LOGIN“จะทำอะไร” เขาถามเสียงเข้ม
“ไม่ต้องมายุ่ง! คะ…คุณ” หญิงสาวเสียงติดติดขัดขัดรีบยกฝ่ามือขึ้นมาปิดตาเมื่อเห็นผู้ชายรูปร่างแกร่งกำยำตรงหน้านุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพาดเอว เขาเนี่ยหรือนายท่านที่พิมพาและคนพวกนั้นพูดถึง… ดูทรงเขาก็ยังหนุ่มยังแน่นตึงเปี๊ยะไม่ได้แก่หัวหงอกจนแทบจะเดินไม่รอดนี่ ส่วนเบ้าหน้าเองก็หล่อเหลาละม้ายคล้ายลูกครึ่งอิตาลี แววตานั้นเฉียบคมปราดเปรียวดูดุดันแล้วแฝงไปด้วยความเจ้าเล่เพทุบายชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้… “ฉันอาคม เป็นคนที่แม่เธอติดหนี้ไว้เป็นสิบล้าน” เขาแนะนำตัวเอง และนี่คืออาคม หัวหน้าแก๊งค์อินทรีขาวแก๊งค์มาเฟียที่ยิ่งใหญ่ในแถบฮ่องกง เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของนายท่านใหญ่ทรงอำนาจและ คุณแคทธีรีนสาวสวยตาน้ำข้าวผมบลอนด์ส่งตรงจากอิตาลีผู้ให้กำเนิด ก่อนจะเสียชีวิตลงเพราะโดนศัตรูทางธุรกิจของทรงอำนาจสังหารอย่างเหี้ยมโหดเมื่อครั้นอาคมยังเล็กนัก! เขาจึงเติบโตมาจากการฟูมฟักและปลูกฝังของทรงอำนาจมาเฟียผู้มีอิทธิพลและถือความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง… ก็หลังจากที่เขาต้องสูญเสียเมียซึ่งเป็นดังแก้วตาดวงใจอย่างแคทธีรีน จากผู้ชายอ่อนโยนในวันนั้นกลับกลายเป็นหยาบกระด้าง ควันออกหู ไม่เคยฟังความใครและเลือดเย็นอย่างถึงที่สุด โชคดีที่ยังมีคุณประภาศิริ ย่าศรีของอาคม ที่คอยช่วยกล่อมเฮคอยช่วยเลี้ยงดูยามที่ทรงอำนาจต้องไปทำธุรกิจของตัวเองแล้วไม่มีเวลามาเอาใจใส่บุตรชายสักเท่าไหร่ นั่นทำให้อาคมรักและเคารพคุณประภาศิริเสมือนแม่แท้แท้ของตนเองอีกคนหนึ่ง ซ้ำไม่ค่อยลงรอยกับบิดาสักเท่าไหร่เนื่องจากเค้าจำฝังใจว่าทรงอำนาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แคทธีรีนมารดาของตนผู้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มารับผลกรรมร่วมด้วย “แล้วเมื่อกี้เธอทำอะไร สิ้นคิดจนกระทั่งต้องฆ่าตัวตายเลยเหรอ? ไม่คิดบ้างเหรอว่าคนที่เลี้ยงเธอมาเค้าจะเสียใจแค่ไหนที่เธอทำแบบนี้” อาคมเท้าสะเอวถามหญิงสาวร่างบอบบางด้วยความไม่เข้าใจ “คุณลองมาเป็นฉันดูไหมล่ะคะ ต่อให้ฉันจะมีชีวิตอยู่หรือจะตายมันก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่เพราะตอนนี้ฉันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว” ขึ้นฉ่ายแหงนหน้ามองเขาด้วยความใจกล้าบ้าบิ่น เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันเผื่อเขาอยากจะฆ่าเธอเธอจะได้ตายตายให้มันสมใจไปเลย “ส่วนที่คุณบอกว่าไม่คิดบ้างเหรอว่าคนที่เลี้ยงฉันมาเค้าจะเสียใจแค่ไหนที่ฉันทำแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นลูกด้วยซ้ำ…อ้อ! ลืมไปก็ฉันเป็นเพียงแค่กาฝากไม่ใช่ลูกแท้แท้ของแม่นี่ไม่แปลกที่แม่จะไม่รักฉันแล้วส่งฉันมาเป็นเมียบำเรอให้กับคุณ” “…” อาคมยืนฟังประโยคตัดพ้อของหญิงสาวตรงหน้าก็หวนระลึกถึงเรื่องราวชีวิตของตัวเองที่แทบไม่ได้แตกต่างจากเธอสักเท่าไหร่ เพียงแค่เขาโชคดีกว่าก็ตรงที่ว่าในบางอย่างเขามีสิทธิ์เลือกชีวิตเลือกทางเดินตัวเองได้ ไม่ต้องไปตกทุกข์ได้ยากหรือต้องระกำลำบากเช่นเธอ “คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะว่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหนที่วันหนึ่งฉันก็ดันมารู้ความจริงว่าคนที่ฉันรัก คนที่ฉันยอมสละให้ได้แม้กระทั่งชีวิตไม่ใช่แม่แท้แท้ของฉัน… แต่มันก็ยังไม่หนักหนาเท่ากับที่ว่าตลอดระยะเวลา 20 ปีท่านไม่เคยรักไม่เคยเอ็นดูฉันเลยต่างหาก… ท่านเห็นฉันเป็นแค่ตัวอะไรก็ไม่รู้ เห็นฉันเป็นแค่เพียงหุ่นเชิดไว้คอยสั่งนุ่นสั่งนี่ไร้ชีวิตจิตใจ และในที่สุดก็เรียกร้องบุญคุณจากฉันด้วยการส่งฉันมาให้กับคุณ เอาสิคะ! จะทำอะไรกับร่างกายฉันก็เอาเลย เพราะยังไงฉันก็ต้องตกเป็นของคุณอยู่วันยังค่ำอยู่แล้ว…” ยิ่งพูดน้ำตาที่เคยคิดว่าเหือดแห้งเพราะความปลงกับชีวิตของขึ้นฉ่ายก็หลั่งไหลลงมาอีกคราว มันเป็นแผลสดที่ค่อนข้างจะใหม่… มันจึงยากที่จะสามารถทำใจยอมรับได้ในตอนนี้ มันคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะใหญ่ใหญ่เชียวล่ะ หรือต้องรอให้เธอตายจากโลกนี้ไปก่อนก็ไม่รู้… “คุณรู้หรือเปล่าคะว่าชีวิตของฉันมันเฮงซวยแล้วก็บัดซบมากแค่ไหน คนที่เป็นเพียงความอบอุ่นเดียวในใจของฉันนั้นก็คือพ่อต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมา แต่ก่อนครอบครัวฉันอยู่ดีกินดีสุขสบายไม่ได้ขัดสนหรือยากไร้จนกระทั่งต้องไปกู้หนี้ยืมสินใครมา ทว่าจู่จู่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ฉันต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่มอหกเพราะต้องเสียสละให้น้องคนเล็กมีโอกาสก้าวหน้า และฉันก็ต้องออกมาทำงานงกงกงกตัวเป็นเกลียวแทบหาเวลาพักผ่อนไม่ได้! เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่แต่เหนื่อยใจเนี่ยสิเหนื่อยใจจนฉันอยากจะหายไปจากโลกนี้อยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป!” ใครไม่เคยเจออย่างเธอคงจะไม่เข้าใจว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดิ่งจมลงเหวมากแค่ไหน “การฆ่าตัวตายไม่ใช่หนทางออกเสมอไป นั่นมันเป็นวิธีการของคนสิ้นคิดต่างหาก! แล้วฉันจะบอกอะไรให้นะ ชีวิตของฉันก็ไม่ได้สวยหรูดูดีเหมือนโปรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก! มันมีแต่ขวากหนามมีแต่ความเจ็บปวดเต็มไปหมดระหว่างทางเดิน แต่จำไว้เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำให้คนพวกนั้นที่มันไม่เคยเห็นหัวเธอได้รู้ว่าเธอเองก็สามารถเข้มแข็งได้ และฉันก็คิดว่าพ่อของเธอก็คงไม่อยากให้ลูกสาวตายด้วยวิธีโง่โง่เอามีดแทงหัวใจตัวเองหรอกนะ” อาคมเกลียดน้ำตาผู้หญิงที่สุด! เขาอยากจะเบือนหน้าหนีจากตรงนี้เป็น 10 รอบ 100 รอบแต่ก็ทำไม่ได้ราวกับต้องมนตร์สะกด “มีชีวิตอยู่ด้วยการเป็นเมียขัดดอกของคุณเนี่ย?” “ฉันก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้น ต่อให้ฉันจะอยากได้เธอมากแค่ไหนแต่ฉันก็เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่ข่มขืนแล้วก็ข่มเหงรังแกผู้หญิงถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่สมยอม” แต่ส่วนมากเพียงแค่อาคมกระดิกนิ้วก็มีสาวน้อยสาวใหญ่กรูกันมาต่อแถวรอกดบัตรคิว “แล้วฉันต้องชดใช้หนี้คุณด้วยอะไร” “เซ็กซ์ มาเป็นเด็กของฉัน เป็นผู้หญิงของฉันแล้วฉันจะดูแลเธออย่างดี ไม่ว่าเธออยากได้อะไรฉันก็จะหามาให้ ขอแค่เธอเป็นเด็กดีแล้วก็เชื่อฟังฉันก็พอ” อาคมตอบไปตามตรง คนดีดีที่แม่งไม่หวังผลตอบแทนอะไรเลยมันก็เป็นแค่คำลวงโลกที่ถูกกู่ขึ้นมาเท่านั้นนั่นแหละ “ของฟรีไม่มีอยู่ในโลกหรอกนะขึ้นฉ่าย แต่นี่คือชีวิตจริง ชีวิตที่ไม่ได้วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์แล้วก็ทำตัวสดใสร่าเริง ไร้เดียงสา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อ่อนต่อโลกตลอดเวลา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ทำอะไรเธอตอนนี้เพราะเธอไม่ยินดีแต่สักวันเธอก็ต้องเป็นเมียฉันอยู่ดี” “…” “เธอก็น่าจะทราบอยู่แก่ใจว่าเธอมาที่นี่เพราะเหตุผลอะไร” อาคมเว้นช่วงหายใจให้อีกฝ่ายได้ใช้กระบวนการคิดครู่หนึ่ง “หนี้สินที่แม่เธอสร้างเอาไว้ ฉันคิดว่าต่อให้เธอจะทำงานทั้งชีวิตก็ใช้ไม่หมดหรอก” “ค่ะ” เธอก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรม “งั้นเรามาทำกฎข้อตกลงในการเป็นผู้หญิงของฉันกันเลย ข้อที่ 1 เราจะมีเซ็กซ์ทำกิจกรรมอย่างว่ากันเฉพาะครั้งที่เธอสมยอมแล้วก็ยินยอมเท่านั้น ฉันจะไม่บังคับคืนใจเธอเด็ดขาด ข้อที่ 2 เธอต้องเชื่อฟังคำสั่งฉันทุกเรื่อง ข้อที่ 3 เธอห้ามมีแฟน ห้ามมีใครหรือไปข้องแวะกับผู้ชายคนไหนที่นอกเหนือจากฉันเด็ดขาดเพราะฉันไม่ชอบใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร ถ้าเกิดฉันจับได้ฉันเอาตายทั้งคู่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดูน่าเกรงขามและชวนขนหัวลุก แววตานั่นบ่งบอกถึงความเอาจริงเอาจังในทุกประโยคที่เปล่งออกมาไม่ใช่เพียงเล่นเล่นหรือขายขำทั่วไป “ข้อที่ 4 ห้ามยุ่งวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของฉัน เธอต้องอยู่ในที่ของเธออย่าทำตัวหึงหวงหรือแสดงว่าเป็นเจ้าของฉัน เพราะฉันไม่ชอบ ส่วนข้อสุดท้าย…” “…” เธอเงียบแล้วตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ “ระวังตกหลุมรักฉันจนโงหัวไม่ขึ้นก็แล้วกัน” อาคมพูดดักไว้ก่อนเพราะเขารู้ดีว่าไอ้ความหล่อเหลาของเขาที่มีใบหน้าลูกเสี้ยวอิตาลีมันดึงดูดใจทำให้ใครที่อยู่รอบกายต้องตกหลุมพรางกันถ้วนทั่ว"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะให้เราไปส่งเธอยังไงล่ะลดา เธอเพิ่งบอกไปหยกๆเมื่อครู่ว่าเธอมีนัดกับแฟน ถ้าแฟนเธอเห็นเราแฟนเธออาจจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็บุกเข้ามาต่อยเราสลบคาที่ก็ได้นะ" แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "อะจ้า ฉันจะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ มีนาล่ะ มีนายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่ามีนามันมีแฟนน่ะ" "ก็เราเห็นว่าคอนโดของมีนาอยู่ตรงข้ามกับคอนโดของเธอ ก็น่าจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ..." "พอๆเถอะ ไม่ต้องสรรหาคำพูดอะไรมาแก้ตัวอีกแล้ว ฉันมองออกน่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับขึ้นฉ่าย เพราะสายตาของเธอเวลาที่มองขึ้นฉ่ายกับมองพวกฉันสองคนมันไม่เหมือนกัน" "...เอ่อ..." "เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะกร แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์หรือไม่ก็รถสองแถวกลับเองได้" ขึ้นฉ่ายรีบชิงพูดออกมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าความอึดอัดมันเริ่มครอบงำเมื่อลดาพูดจบ "อ๋อโ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเหรอคะ? เอ่อ… พอดีว่าวันนี้มีกิจกรรมแค่รับน้องปีหนึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายฉันขอไปเดินเที่ยวห้างใกล้ใกล้กับเพื่อนได้ไหมคะ”“เพื่อนที่ไหน ชื่ออะไร ผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วไปรู้จักกันได้ยังไง” อาคมถามคำถามยาวยืดซักไซร้เธอด้วยความเป็นห่วง “บอกฉันมาให้หมดเปลือกเลยนะขึ้นฉ่าย เธอน่ะชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย” อาคมไม่ได้กลัวว่าหญิงสาวจะไปประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามแต่อย่างใด เพียงแค่เขาเกรงว่าเธอจะถูกใครเขาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพราะอาศัยความไร้เดียงสาไม่ทันคนและดีจนเกินไปของเธออาคมไม่อยากจะคิดจินตนาการถึงภาพที่มีชายคนอื่นมากระทำกับของรักของหวงของเค้าเช่นเดียวกับที่เขากระทำเธอ…หากเป็นเช่นนั้นอาคมคงอาละวาดคลั่งตายแน่ๆ “ชื่อลดา มีนา แล้วก็กรค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง “ทั้งสามค
“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย “อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียวอาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก“อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย“คุณอาคมคะ
“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ลูกชายของขวัญในชีวิตของเราสองคนประสบความสำเร็จสมดังที่คิดตั้งใจเอาไว้ยังไงล่ะ” เรือนร่างหนาของคุณทรงอำนาจสั่นคลอนตามแรงสะอึกสะอื้นที่ถ่ายทอดออกมายามอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่ต้องทำตัวเหมือนเข้มแข็งและเข้มงวดทุกคนรวมถึงลูกชายเพียงคนเดียวอยู่ตลอดเวลานั้นเบื้องหลังเขาไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน เขาแทบใช้นิ้วมือนิ้วตีนนับไม่หมดเลยด้วยซ้ำว่า เขาแอบร้องไห้กับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต… คุณทรงอำนาจต้องทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาโดยตลอด นั่นเพราะเขาเป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่ไร้ซึ่งคู่คิดและคนเคียงข้างกาย เขายืนอยู่ลำพังโดดเดี่ยวเดียวดาย หากเขาอ่อนแอลงแล้วทุกคนในการดูแล ทุกคนในบ้านจะอยู่อย่างไร จะเคารพนับถือได้อย่างไรกัน? ทั้งทั้งที
“ตาอำนาจนี้ก็กระไรดี แต่ถ้าคิดในทางกลับกันพ่อเค้าอาจจะหวังดีกับเราก็ได้นะอาคม ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็กเด็กแล้วอายุอานามปาเข้าเลขสามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วก็มีเหลนให้ย่าอุ้มได้แล้วนะ” คุณหญิงประภาศิริปลงกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว หล่อนตั้งหน้าตั้งตาอุ้มเหลนเตรียมของไว้รับขวัญมากมายตั้งแต่อาคมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายปีก็ไร้ซึ่งวี่แววทายาทรุ่นถัดไป“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับย่า” ยกเว้นขึ้นฉ่าย“ย่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราสองคนพ่อลูกจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอกครับย่า ผมจัดการเองได้” ว่าจบก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยคล้ายกับสมองอันชาญฉลาดของเขาได้คิดแผนการเอาตัวรอดสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นสุดหรูนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว “…” คุณประภาศิริถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าลูกสะใภ้ยังอยู่หล่อนคงจะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างดีแน่นอน @ตกเย็น อาคมจัดการโทรไปบอกหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์อย่างใจจดใจจ่อเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กลับไปรับประทานอาหารเย็นร่วมด้วย เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องเคลียร์และสะสางให้เรียบร้อย หากเธออยากรับประทานอะไรที่มันไม่มีในตู้เย็นก็ออกปา






![พิศวาสรักเมียแต่ง (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 4/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
