LOGINเป็นเช้าวันใหม่ที่แสนเมื่อยขบแต่รู้สึกตัวเบาชอบกล ธนาบิดขี้เกียจสุดแรงก่อนที่จะเปิดเปลือกตาด้วยซ้ำ มีเสียงดังปั๊ก! โครม!
“โอ๊ย! อะไรเนี่ย?!”
ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นนั่ง สลัดมือไปมาเพราะบิดลำตัวและเหยียดแขนขา ทำให้แขนของเขาเหวี่ยง และกำมือฟาดลงที่พื้นห้องแข็งๆ แทนที่จะเป็นเตียงนิ่มๆ ในห้องนอน ส่วนเสียงโครมที่ปลายเท้าเพราะมีพัดลมล้มลงกองกับพื้น ใบพัดและหน้ากากหลุดกระจาย ก่อนหยุดหมุนลง
“ที่ไหนวะ”
ชายหนุ่มงงเป็นไก่ตาแตก เขาพบว่าสวมแค่กางเกงในตัวเดียวนอนบนฟูกแบนๆ ห่มผ้าห่มที่ดูเก่ามากและมีกลิ่นอับ ในห้องคับแคบ พื้นปูเสื่อน้ำมันลายพื้นไม้สีน้ำตาล ในห้องไม่มีใครเลย มองสำรวจเห็นโทรศัพท์มือถือราคาหลายหมื่น กับนาฬิกาของขวัญวันเกิดจากแม่แล้วค่อยรู้สึกโล่งใจ
ธนาคิดทบทวน ไม่รู้ตัวว่ามาที่นี่ได้ยังไง แต่รู้สึกได้ว่าเขาได้นอนกับหญิงสาวคนหนึ่ง ไม่ใช่ความฝัน ร่างกายเขามันฟ้อง มีรอยจ้ำแดงบนหน้าอกหลายจุด
“ไม่ใช่หรอกน่า”
บ่นพึมพำคนเดียว จังหวะนั้นประตูห้องถูกเปิดออก ธนาหันไปตามเสียงประตู และป๋องแป้งแทรกตัวเข้ามา เธอตกใจที่เห็นเขาตื่น ส่วนชายหนุ่มดึงผ้าห่มคลุมช่วงล่างเอาไว้
“อ้าว ‘น้องหมอ’ ตื่นแล้วหรือคะ”
“น้องหมอจ๋า”
น้ำเสียงป๋องแป้งช่างคล้ายที่ได้ยินเมื่อคืน ธนาส่ายหน้าเบาๆ เพราะไม่อยากคิด เพ่งมองไปที่หญิงสาวที่ทำหน้านิ่งดูไม่มีอะไรผิดปกติ
“ใครพาผมมาที่นี่ แล้วนี่ห้องใครหรือครับ ใครแก้ผ้าผม? ” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงเครียด
“น้องหมอหลับไป พี่กับเดชาไม่รู้ว่าบ้านเราอยู่ไหน เลยพามาไว้ที่ห้องบุษก่อน ที่เปลือยนี่เพราะเธออ้วกเลอะเทอะ พี่เลยเอาเสื้อผ้าไปซักให้ มันยังไม่แห้งพี่เลยใส่ถุงให้ ใส่ชุดเดชากลับก่อนนะคะ”
เธอพูดไปยิ้มไปด้วยรอยยิ้มดูเหมือนเขิน แก้มแดงปลั่ง เคยเห็นเธอยิ้มแบบนี้มาหลายครั้งแต่ครั้งนี้รู้สึกต่างออกไป หรือเพราะเขาสังเกตเธอมากขึ้น มือเรียวบางยื่นเสื้อผ้าให้ ก่อนเดินไปจับพัดลมตั้งขึ้น หลุดขนาดนี้ต้องเอาไปซ่อมที่ร้านแน่เลย
“แล้วเมื่อคืนพี่บุษอยู่ที่ไหนครับ? ”
เขาถามหลังใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย และระหว่างนั้นก็เอาแต่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
“เมื่อคืนบุษไม่ได้กลับมาจ้ะ นายหัวพากลับวิลล่าด้วย”
ธนารู้สึกราวกับว่าสายฟ้าฟาดกลางศีรษะ มึนชาไปทั้งตัว
“ผู้หญิงคนเมื่อคืนไม่ใช่พี่บุษ!” เขาพึมพำ
‘เอ๊ะเขารู้ตัวเหรอ’ ป๋องแป้งหน้าถอดสี หัวใจของเธอเต้นแรง ราวกับจะทะลุออกจากหน้าอก และพยายามควบคุมท่าทางเอาไว้อย่างถึงที่สุด
“เมื่อคืนหลังเช็ดตัวให้น้องหมอพี่ก็ออกไป”
“ไม่จริง! อย่ามาโกหก ทำไมผมจะจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนผมทำอะไร” ธนาใช้น้ำเสียงแทบจะตวาด สายตาเขาที่มองหญิงสาวทั้งโกรธและตำหนิ แม้ภาพจะเลือนราง แต่เขามั่นใจว่าได้มีเซ็กซ์อย่างแน่นอน
“ผู้หญิงที่มีอะไรกับผมคือพี่ใช่ไหม” ป๋องแป้งทั้งตกใจและรู้สึกละอายใจเหลือเกิน ที่ถูกจับได้
“ก็...เอ่อ เธอเมาไม่ได้สติ แล้วมาปล้ำพี่ พี่เองพยายามขัดขืนแล้ว ถึงจะเมาก็เถอะ ใครจะไปสู้แรงเธอไหว...แต่พี่ไม่เอาเรื่องอะไรนะ ให้มันจบและเป็นความลับแค่เราสองคน”
เธอกำลังใส่ร้ายเขา เป็นการกระทำที่น่าละอายยิ่งขึ้นไปอีก แต่ตอนนี้อายที่จะยอมรับว่าตัวเองอารมณ์เปลี่ยวแล้วไปลูบคลำเขามากกว่า
“ฮะ! ผมปล้ำเหรอ งั้นรอยจูบตามเนื้อตัวผมนี่อะไร?! ”
“เอ่อ มันเกิดขึ้นหลังครั้งแรก ครั้งต่อๆ มาพี่เต็มใจ ขอร้องเถอะนะ ช่วยลืมไปได้ไหม?”
เธออ้อนวอนโดยไม่กล้าสบสายตาเขา ชีวิตที่ผ่านมาเผชิญความอับอายมาหลายครั้ง นี่ก็เป็นอีกหนที่ป๋องแป้งอยากแทรกแผ่นดินหนี เธอไม่ได้ดื่มด้วยซ้ำ แต่กลับหน้ามืดไป เพียงเพราะความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงามานาน
ธนานิ่งไปอย่างใช้ความคิด ‘ให้ลืม’ ให้เป็น ‘ความลับ’ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายผิดงั้นหรือ? เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนหื่นกามที่เอาแต่คิดถึงเรื่องอย่างว่า เคยเมาและไปค้างบ้านเพื่อน จำได้ว่าคืนนั้นหลับเป็นตาย ทั้งที่กอดเพื่อนหญิงทั้งคืน แต่ไม่เคยทำอะไรเกินเลย
“ผมว่าผมไม่มีทางปล้ำพี่ก่อนแน่!”
“พี่แป้ง น้องเขาแต่งตัวเสร็จยัง ผมจะไปส่ง?!”
เดชาเดินเข้ามาในห้องแล้วหน้าเสียเมื่อเห็นสภาพธนา และได้ยินที่ชายหนุ่มพูด แม้ทั้งสองปรับสีหน้าไม่ให้มีพิรุธ แต่กลบไม่มิด
“ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว กลับเลยไหมครับผมจะไปส่ง”
เดชาตั้งท่ารีบออกไป
“ไม่ต้องไปส่ง ผมกลับเองได้”
บอกแล้วลุกเดินพรวดออกไป ปกติธนาจะอารมณ์ดีมียิ้มสดใสและทำตัวน่ารัก ครั้นมองที่ป๋องแป้งก็ดูเลิ่กลั่กแปลกๆ เสียงหวีดร้องน่าขนลุกท่ามกลางสายฝนเมื่อคืนคงเป็นคู่นี้สินะ เดชาอมยิ้มน้อยๆ เขินแทนทั้งคู่ นั่นทำให้ธนายิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ขอบคุณสักนิดก็ไม่มีเล้ย!”
เดชาบ่นตามหลัง หันไปทางป๋องแป้งแต่ไม่ได้รับความสนใจ สีหน้าตึงและน้ำเสียงแข็งกระด้างของธนาเป็นความผิดปกติ ที่เดชารู้สึกได้
ธนารีบเร่งออกไปจากที่พักคนงานอย่างหัวเสีย คิดทบทวนจนหัวจะระเบิด ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใครคนเริ่มกันแน่แต่ป๋องแป้งอ้างว่าเขาเมาหนักและปลุกปล้ำเธอ บ้าชิบแล้วนี่เขามั่วกับป๋องแป้งทั้งที่เธออาจมีผู้ชายคนอื่นๆ อีกไม่รู้กี่คน
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







