Masukหยางชิงอี้ดวงตาเบิกโพลง ออกแรงทั้งทุบทั้งตีเขา แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด เขาใช้จังหวะที่นางหอบหายใจ แทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนควานหา จนเจอลิ้นเล็กนุ่มนิ่มที่พยายามหลบหนี
“อืม..” เสียงครางต่ำในลำคอแสดงถึงความพึงพอใจของชายหนุ่ม ทำเอาหญิงสาวตื่นตะลึงตัวแข็งทื่อ นางไหนเลยจะเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน มือเล็กพยายามผลักร่างใหญ่โตออกห่าง ทว่ายิ่งนางพยายามดิ้นหนี เขาก็ยิ่งดูดกลืนลิ้นของนางรุนแรงรุกเร้าเข้ามาอย่างตะกรุมตะกราม “อื้อ” หลี่หลงจิ่งแปรเปลี่ยนจากความดุดันเป็นอ่อนหวาน ค่อย ๆ ละเลียดชิมลิ้มรสกลีบปากสวยพร้อมส่งลิ้นเข้าไปกอดเกี่ยวพัวพันลิ้นเล็กอย่างหิวกระหาย จนคนตัวเล็กร่างกายอ่อนระทวย ต้องทิ้งน้ำหนักเข้าสู่อ้อมอกแกร่งอย่างไร้ทางต่อกร ครั้นเห็นว่านางกำลังจะขาดอากาศหายใจ อ๋องหนุ่มจึงได้ผละจาก แม้ในใจจะไม่ยินยอมเท่าใดนัก “แฮ่ก ๆ จะ เจ้า!” “หึ ๆ เป็นอย่างไร จูบแรกจากพี่ชายร้อนแรงหรือไม่” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากบาง ตั้งใจหยอกเย้าโดยการปาดป่ายกลีบปากของตนเองเข้าหาอีกฝ่าย ส่งผลให้หยางชิงอี้สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง รู้สึกวาบหวามอย่างไม่ควรจะเป็น “เจ้า! เอาป้ายหยกของข้าคืนมานะ” “ฮื้ม...นี่มันของข้า เหตุใดต้องคืนเจ้าด้วยเล่า” “อันใดนะ....” หยางชิงอี้ตะลึงงันไปแล้ว คนโง่งมที่เดิมตกหลุมดักสัตว์ที่นางทำไว้ก็คือคนผู้นี้หรือ! บัดซบสิ้นดี! “หึ ๆ เจ้าและข้าช่างมีวาสนาต่อกันยิ่งนัก” หลี่หลงจิ่งกล่าวด้วยความขบขันระคนเอ็นดู หยางชิงอี้ใบหน้าแดงซ่านทั้งกระดากอายและมีโทสะ หญิงสาวทำท่าจะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอีกครั้งแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะมือหนาของเขาคว้าจับหน้าอกของนางไว้ “อืม นุ่มนิ่มเหลือเกิน อึก” “เจ้าเอามือสกปรกของเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้” หยางชิงอี้พลิกข้อมือหนาก่อนจะวาดขาเตะเข้าจุดกลางกายของชายหนุ่ม หากอ๋องห้าหลบไม่ทันมีหวังตรงนั้นคงจะใช้การไม่ได้อีกต่อไป “โหดร้ายยิ่งนัก หากตรงนั้นของข้าใช้งานไม่ได้ เจ้านั่นแหละจะเป็นคนแรกที่ร้องไห้เสียใจ” “พูดเพ้อเจ้ออันใดของเจ้า!” หลี่หลงจิ่งเห็นนางโกรธจนหน้าดำหน้าแดงก็ยิ่งถูกใจ คราวนี้เขาไม่คิดยั้งมืออีก ยิ่งได้เห็นเนินเนื้อนุ่มอวบใหญ่ขาวผ่องใต้ผืนน้ำ กลางกายที่สงบนิ่งมานานพลันผงาดง้ำราวกับจะประกาศศักดา มาดหมายแล้วว่าวันนี้จะปราบพยศแม่ทัพแห่งเผ่าชย่าให้จงได้! “นี่เจ้า…บ้าเอ๊ย!” หยางชิงอี้สบถออกมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงความเป็นบุรุษที่แข็งขืนกำลังบดเบียดอยู่ตรงต้นขา ในใจก่นด่าไปถึงบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของอีกฝ่ายนับครั้งไม่ถ้วน “ต้องโทษเจ้า ใครใช้ให้น่ากินถึงเพียงนี้เล่า” “ไอ้อ๋องบ้ากาม! สารเลว! ปล่อยข้านะ” หยางชิงอี้กัดเข้าไปบนท่อนแขนใหญ่ที่โอบรัดนางจากทางด้านหลัง แต่ครั้นนางดิ้นรุนแรงเข้า การเสียดสีของร่างกายก็ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ร้อนแรงของชายหนุ่มให้พุ่งทะยานจนเผลอเปล่งเสียงคำรามต่ำในลำคอออกมา “อ่า…” ร่างเล็กที่กำลังดิ้นหยุดชะงักโดยพลัน รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่ตรงซอกคอ ทั้งยังมีสัมผัสร้อนชื้นจากลิ้นสากที่กำลังไล้เลียลาดไหล่ของตนอย่างอุกอาจ ทำเอาขนอ่อนบริเวณนั้นลุกเกรียวอย่างพร้อมเพรียง “อะ…จะ เจ้า” หยางชิงอี้อึกอักพยายามไม่ขยับร่างกาย เพราะเกรงจะไปปลุกราคะอ๋องห้าขึ้นมาอีก ยอมให้ชายหนุ่มกอดนางไว้นิ่ง ๆ ครั้นหลี่หลงจิ่งเห็นว่านางสงบลงแล้วจึงขยับมือลูบไล้ตั้งแต่หน้าท้องแบนราบเคลื่อนขยับขึ้นขย้ำก้อนเนื้อนุ่ม ใช้จังหวะที่นางสติหลุดลอยจับร่างเล็กหันกลับมาหาก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าตามลงไปกับความอ่อนนุ่ม ดูดกลืนยอดปทุมถันสีหวานอย่างหื่นกระหาย “อื้อ….มะ ไม่” หยางชิงอี้ผวาเฮือกพยายามผลักไหล่หนาออก ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของสตรีจะสู้บุรุษที่ตกอยู่ในห้วงปรารถนาได้อย่างไร ความเสียวซ่านที่ได้รับกะทันหันทำเอาร่างเล็กอ่อนระทวย เผลอแอ่นอกรับสัมผัสร้อนลวกที่เขามอบให้ จากที่ผลักไสกลายเป็นจับยึดไหล่หนาเอาไว้แน่น ทว่าสติที่เหลือเพียงน้อยนิดก็ยังทำให้นางกล่าวถามออกไป “เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่” คราวนี้คนที่ยุ่งอยู่กับเรือนร่างของหญิงสาวพลันหยุดชะงัก ก่อนจะตัดใจผละจากความหอมหวานตรงหน้าอย่างไม่ใคร่จะยินยอมนัก “เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าต้องการอะไร…นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากล่าวออกมาตามตรง ดวงตาคมฉายประกายมัวหม่นขมุกขมัวเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนาล้ำลึก “ต้องการตัวข้าสินะ” หญิงสาวเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางจ้องใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายเขม็งราวกลับจะกินเลือดกินเนื้อ “ใช่” “แต่ข้าไม่เต็มใจ เจ้าไม่….” “เจ้าอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ข้ามีข้อเสนออยากฟังหรือไม่” อ๋องห้ากล่าวพลางขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ หยางชิงอี้เห็นท่าไม่ดีรีบขยับกายถอยหนีทันที ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะกดร่างบางให้แนบคิดไปกับถังไม้ ใช้ดวงตาคมปราบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมที่กำลังไหวระริก หยางชิงอี้อดจะกลืนน้ำลายลงคอมิได้ บุรุษผู้นี้หล่อเหลาเกินไปแล้วจริง ๆ หากนางเผลอจ้องตาเขานานกว่านี้เกรงว่าต้องตกหลุมเสน่ห์ของเขาเป็นแน่ หลี่หลงจิ่งสังเกตเห็นปฏิกิริยาเล็กน้อยของหญิงสาว จึงค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าพรมจุมพิตพวงแก้มใสให้ขึ้นสีระเรื่อ ลากไล้เรียวลิ้นเลียลำคอระหง จนคนถูกกระทำขนลุกเกรียวด้วยความวาบหวามที่ได้รับกระทันหัน “ข้อ ข้อเสนอ อะไร” “ง่ายมาก….” “....” “หากเจ้าปรนนิบัติข้าดี ทหารของเจ้าก็จะกินอิ่มนอนอุ่น แต่หากเจ้าไม่ทำ คงรู้ใช่หรือไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นกับเชลยพวกนั้น” มารดามันเถอะ! บุรุษผู้นี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว!“อ๊ะ ท่านเร็วหน่อย”มู่ซีเหม่ยถูไถใบหน้าไปกับแผ่นอกกว้างของคนที่นอนราบอยู่กับโต๊ะคล้ายลูกแมวตัวน้อยจนคนที่หมายจะกลั่นแกล้งคนงามต้องระงับอารมณ์เสียเองนิ้วแกร่งเร่งจังหวะสอดใส่เข้าไปถี่ระรัว จ้วงลึกหมุนวนหาจุดอ่อนไหวของนางราวกับจะสำรวจตรวจตราพื้นที่ต้องห้าม กระทั่งคนตัวเล็กเกร็งกระตุกปลดปล่อยธารรักสีใสออกมาจนชุ่มก้านนิ้วยาว“อ๊า!! แฮ่ก ๆ ท่านหัวไวยิ่งนัก”“หุบปาก! ซี้ด...”ชายหนุ่มสูดปากด้วยความเสียวกระสันอีกครั้งเมื่อถูกมือเล็กนุ่มนิ่มรูดรั้งกลางกาย ก่อนที่นางจะกดตัวลงมากลืนกินความเป็นบุรุษของเขาไปจนหมดมู่ซีเหม่ยก้มมองคนหน้าดุที่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นด้วยอารมณ์เบิกบาน นางแกล้งออกแรงบีบรัดช่องทางคับแคบให้โอบกระชับแท่งเนื้ออุ่นร้อนจนหลี่หลงเฟิงรู้สึกคล้ายจะแตกพ่ายอยู่รอมร่อจึงรีบกัดฟันกรอด จ้องลึกเข้าไปในดวงตายั่วยวนนั้นก่อนจะกระแทกสะโพกสวนขึ้นไป“อ๊า!! ท่านอ๋อง ยะ อย่าเพิ่ง”“เจ้าขยับสิ หรือต้องให้ข้าสอน ฮึ้ม”เมื่อถูกกระตุ้นอารมณ์ยอดบุปผาอย่างมู่ซีเหม่ยมีหรือจะยอม นางก้มลงไปบดจุมพิตเร่าร้อนกับริมฝีปากร้ายอีกครั้งจนได้ยินเสียงฉ่ำแฉะน่าอาย ดูดดึงแลกความเร่าร้อนกันอย่างไม่มีใครยอมใครมือ
“ฮึ! จำผงสราญรมย์ที่พระองค์ให้หม่อมฉันไปใช้กับบัณฑิตฟางได้หรือไม่…”ครั้นได้ฟังดังนั้น ดวงตาคมก็เบิกโพลงขึ้นมาทันที อะไรที่เรียกว่ายกหินทุ่มเท้าตัวเอง ก็นี่อย่างไรเล่า!ต้องทราบก่อนว่าการทำงานระหว่างเขากับหน่วยข่าวกรองของพี่สาม เลี่ยงไม่ได้ที่จะมียาพวกนี้ไว้สำหรับล้วงข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม แต่พันไม่คิดหมื่นไม่คิด นางถึงกลับนำมาใช้กับเขา!“นึกออกแล้วใช่หรือไม่เพคะ แค่โรยผงนี่ลงบนเสื้อผ้า คนที่ได้กลิ่นก็จะถูกมอมเมาทันที ท่านอ๋องบอกหม่อมฉันเองนะเพคะ มาเถอะ หม่อมฉันจะชี้แนะเรื่องในม่านมุ้งให้ท่านอย่างไม่ขาดตกเอง...”“เจ้า! อื้อ…”หลี่หลงเฟิงกำลังจะเอ่ยคำทัดทาน แต่ร่างทั้งร่างก็ถูกหญิงสาวตรึงไว้กับโต๊ะทำงานเสียแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาสู้นางไม่ได้ ทว่าอารมณ์บางอย่างที่พวยพุ่งลามไล้ไปทั่วสรรพางค์นั้น…เขาเองก็ยากจะทานทนแล้วเช่นกัน!“อืม…อ๊ะ ท่านอ๋อง”“เรื่องแบบนี้ยังไม่ถึงคราวของเจ้าที่จะมาสั่งสอนข้า มู่ ซี เหม่ย!”หลี่หลงเฟิงพลิกร่างบอบบางที่อยู่ด้านบนลงไปแทนที่ตนเองก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากไปกระซิบเสียงเหี้ยม เน้นหนักทีละคำด้วยเสียงสั่นพร่าชิดใบหูขาว ก่อนจะขบเม้นติ่งหูเล็กจนคนถูกกระทำต้องย่นคอหนีด้วยควา
หลี่หลงเฟิงที่ได้กลั่นแกล้งหญิงสาวจนพอใจก็กลับเข้ามาทำงานในห้องตำราของตนเองต่อไปจนล่วงเลยเข้าสู่เวลาอาหารเย็นปกติแล้วจะเป็นตงจื้อองครักษ์คนสนิทของตนซึ่งทำหน้าที่เตือนเขา แต่วันนี้หลี่หลงเฟิงใช้ให้อีกฝ่ายไปทำธุระ ชายหนุ่มจึงเพิ่งจะรู้ตัวเมื่อได้กลิ่นอาหารลอยมาจากหน้าประตูห้องตำรา“ผู้ใดอยู่ด้านนอก”“กระหม่อมตงฟาง ท่านอ๋องมีประสงค์สิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไปบอกห้องครัวส่งอาหารมาได้แล้ว”เสียงทุ้มต่ำกล่าวสั่งร่างสูงในชุดองครักษ์สีดำ ทว่ายังไม่ทันที่ตงฟางจะกล่าวรับคำผู้เป็นนาย เสียงเคลื่อนไหวจากหน้าประตูก็ดึงความสนใจของคนทั้งคู่ให้หันไปมอง“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันนำอาหารเย็นมาให้แล้ว จะเสวยเลยหรือไม่เพคะ”เสียงหวานดังมาจากหญิงสาวในชุดสาวใช้ที่ถูกเจ้าของร่างตัดแต่งเสียจนปกปิดความอวบใหญ่ขอเนินอกอวบอิ่มไม่มิด ใบหน้างดงามแย้มยิ้มยั่วเย้า พร้อมทั้งในมือยังถือถาดใส่อาหารที่มีกลิ่นหอมโชยเข้าจมูกเจ้าของจวนตงฟางรีบก้มหน้าไม่กล้ามองภูเขาหิมะของคนงามที่ถูกส่งมารับใช้ผู้เป็นนาย ทว่าใบหูของเขาก็ยังขึ้นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่หลี่หลงเฟิงที่เห็นความผิดปกติของลูกน้องในใจก็ให้รู้สึกไม่สบอาร
มู่ซีเหม่ยกัดฟันแน่น รู้สึกโมโหจนอยากจะทุบตีคน กระบี่อ่อนข้างเอวคล้ายจะสั่นเบา ๆ แต่นางรู้ดีว่าทำอันใดคนผู้นี้ไม่ได้ ครั้นตระหนักได้ว่านางต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ หญิงสาวจึงสูดลมหายใจลึก ระงับอารมณ์พลางคิดอย่างรอบคอบในสามสิบหกกลยุทธ์ของตำราชุนวู[1] ก็มีกลยุทธ์ถอยเพื่อรุกมิใช่หรือ!“แหะ ๆ เพคะ หม่อมฉันจะไปชัดบ่อปลาเดี๋ยวนี้เพคะ”มู่ซีเหม่ยเชิดหน้าอย่างองอาจ แม้ภายในใจจะเดือดปุดดุจกาน้ำชา ภายนอกก็ยังต้องแสร้งเป็นสาวใช้ที่เชื่อฟัง นางหมุนตัวเดินออกไป แต่ไม่ลืมส่งสายตายั่วยวนอีกฝ่ายเป็นการทิ้งท้าย“หึ ๆ พี่สามท่านคงอยากให้ข้าหลงใหลในรสสวาทเหมือนท่านกับน้องห้าใช่หรือไม่ ฝันไปเถอะ!”ผู้ใดก็คิดว่าเขาไม่รู้เรื่องราวในม่านมุ้ง แต่ขึ้นชื่อว่าบุรุษสกุลหลี่ มีผู้ใดไม่ถ่องแท้ในเรื่องนี้บ้าง หลี่หลงเฟิงก็แค่ยังไม่เจอสตรีที่ถูกใจเท่านั้นเอง…ทางด้านหญิงสาวที่ถูกสั่งให้ขัดบ่อปลายามนี้กำลังนั่งย่อกายข้างบ่อขนาดใหญ่ มือเรียวกำแปรงขัดในมือแน่นพลางออกแรงจนน้ำในอ่างกระเซ็นออกมาด้านนอกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตากลมโตมองปลาจิ่นหลี่ตัวอวบอ้วนที่ว่ายวนไปมาอย่างสำราญ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเต็มแรง"เจ้าพวกปลาโง่
คำพูดนั้นราวกับขับไล่นางออกไปอย่างไม่ใยดี มู่ซีเหม่ยกำหมัดแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่ความงามของนางใช้ไม่ได้ผลกับบุรุษนางรู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่ง่าย แต่จะให้ถอยกลับไปมือเปล่าเช่นนี้ มันเสียศักดิ์ศรีหัวหน้าหน่วยบุปผาเพลิงเกินไปแล้วกระมัง!“แต่หม่อมฉันถูกส่งมารับใช้ท่านอ๋องนะเพคะ...อีกอย่างหม่อมฉันก็รับภารกิจจากนายท่านมาแล้วด้วย ท่านอ๋องไม่สงสารหม่อมฉันหรือเพคะ กลับไปนายท่านต้องลงโทษหม่อมฉันเป็นแน่ ฮึก!”ในเมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล ก็ใช้มารยาที่สั่งสมมาทั้งชีวิตล่อลวงเขาก็แล้วกัน!มู่ซีเหม่ยยกมือปาดน้ำตาไปพลางชำเลืองมองไปทางโต๊ะทำงานของหลี่หลงเฟิงไปพลาง ชายหนุ่มเห็นว่านางถึงกับร้องไห้ก็ได้แต่จนคำพูดก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมจ้องมองนางอย่างครุ่นคิด“ในเมื่อเจ้าอยากจะอยู่นักก็ย่อมได้! เมื่อครู่ก็มีคนพูดประโยคเดียวกันกับเจ้า เช่นนั้นก็ตามพ่อบ้านไปเปลี่ยนชุดสาวใช้เถอะ”มู่ซีเหม่ยหยุดร้องไห้ในทันที มือที่ปาดน้ำตาเปลี่ยนมาจับเส้นผมไปทัดใบหูอย่างเอียงอาย นี่เขาตกหลุมเสน่ห์ของนางแล้วใช่หรือไม่!แค่บีบน้ำตาร้องไห้ ออดอ้อนเขาเพียงเล็กน้อยเองนะ...ความงามของนางนี่ช่างสยบบุรุษทั้งใต้หล้าโดยแท้!“ขอบพ
มู่ซีเหม่ยที่ได้ยินว่าอ๋องสี่ให้นางเข้าพบได้ก็รีบจัดแต่งอาภรณ์ตนเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเชิดหน้าเดินบิดสะโพกตามพ่อบ้านของจวนเข้าไปด้านในห้องตำราด้วยความคุ้นเคย เหตุเพราะงานที่นางทำก่อนหน้านี้ทำให้นางและเจ้าของจวนต้องไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยครั้งหลี่หลงเฟิงได้ยินเสียงฝีเท้าของหญิงสาวก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ยังคงตวัดพู่กันลงบนเอกสาร คนตัวเล็กเห็นเช่นนั้นจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อน“คาระวะท่านอ๋องเพคะ”“อืม ไม่ต้องมากพิธี พี่สามส่งเจ้ามารับใช้ข้าด้วยเหตุอันใด เขาได้บอกหรือไม่”เสียงทุ้มเรียบนิ่งเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา กระทั่งไม่ได้ยินเสียงตอบรับอยู่เป็นนานใบหน้าหล่อเหลาจึงเงยขึ้น ดวงตาสองคู่สบประสานกันคล้ายมีกระแสอารมณ์บางอย่างพาดผ่านชั่วขณะก่อนหน้านี้มู่ซีเหม่ยไม่เคยมองใบหน้าของหลี่หลงเฟิงให้เต็มตา ยามนี้ได้โอกาสจึงจ้องสำรวจอยู่เป็นนานจนเผลอแสดงสีหน้าเคลิบเคลิ้มออกไปอย่างไม่รู้ตัว“เจ้า...ไม่สบายหรือ”“อะแฮ่ม! มิใช่เพคะ หม่อมฉันเห็นว่าท่านอ๋องรูปงามก็เลยมองเพลินไปสักหน่อย”คนถูกชมไม่ได้นึกยินดี คิ้วคมดุจกระบี่เลิกขึ้นอย่างงุนงง ก่อนหน้าสตรีผู้นี้ไม่เคยสนใจเขามิใช่หรือ เหตุใดมายา







