LOGINระหว่างเช็ดเนื้อเช็ดตัวนั้น เธอเกิดอยากลองสัมผัสตัวเขามากขึ้น อยากรู้ว่าร่างกายของธนาจะตอบรับอย่างไร ป๋องแป้งลูบคลำแผงอก กล้ามท้อง ไล่ไปสะดือของเขา
ผิวธนาไม่หยาบกร้าน ตรงกันข้ามกลับนุ่มกว่าผิวเธอเสียอีก จากแค่สัมผัสเริ่มลามไปถึงขั้นซบหน้ากับแผงอกเปล่าเปลือย ใช้ลิ้นเปียกชื้นจูบเข้าที่ยอดอก ปลายลิ้นเรียวเล็กตวัดสลับกับใช้ริมฝีปากครอบเม็ดตุ่มไตน้อยๆ ที่อยู่กลางอก
อุณหภูมิร่างกายชายหนุ่มร้อนรุมๆ เขาเริ่มบิดตัวจากการถูกรุกราน เช่นเดียวกับเธอที่ได้สูดดมกลิ่นของเขาแล้วรู้สึกใจสั่น ความเร่าร้อนไต่ระดับจนน่ากลัวว่าจะหยุดไม่ได้
ป๋องแป้งบอกให้ตัวเองหยุด บอกให้หยุดแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังเดินหน้าถึงขั้นสัมผัสเป้ากางเกงของธนา เขามีอารมณ์ร่วมด้วย เธอรับรู้ได้จากสิ่งที่กำลังขยายตัวใส่มือเธอ
“อ่า...”
ธนาครางเสียงกระเส่ากดศีรษะเธอลงไปที่ความเป็นชายของตน นาทีนั้นป๋องแป้งขัดขืน ด้วยรู้สึกละอายขึ้นมา และไม่อยากเลยเถิด พยายามจะลุกขึ้น แต่ถูกคนตัวใหญ่กระชากเหวี่ยงตัวขึ้นครอบเธอเอาไว้ เขาจ้องเธอแล้วยิ้มพร่างพรายพึมพำบางอย่างในลำคอเบาๆ
“พี่บุษ พี่สวยจังเลย”
จากนั้นก็ระดมจูบปลุกเร้าอารมณ์จนเตลิดเพลินเพลิดแบบกู่ไม่กลับ ความคิดจะหยุดเขาในคราแรกเปลี่ยนเป็นพึงพอใจ เธอว้าเหว่นานเหลือเกิน ถึงขั้นทิ้งซึ่งความผิดชอบชั่วดี ฉวยโอกาสรับความสุขที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ร่วมมือถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ก่อนจับกุมความใหญ่โตของชายหนุ่มไว้ในมือ เขย่าปลุกอารมณ์เขามากขึ้น ธนาคว้าความเป็นชายของเขาจากมือน้อย จับจ่อแล้วกดมันลึกลงไปในที่ชุ่มชื้นของหญิงสาว
“อา ธนา”
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอมีโอกาสได้ดูดกลืนแท่งร้อนของหนุ่มหล่อรุ่นน้องที่ไม่เคยชอบพอกันมาก่อน ลำแข็งแรงของธนากำลังทะลวงเข้าออกเสียดสีร้อนระอุ
ยิ่งเขาครางอย่างเป็นสุขเธอก็รู้สึกดีไปด้วย รู้สึกดีทั้งที่ไม่ใช่คนรักกันสักหน่อย เพราะนี่คือราคะที่เพียงได้ร่วมสมสู่ ได้เสียวซ่านเมามันไปกับมัน
หนุ่มหล่อเช่นกันเขาครางเสียงแหบห้าว ออกแรงขยับสร้างความสุข เขารู้ว่าตัวเองเมามากจนหลับไป แต่ตอนนี้กลับได้ทำรักกับผู้หญิงคนหนึ่ง เวลานี้ดวงตาพร่ามองเห็นไม่ชัดว่าเธอเป็นใคร เห็นรางๆ ว่าเป็นสาวผมยาวหยักเป็นลอน ยามเขาตอกตรึงเน้นหนักเธอเปล่งเสียงครางหวาน
และหญิงคนนี้ยังบิดตัวเร่าๆ สอดรับการกะซวกหนักหน่วงจากเขาได้เซ็กซี่บาดใจ ทำให้เขาคลั่งโยกโยนตัวเข้าใส่คนตัวเล็กอย่างไม่มีหยุดหย่อน
ป๋องแป้งหวีดร้องกับจังหวะสอดใส่ที่ถี่ยิบ ตัวเขาสั่นกระตุกและร้องครางออกมาราวกับทรมานสาหัส ในคราที่น้ำจากกายถ่ายเทเข้าสู่เธอทุกหยาดหยด
กายหนาชุ่มเหงื่อสัมผัสไปส่วนไหนก็ไม่มีที่ไม่เปียกเลย พัดลมตัวเล็กส่ายช้าๆ ช่วยลดความร้อนให้ทั้งสองลงบ้าง ธนาทำท่าจะผล็อยหลับ แต่ป๋องแป้งยังเสียวซ่านไปทั้งกาย สุขสมแต่ยังไม่อิ่มเอมกับสิ่งที่ขาดหายไปนาน
“น้องหมอจ๋า”
กระซิบข้างหูธนา แล้วก้มลงจูบแก้มหนุ่มหล่อผู้มอบสุขให้ เธอโลมเลียยอดอกของเขาไล่ลงมาที่หน้าท้อง
“อา คุณครับ คุณเป็นพี่บุษใช่ไหม”
เขาเพรียกหาบุษรินทร์ ในจังหวะขยับกายไหวไปตามการปลุกเร้า รู้สึกร้อนวูบที่แท่งความเป็นชาย ลิ้นนิ่มๆ กำลังเลียที่โคน ริมฝีปากของหญิงสาวหยอกเย้า
เธออมมันเข้าไปแล้วดูดเบาๆ ก่อนจะครอบครองแท่งร้อนด้วยปาก แม้จะเมามากแต่การกระทำเช่นนี้ ก็ตราตรึงในความรู้สึกของธนา เขาเคยมีแฟนแค่หนึ่งคน และมีสัมพันธ์กับผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ด้วยมุ่งแต่เรื่องเรียนและอยากมีธุรกิจร้านขายยาเป็นของตัวเอง จึงค่อยๆ ห่างกันไปและเลิกกันด้วยดี
ทว่าประสบการณ์ในคืนนี้กับผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากที่เคย เธอช่ำชองและเร่าร้อนเป็นไฟ เขาต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ เพราะเขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนไหนที่ดูว่าจะเซ็กซี่ขนาดนี้ อ้อ...มีสิ บุษรินทร์ไงล่ะ
เวลานี้ใบหน้าแสนเย้ายวนของบุษรินทร์วนอยู่ในหัวของชายหนุ่ม ธนาจึงยกสะโพกขึ้นใส่หญิงสาวอันเป็นที่รัก ผู้หญิงคนนี้เชี่ยวชาญ และทำเขาแทบจะทะลักเข้าสู่ปากเธอ
ผ่านไปสักพักป๋องแป้งพลิกขึ้นเหนือคนตัวโต ยกสะโพกขึ้นบดให้แท่งหฤหรรษ์ที่ตั้งชันแทรกสู่กาย ก่อนหมุนควงเข้ากับร่องหลืบ ปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มรุ่นน้องอย่างเป็นสุข เธอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และปล่อยตัณหาเข้าครอบงำจนลืมคิดถึงผลร้ายที่จะตามมา หากธนารู้ว่าหญิงมีตำหนิอย่างเธอฉวยโอกาสในตอนที่เขาเมาไม่ได้สติเช่นนี้
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







