสียงโทนสุภาพไม่ได้แข็งกร้าวหยาบกระด้างเหมือนดังก่อน "พอกลับบ้านป๊าก็หัดทำตัวให้มันว่าง ๆ บ้าง ช่วยอยู่นิ่ง ๆ ทำอะไรที่มันผ่อนคลายไม่ต้องใช้สมองคิดมากจนเครียดแล้วเข้าโรงพยาบาลอีก พลอยไม่ได้มีเวลาว่างมันนั่งเฝ้าป๊าหรอกนะคิวงานพลอยก็เต็มทุกวันช่วยเห็นใจลูกหน่อย" แต่นิสัยของพลอยภัสก็ยังคงฉายความเป็นพลอยปภัสอยู่วันยันค่ำ เธอรู้สึกกระดากปากหากจะพูดจาหวานชื่นฟังแล้วลื่นหูกับป๊าผู้เป็นบิดาที่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปี ถึงอย่างไรกำแพงในใจที่เคยก่อตัวขึ้นสูงจนปิดกั้นปิดรับทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกทลายลงบ้างแล้วเพราะหูตาสว่างได้รับรู้ความเป็นจริงว่าลึก ๆ 'ป๊าเองก็รักเธอ' เหมือนกัน เหมือนกับพรีมลูกสาวซึ่งเกิดจากพิมพ์ดาว "..." ยังไม่ทันที่เจ้าสัวณรงค์จะได้อ้าปากพูดพลอยปภัสก็สวนแทรกขึ้นมาเสียก่อนอีกครั้ง "พนักงานที่บริษัทป๊าจ้างด้วยเงินเดือนเดือนละหลายหมื่นไม่ใช่เหรอ ป๊าก็ใช้ให้มันคุ้มค่าจ้างหน่อย ส่วนตัวเองหัดเอาเวลามาดูแลสุขภาพจิต สุขภาพร่างกาย แล้วใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัวบ้าง พวกทรัพย์สินเงินทองนั่นจะหาตอนไหนก็ได้ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่แต่คนข้างกายนี่สิความรู้สึกมันบั่นทอนลงไปเรื่อย ๆ เข้าใจไหม" "ป๊าขอโทษนะพลอย..." "..." พลอยปภัสแน่นิ่งไป "ป๊าไม่เคยทำหน้าที่ป๊าของพลอยเลย ป๊าขอโทษ..." เจ้าสัวณรงค์พึงระลึกรู้ก็ตอนนี้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาเป็นพ่อและสามีที่ห่วยแตกมากขนาดไหน เรื่องราววุ่นวายที่มันบานปลายมาจนถึงปัจจุบันนี้ล้วนมิได้มีสาเหตุมาจากใครแต่เป็นเพราะตัวเขาเองทั้งสิ้น เขาคือชนวนคือจุดศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดทุกอย่าง... เขามันห่วยแตกทำร้ายผู้หญิงสี่คนไปพร้อม ๆ กัน คนหนึ่งก็เป็นคนที่จงรักภักดี ซื่อสัตย์ และรักเขามากจนยอมได้แม้กระทั่งแลกชีวิตเพื่อเขา แต่เขากลับทำให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจจนกระทั่งตรอมใจตายไปพร้อม ๆ กับลูกในท้อง ทำให้เขากลายเป็นฆาตกรฆ่าเมียและลูกตัวเอง เป็นตราบาปที่ติดอยู่ในใจเขามาโดยตลอด ไม่ว่าเขาจะพยายามลบล้างมันด้วยวิธีใดก็เห็นทีจะไม่เคยสัมฤทธิ์ผล ส่วนผู้หญิงคนที่สองที่เขาดึงเข้ามาทีหลัง เขาทำให้เธอต้องกลายเป็นน้อย ทำให้เธอต้องโดนตีตราจากผู้อื่นทนฟังคำครหาว่าแย่งสามีพี่สาวจนเป็นผลพวงให้พี่สาวตรอมใจตายไปพร้อมกับหลานตัวน้อยที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก ซ้ำเขายังเอาตราบาปเอาความรู้สึกผิดของตนเองจนละเลยความรู้สึกหลงลืมว่าเธอเองก็มีจิตใจเหมือนกัน บีบเธอให้ไม่เหลือทางเลือกและลงไปในเส้นทางวังวนนั้น อยู่กับความหวาดระแวงความหวาดกลัวมาทั้งชีวิต ผู้หญิงคนที่สาม พรีม ลูกสาวคนเล็ก เธอต้องเกิดมาโดยที่รับรู้ว่ามารดาของตนเองทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้บ้าง ได้ยินได้ฟังคนอื่นเขาพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ต้องมารับกรรมและได้รับผลพลอยได้ไปกับการกระทำของผู้ใหญ่ด้วย... ท้ายสุด พลอยปภัส... ลูกสาวคนโตที่เขามักละเลยและไม่ได้สนใจความรู้สึกของแกเท่าไรเพราะมัวแต่หักโหมทำงานอย่างบ้าคลั่งด้วยคิดว่าขณะนั้นตนยังมีพละกำลังจึงมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือด้วยยังหนุ่มยังแน่นจึงหลงลืมไปว่าลูกเองก็ต้องการความรักจากบิดาเพราะสูญเสียมารดาไปแล้วหนึ่งคน เขาทิ้งให้แกต้องเติบโตมากับแม่นม ปล่อยให้แกกลายเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่น...จนความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลูกสาวมันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก แกพยายามต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่เอื้ออำนวยมาจากเขา พยายามยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้จำเป็นกับแก... "ป๊าเอาแต่ทำงาน ป๊าไม่เคยมีเวลาให้พลอยเลยจนพลอยรู้สึกน้อยใจคิดว่าป๊าไม่รัก แต่ป๊าอยากจะให้พลอยรู้ไว้ว่าป๊าทำเพื่อพลอยและป๊าไม่เคยที่จะไม่รักพลอยเลยนะลูก" เจ้าสัวณรงค์พูดออกมาจากใจจริง คำรักเมื่อครู่ มันเหมือนเข้าไปชโลมจิตใจของพลอยประภัสที่มันกำลังห่อเหี่ยว พื้นดินแห้งแล้งถูกหยาดน้ำเย็นที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาโดยตลอดรินรดราดลงให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น หยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองพวงแก้มโดยอัตโนมัติราวกับสามารถสั่งการได้ ความรู้สึกบางอย่างมันกำลังไหลเวียนอยู่ด้านในจนเธอแทบจะเก็บกลั้นมันเอาไว้ไม่อยู่ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแค่ได้ยินคำว่ารักคำเดียวจากคนเป็นพ่อจะทำให้หัวใจลูกรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้... "ป๊า" เธอสูดน้ำมูก น้ำหูน้ำตาไหลเพรื่อยกแขนเรียวบางขึ้นมาปาดมันออกแบบลวก ๆ ราวกับเด็กตัวน้อยที่ดีใจตอนได้ของเล่นใหม่ เธอก็ไม่ได้ตามไปจากเด็กพวกนั้น ถึงแม้ร่างกายจะเติบโตเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัวจวบจนจะกลายเป็นแม่คนอยู่รอมร่อแต่เธอก็ยังอยากเป็นเด็กน้อยที่ให้ป๊าคอยโอ๋ คอยกอด คอยบอกรักเหมือนเด็กคนอื่น ๆ อยู่ดี "ป๊าขอโทษนะพลอยที่ทำให้ลูกรู้สึกแบบนั้น ป๊าขอโทษ มาลูก" เจ้าสัวณรงค์อ้าแขนออก แววตาคู่นั้นที่พลอยปภัสใคร่อยากจะได้จากผู้เป็นพ่อหนักหนามันปรากฏขึ้นตรงหน้าและกำลังจ้องมองมาทางเธอเพื่อเชื้อเชิญ "ฮึก..." หญิงสาวพุ่งตัวเข้าไปโอบกอดร่างของเจ้าสัวณรงค์ด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาหลั่งรินเอ่อทะลักคล้ายทำนบแตกจนเสื้อจากโรงพยาบาลเอกชนเปียกชื้นเป็นวงกว้างไปหมด "ป๊า ฮึก...พลอยก็ขอโทษ พลอยขอโทษป๊าเหมือนกัน ฮึก" "ลูกสาวป๊า ป๊ารักพลอยนะลูก" เธอต้องการแค่นี้จริง ๆ ต้องการแค่นี้จากคนเป็นพ่อ นอกเหนือจากนี้เธอไม่ได้อยากได้อะไรอีกแล้ว "พลอยก็รักป๊าค่ะ ฮะ..ฮึก" ทั้งสองกอดปรับความเข้าใจและเคลียร์ใจกันอยู่ครู่ใหญ่ ๆ จนความรู้สึกติดค้างที่มันเคยเป็นกำแพงหนาขวางกั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกถูกพังทลายลงอย่างจริงจังเสียที คำว่าครอบครัวที่เธอไม่เคยได้สัมผัสและไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว หรือเป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของเจ้าสัวณรงค์ วันนี้เธอได้รับมันแล้ว... วันนี้ที่เธอรอคอย รอคอยมาทั้งชีวิต...คือวันที่เธอได้ป๊าของเธอคืนมา... นี่ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่เธอจะจดจำมันเอาไว้และเก็บเป็นประสบการณ์เพื่อลูกของเธอจะได้ไม่ต้องตกที่นั่งเดียวกันกับเธอเพราะเธอรู้ดีว่าความรู้สึกพวกนี้มันโคตรทรมานมากแค่ไหนที่เราจะต้องจมอยู่กับมันมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี "ป๊าคะ" "อะไรลูก?" เจ้าสัวณรงค์เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย "ป๊าอยากมีหลานไหมคะ" "หืม อยากมีสิ ป๊าก็อายุปูนนี้แล้วกลัวว่าหากรอนานกว่านี้คงจะวิ่งเล่นกับหลานไม่ได้เพราะเดินไม่ไหวน่ะสิ แต่ดูเหมือนลูกสาวป๊าจะไม่ยอมมีหลานให้ป๊าสักที" เมื่อได้คำตอบที่พึงพอใจแล้วและคิดว่าสิ่งที่เธอจะบอกต่อจากนี้จะไม่กระทบกระเทือนจิตใจจนทำให้อาการของอีกฝ่ายกำเริบ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบเนินหน้าท้องก่อนแหงนหน้าขึ้นไปสบสายตากับบิดา "พลอยกำลังท้องค่ะ พลอยกำลังมีหลานให้ป๊า" "..." เจ้าสัวณรงค์อึ้งไปชั่วขณะ แต่พอได้เห็นสีหน้าของลูกสาวแล้วมันก็บ่งบอกอะไรกับเขาหลายอย่าง "จริงเหรอพลอย นี่ป๊ากำลังจะได้เป็นคุณตาแล้ว เฮ้อ! ป๊าจะเตรียมที่ดินสักพันไร่ เงินสดสักสามสิบล้าน ที่ดินพร้อมบ้านติดเขาใหญ่ ทองคำแท่งไว้รับขวัญหลานคนแรกของตระกูลดีไหม" "ป๊าจะไม่ถามพลอยเหรอคะว่าพ่อของลูกพลอยคือใคร?" เธอหลุบตาลงมองต่ำ "ถ้าพลอยพร้อมเดี๋ยวพลอยก็บอกป๊าเองแหละ แต่ตอนนี้พลอยมาช่วยป๊าคิดดีกว่าว่าป๊าจะเตรียมอะไรรับขวัญหลานคนแรกอย่างสมเกียรติดี นี่ถือว่าเป็นข่าวดีของตระกูลเราเลยนะลูก ทุกคนต้องดีใจกับหนูมากแน่ ๆ " "เขาคงรอสมเพชพลอยมากกว่ามั้งคะที่พลอยท้องไม่มีพ่อ พลอยเลิกกับพ่อของลูกแล้ว พลอยกำลังจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว พลอยต้องเลี้ยงลูกคนเดียว พลอยไม่รู้ พลอยกังวลไปหมดว่าพลอยจะทำให้ลูกรู้สึกเหมือนกันกับพลอยหรือเปล่า พลอยไม่รู้ว่าพลอยจะต้องปรึกษาใคร..." ฝ่ามือบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเครียดที่มันกำลังสะสมอยู่ในใจ สาเหตุหนึ่งอาจมาจากอารมณ์แปรปรวนของคนท้องที่มักมีอาการหวั่นไหวขึ้นลงง่ายตามปกติและสิ่งที่พลอยปภัสเคยประสบเจอมาจนกลายเป็นบาดแผลรอยหนึ่งในชีวิต "ไม่จริงเลยลูก ไม่จริง ป๊าเชื่อว่าพลอยจะสามารถเป็นแม่ที่ดีให้เจ้าตัวน้อยได้แน่นอน ลูกสาวของป๊าเก่งอยู่แล้วเรื่องแค่นี้ป๊ามั่นใจในตัวพลอยนะลูก อย่าลืมสิว่าพลอยยังมีป๊า ป๊าจะเป็นคุณตาแล้วก็ช่วยพลอยเลี้ยงยัยหนูเอง" เจ้าสัวณรงค์เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปจับกุมมือของลูกสาวเพื่อปลอบประโลมในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







