Partager

บทที่8

last update Date de publication: 2025-06-07 23:52:30

ทางด้านนอกห้องครัว

“ตาแก่ อาเมิ่งนางทำแค่ปลาย่างแน่หรือทำไมกลิ่นถึงหอมตลบอบอวนไปทั่วบ้านอะไรขนาดนี้” นางเอ่ยถามสามีออกมาอย่างลุกลี้ลุกลน

“ก็จริงน่ะสิ ก็ข้าไปช่วยนางล้างปลา แล้วก็ก่อเตาเองกับมือ จะไม่ใช่ได้อย่างไรกัน” เขาพูดตอบภรรยาพร้อมกับกลืนน้ำลายอังเอื้อก

“ข้าชักจะรอไม่ไหวแล้ว ข้าเข้าไปดูนางสักหน่อยดีกว่า เจ้าว่าดีหรือไม่ หากมีอะไรข้าจะได้ช่วยนางทำด้วย” เอ่ยพูดออกมาพร้อมกับตกลงกับตัวเองในใจ

นางไม่รอให้ตาแก่เอ่ยห้าม หรืออะไรออกมารีบเดินไปยังทางห้องครัวทันที

กลับมาทางด้านเมิ่งฮวา

“อ้าวท่านป้า มีอันใดหรือเจ้าคะ? ” นางกล่าวถามเพราะเห็นท่านป้ามายืนลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงประตูห้องครัว

“ข้าเพียงแค่จะมาดูช่วยเจ้าทำอาหารกลางวันน่ะ เห็นตาแก่บอกว่าจะทำแล้วนำไปให้พวกคนงานก่อสร้างอีกด้วย”

“ใช่เจ้าค่ะ แต่อีกไม่นานก็ใกล้จะเสร็จแล้วนะเจ้าคะ เหลือย่างปลาอีก2ตัว ท่านป้าช่วยนำปลาทั้ง10ตัวนี้ไปให้พวกคนงานได้ไหมเจ้าคะ” เมื่อนางเอ่ยจบท่านป้าก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ย

“ได้ได้ เดี๋ยวป้าจะนำปลาพวกนี้ไปให้คนงานเอง เจ้าทำต่อไปเถิด”

หลังจากท่านป้าหิ้วถาดปลาย่างออกไป นางก็หันมาย่างปลาอีก2ตัวต่อ ผ่านไปไม่นานปลาย่างก็เสร็จดีแล้ว ท่านป้าก็กลับมาถึงพอดี เมิ่งฮวาก็รีบยกสำรับอาหารขึ้นโต๊ะเตรียมจะกินข้าวกลางวันกันเลย

“ท่านลุง ท่านป้า ข้าเตรียมข้าวมื้อกลางวันเสร็จแล้วเจ้าค่ะ มากินข้าวกันก่อนเถิด” หลังจากนางพูดจบทั้งสองคนก็รีบเดินไปล้างไม้ล้างมือเพื่อจะมากินข้าวกัน

เมิ่งฮวาที่ล้างมือเสร็จแล้วก็ตักข้าวให้ท่านลุงท่านป้าแล้วก็ตัวเองเสร็ตเรียบร้อยก็นั่งรอ เมื่อทั้งสองเดินมานั่งประจำที่ก็เริ่มลงมือกินข้าวกันอย่างไว เพราะความหิวนั้นไม่เคยปรานีใครจริงๆ

“ท่านลุงท่านป้าลองกินน้ำพริกนี้กันด้วยสิเจ้าคะ” น้ำพริกนี้คือน้ำพริกอ่องที่นางนำออกมาจากมิติแล้วก็ผักต้มต่างๆ อีก1ตะกร้าอีกด้วย กินกับปลาย่างคงจะอร่อยดีแท้

เมื่อทั้งคู่ลองชิมก็ติดใจตักกันไม่หยุด

” อื้ม… อร่อยยิ่งนัก! ข้าไม่เคยรู้จักไม่เคยกินมาก่อนเลย” ท่านลุงเอ่ยออกมาพร้อมกับกินไม่หยุด

“ฝีมือดีๆ ถูกปากข้ายิ่งนัก” ท่านป้าก็เอ่ยชมอีกคน

นางทำแค่ยิ้มตอบรับบางๆ แล้วก็กินข้าวกันต่อจนหมด

เอิ้ก!

หลังจากจบมื้ออาหารทุกคนก็ต่างกินกันอย่างอิ่มหน้ำสำราญ อิ่มไม่อิ่มก็ให้ฟังจากเสียงเรอของท่านลุง ฮ่าๆ

เพี๊ยะ!

“ตาแก่แกนี่มันยังไง กินจนเรอออกมาขนาดนี้ได้อย่างไรกัน ห๋า!” เสียงท่านป้าตีท่านลุงดังเพี๊ยะ แล้วก็ไม่วายที่บ่นกระปอดกระแปดออกมา

“โอ๊ย! เจ้าจะตีข้าทำไมนังแก่ ก็ฝีมือของอาเมิ่งอร่อยขนาดนี้จะไม่ให้ข้ากินขนาดนี้ได้อย่างไรกัน” ท่านลุงก็เอ่ยเถียงออกมาอย่างอ้อมแอ้ม

“แกนี่มัน!”

“ท่านป้าท่านลุงอย่าเถียงกันเลยเจ้าค่ะ” นางรีบเอ่ยห้ามก่อนที่จะได้ตีกันจริงๆ

“จิ๊! ข้าเห็นแก่อาเมิ่งหรอกนะตาแก่” ท่านป้ารีบเอ่ยออกมาเพราะกลัวเสียหน้า แต่ท่านลุงก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทำเพียงช่วยนางเก็บถ้วยชาม

ท่านป้ารีบเอ่ยออกมา

“เพ้ย! เจ้าไม่ต้องทำ ไปทำงานของเจ้าเถิด พวกถ้วยชามเดี๋ยวข้าช่วยอาเมิ่งเก็บล้างเอง ไปไป” ท่านป้ารีบกล่าวไล่ท่านลุงให้ไปทำงานของตัวเอง ไม่ต้องมาช่วยพวกนางเก็บถ้วยชามข้าว

“โอ้ได้ได้ เช่นนั้นเดี๋ยวข้าไปเก็บฟืนเพิ่มอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” ท่านลุงเอ่ยบอกออกมา

“ไปเถอะๆ ” ท่านป้ารีบเอ่ย

หลังจากที่ท่านลุงเดินออกจากบ้านไปแล้ว ท่านป้าก็หันมาช่วยนางเก็บถ้วยชามเตรียมจะไปล้าง แต่ท่านป้าก็เอ่ยมาเสียก่อน

“อาเมิ่ง เจ้าก็ไปพักผ่อนเสียบ้าง ตรงนี้เดี๋ยวป้าจะล้างเอง” เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่ได้เอ่ยจัดอะไรท่านป้าออกมา เข้าห้องล็อกประตูเพื่อจะเข้ามิติไปนอนพักทันทีเพราะอากาศตอนนี้ช่างร้อนอบอ้าวเสียจริง เข้ามิติไปนอนเปิดเครื่องปรับอากาศนอนให้เย็นฉ่ำยังดีเสียกว่า

เสี่ยวเปาอดไม่ได้ที่จะค่อนแคะออกมา

[นี่นายท่าน ท่านติดสบายเสียจริงเชียว] เมิ่งฮวาที่อ้าปากเตรียมจะเถียงก็หาวหวอดๆ ออกมาเสียก่อน ก่อนจะเอ่ยออกมา

“หาว! ข้าไม่เถียงกับเจ้าหรอก ข้านอนดีกว่า เชอะ”

คล้อยหลังจากพูดไม่นานนางก็ผล็อยนอนหลับไปอย่างสบายใจ เสี่ยวเปาก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาเพื่อเป็นการรบกวนการนอนของนาง…

…

ผ่านไปประมาณ1ชั่วยาม เมิ่งฮวาที่ผล็อยหลับไปก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจ

“อื้อ! เสี่ยวเปา ข้านอนไปนานหรือไม่เนี่ย” เมื่อบิดขี้เกียจเสร็จก็เอ่ยถามกับเสี่ยวเปาทันที

[ประมาณ1ชั่วยามได้กระมัง ตื่นแล้วก็ลุกไปล้างหน้าล้างตาเสียสิ มานอนบิดขี้เกียจไปๆ มาๆ อยู่ได้] เมื่อได้ยินเสียงบ่นของเสี่ยวเปา เมิ่งฮวาก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้ายู่

“เจ้านี่ขี้บ่นเสียจริง” นางบ่นอย่างอ้อมแอ้ม แต่ก็ไม่สามารถเล็ดลอดของระบบอย่างเสี่ยวเปาไปได้หรอก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่63

    หลังผ่านเหตุการณ์สั่นคลอนชะตาทั้งหลายที่ปราสาทอู่หวัง และผ่านช่วงเวลาพักรักษาตัวอยู่ในจวนใหญ่ของโจวจางเหว่ย ในที่สุดนางก็สามารถฟื้นตัวคืนกำลังได้เกือบเต็มร้อย พลังลี้ลับจากเลือดมังกรในกายไม่ปรากฏอาการร้อนผ่าวอีกแล้ว เธอสัมผัสได้ว่าบัดนี้ตนไม่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเช่นเดิมอีกต่อไปในเช้าวันแดดจัดที่มีเมฆลอยเรียงกันประปราย โจวจางเหว่ยได้จัดเตรียมรถม้าอย่างเรียบง่าย พาเมิ่งฮวาออกเดินทางกลับหมู่บ้านซานซี อันเป็นดินแดนเล็กๆที่เธอเคยใช้ชีวิตเรียบง่ายร่วมกับ ท่านลุงลี่คุน และท่านป้าลี่จูเสมอมาเมิ่งฮวามองเห็นทิวเขาคุ้นตาแต่ไกล ยิ่งใกล้ซานซีเท่าไรเธอยิ่งรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นึกถึงวันที่ยังใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ไม่ต้องพัวพันกับเลือดมังกรหรือการเมืองใดๆ เมื่อถึงทางเข้าหมู่บ้านเธอเห็นรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของโจวจางเหว่ย และสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นๆที่พัดมาเหมือนยินดีต้อนรับการกลับมาของเธอเมื่อรถม้าวิ่งเข้าเขตบ้านลุงลี่คุน ท่านป้าลี่จูก็ปราดออกมาต้อนรับทันทีด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความห่วงใย“อาเมิ่ง! เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม?” ท่านป้าลี่จูรีบเข้ามาจับมือเมิ่งฮวา ตรวจดูกันตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับหล

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่62

    เสียงก้องสะท้อนในห้องมังกรใหญ่ยังคงโหมกระพือ เสาหินรอบข้างสั่นไหวราวกับจะถล่มลงทุกเมื่อ อานุภาพมหาศาลจากแกนมังกรแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ทำให้อากาศสั่นระริกจนทุกคนที่อยู่ในห้องรู้สึกหายใจลำบากเมิ่งฮวายืนอยู่ตรงกลางวงแสงสีทองที่ปะทุจากจุดศูนย์กลางของแท่นบูชา เหงื่อและเลือดไหลอาบบนใบหน้าที่เธอไม่อาจรับรู้ถึงความเจ็บปวดได้อีก ในจิตใจเธอมีเสียงสองกระแสคอยก้องสลับไปมา‘หลอมรวม… เพื่อเป็นผู้ครองพลัง! หรือทำลาย… เพื่อยุติความวุ่นวาย!’เบื้องหน้าเธอคือรูปสลักมังกรที่ดูเหมือนมีชีวิต แผ่นโลหะหนาทึบบนอกรูปสลักเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆเผยให้เห็นแกนมังกรคล้ายลูกแก้วสีทองสะท้อนแสงในมือเมิ่งฮวา อำนาจโบราณจากยุคสมัยราชวงศ์เก่ากำลังตื่นขึ้นพร้อมแรงกดดันอันเกรี้ยวกราดขณะที่คลื่นพลังปกคลุมห้องมังกรอย่างหนักหน่วง เหล่ามือสังหารที่ยังมีสติอยู่ก็ต้องคุกเข่าหรือหมอบกับพื้น องครักษ์ของโจวจางเหว่ยที่ยังยืนก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่ บางคนถูกแรงอัดดีดกระเด็นไปยังซอกกำแพงโจวจางเหว่ยตะเกียกตะกายลุกขึ้น มือกำกระบี่ที่สั่นระริก พยายามฝ่าคลื่นพลังเข้ามาหาเมิ่งฮวา“ฮวาเออร์!” เขาเรียกสุดเสียง แต่ถูกแรงอัดบีบจนขยับได้ยากเต็มที

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่61

    แสงสีทองแห่งแกนมังกรที่ซ่อนอยู่ภายในร่างโลหะของมังกรส่องสว่างออกมาจากกลางแท่นบูชาอย่างน่าพิศวง บรรยากาศในห้องใต้ดินอันกว้างใหญ่ชวนให้รู้สึกถึงความเก่าแก่และพลังลี้ลับที่สั่งสมมานับศตวรรษเมิ่งฮวายืนนิ่งหัวใจเต้นระรัวเมื่อตระหนักว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ‘หัวใจ’ของอู่หวังที่แท้จริง ต้นกำเนิดแห่งอำนาจซึ่งเหล่ากบฏกำลังตามหามาโดยตลอดขณะที่เมิ่งฮวากำลังไล่สายตาสำรวจรูปสลักมังกรขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะมีชิ้นส่วนโลหะพิเศษครอบอยู่เป็นเกล็ด การเต้นของเลือดในร่างกายเธอก็เร่งจังหวะไม่หยุดราวกับสายเลือดตอบสนองต่อบางสิ่งที่เปล่งพลังงานอยู่เบื้องหน้า“ฮวาเออร์…” โจวจางเหว่ยเรียกเธอเสียงเบา มือกำกระบี่ข้างกายแน่น เขามองสถานการณ์ด้วยความระแวดระวังเพราะอาจมีศัตรูโผล่มาได้ทุกเมื่อ “เจ้ารู้สึกไหมว่าพลังนี้กำลังเรียกหาเจ้า?”เมิ่งฮวาพยักหน้าเล็กน้อยสีหน้าสับสนแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ก้าวเข้าใกล้แท่นบูชามากขึ้นทีละนิดโดยมีโจวจางเหว่ยตามมาคุ้มกันไม่ห่างบริเวณโดยรอบแท่นบูชามีร่องรอยภาพสลักเก่าแก่บนกำแพงหินและพื้น บ้างเป็นรูปมนุษย์แต่งกายหรูหรายืนล้อมมังกร บ้างเป็นรูปผู้คนคุกเข่าบูชา

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่60

    การต่อสู้ในโถงมังกรยังคงดุเดือด ดาบกระทบกันเสียงดังสนั่น เสียงเหล็กเสียดสีกันดังไปทั่วทุกมุมโถง บางครั้งสายตาของเมิ่งฮวาก็เหลือบไปเห็นบันไดลับที่เปิดลงไปยังส่วนลึกของปราสาท อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้รุนแรงทำให้ความคิดของเธอพร่าเบลอ แต่เธอรู้ดีว่าถ้าไม่รีบตัดสินใจตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้พวกเขาพลาดโอกาสสำคัญไปท่ามกลางการต่อสู้ที่รุนแรงนักฆ่าหลายคนเริ่มแยกตัวออกไป โดยมีท่าทางเหมือนจะเริ่มมีกลยุทธ์บางอย่าง การโจมตีของพวกมันแม่นยำและรวดเร็ว หลายครั้งที่เมิ่งฮวากับโจวจางเหว่ยต้องใช้กลยุทธ์หลบหลีกและโจมตีสวนกลับ หากพวกเขายังไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้ กลุ่มของพวกเขาจะต้องถูกต้อนให้มุมในไม่ช้า“พวกมันกำลังพยายามล่อเราไปที่มุม!” เมิ่งฮวาตะโกนเตือน โจวจางเหว่ยหันไปมองเธอด้วยความเป็นห่วงแต่เขาก็ไม่มีเวลาพูดอะไร เพราะมือสังหารอีกคนพุ่งมาที่เขา โจวจางเหว่ยต้องหลบการโจมตีและสวนกลับด้วยกระบี่ในมือ“ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าหลบหนีไปได้แน่!” เขาตะโกนสั่งองครักษ์ที่ยืนข้างๆ พลางฟันกระบี่ของตนอย่างแม่นยำเสียงของดาบกระทบกันดังตึงตังจนหลายคนสะดุ้ง แต่ท่ามกลางความยุ่งเหยิงนั้น เมิ่งฮวามองเห็นช่องว่างระห

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่59

    ความเงียบงันที่ปกคลุมอุโมงค์หินถูกแทนที่ด้วยเสียง ครืด… ครืด… ที่ดังสะท้อนก้องจนเสียดหู เมิ่งฮวาและโจวจางเหว่ย ยืนประจันหน้ากับเงาดำขนาดใหญ่ที่ขวางอยู่ตรงส่วนปลายทางเดิน โดยมีองครักษ์อีกสองนายจับอาวุธเตรียมพร้อมในท่าทีตื่นตัวพอแสงคบไฟสาดส่องไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆก็ปรากฏให้เห็นเงาร่างเหมือน “รูปสลักมังกร” ขนาดใหญ่หินแกะสลักที่ลำตัวยาวเลื้อยไปตามผนัง มีส่วนหัวโผล่พ้นขึ้นจากพื้นหินชนิดที่เห็นฟันแหลมคมรางๆ ดวงตาของมันเป็นอัญมณีสีเขียวเข้มสะท้อนแสงไฟพราวระยับ จนดูราวกับมันกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จริงๆเมิ่งฮวารู้สึกถึงเลือดในกายสูบฉีดเร็วขึ้น สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนว่าสิ่งนี้มิใช่เพียงรูปสลักธรรมดา เหมือนมีพลังลี้ลับแผ่ออกมาจากตัวมัน“นายท่าน… นี่มัน… เคลื่อนไหวได้หรือขอรับ?” องครักษ์คนหนึ่งถามเสียงเบาหวิว มือกำกระบี่ไว้จนข้อขาวโจวจางเหว่ยไม่ตอบ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยที่ยังไม่ลดกระบี่ เสียงหินเสียดสีกันดังครืดอีกครั้ง ขณะเดียวกันรูปสลักมังกรก็ขยับคอไปด้านข้างช้าๆก่อให้เกิดความรู้สึกขนลุกพิลึก“รูปสลักนี้มีกลไกด้านใน… หรืออาจเป็นกับดักที่ใช้แรงคนหมุน?” เขาพึมพำ แต่ความสงสัยกลับเร้าใจขึ

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่58

    ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นและความเยียบเย็นของห้องหิน ขบวนของเมิ่งฮวาและโจวจางเหว่ยตัดสินใจหยุดพักชั่วคราวเพื่อฟื้นแรงและประเมินสถานการณ์ โดยมีองครักษ์สองนายผลัดกันออกไปยืนเฝ้าที่ปากอุโมงค์เพื่อป้องกันมือสังหารศัตรูที่อาจกลับมาได้ทุกเมื่อเมิ่งฮวานั่งพิงกำแพงที่ขรุขระ หายใจผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยหลังจากผ่านการต่อสู้อันบีบคั้น เหลือบมองสมาชิกในขบวนที่ได้รับบาดเจ็บก็กำลังนั่งพักผ่อนเช่นกัน บางคนก็หลับตาปลดปล่อยความตรึงเครียดโดยมีอาวุธวางข้างตัวไม่ห่าง“ทุกคนเหนื่อยกันมาก…” โจวจางเหว่ยเอ่ยเสียงเบา ดวงตาเข้มทอแววห่วงใย “แต่เรายังต้องก้าวต่อไป หากพ้นคืนนี้แล้วเดินไปอีกไม่ไกลก็อาจถึงใจกลางอู่หวัง”เมิ่งฮวาพยักหน้ารับ เธอเองก็รับรู้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ลึกลงไปในภูเขานี้ คล้ายกับว่ามันรอให้เธอมาค้นพบมานานแสนนาน“นายท่าน!” องครักษ์คนหนึ่งที่เดินตรวจลึกเข้าไปในอุโมงค์ร้องเรียกเบาๆ สะท้อนเสียงมาไกล ราวกับค้นพบอะไรบางอย่างโจวจางเหว่ยและเมิ่งฮวาลุกขึ้นทันที นำองครักษ์บางส่วนถือคบไฟตามเข้าไปยังโพรงแคบภายในห้องต่อไปในโพรงนั้น… พื้นหินเรียบแต่ผนังสองข้างกลับคดเคี้ยวด้วยลวดลายสลักเป็นรูปคนและสัตว์ในท่าทางแป

  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่49

    ทันทีที่ร่างของเมิ่งฮวาถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดของโจวจางเหว่ย นางรู้สึกถึงแรงกระแทกจากด้านหลัง โจวจางเหว่ยใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังให้นางโดยไม่ลังเลเสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้น พร้อมกับประกายแสงแวบหนึ่งก่อนที่ชายชุดดำจะถอยห่างออกไป“จางเหว่ย! เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?” เมิ่งฮวาตะโกนถามด้วยความเป็นห่วง นางรีบใช

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่44

    หญิงสาวหน้าแดงวาบรีบเบนสายตาไปทางอื่น “อ่า ละ… แล้วนี่ตกลงว่าเจ้าเข้ามาที่นี่มีอะไรงั้นหรือเจ้าคะ?” เธอเลี่ยงไปเรื่องอื่นเพื่อที่จะได้รีบหาเรื่องไล่เขาให้กลับไปสักที“ก็ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็แค่อยากมาหาเจ้า…” แววตาร้อนแรงของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่หลับตาลงด้วยความเขินอาย“งะ งั้นเหรอ?” เธอส่งเสียงพูดออ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่38

    ทว่ารุ่งสายของวันยังไม่ทันที่เธอจะได้เอาอาหารกลางวันไปให้ท่านลุงเลยด้วยซ้ำ ก็มีชาวบ้านวิ่งโวยวายเข้ามาที่บ้านด้วยความตกใจ“นางลี่! นางลี่! เกิดเรื่องแล้ว!” เสียงร้องดังโวยวายจนทำเอาเธอ และท่านป้าตกใจหน้าตาตื่นรีบวิ่งออกมาดูด้วยความไม่ทันตั้งตัว“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงมาร้องโวยวายกันแบบนี้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • เมิ่งฮวาชาตินี้ข้าจะมีความสุขที่สุด   บทที่25

    หลังจากที่เมิ่งฮวากินข้าวแล้วก็จัดการเก็บจานออกไปล้างคว่ำเก็บทันที รวมถึงนำขวดน้ำที่นางดื่มหมดแล้วออกไปทิ้งถังขยะด้วยเมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วนางก็มานั่งจ๋องอยู่ตรงโซฟา รอให้ข้าวที่กินไปย่อยพร้อมกับขบคิดว่าจะไปทำอันใดต่อดีเพราะนี่ก็เพิ่งยามเว่ย (13:00-14:59 น.) เอง[หากเจ้าเบื่อ เจ้าก็ไปบ้านตระกูลล

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status