登入"ฉันทำตามที่คุณสั่งสำเร็จแล้วนะคะ ไหนล่ะเงิน?" เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจผักบุ้งก็รีบปลีกตัวออกจากแม่แล้วไปยังจุดนัดพบ "หวังว่าคุณจะไม่เบี้ยวฉันก็แล้วกัน ดูเป็นผู้ดีตีนแดง เงินแค่นี้คงมีปัญญาจ่ายใช่ไหม"
"ฉันไม่เบี้ยวแกหรอก! นี่มันเศษเงินสะด้วยซ้ำ อะ!" อารยายื่นเงินสดจำนวน 10,000 บาทส่งให้แก่ผักบุ้งเพื่อเป็นค่าตอบแทนน้ำพักน้ำแรงที่หล่อนไว้วานให้ผักบุ้งไปทำร้ายร่างกายขึ้นฉ่าย ก็พออาคมควงผู้หญิงคนนั้นออกไปจากร้านไอศกรีมท่ามกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อผักบุ้งลงมาที่ลานจอดรถข้างใต้อารยาก็รีบเดินตามแล้วไถ่ถามความจึงรู้เรื่องราวเกือบทั้งหมดทั้งมวลจนสามารถจับสาวราวเรื่องและจับประเด็นจุดสำคัญได้ อารยาก็เลยฉวยโอกาสเอาเงินหลอกล่อผักบุ้งให้หล่อนกระทำตามที่ตนเองต้องการ! ซึ่งมันก็ได้ผลดีเกินคาด ไม่ว่าไอ้อีหน้าไหนที่กล้าเข้ามายุ่งกับของของหล่อน! มันผู้นั้นจะต้องมีจุดจบเหมือนนางขึ้นฉ่าย "ขอบคุณจ้ะ ไว้ถ้าเกิดมีอะไรให้ฉันช่วยอีกก็เรียกใช้ฉันได้เลยนะ ฉันพร้อม" กลิ่นเงินมันหอมยั่วยวนใจผักบุ้งจนกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นนั้นลงไปกับคนที่มีพระคุณต่อตนเอง "ว่าแต่คุณมีปัญหาอะไรกับนางขึ้นฉ่ายเหรอ" "ไม่ใช่เรื่องที่แกจะสาระแนอยากสอดรู้สอดเห็น! แกมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของฉันเพื่อแลกกับเงินก็พอ" นี่ถ้าเกิดว่าอารยาไม่มีผลประโยชน์ต่อผักบุ้ง หล่อนก็คงจะกระชากหัวแล้วตบซ้ายตบขวาโทษฐานที่ทำสีหน้าตอแหลแบบนี้กับหล่อนไปตั้งนานแล้ว... "ค่ะ" "ไปได้ล่ะ เก็บเรื่องนี้ให้เงียบแล้วอย่าให้ใครสาวมาถึงตัวฉันเด็ดขาด! เพราะฉันไม่เอาแกไว้แน่นังผักบุ้ง" อารยาชี้หน้าพร้อมกับพูดข่มขู่ให้หล่อนรู้สึกกลัว ก่อนที่จะยกแว่นกันแดดขึ้นมาสวมแล้วลอยหน้าลอยตาขับรถสปอร์ตคันหรูออกไปทันที "หน็อย! อีแก่" .... @โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง โชคดีที่มีพลเมืองดีมาพบเรือนร่างของนักศึกษามหาวิทยาลัยนอนสลบท่ามกลางแดดอบอ้าวด้วยใบหน้าที่บอบช้ำไปด้วยรอยฝ่ามือ เขาก็เลยอาสาพาเธอส่งไปยังโรงพยาบาล อาคมเมื่อรับสายจากพยาบาลแล้วรู้ข่าวว่าเมียรักของเขาโดนทำร้ายร่างกายอย่างแสนสาหัสจนกระทั่งตอนนี้ยังหลับใหลไม่ได้สติพักฟื้นอยู่ในห้องหญิงรวมธรรมดาทั่วไป เขาก็รีบออกคำสั่งย้ายเธอมายังห้องพิเศษประดับ VIP แล้วบึ่งรถจากผับดังมายังโรงพยาบาลด้วยความรวดเร็ว "ขึ้นฉ่าย..." หัวใจของเขามันเจ็บแปล๊บ หน่วง ปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูกยามที่เห็นคนตัวเล็กนอนหลับอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลโดยใบหน้านุ่มนิ่มฟกช้ำเลือดช้ำหนองไปด้วยรอยขีดข่วน ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากเป็นคนที่นอนอยู่บนเตียงนี้แล้วเจ็บแทนเธอ "ใครทำอะไรเธอ..." เขาไม่สามารถจับมือใครดมได้เพราะเขาเองก็มีศัตรูรอบด้าน "หมอ...เมียผมเป็นยังไงบ้าง" "ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ...โชคดีที่มีพลเมืองดีไปพบเสียก่อนไม่เช่นนั้นอาการคงจะหนักกว่านี้หลายเท่าเนื่องจากไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่ฟกช้ำอยู่บนใบหน้าถูกทำซ้ำๆจนบอบช้ำไปทั้งร่างกาย ซ้ำร้ายคนไข้ยังนอนอยู่กลางแดดเป็นเวลาร่วมชั่วโมงอีกด้วย..." คุณหมอผู้เป็นแพทย์เจ้าของไข้วินิจฉัย "ว่าอะไรนะครับ..." "จากที่หมอตรวจดูร่างกายของคนไข้แล้ว ร่างกายของคนไข้ถูกทำร้ายหลายจุดจนกลายเป็นแผลฟกช้ำไม่ว่าจะเป็นบนใบหน้า แถวหน้าอก แล้วก็หน้าท้อง ไม่ทราบว่าคนไข้มีเรื่องมีราวหรือมีปัญหากับใครบ้างหรือเปล่าครับ?" "ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ...แต่หมอต้องรักษาเมียผมให้หายนะครับ ถ้าเกิดเมียผมเป็นอะไรขึ้นมา ผมรับรองได้เลยว่าหมอคงโดนเด้งไปเป็นแพทย์ฉุกเฉินที่แถวสามชายแดนภาคใต้แน่นอน หรือไม่ก็ผมจะเผาโรงพยาบาลนี่ทิ้งซะ" อาคมร้อนรนใจจนอยู่ไม่ติด เขาเป็นห่วงขึ้นฉ่ายกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปเพราะหากเกิดเหตุการณ์บ้าๆนั่นขึ้นมาจริงเขาแทบมองอนาคตของตัวเองไม่ออกเลยว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร... ตอนนี้ขึ้นฉ่ายเปรียบเสมือนรอยยิ้มพิมพ์ใจเพียงหนึ่งเดียวที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจของเขา...เป็นความสบายใจเดียวที่ไม่ว่าเขาจะเหน็ดเหนื่อยหรือมีปัญหาถาโถมเข้ามาทำร้ายความรู้สึกไม่หยุดหย่อน แต่เพียงกลับมาบ้านแล้วเจอหน้าเธอความทุกทข์ทรมานใจเหล่านั้นก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาเสียเธอไปไม่ได้อีกแล้ว... "ครับ ใจเย็นๆนะครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้ว เพียงแค่ร่างกายเหนื่อยล้ามากคนไข้ก็เลยยังไม่ฟื้นเท่านั้นเองครับ" แพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้ใบหน้าซีดเผือกรีบใช้คำพูดปลอบประโลมเขาทันทีก่อนทีคำข่มขู่มันจะกลายเป็นเรื่องจริง "ครับ" "งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" เมื่อบุคคลภายนอกออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้ว อาคมก็หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆเตียงผู้ป่วยแล้วจับฝ่ามือนุ่มนิ่มขึ้นมาประคองเอาไว้ "อย่าเป็นอะไรเลยนะขึ้นฉ่าย...ฉันยังไม่พร้อมที่จะเสียเธอไป ตอนนี้เธอเป็นความสุขเดียวที่ฉันมีอยู่นะรู้ไหม" คนตัวโตสะอึกสะอื้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "ฉันขอโทษนะที่ฉันดูแลเธอไม่ดีอีกแล้วจนทำให้เธอต้องโดนทำร้ายแบบนี้" "..." ยิ่งได้เห็นเรือนร่างแน่นิ่งไม่ได้สติของคนรักนอนตัวเย็นอยู่บนเตียงแววตาของเขาก็ถมไปด้วยความรู้สึกโทษตัวเองว่าเป็นความผิดของตน สีหน้าซีดเผือกดุจหยวกกล้วยของขึ้นฉ่ายบีบเค้นให้หัวใจเขาเจ็บปวดรวดร้าว อยากจะให้ตัวเองแบกรับความเจ็บปวดนั้นแทนเธอได้เหลือเกิน แต่เขาทำได้เพียงวิงวอนผ่านสายลมเบาๆ...ขอให้เธอฟื้นขึ้นมาแล้วพูดคุยหัวเราะกับเขาเหมือนดังเดิมโดยเร็ววัน "ใครกล้าทำเธอขนาดนี้นะขึ้นฉ่าย...คอยดูนะ ฉันไม่ปล่อยเอาไว้แน่! ใครที่ทำเมียฉันเจ็บพวกมันต้องเจ็บกว่าร้อยเท่า" หัวใจของอาคมคุกรุ่นและเร่าร้อนเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอกตลอดเวลาประกายแววตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารจนเผยเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบตับ "อื้อ น้ำ" น้ำเสียงกระเส่าของคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงของทางโรงพยาบาลร่วม 2 ชั่วโมงเศษสามารถปลุกอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี "ขึ้นฉ่าย! อะน้ำๆ" "ขอบคุณค่ะ" "เธอเป็นยังไงบ้างขึ้นฉ่าย เธอรู้ไหมตั้งแต่ที่ฉันรับสายจากโรงพยาบาลฉันก็รีบขับรถมาที่นี่เลยนะ ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่" ทั้งน้ำเสียงและแววตาของเขาบ่งบอกว่าทุกอย่างที่พูดออกมาล้วนเป็นความสัตย์จริงไม่ใช่เพียงแค่เสแสร้งเอาอกเอาใจให้เธอคล้อยตาม "รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะแต่แค่ยังเจ็บนิดนิดหน่อยๆ ขอบคุณมากเลยนะคะที่เป็นห่วงฉัน" "ฉันก็ต้องเป็นห่วงสิ" อาคมลูบศีรษะน้อยๆด้วยความเอ็นดู "แล้วใครทำอะไรเธอ?" "..." ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเบาๆไม่กล้าที่จะบอกความจริงกับอาคม แต่ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ของแม่เลี้ยงและผักบุ้งที่ว่าจะเอาคืนเธอหนักหนากว่านี้เป็น 10 เท่าหรอก ทว่า...เธอกลัวใจเขาต่างหาก อาคมทำอะไรได้มากกว่าที่คิดซึ่งเหนือการคาดหมายเสมอ...เธอไม่อยากให้ผักบุ้งและพิมพาต้องพลอยเดือดร้อนเพราะการกระทำสิ้นคิดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวเอง หากอาคมรู้เข้าว่าเป็นฝีมือของพวกหล่อน เขาคงจะเร่งไปหาเรื่องแล้วอาละวาดบ้านแตก! นี่ขนาดผักบุ้งตบเธอเพียงแค่ครั้งเดียว เขายังใช้เรี่ยวแรงตบกลับท่ามสายตาผู้คนนับร้อยนับพันกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังโดยไม่สนใจหรือแคร์ใครเลยสักนิด "บอกฉันมาขึ้นฉ่าย ว่าใครทำอะไรเธอ" เขาถามย้ำอีกรอบด้วยน้ำเสียงใจเย็น"ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"







