LOGIN"ฉันว่าอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับเขาเลยดีกว่านะคะ...เดี๋ยวเรื่องราวมันจะใหญ่โตแล้วก็บานปลายกันไปเปล่าๆ" ขึ้นฉ่ายเงื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆเพื่อให้เขาใจเย็นและคลายโมโหลง "ฉันไม่อยากให้คุณไปมีเรื่องมีราวกับใครเลยนะคะเพราะมันจะส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง"
"ฉันไม่ยอมให้เธอเจ็บตัวฟรีๆหรอกขึ้นฉ่าย แสดงว่าที่เธอไม่ยอมพูดเพราะกลัวว่าฉันจะไปทำร้ายคนพวกนั้นสินะ" เมื่อเขาพูดจบขึ้นฉ่ายก็รีบหลบตามองไปทางอื่นทำให้อาคมรู้ทันทีเลยว่าเขาคาดการณ์และมองคนได้อย่างเฉียบขาด "เปล่าค่ะ" "นี่เป็นฝีมือแม่กับน้องเธอใช่ไหม?" "ไม่ใช่นะคะคุณอาคม..." "อย่าโกหกฉันขึ้นฉ่าย เพราะต่อให้เธอไม่บอกความจริงกับฉันตอนนี้ ฉันก็สามารถส่งคนไปสืบแล้วรู้ได้เพียงไม่กี่นาทีว่าใครที่มันมาทำร้ายเมียฉัน" หัวใจของขึ้นฉ่ายเต้นแรงเพราะคำๆนี้ มันระทึกกระสับกระส่ายโครมครามดั่งมีคนไปวางกลองชุดไว้ตรงระหว่างอก "คุณอย่าทำอะไรพวกเขาเลยนะคะ...ฉันไม่อยากให้พวกเขาเดือดร้อน" ในที่สุดขึ้นฉ่ายก็ยอมปริปากพูดเสียที "เธอไม่อยากให้พวกเขาเดือดร้อนแล้วดูสิ่งที่เขาทำกับเธอสิขึ้นฉ่าย...เขายังเห็นเธอเป็นคนอยู่อีกหรือเปล่าถึงได้กล้าทำเรื่องเลวร้ายต่ำทรามขนาดนี้!" อาคมตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับขบฟันจนเกิดเสียงดังกรอดๆแสดงความโมโหกระฟัดกระเฟียดออกมา "แต่...อย่างน้อยๆก็ถือซะว่าพวกเขาเป็นผู้มีพระคุณที่เมตตาเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนกระทั่งอายุ 20 นะคะคุณอาคม ยังไงซะฉันก็ไม่สามารถลบล้างความจริงข้อนี้ได้ ถือว่าฉันขอนะคะคุณอาคม ฉันขอร้อง" เขาไม่สามารถทนทานต่อแววตาออดอ้อนและน้ำเสียงนุ่มนวลได้จริงๆ อาคมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อปรับเปลี่ยนโหมดอารมณ์ "เธออยากกินผลไม้ไหม นี่ฉันปอกแอปเปิ้ลเขียวไว้รอเธอ แอปเปิ้ลเจ้านี้เนี่ยนะอร่อยมากเชียวล่ะเป็นเจ้าโปรดของฉันที่มักจะซื้อไปให้คุณย่าเป็นประจำ" "ค่ะ" ก๊อกๆ! ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับเรือนร่างของเพื่อนสนิททั้ง 3 คนที่รีบกรูกันมายังโรงพยาบาลหลังจากที่ขึ้นฉ่ายบอกว่าจะไปซื้อชานมไข่มุกร้านคุณป้าหลังมหาวิทยาลัยแล้วหายไปร่วม 2 ชั่วโมง พวกหล่อนไปสืบสาวราวความถามคนแถวนั้นอยู่ร่วมหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่มีใครทราบ ทว่าบังเอิญไปเจอกับพลเมืองดีที่อาสานำตัวขึ้นฉ่ายไปส่งโรงพยาบาลจึงได้ทราบความจริง "ขึ้นฉ่าย แกเป็นยังไงบ้าง!" ลดาหน้าตาตื่น แต่เบรคที่เท้าก็ต้องทำการอย่างอัตโนมัติเมื่อเพื่อนสาวเอนตัวพิงแนบชิดแผงอกแกร่งของบุคคลปริศนา โดยมีเขาป้อนแอปเปิ้บเขียวดูแลเอาอกเอาใจเธออย่างกับคนรัก "เอ่อ..." "..." เหมือนมีใครเอามีดมาจี้ที่หัวใจของกรอย่างจัง เมื่อผู้หญิงที่เขาหมายปองและต้องตาตั้งแต่แรกเห็นกำลังอยู่ในอ้อมอกของใครอีกคนที่ดูจะสนิทสนมซึ่งเกินกว่าสถานะเพื่อนหรือเจ้านาย "ลงไปก่อนค่ะ" ขึ้นฉ่ายกระซิบบอกอีกฝ่าย ทีแรกเขาก็ไม่ยินยอมแต่พ่ายแพ้ให้กับแววตาออดอ้อนของหญิงสาวจนหัวใจมันพองโตอีกคราวหนึ่ง "ฉันไม่เป็นอะไรมากแล้ว ขอบคุณพวกแกมากเลยนะที่อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงโรงพยาบาล" "พวกฉันเห็นว่าแกหายไปนานตั้งชั่วโมง 2 ชั่วโมง ทีแรกน่ะก็นึกว่าร้านคุณป้าคนเยอะแกก็เลยต้องต่อคิวยาวกว่าจะได้ สุดท้ายมันนานเกินจนผิดสังเกตพวกฉันก็เลยออกมาตามหา ซ้ำนะถามคนแถวนั้นไม่มีใครรู้สักคน พวกฉันเนี่ยต้องเดินไล่ถามทีละบ้านถามไปเรื่อยๆ...จนไปเจอกับพลเมืองดีที่พาแกมาส่งโรงพยาบาลนั่นแหละ" ลดาพยายามทำตัวให้ปกติมากที่สุดกับการปรากฏขึ้นมาของผู้ชายของเพื่อน "แล้วทำไมไม่โทรมาล่ะ?" "นี่หล่อน! หล่อนดูด้วยย่ะ" ลดาเท้าสะเอวทำตาขึง "ฉัน ยัยมีนา แล้วก็กรผลัดกันโทรหาแกเป็นร้อยๆสาย แต่มันบอกว่ายังไงรู้ไหม...บริการฝากหมายเลขโทรกลับ" "อ้อ สงสัยแบตหมดน่ะ" ขึ้นฉ่ายยิ้มเจื่อนๆ "แล้วทำไมพวกแกถึงคิดว่าฉันจะเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ?" "พวกฉันออกมาทางเดียวกับที่แกออกมาเป็นประจำ แล้วดันเจอสร้อยข้อมือของแกกับรองเท้านักศึกษาข้างหนึ่งตกอยู่ ให้ฉันคิดดีๆได้ยังไงล่ะขึ้นฉ่าย! ทีแรกหากไม่รู้ข่าวแกจากพลเมืองดีคนนั้นพวกฉันคงไปแจ้งความแล้วแหละ" มีนาเป็นคนกล่าวเสริมสมทบ "ฉันต้องขอบคุณพวกแกมากเลยนะที่เป็นห่วงฉัน..." "แล้วใครเป็นคนทำร้ายแกล่ะ? ความจริงฉันว่าแกไม่น่าจะมีเรื่องมีราวกับใครได้นะ" ลดาอดที่จะสงสัยไม่ได้เพราะเดิมทีแล้วเพื่อนสนิทคนนี้ของหล่อนเข้ากับทุกคนได้ค่อนข้างง่ายและไม่มีพิษมีภัยกับใครเลยสักคน "เอ่อ..." "ถ้าไม่สะดวกใจไม่เป็นไร ฉันเข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถพูดออกมาได้" "ขอบคุณมากเลยนะ" "แล้วนี่...ใครล่ะ ผัว?" ถึงแม้ขึ้นฉ่ายไม่ตอบหล่อนก็พอจะเดาได้ เพราะแววตาที่ขึ้นฉ่ายมองผู้ชายคนนั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเขินอายและความรักชนิดที่ว่าไม่เคยมองผู้ชายคนไหนแบบนี้มาก่อนแม้กระทั่ง กร "บ้าเหรอ!" "เป็นผัวครับ" อาคมตอบพร้อมกับเดินมากระชับไหล่คนตัวเล็กหน้าตาเฉย "พวกเธอก็คงจะเป็นเพื่อนสนิทของเมียฉันใช่ไหม? ขึ้นฉ่ายชอบเล่าให้ฟังบ่อยๆ" "ใช่ค่ะ ฉันลดา ส่วนนี่ยายมีนาแล้วก็กร" อาคมปลายตามองไปทีละคนจนกระทั่งผู้ชายหน้าอ่อนคนสุดท้ายเขาแลมันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่ใคร่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะรับรู้มาว่ามันแอบปลื้มเมียเขา! "ยัยขึ้นฉ่ายไม่เห็นเคยบอกเลยว่ามี...หน้าตาดีขนาดนี้" ขึ้นฉ่ายเองจะกล้าเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเธอและอาคมให้ใครต่อใครฟังได้เต็มปากได้อย่างไรล่ะ...ในเมื่อเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้เธออยู่ในสถานะอะไรกันแน่... เป็นเจ้าหนี้กับลูกหนี้ที่ต้องชดใช้ตอบแทนและลบล้างหนี้สินทั้งหมดที่แม่ก่อมาก็ไม่เชิง...เพราะสิ่งที่เขามอบให้กับเธอมาตลอดระยะเวลาหลายเดือนมันเกินกว่านั้นด้วยซ้ำ เขาทั้งดูแล เอาใจใส่ เทคแคร์และคอยปลอบประโลมยามที่เธอเสียใจซ้ำๆซากๆกับเรื่องเดิมๆ นั่งรับประทานเข้าพร้อมกันทุกวัน เข้านอนพร้อมกัน บอกรักยามกำลังหลับใหล ทำทุกอย่างเหมือนคนรักกันเหมือนคนที่เขาเป็นแฟนกัน แต่ต่างกันเพียงเขาไม่เคยชัดเจนอะไรกับเธอสักอย่าง ไม่เคยแม้กระทั่งเอ่ยปากบอกหรือให้เธอมีตัวตนในโลกของเขา... "ขึ้นฉ่ายคงจะเขินอายนะครับ...เอ่อ...ฉันขอฝากขึ้นฉ่ายไว้ซักชั่วโมง 2 ชั่วโมงได้ไหม พอดีว่าฉันมีธุระต้องไปจัดการด้านนอกเล็กน้อย ขาดเหลืออะไรเรียกใช้คนของฉันที่อยู่หน้าห้องได้เลย" "คุณอาคมคะ..." ขึ้นฉ่ายรั้งมือเขาเอาไว้เพราะรู้ดีธุระที่ว่าคงเป็นอะไรไปไม่ได้ "ฉันไม่ปล่อยให้เธอเจ็บตัวฟรีๆหรอกนะขึ้นฉ่าย ฉันเคยบอกแล้วไงว่าใครที่มันทำเธอเจ็บมันต้องเจ็บกว่าเธอร้อยเท่า" อาคมบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แววตาแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นพกไปเต็มกำลัง "ได้ค่ะ เชิญตามสบายเลยค่ะ" "..." เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไปจากห้อง ระหว่างที่กำลังถึงลานจอดรถของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเท้าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีบุคคลที่ 2 ซึ่งไม่ได้รับเชิญแอบสะกดรอยตามและเดินตามหลังเขามาติดๆ... "มึงมีธุระอะไรจะคุยกับกูไอ้กร?" "เซนส์ดีไม่เคยเปลี่ยนเลยนะครับพี่อาคม""ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"







