Share

7

last update publish date: 2026-04-18 12:29:13

“มาอยู่กับฉันเธอก็เปรียบเสมือนคุณหญิงคุณนายคนหนึ่งเลยล่ะที่ไม่ว่าอยากได้อะไรฉันก็จะหามาให้เธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง แล้วเธอก็ไม่ต้องไปทุกข์ทนตกระกำลำบากหาเช้ากินค่ำทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อให้แม่ของเธอไปผลาญในบ่อนพนันและให้น้องสาวต่างแม่ของเธอใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายสิ้นคิด… อย่างน้อยน้อยต่อให้ฉันจะเอาเธอมาเป็นเมียก็จริงแต่ฉันก็ช่วยดึงเธอขึ้นมาจากเหวนรกที่ทำให้อกเธอไม่มาตลอดระยะเวลา 20 ปีไม่ใช่เหรอ ไอ้สิ่งที่เธอคิดว่าแม่พิมพาไม่ใช่แม่แท้แท้ของเธอแต่ก็เลี้ยงดูเธอมาย่อมมีความรักความผูกพันบ้างสักนิด ซึ่งฉันคิดต่างนะเพราะถ้ามันยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่ในใจผู้หญิงคนนั้นหน่อยหนึ่งหล่อนจะไม่ผลักใสไล่ส่งแล้วทำกับเธอแบบนี้เด็ดขาดขึ้นฉ่าย”

สิ่งที่อาคมพูดออกมานั้นล้วนเป็นความจริงทุกประการที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดค้านว่าเป็นเพียงคำกล่าวเท็จได้

เขาพูดถูกทุกอย่าง…

“นับแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอคือผู้หญิงของฉันขึ้นฉ่าย ฉันจะดูแลปกป้องเธอแล้วจะไม่มีวันยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกเธอได้อีกเพราะคนที่จะทำแบบนั้นได้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น” ริมฝีปากอยากได้รูปยังคงตรงเฉียบเช่นเดิมแม้จะแอบกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์เจ้ากลวาบวับแวมแวมโผล่ออกมาให้เห็นยามเธอเผลอเล็กน้อยก็ตาม

“…”

“เธออยากเรียนหนังสือหรือเปล่า? ฉันหมายถึงเรียนมหาวิทยาลัยน่ะ” อาคมเลิกคิ้วถาม “ฉันน่ะเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองใกล้ใกล้เพ้นท์เฮ้าส์แห่งนี้เนี่ยแหละ แล้วฉันก็มีทุนการศึกษาให้สำหรับเด็กที่ยากจนแต่ขยันขันแข็งและมีใจอยากเล่าเรียนศึกษาต่อจนจบชั้นปริญญาตรี ซึ่งมันเป็นทุนควบคู่กับทางมูลนิธิที่เค้าให้มาด้วยถ้าเธอสนใจฉันก็จะส่งชื่อของเธอไปให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณา”

อาคมโกหก มันไม่ได้มีทุนการศึกษาให้สำหรับเด็กยากจนแต่ขยันขันแข็งและมีใจอยากเล่าเรียนศึกษาต่อจนจบชั้นปริญญาตรีซึ่งเป็นทุนควบคู่กับทางมูลนิธิจริงๆหรอก… แต่หากเธอต้องการอาคมก็จะใช้เส้นสายและอำนาจอิทธิพลใหญ่โตของตัวเองยัดขึ้นฉ่ายจนได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนู้นแหละ

เพียงแค่เขาเอ่ยนิดเดียวทุกอย่างก็เป็นอันว่าจบสิ้น…

“มันมีทุนแบบนั้นจริงๆเหรอคะ” หญิงสาวจากที่กำลังร่ำไห้รีบยกฝ่ามือขึ้นมาปาดน้ำตาแบบลวกๆแล้วเอ่ยถามเขาด้วยดวงเนตรสุกใสเป็นประกายระยิบระยับ

“จริงสิ มหาวิทยาลัยนี้น่ะเปิดเรียนช่วงเดือนสิงหาคมนั่นก็คือประมาณเดือนหน้าเนี่ยแหละอีก 10 วัน แต่ทุนสนับสนุนจากมูลนิธิมันเพิ่งมาถึงเขาก็เลยไล่ตามหาเพชรในตมกันให้ควัก ซึ่งจากที่ฉันดูท่าทีและภายนอกแล้วเธอเองมีคุณสมบัติทุกข้อตามที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการชนะ” อาคมพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังอย่างหนักแน่นเพื่อยืนยันว่าทุกประโยคที่กล่าวออกไปเป็นความสัตย์มิได้พูดปดมดเท็จ

“ฉันสนใจสิคะ ฉันน่ะอยากจะเรียนมหาวิทยาลัย อยากใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อนเพื่อนเขาแต่เพียงแค่ฉันไม่มีโอกาส”

“เธออยากเรียนคณะอะไรล่ะ”

“คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นค่ะ ฉันอยากเป็นดีไซเนอร์ อันที่จริงฉันมีสมุดสเก็ตภาพที่ฉันออกแบบชุดต่างๆไว้หลายเล่มมากเลยนะคะ แต่เสียดายมันอยู่ที่บ้านฉันคงไม่ได้กลับไปเอามันแล้วล่ะ” พอพูดถึงประโยคเกือบท้ายสุดใบหน้าสดใสร่าเริงเมื่อครู่ก็ค่อยค่อยๆหุบยิ้มแล้วแปลเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าลง

“งั้นเดี๋ยวฉันจะลองส่งชื่อเธอไปที่ทางมหาวิทยาลัยให้พิจารณาทุนนี้ให้นะ ทุนนี้ดีมากมูลนิธิก็จะจัดสรรจ่ายค่าเล่าเรียนของเธอจนเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรีทุกบาททุกสตางค์ไม่ว่าจะเป็นค่าหนังสือ ค่าหุ่น ค่าผ้าแล้วก็ค่าเครื่องแต่งกายต่างๆ เข้าใจง่ายง่ายว่าหน้าที่เธอมีแค่พาร่างกายไปให้ถึงคณะก็เท่านั้น”

“ค่ะ ฉันขอบคุณคุณมากเลยนะคะ” ขึ้นฉ่ายยกมือไหว้เขาในฐานะผู้มีพระคุณ ถึงแม้จะทราบแจ้งแก่ใจดีว่าของฟรีไม่มีในโลก

การที่เขาทำดีกับเธอย่อมมีผลประโยชน์ข้อเสนอแขวงหลังอยู่…

“ไม่เป็นไร”

ผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยเรื่อยแม้จะไม่ได้ข้องเกี่ยวหรือวนเวียนกับเรื่องอย่างว่า แต่… อาคมก็ทำให้ขึ้นฉ่ายรู้สึกอบอุ่นรู้สึกสบายใจทุกครั้งเวลาที่อยู่กับเขา

แม้นไม่เคยรู้เลยว่ามันจะเป็นเพียงความสุขจอมปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลตอบแทนอะไรบางอย่างจากเธอหรือเปล่า… แต่เธอไม่ได้คิดถึงส่วนตรงนั้นเธอแคร์และใส่ใจเพียงแค่ทุกทุกอย่างที่เค้าทำให้เธอมาตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับจากมารดาอย่างพิมพามาก่อน

ทั้งสองก็เลยเปรียบเสมือนส่วนเติมเต็มของกันและกัน เหมือนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่หล่นหายไประหว่างทางเดินจนในที่สุดก็กลับมาประกบร่างจนสมบูรณ์แบบแล้วทำให้โลกนี้สดใสมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมเป็นไหนๆ

“ขนมว่างมาแล้วค่ะคุณอาคม” หญิงสาวถือจานแบนแบบกระเบื้องออกมาจากห้องครัวในชุดเสื้อโอเวอร์ไซด์ตัวใหญ่โคร่งกับกางเกงขาสั้นอวดความขาวเนียน

“วันนี้เมนูอะไรอีกล่ะคุณแม่ค้า” อาคมใช้แขนแข็งแรงดึงเรือนร่างบอบบางลงมานั่งบนหน้าตักแกร่งกำยำ แล้วหอมเข้าที่แก้มนุ่มนุ่มฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว “สงสัยที่ฉันเลื่อนหมอตรวจสุขภาพทุกๆครึ่งปีมาตลอดคงจะเลี่ยงไม่ได้แล้วสินะ เพราะหากไปรอบนี้คงได้ถูกไอ้หมอบ่นยกใหญ่แน่แน่ว่าทำไมน้ำตาลในเลือดถึงสูงปรี๊ดขนาดนี้”

“เว่อร์เกินไปแล้วค่ะคุณอาคม”

“ฉันพูดจริงๆดังขึ้นฉ่าย ตั้งแต่ที่เธอมาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งสัปดาห์เนี่ยเธอก็ทำขนมหวานแทบทุกวันแล้วคนที่ต้องชิมและต้องกินมันคือฉัน… ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปฉันคงต้องทำคาร์ดิโอหรือไม่ก็เข้าฟิตเนสวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อเผาผลาญพลังงานแหงๆเลยเพราะไม่งั้นคงได้เดินไม่รอดเป็นตาอ้วนพุงพลุ้ย” อาคมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อปนกระเซ้าเย้าแหย่หญิงสาวเล่นในชนิดที่ว่าไม่เคยปฏิบัติและแสดงกิริยาเช่นนี้กับใครมาก่อนตั้งแต่จำความได้ “ว่าแต่วันนี้ทำขนมอะไรล่ะ”

“ขนมลูกชุบค่ะ ฉันน่ะอุตส่าห์ตั้งใจปั้นถั่วเหลืองมากเลยนะ” แน่นอนว่าขนมแต่ละชิ้นที่วางเรียงรายอยู่ในจานล้วนมีหน้าตาน่ารับประทานทั้งนั้น

อยู่กับขึ้นฉ่ายอาคมเจริญอาหารจนกระทั่งต้องกลับมาตายรังทุกๆตอนเย็น ทั้งทั้งที่เมื่อก่อนเลือกหากินเอาตามภัตตาคารหรูหรือไม่ก็อาหารสำเร็จรูปใส่ในโครเวฟรอุ่นซัก 5 นาที

“น่ากินเนอะ” อาคมพูดในขณะที่แววตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นกำลังจ้องมองใบหน้างดงามด้วยความหลงใหลและหมายจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว

“งั้นก็ต้องกินเยอะเยอะนะคะ” เธอใช้ไม้จิ้มฟันเสียบลูกชุบรูปหนึ่งขึ้นมาเพื่อป้อนเขา

“…” อาคมอ้าปากกว้างแล้วครอบเพื่อรับประทานลูกชุบยาวเหยียดไปจนเกือบถึงข้อนิ้วข้อสุดท้ายของขึ้นฉ่าย “ที่ฉันพูดว่าน่ากินฉันหมายถึงเธอต่างหากล่ะขึ้นฉ่าย”

“…” เธอเงียบสนิท

“เมื่อไหร่เธอจะเมตตาฉันสักที ตั้งแต่ที่เธอมาอยู่กับฉันได้หนึ่งสัปดาห์ฉันก็ไม่เคยมีอะไรกับใครอีกเลยนะเพราะทุกครั้งที่เรียกเด็กเด็กพวกนั้นมาบำเรอหน้าของเธอก็จะลอยมาราวกับเธอทำเสน่ห์ยาแฝดใส่ฉันอย่างนั้นน่ะ เอ๊ะ! หรือเธอจะแอบหยอดใส่ในขนมที่ทำให้ฉันกินทุกๆวันหรือเปล่า” ฝ่ามือร้ายลูบโครงหน้าเรียวรูปไข่ลงมาเชยเชิดปลายคางมนให้แหงนหน้าขึ้นเพื่อเขาได้พิจารณาถี่ถ้วนดูริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มนี้

อาคมรักษาคำสัญญาที่มีให้เธอมาโดยตลอดนั่นก็คือเขาจะไม่บังคับขืนใจหรือแตะต้องเรือนร่างเย้ายวนเรือนร่างนี้ แม้นหลับนอนด้วยกันข้างกายทุกคืน อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือแต่เขากลับต้องกล้ำกลืนฝืนใจอย่างแสนสาหัสที่จะไม่ทำอะไรกระต่ายน้อยซึ่งมันควรจะโดนเสือร้ายอย่างเขาขย้ำตั้งแต่วันแรกที่ก้าวขาเข้ามาในถ้ำ…

แต่เขายังรักษาคำพูดจนกว่าเธอจะเรียกร้องเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงใจกระหายรัก   32 จบบริบูรณ์

    "ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย

  • เพียงใจกระหายรัก   31

    @10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ

  • เพียงใจกระหายรัก   30

    3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห

  • เพียงใจกระหายรัก   29

    "..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม

  • เพียงใจกระหายรัก   28

    "เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ

  • เพียงใจกระหายรัก   27

    รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status