Masuk“แล้วตอนนี้คุณมีคนรักหรือว่ามีภรรยาหรือยังคะ เอ่อ… ฉันไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงหรือล่วงเกินเรื่องส่วนตัวคุณเลยนะคะ แต่ที่ฉันถามฉันเพียงแค่อยากรู้ว่าฉันไม่ได้ทำผิดศีลข้อสามที่ไปยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับสามีหรือคนรักของคนอื่นเขา” อาคมไม่ทันได้ตอบเลยแท้แท้เธอก็รีบชิงพูดดักร่ายยาวอธิบายขยายเหตุผลไว้ก่อน
“ฉันยังไม่มีใครทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเธอสนใจอยากจะมาเป็นเมียฉันก็ได้นะ” อาคมอมยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วไล่ตามมองใบหน้าจิ้มลิ้มตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ฉันน่ะทั้งหล่อ ทั้งรวยแล้วก็เอวดีลีลาเด็ดมาก ถ้าเกิดเธอได้ลองสักครั้ง ฉันรับรองได้เลยว่าติดใจไปไหนไม่รอดแน่นอน” อาคมโน้มหน้าลงไปแล้วซุกไซร้บริเวณซอกคอขาวเนียนของเรือนร่างบอบบางพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกลึก “กลิ่นเธอมันเย้ายวนฉันขนาดนี้ ฉันจะคลั่งตายอยู่แล้วขึ้นฉ่าย” “อย่าค่ะ” เด็กสาวหลับตาปี๋เพราะไม่อยากมองเห็นอาการโรคจิตของคนตรงหน้า “ขอเวลาฉันทำใจซักหน่อยนะคะคุณอาคม แล้วฉันจะยอมตกเป็นของคุณเพื่อชดใช้สิ่งที่แม่ฉันก่อไว้แต่โดยดี” “อืม ฉันเห็นเธอแต่งชุดนี้แล้วมันดูขัดหูขัดตา เธอเองก็เพิ่งจะอายุ 20 ขึ้นฉ่ายทำไมถึงได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนป้าแก่แก่แบบนี้ล่ะ” หลวมโพล่งจนแทบไม่เห็นสัดส่วนเย้ายวนใจ “ฉันก็อยากจะพาเธอออกไปซื้อเสื้อผ้าข้างนอกอยู่หรอกนะแต่ฉันยังไม่ไว้ใจเธอเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นฉันจะให้ลูกน้องฉันลงไปซื้อพวกเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้หญิงขึ้นมาให้ ไม่ทราบว่า เธอใส่เสื้อในไซซ์อะไร” อาคมถามได้อย่างหน้าตายราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติและเรื่องราวปกติทั่วไป… ต่างกับคนตัวเล็กที่แทบจะเอาหน้าซุกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว “…” “ฉันถามเธอใส่เสื้อในไซซ์อะไร” อาคมถามย้ำอีกครั้งอย่างใจเย็น เด็กใหม่เค้าต้องประนีประนอมอย่างดีเสียหน่อยเดี๋ยวจะอกสั่นขวัญขวัญหายกันไปพอดี “… ใครเค้าถามเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงกันคะ” “ก็ฉันนี่ไง ไม่บอกใช่ไหม…” อาคมพยักหน้า ก่อนจะเหยียดแขนแกร่งแล้วใช้ฝ่ามือหนาขนาดใหญ่ทั้งสองข้างจับหมับเข้าไปบริเวณเต้าอกอวบอิ่มเพื่อวัดขนาดในวิธีของเค้า “คัพ D ฉันทายถูกป่ะ” “ไหนว่าคุณจะไม่ทำอะไรฉันจนกว่าฉันจะเต็มใจยังไงล่ะ! ไอ้คนโกหก ไอ้คนหลอกลวง คุณมันก็เชื่อใจไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ” สัดส่วนบนร่างกายของหญิงสาวแทบไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนใดมาก่อนแต่ต้องสูญสิ้นความบริสุทธิ์ลงเพียงเพราะเขา! แต่… ก็จริงนี่ไม่วันใดวันหนึ่งเธอก็ต้องเป็นเมียเขาอยู่ดี “ฉันจับแค่นี้ไม่สึกหรอหรอกน่าขึ้นฉ่าย และที่สำคัญฉันไม่ได้ผิดคำพูดสักหน่อย อันนั้นฉันหมายถึงเซ็กซ์กิจกรรมบนเตียง แต่นี่มันเป็นเพียงแค่วิธีวัดขนาดไซซ์หน้าอกของผู้หญิงเพื่อเลือกซื้อของใช้ที่จำเป็นก็แค่นั้น” อาคมแก้ตัวได้อย่างหน้าด้านๆ แต่จะว่าไปไอ้ความนุ่มนิ่มที่เขาสัมผัสเมื่อครูมันทำให้เจ้ามังกรน้อยที่หลับอยู่ภายใต้ผ้าเช็ดตัวเริ่มผงาดแข็งชูชันโด่ชี้หน้าเธอ “สรุปคัพ D ถูกต้องไหม” อาคมค่อนข้างมั่นใจว่าสัญชาตญาณของเค้าไม่เคยพลาด ฝ่ามือฝ่ามือนี้ผ่านประสบการณ์รวบทั้งของแท้ของปลอมมาแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่รับประกันได้เลยว่าความชำนาญเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ “ค่ะ” “ด้านในครัวมีกับข้าวแล้วก็ของกินมากมาย ถ้าเธอหิวเธอก็ไปหยิบเอาได้เลยนะคิดซะว่านี่เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของเธอก็แล้วกัน” พูดจบอาคมก็คว้าโทรศัพท์มือถือเดินเข้าไปต่อสายหาลูกน้องคนสนิทอย่างแม้นเมือง แล้วตบท้ายด้วย ช่วยตัวเองกันไปตามระเบียบ… “…” ขึ้นฉ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความคิดมากมายที่ตีปนกันมั่วไปหมดภายในสมอง มันทั้งฟุ้งซ่านและกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะฟุบหน้าลงบนหมอนนุ่มแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบเพื่อระบายแรงโศกเศร้าเสียใจที่คับแน่นอยู่ในอก หญิงสาวตกอยู่ในสภาพนี้ครู่ใหญ่ใหญ่ทั้งร้องไห้ทั้งสะอึกสะอื้นจนแววตาแดงก่ำ… ไหล่บางสั่นคลอนโยกย้ายขึ้นลงราวกับจังหวะคลื่นชีวิตพัดโถมกระหน่ำ “อ่อนแอเหลือเกินนะ” อาคมหย่อนสะโพกลงบนเตียงข้างข้างเรือนร่างบอบบางแล้วดึงตัวมาโอบกอดเอาไว้ เลื่อนฝ่ามือหนาขึ้นไปลูบศีรษะทุยเบาเบาเพื่อปลอบประโลมถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นแก่เธอ “ขี้แยจริงๆเด็กน้อย ชีวิตนี้เธอเกิดมาเพื่อแค่ร้องไห้เป็นอย่างเดียวเหรอ หึ?” “ฉันเสียใจ จะให้ฉันหัวเราะมีความสุขเหรอคะ?” ขึ้นฉ่ายพูดอู้อี้ในลำคอจนไม่เป็นภาษาแต่ก็พอประติดประต่อฟังออก “อยากร้องไห้ให้กับความเฮงซวยของชีวิตก็ร้องออกมาซะให้พอ ให้เต็มที่ ร้องชนิดที่ว่าให้มันเหือดแห้งไปเลย แต่เธอต้องร้องไห้ด้วยเรื่องบัดซบนั่นแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนี้จงเก็บเสียงของเธอไว้ครางตอนโดนฉันกระแทกก็พอ” แม้นไม่ใช่คำพูดที่อ่อนหวาน ฟังแลดูแล้วหยาบกร้านซ้ำโทนเสียงที่เขาใช้กล่าวยังแข็งทื่อไม่รื่นหูเลนยสักนิดเดียว แต่กลับทำให้ขึ้นฉ่ายชื้นใจอย่างบอกไม่ถูก “ฮือ” ขึ้นฉ่ายปล่อยโฮออกมายกใหญ่ๆ “ฉันไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นเลย แต่น้ำตามันไหลเอง” “เธออายเหรอ เดี๋ยวฉันจะช่วยร้องไห้เป็นเพื่อนเธอเอง” เมื่อพูดจบอาคมก็แสร้งทำสุ้มเสียงปล่อยโฮออกมาประสานพร้อมๆกับหญิงสาวข้างกายเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวเดียวดายตามลำพัง “บ้า” ขึ้นฉ่ายหลุดหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เขาในเวลานี้ไม่เหมาะสมและแสนจะไม่เข้ากับใบหน้าโหดๆเจ้าเล่ห์นี้เลยสักนิด “เธอหัวเราะแล้ว นี่ขึ้นฉ่ายเธอรู้ไหม เธอน่ะเหมาะสมกับรอยยิ้มมากกว่าร้องไห้เสียอีกนะ” ทุกครั้งที่อาคมแอบมองใบหน้าดวงนี้ก็เหมือนกับแววตาสีดำกลมโตดุจไข่ห่านนั่นเหมือนมันต้องมนตราสะกดทำให้เขาไม่สามารถละความสนใจไปทางอื่นได้จริงๆ เธอน่าสนใจ น่าดึงดูดใจ น่ามองทุกอริบทที่กำลังขยับเขยื้อนร่างกาย… บ้าจริง! เขากำลังคลั่งไคล้เธอ อาคมสะบัดส่ายศรีษะเร็วระเร็วเพื่อสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งให้พ้นหูพ้นตาเสีย! เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนกระทั่งมาเจอกับขึ้นฉ่าย โอ…อนิจจา ชีวิตหนอชีวิต “ยัง ยังร้องไห้ไม่หยุดอีก นี่เธอดีใจจนน้ำตาไหลเลยเหรอที่จะได้ฉันเป็นผัว” อาคมกระเซ้าเหย้าแหย่ให้เธอมีอารมณ์ขำขันเล่นๆ “มันเป็นเรื่องที่ควรดีใจเหรอคะที่โดนคนที่ฉันเรียกและนับถือว่าแม่มาตลอดระยะเวลายี่สิบปียัดเยียดให้ไปเมียบำเรอของใครก็ไม่รู้เพื่อแลกกับหนี้สิน” ขึ้นฉ่ายหันหน้าหาอาคมก่อนจะเลิกคิ้วถามเพื่อคลายไขข้อสงสัย เธอไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องน่ายินดีตรงไหน! “ก็จริงของเธอ…แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจก็ได้ปะ ฉันไม่น่าเอาทำผัวตรงไหน ทั้งหล่อ ทั้งรวย สูง ยาว เข่าดี ลิ้นกระดกรัวๆ เอวหมุนติ้วรอบองศาระดับห้าจียังต้องกราบแทบเท้า แถมเอาอกเอาใจดีไม่พร่อง” อาคมเชิดอกไหล่ผายเยินยอสรรพคุณของตนเองอย่างภาคภูมิใจว่าเขานั้นไซร้เป็นหนึ่งในผู้ชายตัวอย่างที่ใครต่างก็ต้องหมายตามองเหลียวจนสุดหลัง “…” ขึ้นฉ่ายหมดคำจะพูด “ต่อให้เธอจะคิดว่าเธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลเป็นเมียบำเรอของฉันในการลบล้างหนี้ เออ มันก็จริงส่วนหนึ่งนั่นแหละเพราะฉันไม่ได้ใจดีถึงขนาดที่จะยกให้ฟรีๆ แต่มันก็มีข้อดีหลายอย่าง เธอลองใช้สมองตรองดู”อาคมยกแขนแกร่งทั้งสองข้างขึ้นมากอดอก ก่อนดันฝ่ามืออีกข้างหนึ่งขึ้นมาจรดบริเวณปลายคางคล้ายกับทำทีท่าครุ่นคิด"ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"







